.
สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Older fathers more likely to have autistic grandchildren'
= "คุณพ่อสูงวัย (ขึ้น) เพิ่มเสี่ยงคุณหลานออทิสติก", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.

.
ภาพ: กราฟแสดงความเสี่ยงมีลูกเป็นโรคปัญญาอ่อนดาวน์ (Down's syndrome) ซึ่งความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุคุณแม่ ยิ่งมากยิ่งเสี่ยง โดยเฉพาะอายุ 35 ปีขึ้นไปจะเสี่ยงมากขึ้นชัดเจน
.
กราฟแนวตั้งแสดงความเสี่ยงเป็นร้อยละ (%), กราฟแนวนอนแสดงอายุคุณแม่เป็นปี
.

.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า
  • คุณแม่อายุมากเพิ่มเสี่ยงคุณลูกเป็นเด็กปัญญาอ่อนดาวน์
  • คุณพ่ออายุมากเพิ่มเสี่ยงคุณลูกเป็นเด็กปัญญาอ่อนแบบออทิสติก
การศึกษาใหม่ ทำโดย ดร.อาวิ ไรเชินเบิร์ก และคณะ จากสถาบันคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน อังกฤษ (UK) พบว่า
.
คุณพ่อที่มีลูกสาวตอนอายุ 50 ปีขึ้นไป เพิ่มเสี่ยงมีหลานเป็นเด็กปัญญาอ่อนชนิดออทิสติก (autistic / autism) = 1.79 เท่า (เทียบกัีบคุณพ่อที่มีลูกสาวตอนอายุ 20-24 ปี)
.
ทีนี้ถ้ามีลูกชายตอนอายุ 50 ปีขึ้นไป เพิ่มเสี่ยงรุ่นหลานเป็นเด็กออทิสติก = 1.67 เท่า
.
"ออทิสติก" หรือ "ออทิสซึม" เป็นความผิดปกติที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่นอน ทำให้เด็กมีอาการหลายระดับ ตั้งแต่เบาจนถึงหนัก เช่น ปัญญาอ่อน สื่อสารกับคนอื่นได้น้อยลง ฯลฯ
.
ออทิสติกชนิดอ่อน คือ กลุ่มอาการแอสเปอร์เกอร์ (Asperger's syndrome) อาจมีอาการไม่ชัดเจน
.
ทว่า... มักจะทำให้คนที่เป็นสื่อสารกับคนอื่นได้ยากขึ้น หงุดหงิดง่ายขึ้น สมาธิสั้นลง เครียดง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสิ่งแวดล้อม หรือคนรอบข้างเปลี่ยนแปลงเร็วๆ
.
เดิมเชื่อว่า คนที่เป็นออทิสติกจะมีอาการปัญญาอ่อน และแยกตัวจากสังคมชัดเจน
.
เร็วๆ นี้พบคนที่เป็นออทิสติกอย่างอ่อนทำงานทำการได้มากขึ้น... ชาวอังกฤษที่เป็นโรคนี้รายหนึ่งหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จนเก่ง เจาะระบบคอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ สำเร็จจนทำให้เกิดความเสียหาย
.
ทางการอังกฤษ (UK) ดำเนินคดี แต่ไม่ยอมส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้สหรัฐฯ
.
เนื่องจากจิตแพทย์อังกฤษให้ความเห็นว่า คนที่เป็นแอสเปอร์เกอร์เครียดง่าย และเครียดแรงกว่าคนทั่วไป
.
ถ้าส่งผู้ร้ายรายนี้ข้ามแดนจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย... ท้ายที่สุด คือ ถูกกักบริเวณ หรือให้ติดคุกสบายๆ สไตล์อังกฤษ (UK) ไปเรื่อยๆ
.
ลักษณะที่พบในกลุ่มอากการออทิสติก และแอสเปอร์เกอร์ที่สำคัญได้แก่ ทักษะต่อไปนี้มักจะแย่ลง
.
(1). การสื่อสาร > โดยเฉพาะการพูดให้คนอื่นเข้าใจ
.
(2). การเข้าสังคม > โดยเฉพาะการคบเพื่อนใหม่จะทำได้ยาก และทำงานที่ต้องพบปะกับคนมากๆ ได้ยาก เช่น งานประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
.
คนที่มีอาการรุนแรงมักจะมีอาการชัดตั้งแต่เด็ก เช่น ชอบทำอะไรซ้ำซากแบบเดิมๆ ไม่ค่อยสบตากับคุณแม่ ไม่ค่อยตอบสนองต่อการกอด (ต่างจากเด็กทั่วไปที่ชอบให้กอด ให้อุ้ม)
.
สถิติยุโรปพบเด็กเป็นออทิสติกประมาณ 1/100 = 100 คนเป็นโรคนี้ 1 คน
.
สถิติสหรัฐฯ พบเด็กเป็นโรคนี้ = 1/88 = 88 คนเป็นโรคนี้ 1 คน
.
การศึกษาใหม่ (ตีพิมพ์ใน JAMA Psychiatry) ทำโดยทีมวิัจัยจากอังกฤษ สวีเดน และออสเตรเลีย
.
ทำการวิเคราะห์ทะเบียนสุขภาพแห่งชาติสวีเดน เปรียบเทียบคนที่เป็นออทิสติก 5,936 ราย เทียบกับกลุ่มควบคุม 30,923 รายที่เกิดในปี 1932/2475
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า "คุณพ่อ" อายุมาก เพิ่มเสี่ยงคุณลูกเป็นออทิสติก
.
การศึกษาใหม่พบว่า "คุณปู่" อายุมาก เพิ่มเสี่ยงคุณหลานเป็นออทิสติก
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ รหัสพันธุกรรมหรือ DNA ของผู้ชายในตัวอสุจิ หรือสเปิร์ม (sperm) น่าจะเสื่อมลงตามอายุที่มากขึ้น
.
DNA ของคนที่อายุมากจะเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ (mutation) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รับสิ่งแวดล้อมที่มีฤทธิ์ทำร้าย DNA เช่น
.
(1). สารโพลาร์จากการทอด โดยเฉพาะน้ำมันทอดซ้ำ เช่น กล้วยทอด มันทอด ปาท่องโก๋ ฯลฯ
.
(2). สารเอจ (AGEs) จากการปรุงอาหารด้วยความร้อนสูง โดยเฉพาะการทอด ปิ้ง ย่าง
.
(3). ภาวะขาดสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กินผัก ผลไม้ทั้งผลน้อย (สารต้านอนุมูลอิสระมีมากที่เปลือก และบริเวณใกล้เปลือกผลไม้)
.
(4). โรคนั่งนาน ออกแรง-ออกกำลัีงน้อย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันหรือโคเลสเตอรอลในเลือดสูง สารต้านอนุมูลอิสระต่ำ
.
ร่างกายของคนที่ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำมีความสามารถในการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidants) สูงกว่าคนที่ไม่ค่อยออกแรง-ออกกำลัง
.
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ถึงแม้คุณปู่ หรือคุณพ่ออายุยืนจะเพิ่มเสี่ยงเด็กออทิสติก ทว่า... ความเสี่ยงนี้ก็ยังไม่ชัดเจนมากเท่าคุณแม่ที่อายุมาก ซึ่งจะเพิ่มเสี่ยงโรคเด็กปัญญาอ่อนดาวน์ (Down's syndrome)
 child.
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.


 > [ Twitter ]

  • Thank Reuters > http://www.reuters.com/article/2013/03/20/us-autism-grandfathers-idUSBRE92J18720130320
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 21 มีนาคม 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้