ให้โอวาทคณะจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา


ครูบาอาจารย์หลวงพ่อใหญ่ท่านขออนุโมทนากับคณะพยาบาลที่ได้พากันมาประพฤติปฏิบัติธรรม ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ประเสริฐ เป็นสิ่งที่หาได้ยาก

อาชีพพยาบาลถือว่าเป็นอาชีพที่ดีมาก เป็นอาชีพที่ได้บำเพ็ญบุญกุศลที่ได้เสียสละนะ พยาบาลก็เปรียบเสมือน “แม่”

แม่คือบุคคลที่ประเสริฐ คนเราทุก ๆ คนได้ยินคำว่าแม่นี้ก็มีความสุข แม่นี้เปรียบเสมือน  พระอรหันต์ แม่นี้เปรียบเสมือนแม่น้ำ เปรียบเสมือนแผ่นดิน คนเราได้ยินคำว่าแม่นี้  มีความสุขนะ พยาบาลก็คือคุณแม่ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าการอุปัฏฐากดูแลผู้ป่วยเปรียบเสมือนเราได้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ได้บุญเหมือน ๆ กัน

พระพุทธเจ้าท่านถึงเมตตาสอนเราทุก ๆ คนให้มีเมตตาคนอื่น ให้สงสารคนอื่น เพราะว่าทุกคนเกิดมาในโลกนี้มีความทุกข์ทั้งทางกาย มีความทุกข์ทั้งทางใจ มีความทุกข์ทั้งหน้าที่การงาน มีความทุกข์จากญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล โดยเฉพาะความเจ็บไข้ไม่สบายนี้  ไปหาพยาบาลไปหาหมอก็เพื่อจะหวังเป็นที่พึ่งครั้งสุดท้ายแล้ว

พระพุทธเจ้าท่านถึงเมตตาให้เราทุก ๆ คนเป็นผู้เสียสละ เจริญเมตตาให้มาก ๆ  มีความสุขในการทำงาน มีความสุขในการเสียสละ มีเมตตาคือความรัก มีความกรุณาคือความสงสาร มีมุทิตาก็คือพลอยยินดีกับทุก ๆ คน และมีอุเบกขาเมื่อเราช่วยเหลือเขาไม่ได้  หรือว่าสิ่งไหนมันทำให้เราจิตใจไม่สบายจิตใจไม่สงบ พระพุทธเจ้าท่านก็ให้เรานิ่ง ให้เราหยุด ให้เราอุเบกขา ถือว่าเป็นโอกาสของเราจะได้ฝึกสงบ ฝึกปล่อยฝึกวาง

พระพุทธเจ้าท่านเมตตาเราทุก ๆ คนให้พากันทำงานให้มีความสุข

คนเราน่ะถ้าไม่ได้เสียสละมันไม่มีความสุขหรอกนะ ท่านถึงให้เราทุก ๆ คนนี้ให้กลับมามองดูตัวเองว่าวันนี้เราได้เสียสละอะไรบ้าง เสียสละความขี้เกียจขี้คร้านหรือยัง เสียสละที่เราจะได้ช่วยเหลือใครบ้าง เพราะการให้ก็คือเติมความสุขให้กับตัวเอง และเป็นการเติมความสุขให้กับคนอื่น อย่างครอบครัวของเรานี้ถ้าเราเป็นผู้ให้ ครอบครัวเราก็มีความสุข ถ้าเราจะเป็น  ผู้เอาอย่างนี้แหละ เราก็ต้องทุกข์แน่ ครอบครัวเราก็ต้องทุกข์แน่

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุก ๆ คนกลับมาแก้ไขตัวเองให้เต็มที่เต็มร้อย เพราะการแก้ไขสิ่งภายนอกน่ะเราก็ทำเต็มที่เต็มร้อยอยู่แล้วแต่มันก็แก้ไม่ได้ อย่างความแก่นี้ใครจะแก้ไขได้ ความเจ็บใครจะไปแก้ไขได้ ความตายใครจะไปแก้ไขได้ พระพุทธเจ้าท่านถึงให้แก้ที่ใจของเรา ทำใจของเราให้ดี ๆ ทำใจของเราให้สบาย ไม่ว่าอะไรที่จะมากระทบกับใจของเราก็ให้เราถือว่าไม่มีอะไร ไม่มีปัญหาอะไร แล้วสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น เดี๋ยวมันตั้งอยู่ เดี๋ยวมันก็ดับไป เราจะไปวิ่งตามอารมณ์ตามความคิดไม่ได้ ให้สงบไว้ให้เย็นไว้ ต้องกลับมาหาอริยมรรคคือแก้ที่จิตที่ใจของตัวเอง แก้ใจเรายังไม่พอนะ ต้องมาแก้กิริยา แก้คำพูด แก้การกระทำของเรา สิ่งที่มันไม่ดีมันจะได้ดี สิ่งที่ดีแล้วจะได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

ทุก ๆ คนต้องพึ่งความดี พึ่งการกระทำของตัวเอง เราไปอยู่ที่ไหนเราไปทำอะไรไม่มีใครปฏิบัติให้เรา เรานี้แหละจะปฏิบัติให้เรา เรานี้แหละจะแก้ไขสถานการณ์นะ

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนสมาทานเอาความดีนะ ความดีเราต้องสมาทาน  เราต้องตั้งใจ คือการไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม ทุกคนต้องสมาทาน  ทุกคนต้องตั้งใจ ที่เราได้รับความขัดข้องเดือดร้อนน่ะ เพราะกรรมเก่าของเรา การกระทำ  ของเราที่มันสะเปะสะปะ ที่มันผิดพลาด เมื่อเราทำผิดพลาด สถานการณ์มันก็ไม่ดี  มันก็ไม่สงบ เมื่อเราพูดผิดพลาดสถานการณ์มันก็ไม่ดีไม่สงบ เราทำอะไรผิดพลาด  มันก็ไม่ดีทั้งนั้น พระพุทธเจ้าท่านถึงเมตตาบอกเราสอนเราแม้จะใกล้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วว่า “ขอให้ท่านทั้งหลายยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด”

ถ้าเราไปประมาทพลาดพลั้งในความคิดคำพูดการกระทำ จิตใจของเราจะไม่สงบ เพราะว่ามันเป็นบาปเป็นกรรม คนอื่นเค้าไม่รู้ใจของเราที่มันคิดไม่ดีแต่เรามันรู้ มันก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้เราไม่สงบ ความสุขความดับทุกข์มันก็เกิดขึ้นแก่เราไม่ได้

ศีล ๕ นี้เป็นคุณธรรมของเราเป็นคุณสมบัติของเรา พระพุทธเจ้าท่านบอกเราว่า  อย่ากลัวศีล ๕ อย่ากลัวไม่มีอยู่ไม่มีกิน กลัวดำรงชีวิตไม่สะดวก อย่างนี้เรามีความเห็นผิดนะ เพราะศีลห้าคือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างของเราให้ดีขึ้น เพราะศีลห้าคือตัวพระพุทธเจ้า  ถ้าเรากลัวศีลห้าก็คือเราไม่ชอบพระพุทธเจ้า

ทุกคนความอยากมันมาก อยากรวยเหลือเกิน ต้องการเหลือเกิน มันเลยกลัวความดี กลัวศีล กลัวธรรม กลัวคุณธรรม พระพุทธเจ้าท่านถึงเมตตาให้เราสมาทานตั้งใจเปลี่ยนแปลงชีวิตจิตใจของเรา มันเปลี่ยนได้ เพราะว่าเรามีความเข้าใจมีความเห็นถูกต้องแล้วก็เปลี่ยนตัวเองใหม่ ๆ อย่างนี้แหละ “มันก็ต้องสมาทานต้องอดต้องทนนะ เดี๋ยวมันก็ดี”

เราทำงานอย่างนี้ก็เราก็มีความสุข เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านเมตตาสอนเราให้เรามีความสุขในการทำงาน เพื่อนร่วมงานอย่างนี้ ๆ  ก็ต้องเพิ่มความเมตตาเพิ่มความสงสารขึ้นอีก บางคนบางท่านอาจจะทำผิดบ้างมีความเห็นแก่ตัวบ้างก็ช่างเขามันเป็นอดีตแล้ว เราอย่าไปเอาความดีความชั่วความผิดของเขามาแบกไว้ในใจ ความดีความชั่วของเราก็ทำให้เราหนักอกหนักใจแย่อยู่แล้ว ต้องฝึกปล่อยฝึกวางนะ จิตใจของเราจึงจะเข้าถึงความบริสุทธิ์ เข้าถึงปัจจุบัน เข้าถึงคุณธรรม

พระพุทธเจ้าท่านอนุโมทนากับเรานะ อนุโมทนากับพยาบาลทุกคน  พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็อนุโมทนากับพยาบาลทุกคนที่ได้มาประพฤติมาปฏิบัติธรรม

เรากลับไปบ้านเราก็จะได้เปลี่ยนแปลงทางครอบครัวของเราให้มันดีขึ้น  แต่ก่อนกับพ่อกับแม่เรายังบกพร่อง กับครอบครัวเรายังบกพร่อง เราจะได้เปลี่ยนแปลงหมด สิ่งที่ไม่ดีนี้ก็พระพุทธเจ้าท่านก็ให้เราทิ้งไว้ตั้งแต่วันนี้ จะได้ทำจิตใจของเราเข้าถึงความประเสริฐเข้าถึงความผ่องใส ถือว่าเรามาตัดเวรตัดกรรมตัดบาปที่มันติดตามเรามานานแล้วออกไปนะ

ขออวยพรให้กับญาติโยมที่มารักษาศีลปฏิบัติธรรม และคณะพยาบาลทุกท่านทุกคน

ด้วยบารมีของพระพุทธเจ้า ของพระธรรม ของพระอริยสงฆ์ ส่งผลให้ทุกคนเข้าถึงมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พระนิพพานสมบัติด้วยกันทุกท่านทุกคนด้วยเทอญ...


พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยายให้กับคณะจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา

ในโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของบุคลากรประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ 

รอบที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๐-๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖

(ค่ำวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖)


หมายเลขบันทึก: 530900เขียนเมื่อ 21 มีนาคม 2013 21:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มีนาคม 2013 21:07 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี