ล้มกี่ครั้งก็ยังลุกได้ (เพราะฉะนั้นล้มแล้วก็ลุกซะ)
     จิตวิทยากับความล้มเหลว
     ตามหลักจิตวิทยาแล้ว ถ้าเราพูดถึงแต่เรื่องไหน ก็จะคิดถึงแต่เรื่องนั้น
     ถ้าพูดแต่เรื่อง “ความล้มเหลว”
     คิดแต่เรื่อง “ล้มเหลว”
     ก็เท่ากับเป็นการบีบคั้นตัวเองให้จมอยู่กับมันตลอดไป
     เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากหนีมันให้พ้น ต้องเลิกคิดถึงมันให้เร็วที่สุด
     พูดถึงและคิดถึง “ความสำเร็จ” ไว้ก่อนเสมอ
     และบอกกับตัวเองทุกวันว่า “เราทำได้”

เราสามารถใช้ความล้มเหลว มาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองหลุดพ้นจากความล้มเหลวได้
จงบอกขอบคุณความล้มเหลว ที่สอนให้เราอดทน ไม่กลัว ไม่ท้อ
จนทำให้เรามีชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า ทำให้เราเป็นคนที่แข็งแกร่ง
พร้อมที่จะดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่กลัวความล้มเหลวอีกแล้ว

ทำชีวิตให้มีคุณค่า
ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ความล้มเหลว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป แต่ค่าของคนอยู่ที่จิตใจของแต่ละคนมากกว่า
   ถึงอย่างไรเราก็เป็นคน เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว สังคม ส่วนรวมและประเทศชาติ
   ขอแค่เราเป็นคนดีไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร ก็สามารถสร้างคุณค่าที่ดีให้ตัวเราเองได้
   วันนี้ “ทำชีวิตให้มีคุณค่าพอหรือยัง”

“อย่าทิ้งความคิด อย่าทิ้งความฝัน อย่าทิ้งความมุ่งมั่น
ไปให้ถึเป้าหมายเพื่อวัดความเข้มแข็งของเราให้ได้
อย่าหยุดคิด อย่าหยุดทำ
ถ้าหยุดคิด หยุดทำเมื่อไหร่ ความล้มเหลวก็จะวิ่งมาหาเรา”

ถ้าไม่ท้อ เชื่อเถอะว่าสักวันหนึ่งจะต้องเป็นแค่ “คนเคยล้มเหลว” เท่านั้น

“....ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน
ความสบายที่ยาวนาน จะระรานความเป็นคน...”

เฮมิงเวย์ กล่าวไว้ว่า “มนุษย์อาจล้มเหลวเพราะถูกทำลาย แต่อาจล้มได้เพราะความพ่ายแพ้”

ขอขอบคุณกำลังใจดีๆ จาก นายแพทย์ติยะ (ผู้เขียน)
นางสาวนฤมล รักษ์ณรงค์ (ผู้อ่านและส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ทุกคนค่ะ)