ทุเรียนน้ำฆ่ามะเร็ง, Soursop Natural Cancer Cell Killer


ทุเรียนเทศ สมุนไพร ต้านมะเร็ง ที่มีชื่อเสียงมากในต่างประเทศแต่ในประเทศไทยไม่เป็นที่รู้จักมากนัก นั่นก็คือทุเรียนเทศ มีชื่อสามัญว่า Soursop ทุเรียนเทศเป็นพืชเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกา เป็นพืชในวงศ์เดียวกับน้อยหน่า น้อยโหน่ง เริ่มแพร่กระจายไปสู่พื้นที่เขตร้อนทั่วโลกราวคริสต์ศตวรรษที่16 และแพร่กระจายมายังประเทศฟิลิปปินส์รวมทั้งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักเดินเรือชาวสเปน มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ทุเรียนน้ำ,หมากเขียบหลด,ทุเรียนแขก ดูกันที่รูปประกอบนะคะ ส่วนในประเทศไทยพบมากในภาคใต้และในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์พบว่าได้มีการแปรรูปเป็นน้ำทุเรียนเทศเข้มข้น และน้ำทุเรียนเทศบรรจุกล่องพร้อมดื่ม ในร้านขายเครื่องดื่มแถวรัฐปีนังของประเทศมาเลเซียจะมีเครื่องดื่มน้ำทุเรียนเทศ ขายปะปนกับน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆ และที่สิงคโปร์นั้น น้ำทุเรียนเทศเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาก ส่วนใหญ่นำเข้าวัตถุดิบจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย

สรรพคุณทางยา
ผลสุก รับประทานแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน
ผลดิบ รับประทานแก้โรคบิด
เมล็ด ใช้สมานแผลห้ามเลือด ใช้เบื่อปลาและฆ่าแมลง
ใบ นำมาขยี้ผสมกับปูนใช้ทาบริเวณท้องแก้ท้องอืด ใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้ไอ ปวดตามข้อ

และซึ่งมีผลการรับรองจากแล็บมากมายว่าผลไม้ชนิดนี้สามารถช่วยในการฆ่าเซลส์มะเร็งกว่า 12 ชนิดซึ่งรวมถึง มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกมาก มะเร็งปอด และมะเร็งตับอ่อน ผลจากการรับประทานยาที่สกัดจากทุเรียนเทศ หรือการนำใบมาต้มเป็นชาแล้วรับประทาน จะช่วยในการฆ่าเซลส์มะเร็ง ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำคีโมถึง 10,000 เท่า แต่จะไม่ทำร้ายเซลส์ดีในร่างกาย ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าผลไม้มหัศจรรย์นี้จะช่วยสู้เซลส์มะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดการคลื่นเหียนวิงเวียน หรือเกิดอาการผมร่วงเหมือนกับการทำคีโม

ในส่วนที่กินได้ของทุเรียนเทศ 100 กรัม พบว่ามีน้ำ 83.2 กรัม ให้พลังงาน 59 กิโลแคลลอรี ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรท 15.1 กรัม เส้นใย 0.6 กรัม โปรตีน 1.0 กรัม แคลเซียม 14 มิลลิกรัม เหล็ก 0.5 มิลลิกรัม วิตามินบี1 มี 0.08 มิลลิกรัม และวิตามินซี 24 มิลลิกรัม (วิวัฒน์ พันธวุฒิยานนท์. 2541) ความเสี่ยง

• มีงานวิจัยในแถบทะเลแคริบเบียนที่แสดงให้เห็นว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างการรับประทานทุเรียนเทศกับโรคพาร์คินสัน เพราะเมล็ด และ ผลทุเรียนเทศมีสาร annonacin ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคนี้สูง

ข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ

การกินเพื่อรักษามะเร็งนั้น กินจากใบสด หรือแห้งโดยชงเป็นชาดื่ม

มีข้อแนะนำว่า อย่ากินผลทุเรียนเทศมากเกินไป
ผลจากการกินผลทุเรียนเทศ เนื่องจากผลสด1ผล มีสารannonacin 15 milligrams และ1 กระป๋องของ น้ำผลไม้ที่ทำสำเร็จแล้วเพื่อการค้ามี annonacin 36 milligrams.ซึ่งเมือบริโภคมากๆ จะมีผลให้มีแผลในสมอง เป็นโรคพาร์คินสัน
ดังนั้นหลีกเลี่ยงการกินผลสดหรือน้ำผลไม้ผลทุเรียนเทศ จะดีกว่า

การกินทุเรียนเทศ สำหรับการต่อสู้มะเร็ง
การกินใบทุเรียนเทศ ให้ใช้ใบตามธรรมชาติ สด หรือใบแห้งในการชงเป็นชา หลีกเลี่ยง ที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการแล้ว.. ขอย้ำ.. ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการการผลิต รูปแบบที่คุณพบได้ในร้านที่ทำเป็นการค้า ถ้ายังไม่เคยสังเกตมาก่อน ประโยชน์จากทุเรียนเทศนั้นคุณจะได้สารที่ธรรมชาติประทานมาให้เราในสภาพตามธรรมชาติของมัน แต่ในสโตร์อาหารเสริมนั้น เมือมันผ่านกระบวนการผลิตไปแล้วนั้นบ่อยครั้งที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่มีคุณสมบัติเหมือนเดิม ที่แย่ที่สุดคือมันจะลดผลที่จะได้ในการรักษาต่อร่างกายของคนไข้อย่างช้าๆ ทำให้คนไข้ต้องใช้ยาอย่างไม่รู้จบ ต้องซื้อใช้ซ้ำๆ ซื้อแล้วซื้ออีก และไม่ได้ผล

วิธีที่ดีที่สุดที่จะบริโภคทุเรียนเทศ คือการกินโดยตรง ( หมายความว่าออกมาจากต้นยังไงก็อย่างนั้น) ไม่ใช่แบบที่ผ่านกระบวนการทำเป็นเม็ด น้ำผลไม้พร้อมดื่ม แบบที่คุณซื้อในร้านอาหารเสริม อย่าไปหลงกลตกเป็นเครืองมือธุรกิจ เพราะจากการกินตรงๆแบบที่ได้จากธรรมชาติมันจะมีพลังในการรักษา เพราะคุณจะได้สารที่มีคุณสมบัติในการเยียวยา

คุณสมบัติในทางการแพทย์ ที่ได้จากส่วนต่างๆของต้นทุเรียนเทศ หรือทุเรียนน้ำ

ฆ่ามะเร็ง : ใบ, หน่ออ่อน

ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย : เปลือกไม้

ฆ่าพยาธิ : เมล็ด ,เปลือกไม้

โรคกระเพาะ : เปลือกไม้

กระตุ้นการผลิตน้ำนมในแม่ : ผลไม้

ลดอาการปวด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้ : ใบ

ยากล่อมประสาท คลายเครียด :ใบ

รักษามาเลเรีย : ใบ

เบาหวาน : ใบ

ขยายหลอดเลือด ป้องกันความดันสูง : ใบ

กล้ามเนื้อหัวใจ : ดอก

กำจัดอมีบา : เปลือกไม้

ฆ่าเชื้อโรค : เปลือกไม้ , ใบ

กำจัดแมลง : ใบ , ราก


https://www.facebook.com/original.soursopthai

https://www.facebook.com/soursopshop

http://cancer.vg/en/annona-muricata-soursop#sthash.aky9ZJfl.dpuf

ข้อมูลจาก ผลงานวิจัย ยืนยง วาณิชย์ปกรณ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ,

เว็บวิกิพิเดียม,

งานวิจัยจาก คณะทรัพยากรธรรมชาติ ม.สงขลานครินทร์