ริมฝั่งทะเล..นั้น..ชื่อ"วังแก้ว"...อาทิตย์แพลมๆออกจากเมฆสีเทา..แพล้บเดียวก็ผลุบหายไป..เรือหาปลาในยามค่ำคืนเริ่มกลับคืนสู่เหย้ามันยังไม่รุ่งสางดี..เสียงจุ๋งจิ้งตั้งแต่เที่ยงคืนยังดังต่อเนื่องมาจากตึกรูปเหลี่ยมริมทะเลที่อาจจะเป็นสิ่งปรักพังในเวลาอันใกล้..หากคลื่นแรงหรือสูงกว่าปรกติ..มันเก่าชราคร่ำคร่าเต็มทน.(.หล่อน)..แอบนึกถึงคนออกแบบ..ที่เคยเกี้ยวกันครั้งยังสาว..
"เสียง"ลอยตามลมทะเลมาเข้าหู.."หล่อนที่ยังสาว"....ร้องเพลงดังเหลิดออกไปในทะเล..ว่า..อยากอยู้..อยู่..กับทะะะเล...
พระอาทิตย์ดวงเดิมเคลื่อนลอยออกจากเพดานเมฆ..มันเจิดจ้าฤาบรรเจิดราวทองสุกก้อนใหญ่..ริมฝั่งทะเล..ยามเช้าตรู่..เกลียวคลื่นกระทบฝั่งกระซิบกระซาบเหมือน หนุ่มสาว อายุคราวเดียวกันที่กระซิบบอกรัก..ที่ยังไม่เคยขื่น
..ประกายสีทอง..พริ้วระยับไปตามยอดคลื่น ที่ตีเข้าปีนฝั่ง..ทะเล..ฟ้าแจ้งจางปาง..นกนางแอ่น..โผลโผกเล่นลมลิ่วล้อไปตามยอดคลื่นส่งเสียงหวีดหวิว..ราวกับจะสงสัยชีวิต..บนอากาศ..
..เรีอหาปลาลำหนึ่งกับคนๆหนึ่งล่องลอยอยู่บนยอดคลื่น....ราวกับเป็นรังนอนแห่งชีวิต..หากแต่อีกลำหนึ่ง..วิ่งฝ่าลูกคลื่น..วิ่งอ้าวเข้าหาฝั่ง..แลรังรักที่อยากนอนกับคู่่ชู้ที่เคยชม..ริมฝั่งทะเล
วังแก้ว...ระยอง ใช่ไหมจ๊ะ....คิดถึงยายธี
อ่านแล้วมองเห็นภาพเลยค่ะคุณยายธี
มาอ่าน ริมฝั่งทะเลชื่อวังแก้ของยายธีค่ะ
วังแก้วเป็น..สถานที่ที่มีเสน่ห์และน่าสนใจ.ต่างกว่า..รีสอทร์ทั่วๆไป..ระลึกถึง..คุณหญิง อุไร..ลืออำลุง..ที่ท่านให้ความเมตตาสนับสนุนการทำงานของยายธี.มาในอดีต..มีเรื่องน่าเศร้า..ยายธีมีเนื้อที่เล็กๆอยูที่นั่น..ปล่อยให้ต้นไม้ขึ้นเป็นธรรมชาติ..ปรากฎว่ามีผู้อยู่ข้างเคียง..ถือโอกาศ..ถางเสียเตียน..เพื่อยึดครอง..ทั้งๆเป็นที่มีโฉนด..และมีบริบัทควบคุมดูแลอยู่..ต้นไม้เหล่านั้น..มีอายุกว่า..สี่สิบปีขึ้นไป..เสียดายต้นไม้..เจ้าค่ะ.."คุณหญิงท่าน..ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว..แต่ท่านเป็นผู้ให้ความสำคัญต่อต้นไม้และให้ความเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อม".(.มีใครจะช่วยให้คำปรึกษา..แก่ยายธีบ้าง..เอ่ย..ว่าจะทำอย่างไรดี...ช่วยด้วยๆๆๆ)