ความสุขของเด็กพิเศษ เริ่มต้นที่ความสุขผู้ดูแล
โรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.ดอนตูม จ.นครปฐม
26 มีนาคม 2556
เรื่องการอบรมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมสุขภาพและสุขภาวะด้วยกิจกรรมบำบัด
เมื่อวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปกับอ.ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง เพื่อจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับคุณครู ครูพี่เลี้ยง และพี่เลี้ยง ที่ได้ดูแลเด็กพิเศษ ทั้งกลุ่มออทิสติก สมาธิสั้น เด็กที่มีปัญหาด้านการเรียน และเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรม โดยในการจัดอบรมเล็กๆ ในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการที่เอื้อเฟื้อสถานที่ เปิดโอกาสให้เข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณครูทุกคน
ในวันนั้นมีคุณครูมาเข้าร่่วมการทำกิจกรรมทั้งหมดประมาณ 15 คน โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ให้นิยามความสุขในการดูแลเด็กนักเรียนของตนเองดังนี้
- การทำให้เด็กๆ มีความสุข และอยากมาโรงเรียน
- ความสุขที่ได้อยู่กับเด็ก เด็กสามารถเรียนรู้ระเบียบวินัย ร่าเริง มีความรู้ และความสุข
- ความสุขมีหลายบทบาทหน้าที่ ทั้งการเป็นครู เป็นพ่อแม่ เป็นหมอ เป็นนักวิจัย เพื่อพัฒนาความสามารถ และดูแลให้เด็กดีขึ้นในทุกๆ วัน
- ความสุขในการดูแลเด็ก แม้น้องจะเป็นเด็กพิเศษ แต่ยังคงสามารถพัฒนาศักยภาพของน้องให้ดีขึ้นในทุกๆ วัน
- การเป็นพี่เลี้ยงเด็กพิเศษ ไม่เพียงทำงานแค่ดูแลเด็ก แต่ยังต้องช่วยเหลือครู ติดต่อประสานงานกับผู้ปกครอง แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กดีขึ้น และตนเองก็มีความสุข
จะเห็นได้ว่า ความสุขของครู หรือผู้ที่ทำงานในโรงเรียนนั้น คงมองที่เป้าหมายว่าต้องการให้เด็กนั้นดีขึ้นในทุกวัน และมีความสุข หากแต่ก่อนที่คุณครูจะสามารถพัฒนาความสามารถของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น วิทยากรได้ชักชวนให้ทุกท่านได้พัฒนาตนเอง รู้จักตนเอง และมีสติแบบเบิกบานกับตนเองก่อน โดยได้ร่วมทำกิจกรรมกับคุณครูจำนวน 3 กิจกรรม โดยเป็นการสื่อสารภายในใจ เป็นการสื่อสารทางจิตสังคม เนื่องจากเด็กจะเรียนรู้ได้ดีต้องสื่อสารจากภายในเพื่อสื่อสารออกมาเป็นภาษากายและการสื่อสารอื่นตามมา
โดยการจัดกิจกรรมกับเด็กนักเรียนของตนนั้นขึ้นอยู่กับ 3 องค์ประกอบที่สำคัญคือ
- ต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างมีสติ เช่น คุณครูเคลื่อนไหวมือตามจังหวะ 1-2-1-2 เป็นต้น สำหรับเด็กอาจจะต้องการจับมือทำ หรือจับประคองให้ทำ โดยควรช่วยจับไม่เกิน 3 ครั้ง เพื่อให้สมองได้ทำงาน ถ้าช่วยมากไป สมองก็ไม่ทำงานนั่นเอง
- จิตเบิกบาน เมื่อครูควบคุมจิตของตนให้เบิกบาน มีสติสมาธิ ปล่อยวางและอยู่กับขณะจิตของตนก็จะสามารถพัฒนาให้เด็กมีจิตเบิกบาน
- ประเมินผล การประเมินความสุขของตนเอง การประเมินผลของเด็ก ระดับความสุขที่มีขณะปัจจุบัน ขณะทำกิจกรรม ก่อน-หลังทำกิจกรรม
ปัญหาอาจมีเข้ามามากมาย มีคำถามหลากหลายคำถามที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น เด็กที่ผู้ปกครองไม่ยอมรับจะทำอย่างไร ซึ่งในกรณีนี้ควรแก้ที่ผู้ปกครองก่อน เพราะหากพ่อแม่เครียด ลูกก็เครียด และไม่สามารถพัฒนาจิตสังคมของเด็กได้ต่อไป
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสุขภาวะ สุขภาพ ความสุขของเด็กพิเศษ จะต้องเริ่มต้นที่ความสุขของครู พ่อแม่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะความสุขของผู้ใหญ่จะเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เด็กรับรู้ และเรียนรู้ และมีความสุขตามมา
ความสุข เสมือนเซลล์กระจกเงา หากอยู่ใกล้คนที่มีสุข จิตเบิกบาน ความสุขนั้นจะถูกถ่ายทอดส่งผ่านกันและกัน ผู้คนที่อยู่รอบข้างก็มีความสุขด้วยเช่นกัน

สวัสดีครับ กิจกรรม บำบัด
ธรรมชาติบำบัด
ไปเห็นชาวบ้านที่ ตำบลไม้ขาวภูเก็ต เขาใช้ธรรมชาติบำบัด
ในการออกกำลังกาย รักษาโรค คือ "วารีบำบัด"
... ครูมีความสุข .... นักเรียนมีความสุข นะคะ
ชื่นชมโครงการดีๆ ครับ
ชื่นชมการทำงานครับ เห็นภาพน้องดร.Pop ด้วย
ขอบคุณมากครับอ.ติ๊ก เป็นบทเรียนที่ดีและนำไปใช้ต่อยอดได้น่าสนใจ