ผมอ่านเรื่อง cold chain management สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการสอนเรื่องความคงตัวของวัคซีน ถามตัวเองว่าเรียนรู้อะไรบ้าง ?

ตอบว่า วิธีการทำให้ตู้เย็น เก็บความเย็นได้นานขึ้น

วิธีกา่รง่ายมากครับ นั่นคือ

ในช่องแช่แข็ง ก็ทำน้ำแข็งคู่ไปด้วย หลาย ๆ ถาดได้ยิ่งดี

ในช่องปรกติ ก็หาขวดน้ำมาใส่เข้าไปด้วย หลาย ๆ ขวดได้ยิ่งดี

ผลคือ ตู้เย็นจะทำงานหนักหน่อย แต่สิ่งที่จะได้คือ หากไฟฟ้าดับ ในตู้เย็นจะเย็นได้นานขึ้น

เป็นการกลั่นประสบการณ์ของผู้ปฎิบัคิที่ทำงานด้านนี้ เป็นข้อสรุปสั้น ๆ สำหรับถ่ายทอดให้คนที่ต้องดูแลเรื่องการจัดการขนส่งเวชภัณฑ์ที่ต้องแช่เย็นแบบพิเศษ

ขอผมเล่าถึงประสบการณ์ที่ตัวเองเคยทำมาก่อน ในการขับรถทางไกล ก็เป็นไปตามหลักข้อนี้

ผมจะมีกาแฟกระป๋องติดรถเสมอหากต้องขับรถเกิน 1 ชั่วโมง เพื่อใช้แก้ง่วง บางครั้งออกจากบ้านเช้ามืด ก็วางแผนไว้เลยว่าเที่ยงกระป๋อง เย็นอีกกระป๋อง

กาแฟกระป๋องมักหวานจัด ดังนั้น ต้องดื่มตอนเย็นจัด จึงจะไม่หวานบาดคอ

สมัยก่อน ลงทุนแช่ในช่องแช่แข็งก่อนขึ้นรถ ก็ทำให้เก็บไว้ได้ราว 3 ชั่วโมง วิธีนี้ก็ไม่ค่อยดีนัก

ตอนหลัง ซื้อกล่องโฟมเล็ก ๆ มา ก็หยิบกาแฟที่แช่แข็ง ปนกับที่แช่เย็นปรกติไปด้วย เพื่อให้มีการเหลื่อมเวลา ออกจากบ้านหัวรุ่ง ที่แช่แข็ง ก็ดื่มตอนหลังเที่ยงนิดหน่อย กำลังเย็นชื่นใจ

มีคราวหนึ่ง รู้ตัวว่าต้องตะลอนไปนาน 2-3 วัน ก็เลยแช่แข็งทีละหลายกระป๋อง แล้วกวาดมาใส่กล่องโฟมจนเต็ม โดยส่วนใหญ่หยิบจากช่องแช่แข็ง

..ผลคือ ตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง กาแฟแช่แข็งก็ละลายพอดี เป็นการทำสถิติใหม่ของตัวเองในการใช้ตู้เย็นแบบพกพา

ก็เลยเป็นว่า เมื่อเห็นเขาสรุปประเด็นนี้ในคู่มือการจัดการ cold chain management ก็เลยร้องอ๋อ เพราะเคยเห็นและเคยทำ แต่ไม่เคยฉุกใจคิดมาหาคำอธิบาย

พอจะนึกออกไหมครับ ว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น ?

ต้องกลับไปดูความรู้สมัยเด็ก ๆ เรื่องฟิสิกส์ครับ

เฉลย:

พลังงาน 334 kJ สามารถทำให้น้ำแข็ง 1 กิโลกรัม เปลี่ยนไปเป็นน้ำ 1 กิโลกรัมได้ โดยไม่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยน เปลี่ยนแต่สถานะ พลังงานส่วนนี้ คือความร้อนแฝงของน้ำ

ผลคือ แม้น้ำแข็งในตู้เย็น หรือน้ำแข็งในกล่องโฟม จะได้รับพลังงานแถมเข้าไปเรื่อย ๆ จากความร้อนภายนอกที่รั่วเข้าไป อุณหภูมิก็จะยังนิ่งอยู่ตรงนั้นได้นาน จนถึงขีดหนึ่ง ที่ระบบรองรับไม่ไหว นั่นแหละ จึงจะเริ่มเห็นอุณหภูมิเปลี่ยน