พ้อแม้อุ๊กลุ่ส่าวไป่ซู่ผู้ ๊บ่าว

วันนี้ขอเล่าถึงภาษาผู้ไทด้วยคำว่า ซู่ ค่ะ

ซู่ หมายถึง การไปอยู่ร่วมฉันสามีภรรยา

เอ็๋ดปะซู่ หมายถึง แต่งงาน

ไป่กิ่นปะซู่ หมายถึง ไปกินเลี้ยงงานแต่งงานซึ่งเมื่อก่อนเวลาจะเอ๋ดปะซู่(จัดงานแต่งงาน)จะล้มว้ว วันก่อนวันงานจะช่วยกันห่อข้าวต้มโดยใช้ข้าวสารเหนียวใส่กล้วยน้ำว้าห่อใบตองแล้วมัดเป็นมัดมัดละสองถึงสี่ห่อแล้วเรียงลงหม้อขนาดใหญ่หรือปี๊บแล้วรินน้ำใส่ให้ท่วมข้าวห่อแล้วนำไปตั้งไฟเพื่อต้มจนสุกซึ่งฟืนที่ใช้ต้มข้าวต้มนี้ห้ามย้ายท่อนฟืนหากย้ายข้าวจะไม่สุก(อาจเป็นอุบายของคนแต่ก่อนเพื่อให้ได้ไฟอย่างสม่ำ่เสมอก็ได้)เมื่อข้าวต้มนี้สุกก็แบ่งไว้ใช้วันรุ่งขึ้นส่วนหนึ่งส่วนที่เหลือก็แจกจ่ายผู้มาช่วยงาน วันรุ่งขึ้นก็จะมีพิธีแต่งงานในตอนเช้าจะมีการผูกข้อมือข้าวที่ต้มไว้ก็นำมาทำเข้ ๊าหว่าน(ข้าวหวาน)ส่วนอาหารคาวก็จะมีลาบโง(ลาบเนื้อวัว)หรือหากล้มควายก็เป็นลาบคว่าย(ลาบเนื้อควาย)และแก่งกะดุ้(แกงกระดูกซึ่งจะเป็นต้มเนื้อและกระดูกใส่ข้าวสารลงไปด้วย)เมื่อทำพิธีผูกข้อมือวางสินสอดแล้วก็มีการไหว้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเมื่อไหว้ฝ่ายหญิงจะเป็นการไหว้ด้วยใบดอกรักคู่กับเทียนคู่มัดเข้าด้วยกัน ส่วนการไหว้ญาติฝ่ายชายนอกจากใบรักกับเทียนแล้วเจ้าสาวจะเตรียมเครื่องไหว้มาไหว้ด้วยเครื่องไหว้จะมีตั้งแต่ผ้าถุงไหมมัดหมี่โสร่งไหม ผ้าขาวม้า ผ้าห่มนวม ฟูก ผ้าสี่เขา หมอน แล้วแต่ความใกล้ชิดของญาติ  ฝ่ายญาติเมื่อรับไหว้อาจให้เงินเป็นของขวัญตอบสะใภ้ซึ่งจะมีหรือไม่มีก็ได้ เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็เลี้ยงแขกที่ไปร่วมงาน ผู้เขียนจำได้ว่าเมื่อยังเด็กถ้าจะ ไป่กิ่นปะซู่ จะสะพายกระติบข้าวไปด้วยจะไปกันทั้งหมู่บ้านเด็กๆเขาจะแจกถ้วยกับข้าวเรียงตามไม้กระดานเป็นแผ่น(ซึ่งมักจะมีเลื่อยมาไว้เสมอ)แทนโต๊ะกินข้าวพวกเราเด็กๆที่ไปกิ่นปะซู่ก็นั่งกินข้าวกับลาบและแกงกระดูกกัน การไป่กิ่นปะซู่ก็สิ้นสุดด้วยความอิ่มหนำสำราญกันไปค่ะ

ไป่ซู่โผ่  หมายถึงไปอยู่กับสามีโดยยังไม่ได้แต่งงาน

 ไป่ซู่เม่ หมายถึงไปอยู่กับภรรยาโดยยังไม่ได้แต่งงาน

  เฮิ่นซู่  เมื่อก่อนตามประเพณีชาวผู้ไทพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะสร้างเรือนนอนขึ้นใกล้ๆกับเรือนเดิมเมื่อลูกสาวจะแต่งงาน เมื่อแต่งงานแล้วก็ให้อยู่เรือนนี้และเรียกเรือนนี้ว่าเฮิ่นซู่เทียบกับห้องหอ ซึ่งปัจจุบันเรือนลักษณะนี้ไม่มีแล้ว