สสส.หนุนโครงการเพื่อเด็กด้อยโอกาส
ปั้นกิจกรรมลด"ช่องว่าง"อย่างสร้างสรรค์

               ระหว่างที่ประเทศมีนโยบายสวยหรู กระทั่งตลอดทั้งปีมีกิจกรรมเพื่อเด็กและเยาวชนอย่างมากมาย แต่ใครจะมั่นใจได้ว่าสิ่งที่กำลังดำเนินไปนั้นครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการทั้งหมด

               อย่างน้อยๆ ข้อจำกัดในเรื่องที่มองเห็นได้ทางกายภาพ อย่างความแตกต่างของรายได้ ถิ่นที่อยู่อาศัย ความพิการฯลฯ ได้สร้างช่องว่างและความต่างของโอกาส ก็ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงความไม่เท่าเทียมในเรื่องพื้นฐานอื่นๆ ทั้งคุณภาพชีวิต การศึกษา สาธารณสุข ฯลฯ ทั้งนี้เป็นเพราะนโยบายหรือกิจกรรมที่มีอยู่ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนทุกกลุ่มได้

               ในแง่ กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงพยายามกำหนดผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่เด็กและเยาวชนซึ่งขาดโอกาส ประเภทตกสำรวจให้มากขึ้นกว่าเดิม

               วีรพงษ์ เกรียงสินยศ รองประธานกรรมการบริหารแผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม สสส.อธิบายว่า เมื่อช่วง ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา สสส.ได้เริ่มนำร่องดำเนินงานชุดโครงการสร้างสรรค์กิจกรรมสำหรับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส โดยระบุถึงเป้าหมายแรกในกิจกรรมในครั้งนี้ว่าจะเน้นไปที่กลุ่มเด็กฯ ที่ไม่เคยเข้าถึงโครงการต่างๆที่สสส.เคยดำเนินงานมาแล้วโดยเฉพาะ

               ตลอดกว่า10ปี ที่ผ่านมา สสส.มีกิจกรรมเพื่อร่วมสร้างสุขภาวะให้กับประชาชน ในทุกกลุ่มประชากร มีโครงการมากกว่า1000โครงการ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงการทำงานสสส.โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็กฯ ที่อยู่นอกระบบการศึกษา


               วีรพงษ์ มองว่า เด็กกลุ่มนี้มักมีข้อจำกัดในเรื่องของรายได้ของครอบครัว ประเภทยากจนเข้าไม่ถึงการศึกษาในระบบ หรือกลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์ที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ กลุ่มเด็กพิการ หรือกลุ่มที่ประสบปัญหาชีวิตจนทำให้ไมได้อาศัยอยู่กับผู้ปกครองเป็นต้น ซึ่งนั่นเอง ที่สสส.จึง ต้องระดมสรรพกำลัง พัฒนากิจกรรมเพื่อ ป้อนให้กับกลุ่มเด็กกลุ่มนี้

               โดยกลุ่มกิจกรรมดังกล่าล้วนตอบความต้องการที่แตกต่างกันออกไป ตามลักษณะพื้นที่โดยมีหน่วยงานที่อยู่ในชุมชนอยู่แล้ว ทั้ง มูลนิธิ องค์กรพัฒนาเอกชน กลุ่มที่รวมตัวในชุมชน ร่วมเป็นเครือข่ายหลัก

               ผมยกตัวอย่างโครงการเรียนด้วยรักและฟื้นด้วยใจสู่ลูกพิการ ที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองและเด็กที่ประสบปัญหาร่างกายที่ทุพลภาพ ซึ่งมีมูลนิธิศูนย์รวมมิตรเพื่อเด็กและเยาวชน จ.เชียงรายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมซึ่งจะเน้นเฉพาะครอบครัวที่พิการโดยเฉพาะ โครงการพัฒนาศัยภาพและเชื่อมโยงเครือข่ายเยาวชนชาวเลที่จ.ภูเก็ต ที่เน้นทำงานด้านสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มชาวเล โครงการวันแลงใหม่ของเด็กในสวน ที่มีกลุ่มเป้าหมายคือแรงงานทั้งในและนอกระบบ ในจ.เชียงใหม่เขาบอก

               ทั้งหมดยังเป็นกิจกรรมเชิงประเด็น ที่จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมาย เกิดกระบวนการคิดและฝึกทักษะในการสร้างสุขภาวะ ครบทั้ง 4 มิติ คือ กาย จิต สังคม และปัญญา พ่วงไปด้วยประเด้นเฉพาะในเชิงพื้นที่อย่างเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองที่ควรจะได้รับ ทั้งในด้านการศึกษา ระบบสุขภาพ การสร้างเครือข่ายรวมกลุ่มเพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน สิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย

               วีรพงษ์ บอกด้วยว่า โครงการนำร่องมีระยะเวลา 1 ปี ก่อนจะพิจารณาและร่วมสรุปบทเรียนจากแต่ละกลุ่มโครงการ เพื่อต่อระยะเวลากิจกรรมต่อไป โดยหลังจากร่วมโครงการแล้ว สสส.คาดหวังให้กลุ่มเยาวชนที่ไม่เคยได้รับโอกาสทางสังคมนี้ ได้ฝึกฝนและเกิดกระบวนการคิด เพื่อร่วมสร้างสุขภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ ชุมชน ได้อยู่ในระดับเทียบเท่ากับกลุ่มเยาวชนกลุ่มอื่นๆที่ได้รับโอกาสที่ดีกว่า

               ชุดโครงการเด็กด้อยโอกาสจะสร้างกิจกรรมให้กับเด็กที่ตกสำรวจ อาจจะเรียกว่าชายขอบก็ไม่ผิดนัก เพราะคนกลุ่มนี้ไม่เคยได้รับโอกาสจากในระบบ หรือไม่เคยร่วมกิจกรรมของสสส.มาก่อนเลย หลักคิดของโครงการนี้จึงเปรียบได้กับการพยายามลดช่องว่างในกลุ่มเด็กและเยาวชนทั่วประเทศเขาทิ้งท้าย

               ด้านผู้ร่วมกิจกรรมอย่าง บุญถนอม ศรีแผ้ว เลขานุการมูลนิธิศูนย์รวมมิตรเพื่อเด็กและเยาวชน ผู้จัดการกิจกรรมโครงการเรียนด้วยรักและฟื้นด้วยใจสู่ลูกพิการ มองแบบเปรียบเทียบอย่างง่ายๆว่า ชุดโครงการสสส.นี้ เสมือนการดึงหน่วยงานส่วนกลางเข้ามาร่วมงานกับองค์กรในท้องถิ่นมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาหากไม่ใช่สถาบันการศึกษาหรือเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงจะได้รับการสนับสนุนน้อยมาก ทั้งที่กับปัญหาในพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะแล้ว ผู้ที่เข้าใจปัญหามากที่สุดคือหนีไม่พ้นคนที่อยู่ในพื้นที่เอง

               ถึงไม่มีสสส.มาช่วยเราก็ทำ แต่ก็ต้องยอมรับว่าลำพังเฉพาะปัจจัยที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน อาทิ การฟื้นฟูครอบครัวที่มีลูกหลานพิการนั้นต้องใช้เวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันปัจจัยที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเด็กกลุ่มนี้นั้นมีหลากหลาย อาทิ พ่อแม่บางคนยังเป็นเด็กวัยรุ่น เข้าไม่ถึงข้อมูลความรู้จากส่วนกลาง บางรายมีฐานะยากจนมาก ซึ่งด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้กลุ่มที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือแทบจะไม่มีโอกาสได้ร่วมกับกิจกรรมอะไรเลย

               โครงการเรียนด้วยรักและฟื้นด้วยใจฯ จึงพยายามจะสร้างปัจจัย ให้โอกาสให้เขาได้มาร่วมกิจกรรมากขึ้น เช่น เราจะอบรมให้ความรู้แก่พ่อแม่ที่มีลูกพิการในวันที่ไม่กระทบกับการทำงาน ใช้เวลาที่จะสร้างพลังใจให้ต่อสู้ในชีวิต

               ขณะที่โครงการพัฒนาศัยภาพและเชื่อมโย่งเครือข่ายเยาวชนชาวเล จ.ภูเก็ต ซึ่งเลือกเป้าหมายที่เด็กชาวเลกลุ่มชาตุพันธ์ในเขตอ.ถลาง และอ.เมือง จ.ภูเก็ตนั้น โชคดี สมพรหม ผู้จัดการโครงการฯ บอกว่า เป็นการต่อยอดจากงานปฏิบัติการชุมชนและที่อยู่อาศัย ที่เครือข่ายชาวเลทำอยู่

               ลึกลงไปในรายละเอียด นอกจากเรื่องสัญชาติและที่อยู่อาศัยแล้ว เมื่อกลุ่มเด็กชาวเลกับกลุ่มเด็กอื่นๆ โชคดีอธิบายว่า เด็กกลุ่มนี้มักต้องเจอปัญหาสารพัด ทั้งการต้องออกจากโรงเรียนก่อนจบการศึกษาภาคบังคับเพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ออกทะเลหาปลา กระทั่งเข้ากับเด็กกลุ่มอื่นไม่ได้เพราะถูกล้อเลียนว่าเนื้อตัวสกปรก

               ประเด็นแรกที่เราหยิบขึ้นมาพัฒนาศักยภาพจึงเป็นเรื่องความภูมิใจในตัวเอง เรามุ่งให้เด็กกลุ่มนี้เรียนรู้ในวัฒนธรรมตัวเอง เข้าใจทรัพยากรที่มี รู้ถึงสิทธิที่ตัวเองจะได้รับ เพื่อสร้างคุณค่าในตัวเอง ก่อนจะเรียนรู้วิถีชีวิตอื่นๆ

               ถึงจะไม่มีใครแน่ใจว่าจะครอบคลุมกับเด็กทั่วประเทศจริงๆ แต่นี่กระบวนการหนึ่งที่จะพยายามลด ช่องว่าง เพื่อสร้างโอกาสอย่างทั่วถึง

เลือกตัวเลือกนี้ หากข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นข่าวกิจกรรม

สถานที่: โครงการเพื่อเด็กด้อยโอกาส