วิถีการเรียนรู้ของผมที่ติดตัวมาตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งขณะนี้เป็นครูสอนฟิสิกส์ระดับมัธยมปลาย โรงเรียนมัธยมต่างจังหวัด ประมวลเป็นระบบตามวงจรได้ดังนี้ Search---->Source---->Save (3S) กล่าวคือ เริ่มต้นจาก 1)การสืบค้นข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ ตามยุคสมัยตามเทคโนโลยีที่พอจะหาได้เป็นเครื่องมือ 2)จัดข้อมูลที่สืบค้นได้เป็นหมวดกลุ่มอาจไม่เป็นระบบระเบียบแต่ค้นหาได้ง่าย เช่น การจัดหนังสือใช้ขนาดของหนังสือเป็นกลุ่มเดียวกัน 3)จัดเก็บข้อมูลจำแนกตามนวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น ซื่้อหนังสือที่ชอบ บันทึกไฟล์ไว้เป็นโฟลเดอร์แต่ละเรื่อง
ด้วยวัยห้าสิบอับแต่อายุจิตใจในการทำงานแล้วอยู่ที่ 28 ปี การอ่านจากจอมอนิเตอร์หรืออุปกรณ์ ICT ต่างๆ ของ e-book กระทำได้ลำบากเพราะมีสายตาตามอายุขัยเป็นอุปสรรค จึงใช้วิธีพรินต์เอกสารออกมากแล้วให้ร้านทำเอกสารเข้าเล่มให้น่าหยิบอ่าน เปิด e-book ดูไปเรื่อยๆ หลักการเลือกให้วิธีเดียวกันกับซื้อหนังสือที่ชอบไว้อ่าน ดูลีลาการเขียน การถ่ายทอดเหตุการณ์สถานการณ์ ตรงประเด็น และตรงใจเรา เร้าใจเราหรือไม่
หนังสือที่มีอยู่แล้วส่วนหนึ่งใช้วิธีอ่านแบบผ่านๆ เพื่อให้รู้ว่าหนังสือเล่มนั้นรูปร่าง สี ขนาดอย่างนั้นมีเนื้อหาอะไรเป็นประเด็นหลักที่จะค้นคว้าเพิ่มเติมหรือประยุกต์ใช้ข้อเขียนในการอ้างอิงได้ การรู้จักหนังสือแต่ละเล่มอย่างสม่ำเสมอได้โดยการจัดหนังสือบ่อย จัดไปเปิดพลิกเล่มนี้ เล่มโน้นไปเรื่อยๆ จนรู้จักหนังสือทุกเล่มที่เรามีอยู่
การอย่างเป็นกิจกรรมหนึงในชีวิตประจำวันของผม อุดมการณ์ที่มีอยู่ คือ "ตื่นก่อนคนอื่น จะเห็นอนาคตก่อนคนอื่นด้วย" ปลูกฝังนิสสัยการตื่นเช้า แล้วตำรงชีพในแต่ละวันคือ "อ่าน 3 กิโล เขียน 3 กิโลและเดิน 3 กิโล" คำว่า "กิโลหมายถึงกิโลเมตร" กล่าวคือ ใน 1วันอย่างน้อย อ่านให้ได้ความยาวตัวหนังสือต่อกันได้ 3 กิโลเมตร ขณะที่อ่านให้บันทึกสาระสำคัญที่อ่านพบเพื่อประยุกต์ใช้ให้ได้ความยาวตัวหนังสือต่อกันได้ 3 กิโลเมตร และการเดินเป็นการออกกำลังกายตามความเหมาะสม
ขณะที่ผมอ่านหนังสือในบ้างครั้งต้องอ่านให้คนอื่นๆ ได้เห็น เช่น อ่าน text book วิชาฟิสิกส์ ให้ลูกเห็น ลูกก็จะไป่อ่านหนังสือในวิชาที่ตนเองเรียนโดยไม่ต้องพูดคุยกันมาก การทำดีต้องให้คนเห็นเราทำดีบ้าง สำหรับการทำสิ่งที่ไม่ดีนั้นปุถุชนโดยทั่วไปแอบทำมิให้ใครเห็น
เป็นแบบอย่างที่ดีมากค่ะท่าน