ละครสะท้อนความจริงถ่ายทอดบทเรียนจาก
มหกรรมละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง

http://upload.siamza.com/file_upload/resize/271211/9850.jpg

               คงไม่ต้องโฆษณาอะไรให้ใครต้องอิจฉาอีก สำหรับความสนุกสนานและเสียงหัวเราะในมหกรรมละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง นัดส่งท้ายเมื่อต้นกันยายนที่ผ่านมา ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ สวนรถไฟ กรุงเทพ

               แต่สำหรับมุมความรู้และประสบการณ์ที่วิทยากรด้านสื่อสร้างสรรค์แถวหน้าของเมืองไทยต่างสกัด และ สรุป ผ่านวงการสัมมนาในห้องย่อย  ที่บรรยายและแลกเปลี่ยนกันอย่างออกรสควรค่าต่อการแบ่งปันด้วยประการทางปวง  ประหนึ่งการบอกต่อๆถึงเรื่องราวดีๆระหว่างกัน

http://upload.siamza.com/file_upload/resize/271211/9849.jpg

               หากละครของพวกเขามิใช่เพียงแค่ความบันเทิง ค่าที่ว่ามันได้ช่วยสะท้อนความจริง ก่อนสร้างปัญญาอันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

               ระหว่างทางจากสองตา หนึ่งสมอง ก่อนเป็นท่าทางที่กลางเวที ลองมาฟังดูว่าพวกเขาได้อะไรมาบ้าง 
http://upload.siamza.com/file_upload/ori/271211/9846.jpg
              
ปองจิต สรรพคุณ หรือเจ๊จ๋อนของน้องๆมะขามป้อม พูดในวงสนทนาในหัวข้อ สร้างสันติภาพด้วยศิลปะ 

ทำให้เราเป็น หนึ่งเดียวกับชุมชน
              
การ ทำละครร่วมกับชุมชนนั้นมีหัวใจที่สำคัญก็คือ  การทำความรู้จักชุมชนนั้นๆอย่างแท้จริง ต้องมีการลงพื้นที่ เก็บข้อมูล  สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างตัวเรากับชุมชน เพื่อหาประเด็นในชุมชน  ซึ่งการลงไปในชุมชนเราจะไปดูแต่ปัญหาของชุมชนไม่ได้  เราต้องลงไปศึกษาปัญญาหรือของดีในชุมชนด้วย  ซึ่งการลงชุมชนที่ถูกวิธีจะต้องคุยเรื่องดีๆ หรือใช้ทักษะในการมอง  เพื่อจะเปิดหัวในการคุยอย่างไร จึงจะได้ข้อมูลที่กรองที่สุด  และที่สำคัญก็คือเราจะลงชุมชนแค่ครั้งเดียวไม่ได้  เพราะการลงชุมชนต้องลงหลายครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน  ครั้งต่อไปก็เริ่มผลิตละคร เพื่อที่จะจัดแสดงในชุมชน  
http://upload.siamza.com/file_upload/ori/271211/9848.jpg

               ก่อน การเริ่มแสดงเราจะต้อง มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ชาวบ้านได้รับรู้  ซึ่งการเข้าไปของมะขามป้อมจะเข้าไปเชิญชวนเพื่อความเป็นการกันเอง  กระบวนการตีฆ้องร้องเป่า ก็เป็นการเรียกความสนใจที่ดี  ซึ่งแสดงถึงความเป็นกันเอง เมื่อชาวบ้านเริ่มมาดูละครแสดง  ก็ต้องมีการสร้างสัมพันธ์ เช่นกิจกรรมสันทนาการ การเตรียมคนดู  สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำความรู้จักกับคนดู  เพราะการนำเสนอละครบางเรื่องเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน  จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความเป็นกันเองให้เกิดขึ้นก่อน  หลังจากนั้นก็เริ่มการแสดง และกระบวนการสุดท้ายก็คือ  การพูดคุยหลังละครจบหรือการเสวนา อาจจะเป็นการตั้งคำถามกับชุมชน  เพื่อให้เกิดการพูดคุยในชุมชน หลังจากนั้นก็คือกระบวนการถอดบทเรียน

               ละคร ชุมชนของมะขามป้อมจะเริ่มจากความสนุกสนาน และความยืดหยุ่น  ซึ่งเรื่องบางเรื่องก็เกินการควบคุมจึงจะต้องเผื่อความยืดหยุ่นเข้าไปด้วย  และในขั้นตอนนี้เราจะได้ทักษะของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  และสิ่งที่มะขามป้อมจะเรานำเสนอก็คือ การมีส่วนร่วม และความหลากหลาย  เพราะมะขามป้อมคือพื้นที่เปิดสำหรับทุกเพศทุกวัย  ผลที่เกิดขึ้นของกระบวนการนี้ก็คือ พื้นที่การยอมรับในตัวของกลุ่มเยาวชน  ชุมชนยอมรับในตัวของเยาวชน เยาวชนสามารถผลิตสื่อในชุมชน 
http://upload.siamza.com/file_upload/resize/271211/9845.jpg
               สฤญรัตน์  โทมัส (พี่เจีย) นักละครบำบัด กับหัวข้อ ละครบำบัด

เรื่องที่ค้างในใจ ใช้ละครพูดแทน
              
กับ ความสงสัยที่ว่า ละครจะช่วยบำบัดอาการซึมเศร้า สมาธิสั้น ออทิสติค  ความเหงาหรืออาการของคนเก็บกดได้อย่างไรนั้น  พี่เจียเริ่มจากตัวเองก่อนที่ได้ลองเล่นละครแล้วทำให้รู้สึกว่า  การได้เล่นละครนั้นทำให้สามารถนำสิ่งที่อยู่ข้างในออกมาได้จริงๆ  ด้วยการแสดงออกมาทางร่างกาย  มันสามารถสื่อสารได้โดยการไม่ต้องพูดก็ทำให้เล่าเรื่องราวที่อยากจะบอกได้ เช่นกัน  ที่สำคัญคือทำให้รู้ว่าละครนั้นมันทำให้อาการเหล่านั้นหายไปและดีขึ้น เรื่อยๆ ซึ่งพอได้เคยร่วมงานกับแพทย์  นักจิตวิทยาและนักจิตบำบัดได้เรียนรู้ในศาสตร์ต่างๆ  จึงทำให้ได้รู้ว่าการทำจิตบำบัดได้มีการใช้การแสดงบทบาทรวมกับเทคนิคในละคร บางอย่างทำร่วมกันมานานแล้ว  และมีประสิทธิภาพที่สามารถช่วยให้เข้าถึงผู้ที่ต้องการการบำบัดได้เร็ว  มีความนุ่มนวลขึ้นด้วย 
http://upload.siamza.com/file_upload/resize/271211/9847.jpg

               แต่ ทั้งหมดทั้งมวลก็ใช่ว่าการใช้ละครบำบัดนั้นจะรักษาได้เร็วเสมอไป  ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่อาการของผู้ที่เข้ามารับการบำบัดว่ามีอาการหนักเบา ต่างกันไป  เพราะถ้าผู้ที่มีอาการที่หนักมากก็ต้องมีการใช้เวลาที่จะทำความเข้าใจก่อน  และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้ผู้มารับการบำบัดเกิดความเชื่อใจในตัวเราให้ ได้  เพราะถ้าไม่สามารถผ่านตรงนี้ไปได้ผู้ต้องการบำบัดก็จะไม่เปิดก็จะทำให้ไม่ สามารถบำบัดได้  แต่การรักษาหรือบำบัดด้วยวิธีใดก็ตามแต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มากแค่ไหนแต่สิ่งที่จะทำได้ดีที่สุด สำคัญที่สุดในการบำบัดก็คือ การสังเกตุ  สายตา เข้าใจ และให้เวลากับมัน 

               สิ่ง ที่อยู่ข้างในบางอย่างไม่สามารถพูดออกมาได้  แต่อยู่ในโลกละครโดยการใช้เทคนิคของมันสะท้อนกลับไปและกระตุ้นกลับไป  ถ้าใจเราไม่นิ่งมันจะสะท้อนอะไรออกมาเองแล้วปล่อยให้กระบวนการทั้งหมดนำออก มาเอง 

 

               .อรรถพล อนันตวรสกุล ที่ปรึกษาและผู้ก่อตั้ง ชมรมละครครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับหัวข้อ ชมรมละครกับการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น

รู้การทำงานจริง

               เรียนรู้จากการทำงานจริง ผ่านกระบวนการเผชิญสถานการณ์ และการเรียกร้องให้ลงมือปฏิบัตินี่ คือสิ่งสำคัญที่คนทำละครจะได้รับ  ละครจะช่วยให้พวกเขาเกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ  ที่ไม่ใช่แค่ทักษะทางละครเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทักษะในการวางแผนการทำงาน  การเปิดใจเรียนรู้  เรื่อยไปจนถึงความเป็นมนุษย์ที่รู้จักตนเองและยอมรับผู้อื่น  สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเติบโตไปในอนาคต

http://upload.siamza.com/file_upload/ori/271211/9844.jpg

               สุมณฑา ปลื้มสูงเนิน  เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา กับ การใช้ละครเพื่อการพัฒนาเยาวชน

หัวใจของละครไม่ได้อยู่ที่ผลงาน แต่คือกระบวนการ

               กลุ่มไม้ขีดไฟเริ่มต้นตั้งกลุ่มจากการทำงานในรูปแบบกระบวนการค่าย หรือกิจกรรมแบบกลุ่มเป็นหลัก  หลังจากนั้นเมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่งก็มีโอกาสพบปะกับกลุ่มพี่ๆ ที่ทำงานเยาวชนเหมือนกัน  และ ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเครื่องมือละครที่มีความน่าสนใจมาก  และเมื่อได้มีโอกาสได้เรียนกับมืออาชีพจากประเทศฟิลิปินส์  ก็ทำให้พบว่ากระบวนการละคร  เป็นเครื่องมือที่ทำงานตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด  เพราะเด็กและเยาวชนต่างก็ใช้อารมณ์ในการเรียนรู้ ละครก็เช่นเดียวกัน

               ละคร เริ่มต้นจากการเรียนรู้ที่อารมณ์ เพื่อนำไปสู่เหตุและผล  โดยสามารถสื่อสารเนื้อหาได้ปริมาณมาก ประทับอยู่ในใจของผู้ชมได้ยาวนาน  กลุ่มไม้ขีดไฟจึงนำกระบวนการละครมาเป็นกระบวนการหลักในการทำงานกับเด็กและ เยาวชน

               หัวใจ ของการทำละครไม่ได้อยู่ที่ผลงานที่ได้ แต่อยู่ที่กระบวนการ  เพราะกระบวนการทำละครทำให้เด็กได้ฝึกคิด รู้จักการแก้ปัญหา  เรียนรู้การจัดการต่างๆ และที่สำคัญมันเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการทางศิลปะ  ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ได้  ที่ถ้าจะเรียกเป็นวิชาการหน่อยก็คือ พหุปัญญานั่นเอง

               ใน การทำละครแต่ละเรื่อง จะมีอยู่ด้วยกันหลายหน้าที่  ใครถนัดแสดงท่าทางก็มาเป็นนักแสดง  ใครที่ไม่ชอบพูดแต่ชอบออกแบบก็มาเป็นฝ่ายเสื้อผ้า  ใครที่มีทักษะเรื่องศิลปะก็มาทำฉาก ทุกคนจึงมีส่วนร่วมได้ทั้งหมด  ดังนั้นจะทำละครให้สำเร็จได้ก็ต้องมีความเป็นทีม นี่จะทำให้เด็กๆ  ได้เรียนรู้จากการทำงานโดยที่เค้าไม่รู้ตัว  สิ่งเหล่านี้พี่เอให้คำอธิบายว่ามันเป็นกลวิธีที่แนบเนียน  ที่เราไม่ต้องมานั่งออกแบบเป็นขั้นตอนหนึ่ง สอง สาม  แต่ทุกคนจะรู้จักขั้นตอนของการทำงานด้วยตัวเขาเอง อีกทั้งกระบวนการฝึกซ้อม  การทำซ้ำ ย้ำทวนบ่อยๆ จะนำไปสู่ความเข้าใจ  เกิดการตระหนักที่จะพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม  สร้างมุมมองในคุณค่าของตนเอง เคารพตนเองและผู้อื่น  ซึ่งจะนำพาไปสู่การเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตอย่างแท้จริง

ใครชอบแบบไหนเอาไปเป็นประสบการณ์ตามใจชอบ

เลือกตัวเลือกนี้ หากข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นข่าวกิจกรรม

สถานที่: ละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง