น่าสังเกตมากว่า แรงงานไทยไปนอกกันมาก เช่น ตะวันออกกลาง เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ส่วนแรงงานต่างด้าวเช่น พม่า ลาว เขมร กลับเขามาทำงานเมืองไทย นี่มันแสดงให้เห็น

นักสังคมศาสตร์ ประชากรศาสต์ร์ และสาดๆทั้งหลาย ที่ไปเรียนกันมามาก เคยตะกายหน้าผากคิดกันบ้างไหม

รมว. แรงงานท่านหนึ่ง พูดจาดี วิสัยทัศน์กระฉูด จบโทวิศว จากม.ชั้นนำของไทยและ usa อีกต่างหาก หวุดหวิดอาจได้เป็นนายกฯด้วยซ้ำ เคยแสดงวิสัยทัศน์กระฉูดว่า การศึกษาไทยเราต้องเน้นเรียนภาษาอังกฤษให้มาก เพราะตลาดแรงงานสูงมาก ท่านอ้างข้อมูลเชิงลึกต่อด้วยความภาคภูมิใจว่า ตอนนี้ไทยเราแพ้ฟิลิปปินส์ไปแล้วในการไปเป็นผู้ช่วยแม่บ้านที่ฮ่องกง เพราะปินส์ เก่งอังกฤษกว่าเรา 

ผมฟังแล้วจะอ้วก คนระดับนี้มันคิดแบบนี้ได้ด้วยหรือ คิดจะสร้างงานทั้งที มันคิดได้แค่งานไปรับใช้ เป็นผู้ช่วยแม่บ้านคนต่างชาติเท่านั้นเองหรือ ไอ้สาด (ขออภัย ยังไว้ไม่อยู่จริงๆ) 

สาบาน ผมไม่เคยเห็นพรรคการเมืองไหนมันหาเสียงเรื่องการสร้างงานชั้นดีให้คนไทย ทุกพรรคเหมือนกันหมด คือคิดได้โง่ๆ แค่สนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อให้มากินแรงงานราคาถูกของคนไทย แล้วมันก็พร้อมใจกันกดแรงงานไทยให้ถูกๆ อ้างว่าถ้าค่าแรงแพง นักลงทุนต่างชาติจะถอนทุนหมด (ไอ้สาดเอ๊ย....ขออีกสาดนะ มันอั้นจิงๆ) 

ผมถึงเป็นคนเดียวในประเทศไทย ที่ไม่ใช่เสื้อแดง ที่สนับสนุนการขึ้นค่าแรงเป็น ๓๐๐ บาท ที่ผมไม่สนับสนุนมากเพราะมันขึ้นน้อยไป

 จากการคำนวณของผมควรขึ้นเป็น ๑๐๐๐ บาท จะดีที่สุด จะทำให้นายทุน ร้านก๋วยเตี๋ยว นายทุนหนังสือพิมพ์ รวยกว่าปกติอีกสองเท่าอีกด้วย มีบางกรณีเท่านั้นที่จะลำบากมาก คือ บริษัทคนสัญชาติไทยที่ใช้แรงงานมาก ( labor intensive) และผลิตสินค้าส่งออกเป็นหลัก (เช่น เครื่องประดับ ดอกไม้ประดิษฐ์) ซึ่งรัฐบาลช่วยเหลือได้ไม่ยากเลย จากเงินภาษีที่จะเก็บได้มากขึ้นกว่าเดิม ๓ เท่า (หรือ ๕ ล้านๆ บาท) 

กุ๊กโรงแรมดังๆ ๕ ดาว ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง ไม่ใช่คนไทย ประหลาดไหม ผจก. โรงแรมไม่ต้องพูดถึง การผลิตอุปกรณ์แบบความแม่นตรงสูง (precision engineering) เราไม่มี วันนี้ต้องจ้างวิศวกรต่างด้าวมาทำ ส่วนใหญ่มาจากอินเดีย เป็นหลายร้อยคน 

ถ้าเรามีการสนับสนุนอาชีพงานฝืมือขั้นสูง การออกแบบชั้นสูง ควบคู่ไปกับการให้ค่าแรงงานที่เป็นธรรม ไม่กดค่าแรงเพื่อเอาใจนายทุน (๓๐๐ ก็ยังต่ำไป ๓ เท่า) เราจะสามารถตรึงแรงงานดีๆ ของไทยเราไว้สร้างชาติเราให้รุ่งเรือง ไม่ใช่ให้ไปสร้างสิงคโปร์ ไต้หวัน

ส่วนไอ้พวกนายทุนกระจอก (ส่วนใหญ่อดีตเจ๊กอพยพเสื่อผืนหมอนใบ...พวกเดียวกับเตี่ยผมเอง อิอิ) มันคิดได้แค่นี้เอง มันต้องการแรงงานถูกๆ ถามว่า ถูกจนเป็นศูนย์เลยดีไหม แล้วถามต่อไปว่า ถ้าคนสวนใหญ่ พวกคนแรงงาน ไม่มีค่าแรง แล้วใครจะมีเงินมาซื้อสินค้าของพวกมรึง ....กางเกงใน รองเท้าแตะ โกเต๊ก ถุงยาง... แล้วธุรกิจมรึงจะไม่เจ๊งหมดหรือ 

ค่าแรงขั้นต่ำดีที่สุดของไทยเราตอนนี้คือประมาณ ๑๐๐๐ บาทต่อวัน กัดฟันทำ สามปีแรก วุ่นแน่ ต้องการคนมีฝืมือ เด็ดขาด มีความรู้มาบริหาร แต่หลังจากนั้นจะราบรื่น

 การขึ้นค่าแรงเป็นขยัก ไม่ดี ราคาสินค้ามันจะขึ้นตามแบบทันกัน แต่ถ้าขึ้นแบบกระโดด ราคาสินค้าจะกระโดดไม่ทัน (แต่ต้องมีมาตรการเข้ามาจัดการด้วย โดยเฉพาะการค้าเสรี ให้แข่งขันตัดราคากันเอง) 

ถ้าค่าแรงเราดี เป็นธรรม ใครเลยจะอยากทิ้งบ้านเมืองไปหากินต่างแดน เสียค่าหัวคิว ค่าเดินทาง โสหุ้ยมากหลาย ไหนจะยังเหงา ว้าเหว่ อีกทั้งลูกเต้าก็ไม่มีคนดูแล ทำให้เด็กๆขาดความอบอุ่น การอบรม และเสียเด็กในที่สุด 

ถ้าคนไทยทำงานในไทย ความต้องการแรงงานจากเพื่อนบ้านก็น้อยลง เสถียรภาพสังคมก็สูงขึ้น

เห็นไหม มันได้หลายต่อมาก แต่ไม่เห็นมีนักการเมืองไทยคนไหนคิด หรือ  Ngo หน่วยใดมีวาระเช่นนี้บ้างเลย 

ราชภัฎ ราชมงคล ต้องช่วยชาติ อย่าเพิ่งกระแดะ ไปสอน ตรี โท เอก เห่ออยากเป็นอำมาตย์ ต้องลดระดับลงมาเป็นวิทยาลัยชุมชน เน้นการฝึกอาชีพชั้นสูง เช่น community college ของ usa 

....คนถางทาง (๒ เมย ๒๕๕๖)