ในโรงพยาบาลชุมชนเมื่อพูดถึงหมอหมายถึงเจ้าหน้าที่ทั้งโรงพยาบาลเนื่องจากผู้ป่วยจะเรียก หมอหมด หลังจากเรียนจบดิฉันก็ได้ลงบรรจุเป็นข้าราชการของโรงพยาบาลชุมชนมาตลอดจนถึงปัจจุบันจึงมีเรื่องราวทั้งจำได้และจำไม่ได้ระหว่างผู้ป่วย กับ หมอ มาเล่าสู่กันฟัง บางเรื่องเป็นเรื่องเข้าใจผิด บางเรื่องก็เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง จะพยายามขุดออกมาจากความทรงจำเบื้องลึก เริ่มต้นจาก ตอนอยู่โรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บนดอย จะมีผู้ป่วยชาวเขาฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ดิฉันอยู่ OPD ซักประวัติ ดิฉัน: คุณอะตาผะ แลเซอ (นามสมมุติ) พลางดู OPD Card อ้าวยังไม่ได้ชั่ง นน.นี้ พ่อเฒ่าไปตรงนู้นนะ ถอดรองเท้าขึ้นชั่งนน.ให้หมอหน่อย...ดิฉันก็ก้มหน้าก้มตาเขียน OPD Card . ผู้เฒ่าชาวเขา หายไปสักครู่ กลับมาบอกว่า ผู้เฒ่า: หมอๆ มันหนักไปหน่อยตั้ง ครึ่งกิโล เฮาบ่ได่ขูดเอาขี้เปอะออกมันก็เลยหนัก ..........ดิฉัน:อืม!!!!!! @#%&**$ T_T  โอ้พระเจ้าดิฉันผิดเองที่บอกไม่ซัด..........กับผู้ป่วยสูงวัยหรือ สว.ผู้ป่วยเหล่านี้มักจะมีปัญหา เครื่องรับไม่ค่อยดี ถ้าเราถามว่าหูดีไหม เขาจะตอบว่าหูนะดี แต่เครื่องรับไม่ค่อยดี เพราะฉนั้นเวลาเราพูดต้องพูดดังหน่อย จนบางทีเหมือนคนทะเลาะกันเลยก็ว่าได้ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ดิฉัน: คุณตาหมอซักประวัติให้คุณตาแล้วนะเดี๋ยวคุณตากลับไปนั่งรอที่เดิมก่อนนะรอเรียกเข้าห้องตรวจ  ดิฉันก็ก้มหน้าเขียน OPD Card ต่อ ผ่านไปไม่ถึง 10 วิ ดิฉันเงยหน้าขึ้นมาเจอคุณตาคนเดิมยืนอยู่ตรงหน้า ดิฉัน: อ้าวคุณตา ไปนั่งรอที่เดิมก่อนค่ะ คุณตา : ที่เดิมของตามีคนนั่งแล้ว ตานั่งที่ใหม่ได้ไหมคุณหมอ ดิฉัน: มึนนนนน!!!!@#$% โอ้พระเจ้า ..............งานของดิฉันมีทั้งในและนอกโรงพยาบาลเพราะดิฉันรับผิดชอบงานจิตเวช ด้วยบางทีต้องออกไปจัดการกับผู้ป่วยที่คลุมครั่งติดยาเป็นต้น มีครั้งหนึ่งออกไปกับคนขับรถ ตอนบ่ายๆ พอดีรับแจ้งว่ามีคนถูกขังอาระวาดอยู่ในบ้าน ดิฉันก็เตรียมยาฉีดเพื่อให้สงบ เตรียมรถ  refer เพื่อจะได้ส่งต่อเลย เตรียมกับแพทย์เวรในการเขียนใบ refer ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำกำลังไปด้วยเผื่อผู้ป่วยใช้กำลัง ปะพร้อม ลุย!!! ไปถึงที่บ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีคุณยายคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าบ้าน และมีเสียงเอะอะโวยวายดังอยู่ในบ้าน หน้าบ้านมีกุญแจล๊อกไว้ ดิฉัน: คุณยาย ๆๆๆ เรียกอยู่หลายครั้ง คุณยายก็ไม่หันมา เข้าไปเรียกใกล้ๆ จนหันมาและมีผู้ชายวัยกลางคน ที่อยู่บ้านใกล้ๆเข้ามาบอกว่ายายหูหนวก  อืม!!!ถึงบางอ้อ ที่ว่าคนที่ถูกขังเสียงดังขนาดนั้นคุณยายไม่สะทกสะท้าน  คนที่ร้องเอะอะโวยวายเป็นลูกของคุณยายเอง ติดเหล้าและติดยาบ้าก็เลยเป็นบ้าตามชื่อยา และเคยทำร้ายคุณยายด้วย ขณะที่ดิฉันและทีมยืนฟังข้อมูล ว่าผู้ที่เอะอะอยู่ข้างในเป็นชายอายุประมาณ 39 เคยเป็นนักมวย พอมาถึงตรงนี้ ดิฉันมองดูคนข้างๆหายไป นู้น!!เลยคนขับรถของดิฉันไปรออยู่ตรงประตูรั่วบ้านเลย ฮึ รักกันดีแท้ คุณตำรวจมา 2 คน ไม่ยอมเข้าไป บอกว่าเดี๋ยวจะถูกแย่งปืน ดิฉันบอกให้ฝากปืนไว้ที่ดิฉันก่อนก็ได้ ก็ไม่ยอมฝากเพราะเดี๋ยวไม่มีข้ออ้าง ว่างั้น ตกลงทีมดิฉัน พร้อมไหมเนี๊ยะ สุดท้ายทั้งชายร่างบึกบึนซึ่งเป็นคนขับรถของดิฉัน คุณตำรวจ 2 นาย ไม่ได้ช่วยอะไรดิฉันเลย เอาเป็นว่าเป็นไงเป็นกัน พอคุณยายเปิดบ้าน มีชายร่างฉกรรณ์ อยู่ในบ้านกำลังหงุดหงิดงุนง่าน ดิฉันรวบรวมความกล้า ดิฉัน: อ้ายจำหมอได่ก่อหมอกาญจนา หน่ะ ผู้ป่วย: พูดเสียงดัง จ่ำบ่ได่โว้ย!!! นึกภาพสิค่ะว่าดิฉันทำไง ก็โกยเถอะโยมนะสิค่ะ อิ อิ ใครจะอยู่ ออกห่างไปตั้งหลักตรงรั้่วบ้านก่อน อิ อิ สุดท้ายจึงไปหาคนที่เขาไว้ใจมาเกลี่ยกล่อมให้ฉีดยาจึงจะสงบ case นี้ดิฉัน refer เองคงไม่ต้องบอกว่าขณะ refer ดิฉันใจตุ้มๆต่อมๆขนาดไหนกับ การนั่งรถ 70 กว่าโล ก่อนหน้านี้มีพี่พยาบาลคนหนึ่ง refer ผู้ป่วยทางจิตเจอผู้ป่วยบีบคอ กัดคนขับรถอีก ได้แต่ภาวะนาให้ถึงโรงพยาบาลสวนปรุงไวไว สาธุ!!! และแล้วก็ถึงแบบhappy ending จัดการกับ case นี้ ตั้งแต่ 14.00 น. กลับถึงบ้าน 21.00 น. ขำๆ..............ยังมีเรื่องราวอีกมากมายเดี๋ยวจะขุดมาเล่าให้ฟังอีกนะค่ะ ตอนที่ 2