เวลาของชีวิตของผมช่วงนี้อาจพูดได้ว่าเป็นเวลาแห่ง "การเรียนและการรู้" เรียนจากสิ่งใกล้ ๆ ตัว ใกล้มาก ๆ ใกล้จนบางครั้งหรือเมื่อก่อนนี้อาจจะมองข้ามไป

ตั้งแต่ผมกลับบ้านมาอาชีพหรือกิจวัตรประจำวันของผมอีกอย่างหนึ่งก็คือการขายกล้วย "แบบกล้วย ๆ" ครับ

แถว ๆ บ้านผม (คลองลาน) ตอนนี้มีผลผลิตกล้วยออกมาค่อนข้างมากครับ

ซึ่งผมก็ลองย้อนคิดกลับไปว่าทำไมกล้วยแถวบ้านผมเยอะจัง แถมราคาถูกอีกต่างหาก ราคากล้วยดิบหวีใหญ่ ๆ ราคาประมาณ 5 บาทครับ ลองลงไปก็ประมาณ 4 บาทบ้าง 3 บาทบ้าง

ประเด็นแรกที่มีกล้วยออกมาค่อนข้างเยอะ ที่ผมทราบมาก็คือ กล้วยเป็นพืชที่ปลูกค่อนข้างง่ายและนิยมปลูกแซมไว้ไร่ในนา หรือหัวไร่ปลายนาต่าง ๆ

แต่กล้วยที่ผมได้มาขายนี้ มาจากชาวเขาครับ แถว ๆ บ้านผมจะมีชาวบ้านอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่จะว่าเป็นแล้วชาวเขานี่เขาอยู่มาก่อนชาวเราอีกก็ว่าได้ครับ ที่คลองลานเมื่อก่อนจะมีการเรียกตลาดออกเป็นสองที่หลัก ๆ ก็คือ ตลาดไทย กับตลาดแม้วครับ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นคำว่า "แม้ว" เป็น "ม้ง" ครับ เพราะคำว่าแม้วเป็นคำที่ไม่ค่อยสุภาพ "แม้ว" แถวนี้แปลว่า "คนเถื่อน" ครับ)

ที่บ้านผมก็จะมีชาวเขาเอากล้วยมาส่งเป็นประจำครับ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงใกล้ ๆ ออกพรรษา แม่บอกว่า กล้วยช่วงนี้จะขายดี เพราะว่าเขาเตรียมจะซื้อไปทำ "ข้าวต้มมัด" เพื่อทำบุญตอนออกพรรษา โดยเฉพาะ "ข้าวต้มลูกโยน" (ถ้าบ้านผมห่อข้าวต้มจะนำรูปมาฝากครับ)

สำหรับกล้วยที่ซื้อมานั้น ก็ใช้วิธีบ่มแบบกล้วย ๆ ครับ เพราะแค่นำกล้วยใส่กล่องหรือลังใบใหญ่ ๆ แล้วนำผ้ามาคลุมไว้ ประมาณสองวันกล้วยก็สุกแล้ว ตอนที่บ่มกล้วยกับแม่นั้น แม่ก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมบางคนต้องเสียเงินไปซื้อแก๊สมาบ่มด้วย ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ เปลืองต้นทุนและรสชาดก็ไม่ค่อยอะไรอีกต่างหาก รสจะออกเปรี้ยว ๆ ฝาด ๆ หน่อย จะไม่หวานแบบธรรมชาติ ๆ สู้บ่มแบบ "กล้วย ๆ" ง่ายกว่าครับ ถึงแม้ว่าผิวจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ว่าปลอดภัยครับ เพราะนอกจากขายแล้ว เวลาผมทำงานดึก ๆ ก็ได้กล้วยน้ำว้านี่แหละครับ แอบหยิบขึ้นมากินแก้หิวตอนกลางคืน

ที่บ้านผมชอบกินกล้วยกันครับ ถ้าช่วงไหนได้กล้วยมาเยอะ งอมก่อนขายไม่ทัน ช่วงนั้นก็จะเป็นลาภปากของผมครับ เพราะจะได้กิน "ขนมกล้วย" อร่อย ๆ ฝีมือของแม่ครับ

ที่บ้านผมชอบทำอะไรกันกินเองครับ ขนมก็ด้วยเช่นกันครับ

ทุกขั้นตอนเราร่วมกันผลิตตั้งแต่ต้นจนจบครับ

ตั้งแต่เริ่มเย็บกระทง ปลอกมะพร้าว ขูดมะพร้าว ยีกล้วย (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาใช้เครื่องปั่นแทนครับ ไวดี) แล้วก็นึ่งออกมากลายเป็นขนมกล้วยที่แสนอร่อยครับ

นอกจากได้กินแล้วก็ยังได้เดินไปแบ่งพี่ ๆ ป้า ๆ แถวบ้านด้วยครับ


บันทึกนี้ก็อาจจะไม่มีสาระอะไรมากมายนะครับ ตอนแรกก็กะว่าจะบันทึกเป็นเรื่อง กล้วยกับการเก็งราคาที่ดิน เพราะว่าแถว ๆ บ้านผมจะมีเศรษฐีมาซื้อที่ดินทิ้งไว้เยอะครับ แล้วส่วนใหญ่เขาก็จะปลูกกล้วยทิ้งไว้ นาน ๆ มาทีก็จะจ้างคนไปตัดมาขาย แต่คิดไปคิดมา เขียนแบบสบาย ๆ ดีกว่าครับ

ถ้าท่านใดมีประเด็นหรือข้อคิดแลกเปลี่ยนแบบกล้วย ๆ หรือแบบสบาย ๆ เชิญได้เลยนะครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ