ขนมไทยที่อร่อยที่สุด “ในโลก”

วันนี้คำว่า “ในโลก” มันเกลื่อนเมืองไทยไปแล้ว เช่น รูปปั้นหลวงพ่อโต “ใหญ่ที่สุดในโลก” ...แหมทำยังกะว่าประเทศวาติกัน หรือ ซาอุฯ หรือ ซิมบาบเว มันจะปั้นมาแข่งกะเราอย่างเสรีงั้นแหละ

แต่สำหรับขนมนั้น ไปลองกินมาทั่วโลกแล้ว ยอมรับว่าขนมไทยเรา แม้โหลยโท่ย ยังไง ก็ยังหร่อยกว่าหนมยอดนิยมของต่างชาติ

เช่น พื้นๆ บัวลอย ไข่หวาน ถั่วเขียวต้มน้ำตาล หม้อแกง ฝอยทอง กล้วยแขก ลอดช่อง(สิงห์โพร์) สังขยาหน้ากระฉีก สาลี่ ตะโก้ วุ้น รังนก หนมถ้วย ข้าวโพดคลุก ข้าวเม่าคลุก บวชชี ข้าวเหนียวมะม่วง แกงบวช ..โอ๊ย สารพัด

สมัยเด็กผมก็ปกติแบบเด็กทั่วไปที่นิยมกินขนมหวานทุกชนิด (แม้แต่น้ำตาลงบ ก็ปีนไปขโมยกิน จากที่แม่เก็บไว้หลังตู้กับข้าว) แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบมาก และเป็นของโปรด (นอกจากข้าวเม่าคลุก) คือ หนม “ขี้หนู”

ชื่อขนมนี้ ค่อนข้างอัปมงคล แต่รสชาติลึก มีแป้ง หวาน มัน เค็ม หอม อย่างลงตัว วันนี้หากินได้ยากมาก เกือบสูญพันธุ์ไปแล้วกระมัง มีการโรยงา ราดหน้าน้ำหวานด้วย (คั่วปิ้งจนหอม)

น่าสังเกตว่าวันนี้ รัฐบาลไทยเราให้ทุนโครงการอนุรักษ์อะไรมากหลาย ตามที่นายฝรั่งสั่งมา เช่นอนุรักษ์ตึกโบราณสมัยอาณานิคมฝรั่ง (อาจ เพื่อให้ฝรั่งรำลึกถึงความยิ่งใหญ่แห่งตนในอดีต) แต่

แต่อนิจจา ขนมไทโบราณที่แสนอร่อย ไม่เคยคิดอนุรักษ์...แม้เพียงจัดนิทรรศการขนมไทย ประจำปี ที่หน้าทำเนียบ ก็ยังดี...

วันพืชมงคล ผนวกเป็นวัน พืช อาหาร ขนม แห่งโลก ได้ไหม แล้วให้ทุกจังหวัดจัดนิทรรศการอาหาร ขนม ประจำจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เช่น ม.กระโทก ก็อาจทำเป็น วัน ผัดหมี่กระโทก ให้ฮือฮา ส่วนบ้านประโดกก็ ..หนมจีนประโดก 

....คนถางทาง (๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖)