ผมว่า “การเรียนรู้ “ นั้นมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอยู่ของคนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก ยิ่งต่อไปในอนาคตแล้ว“ การเรียนรู้ “ ยิ่งจะมีความจำเป็นจนเรียกได้ว่า ต้องใช้ชีวิตอยู่กับ “ การเรียนรู้ “ ให้ได้ เหมือนกับเราจำเป็นต้อง ทานอาหารทุกวัน เลยทีเดียว

  เมื่อพูดถึงตรงนี้  หลายๆคนคงมีคำถามอยู่ในใจว่าแล้ว การเรียนรู้ นั้นสำคัญกับชีวิตของเราเพียงใด คำตอบคือสำคัญตั้งแต่เราเกิดเลยทีเดียว เราเรียนรู้ ที่จะดูดนมแม่ เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด เรียนรู้ที่จะร้องให้พ่อแม่รู้ว่า เราหิว , หรือร้องไห้เมื่อเราขับถ่ายออกมาแล้วรู้สึกไม่สบายตัว , เรียนรู้ที่จะหัดพูด , เรียนรู้ที่จะอ่านออกเขียนได้ ในช่วงที่เข้าโรงเรียน หลังจากนั้นเราก็เรียนรู้ขึ้นเรื่อยๆ จนเราเติบโต และทำงาน

  เคยมีคนบอกผมว่า การเรียนรู้ ของคนเรานั้นไม่มีที่สิ้นสุด ตอนยังเป็นเด็กเล็กๆ ผมก็ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้มากเท่าไรนัก แต่พอเริ่มเติบโตขึ้น เริ่มทำงาน ทำให้ผมเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า การเรียนรู้ ไม่มีวันสิ้นสุดจริงๆ ต้องเรียนรู้ที่ต้องใช้ชีวิตกับเพื่อนร่วมงาน ต้องอ่านหนังสือเพิ่ม ต้องเรียนเพิ่ม ถึงแม้เรียนจบแล้ว ถ้าเราหยุดที่จะเรียนรู้ แค่นี้ก็นับได้ว่าเราถอยหลังไปแล้วหลายก้าว เพราะ สังคม , เทคโนโลยี และอีกหลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่าง ก้าวกระโดด ถ้าเราหยุดอยู่กับที่ก็เหมือนกับเราเดินถอยหลัง หรือล้าหลังไปนั่นเอง

  ทั้งนี้ การเรียนรู้ที่ผมจะกล่าวถึงนั้น ไม่ใช่การเรียนรู้เพียงแค่ในหนังสือ เท่านั้นแต่ยังเป็นการเรียนรู้ในการใช้ชีวิตอีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้ชัด ผมขออนุญาต แบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 2 แบบ คือ

1)  การเรียนรู้ภาคทฤษฏี คือการเรียนรู้จากการเรียน , การอ่าน , การฟัง , การพูด และการคิด เพื่อทำให้มีโอกาสได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ ในการใช้ชีวิต ในที่นี้ รวมถึง ข่าวต่างๆ หรือ เกล็ดความรู้ที่จะช่วยพัฒนาให้การใช้ชีวิตของเราง่ายขึ้น

2)  การเรียนรู้ภาคปฏิบัติ คือการเรียนรู้โดยการลงมือทำทั้งในสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือ การกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้น ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้มากยิ่งขึ้น

  ผู้อ่านบทความนี้  ลองทบทวนดูสิครับ ว่า ตั้งแต่ที่เราเรียนจบมา จนเริ่มทำงาน มีวันนี้เราหยุดเรียนรู้และคิดว่า ความรู้ที่เรามีอยู่เหมือนน้ำที่เต็มแก้วแล้วหรือไม่  ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองดูได้จากชีวิตประจำวัน ว่ามีอะไรบ้างที่เพื่อนๆของเราพูดแล้วเรายังงงๆอยู่ว่าเขากำลังพูดอะไรกัน ถ้างงบ่อยครั้งนั้นหมายความเราอาจจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ในทุกๆเรื่องที่ทุกๆคนต้อง และเราต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย เราแค่เพียงต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้ที่จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างร่วมสมัย

  สำหรับท่านใดที่คิดว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มเรียนรู้ให้มากขึ้นอย่างไร ผมขอแนะนำว่า ก่อนอื่นลองหากิจกรรมที่อยากทำมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ลองทำสักที มาลองทำดู  หรือ ลองหาหนังสือดีๆสักเล่มที่อยากจะอ่านมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีเวลาอ่านสักที มาลองอ่านดู แค่นี้ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วครับ