โรคสมองเสื่อม
เมื่อพูดถึงโรคสมองเสื่อม หลายคนอาจนึกว่าเป็นโรคเดียวกับอัลไซเมอร์ แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองโรคมีความคล้ายแต่ไม่ใช่โรคเดียวกัน
โรคอัลไซเมอร์กับโรคสมองเสื่อมมีความคล้ายกันแต่ไม่ใช่โรคเดียวกัน ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้คือ โรคสมองเสื่อมอาการนี้คนส่วนใหญ่มักจะรู้ตัว สมัยโบราณมักเรียกว่าอาการหลง หรือหลงลืม เช่น จำชื่อสลับกัน ปัจจุบันเรียกว่าภาวะสมองเสื่อม โดยอัลไซเมอร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาการสมองเสื่อม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สมองเสื่อมเร็ว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด
คนเป็นโรคสมองเสื่อม มักจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคนี้ ถ้าเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนลืมนั่นลืมนี่ อันนี้ไม่ใช่โรคสมองเสื่อม เป็นแค่การขี้ลืม “หลงลืม” คือการสูญเสียความจำในชีวิต เช่น ลืมว่าตัวเองดื่มน้ำไปแล้ว ทั้งที่เพิ่งวางแก้วลง เห็นรถอยู่ตรงหน้า แล้วบอกว่าไม่ใช่รถตัวเอง ลืมว่าตัวเองใส่เสื้อผ้า ทั้งที่สวมทับไปแล้ว 2-3 ชั้น เป็นต้น
อาการบ่งชี้ของคนที่เป็นโรคสมองเสื่อมคือ สิ่งที่เคยจำได้กลับจำไม่ได้ กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น สูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ซึ่งอาการทั้งหมดนี้ก็จะนำไปสู่การวินิจฉัยของแพทย์ต่อไป ปัจจุบันยังไม่มียาที่จะช่วยฟื้นฟูสมองให้กลับคืนมาได้ มีแต่ยาที่จะช่วยประคองไม่ให้เป็นมากกว่าเดิม คนที่จะช่วยผู้ป่วยสมองเสื่อมได้ดีที่สุดคือคนในครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิด
วิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคสมองเสื่อม ทำได้ง่าย ๆ โดยการดูแลสุขภาพกาย ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น การเดินอย่างกระฉับกระเฉงเป็นเวลา 30 นาทีอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 3-5 วัน เพื่อให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้อย่างรวดเร็ว ดูแลสุขภาพใจ ด้วยการฝึกสติ ฝึกสมาธิ การกำหนดจิตเพื่อสร้างการจดจำที่ดี รักษาระดับอารมณ์ เพราะอารมณ์ไม่ดี ไม่ว่าอารมณ์เศร้า เสียใจ โมโห หรือหงุดหงิด ล้วนส่งผลต่อสุขภาพสมอง ดูแลสุขภาพสมอง โดยฝึกใช้สมองด้านที่เราไม่ถนัด เพื่อผูกใยสมองให้ทำงานได้ดีขึ้น เช่น การขับรถ ควรจะฝึกใช้เส้นทางอื่นเพื่อสร้างการจดจำกับเส้นทางใหม่ ๆ การเล่นอักษรไขว้อย่างสนุกสนาน แต่ถ้าเล่นแล้วเครียดควรหยุดเล่น ดูแลสุขภาพสังคม ด้วยการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคมอย่างมีความสุข รู้เรารู้เขา สร้างสังคมที่ดีทั้งที่อยู่รอบตัว และเพื่อนใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้ในโลกใบใหม่ ที่สำคัญควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะการตรวจเช็คความดัน ตรวจคอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด ถ้าพบว่ามีความเสี่ยงควรจะเพิ่มความถี่ในการตรวจสุขภาพ
สำหรับอาหารเสริมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีผลวิจัยใด ๆ ที่จะบอกว่าอาหารเสริมสามารถช่วยได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานผักและผลไม้ที่มีรสไม่หวานจัด ซึ่งให้เกลือแร่และวิตามินที่ครบถ้วน เลือกทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็มน้อย เลือกโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่น ข้าว ไข่ขาว เต้าหู้
เคล็ดลับคือการดูแลตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย จะสามารถช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์. ฉบับวันที่ 23 เมษายน 2556, หน้า 8
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันค่ะ