ชีวิตคนคงไม่มีใครสามารถดำรงอยู่ได้ตัวคนเดียว เราย่อมต้องมีความสัมพันธ์กับคน หรือสิ่งรอบข้างเสมอ  เช่นเดียวกับ การจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ ย่อมต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กแค่คนสองคน หรือทีมใหญ่หลายสิบคน ในการอบรมหลักสูตรนักถักทอชุม หน่วยการเรียนรู้ที่ 1  มนุษยสัมพันธ์และพลังกลุ่ม (การทำงานเป็นทีม) วิทยากรโดย อ.ทรงพล เจตนาวณิชย์ กล่าวว่า การฟัง เป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกัน แต่ในปัจจุบันการอยู่ร่วมกันไม่ว่าทั้งที่บ้าน ในครอบครัวเราเอง หรือแม้แต่ในสำนักงาน เราแทบจะไม่ค่อยได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง หรืออย่างตั้งใจจริง หลายๆ ครั้ง ที่เราต่างไม่เข้าใจกันเพราะเราขาดการฟังอย่างใคร่ครวญ “การฟัง” จึงนับเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเป็นที่มาให้งาน หรือแม้แต่การใช้ชีวิตร่วมกันดำเนินไปได้ด้วยดี

“การฟังที่ดี ต้องได้ประโยชน์ ถ้าเราไม่ได้ประโยชน์ แสดงว่าเรามีปัญหาเรื่องการฟัง ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องเดิมก็ตาม ยกตัวอย่าง การอ่านหนังสือ แต่ละรอบเราได้อะไรที่ต่างกัน ตัวหนังสือเหมือนเดิม แต่เราอ่านครั้งที่สองเราได้มากขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาพ ความพร้อม ใจว่างพอที่จะฟังหรือไม่ ด้วยภาระหน้าที่ เราลืมที่จะถามตัวเองว่าเราจะไปไหน เพื่ออะไร มีประโยชน์อะไร บางครั้งชีวิตที่บีบรัด กลับทำให้เราต้องก้าวไปอย่างรวดเร็ว โดยลืมที่จะหยุดนิ่งฟังอย่างใคร่ครวญ”  อ.ทรงพล กล่าว


                                   ผู้เข้าอบรมฟังเรื่องเล่าจากเพื่อน


การฟังที่ดีประกอบไปด้วย

·  ฟังด้วยความตั้งใจและใส่ใจ ทุกคนมีเรื่องภายในเยอะมาก ที่ต้องการคนที่ไว้วางใจที่จะระบาย ฉะนั้นเราต้องฟังด้วยใจ

·  การรับสาร ให้ฟังให้หมดเสียก่อน ก่อนที่จะพูดขัด หรือถาม

·  ห้วยแขวน คือไม่ด่วนตัดสินใจด้วยความเคยชินเดิม ถ้าไม่เช่นนั้น เราจะไม่เห็นแง่มุมใหม่

·  ทำความเข้าใจ คิด ใคร่ครวญ ค่อยๆ ตีความ ต้องฝึกตัวเองให้คิด ใคร่ครวญ หาแง่มุมใหม่ๆ เพราะคนเรามองอะไรไม่รอบด้าน มองไม่หมด เราจึงต้องมองหาสิ่งใหม่ ทั้งๆ ที่ความจริงมีอะไรมากกว่านั้น ปัญหาทุกปัญหา ถ้าคิดมุมเดิม แก้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมุมมอง เราจะได้เห็นสิ่งใหม่

·  ทุกเรื่องทุกราวถ้าเราตั้งใจฟัง ฟังเป็น เราจะได้ประโยชน์ทุกครั้ง แต่ต้องปรับจูนเครื่องรับของเราให้ดี

·  สิ่งที่เราทิ้งไปมาก คือ ความรู้สึก เราไม่ได้ฝึกที่จะเอาใจไปสัมผัส เรามักใจใช้สมองคิดเท่านั้น ถ้าเราฟังเป็นจะรู้ใจผู้พูดมากขึ้น

ประโยชน์จากการฟัง

·  ผู้เล่ารู้สึกดีที่ได้สื่อสาร ได้ระบาย หรือได้บอกเล่า ได้ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ

·  ผู้ฟัง ได้ความรู้สึกที่ดีที่ได้รับฟัง

การฟังอย่างลึกซึ้ง ก็คือ ฟังด้วยหัวใจ ด้วยความตั้งใจ อย่างสัมผัสได้ถึงรายละเอียดของสิ่งที่เราฟังอย่างลึกซึ้งด้วยจิตที่ตั้งมั่น และต้องน้อมสู่ใจอย่างใคร่ครวญ เป็นกระบวนการต่อเนื่องจากการฟังอย่างลึกซึ้ง ซึ่งต้องอาศัยความสงบเย็นของจิตใจเป็นพื้นฐาน จากนั้นก็ลองนำไปปฏิบัติเพื่อให้เห็นผลจริง ก็จะเป็นการพอกพูนความรู้เพิ่มขึ้นในอีกระดับหนึ่งทั้งนี้ อ.ทรงพล ได้ เน้นย้ำว่า ต้องนำไปคิด และนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ทำอย่างสม่ำเสมอ ทบทวน เพื่อให้มองเห็นผล หรือความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะทำให้เราสามารถพัฒนาตนและงานไปพร้อมๆ กัน