เภสัชกรเชิดเกียรติ  แกล้วกสิกิจ  หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9  พิษณุโลก กรมควบคุมโรค กล่าวว่า  ด้วยหลายพื้นที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ที่เหมาะสมกับการระบาดของเชื้อโรคหลายชนิด และเสี่ยงกับภัยสุขภาพ อีกทั้งอากาศหนาวจัดและแห้งอาจทำให้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคประจำตัวเรื้อรังบางชนิดกำเริบได้ง่าย เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคโลหิตจาง เนื่องจากมีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำ  หากไม่มีการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มแข็งพอ  อาจส่งผลให้ประชาชนที่ไม่มีเครื่องนุ่งห่มหรือเครื่องห่มกันหนาวอย่างเพียงพอ  เจ็บป่วย และถึงกับเสียชีวิตในหรือนอกที่พักอาศัย อาคาร บ้านเรือนได้

       ดังนั้นประชาชนในพื้นที่ ๆ เคยประสบปัญหาภัยหนาว ควรมีแนวทางการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่ถูกวิธี เช่น  โรคจากภาวะอุณหภูมิต่ำ โรคภูมิแพ้  การติดเชื้อที่ผิวหนัง ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ  ดังนี้

รู้เตรียม : สิ่งควรเตรียม ได้แก่ เตรียมเสื้อผ้าและผ้าห่มกันหนาวให้เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว  เตรียมยารักษาโรคเรื้อรังที่จำเป็น เช่น ผู้ป่วยหอบหืด เตรียมของใช้ที่จำเป็นในครอบครัว เช่น หน้ากากอนามัย ยาสามัญประจำบ้าน เตรียมฟังข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสื่อมวลชน  และเตรียมฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลทุกปีในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคหัวใจ ไตวาย เบาหวาน และเด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ขวบ

รู้ระวัง: สิ่งควรทำ ได้แก่ สวมเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มกันหนาวและดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ รักษาความอบอุ่นของร่างกาย  ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที 3-4 วันต่อสัปดาห์ จะทำให้ร่างกายทนต่อความหนาวเย็นได้มากขึ้น  ทาน้ำมันมะพร้าว โลชั่น รักษาความชุ่มชื่นของร่างกายไม่ให้ผิวหนังและทาลิปมันป้องกันริมฝีปากแห้งแตกเป็นแผล  เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพลังงาน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ผักผลไม้  ผู้ที่อ่อนแอนเมื่อเจ็บป่วยให้รีบไปตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที  และสิ่งไม่ควรทำ ได้แก่ ไม่ควรดื่มสุรา เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสติและขาดภูมิคุ้มกัน นำมาซึ่งโรคต่าง ๆ เช่น ปอดบวม โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ไม่ควรนอนในที่โล่งแจ้งลมโกรก และไม่สวมเสื้อผ้าหรือห่มผ้า  ไม่ควรผิงไฟในที่อับอากาศ เช่น ในเต๊นท์ ไม่ควรนำเด็กเล็กเข้าใกล้ควันไฟและห่มผ้าคลุมศรีษะจนหมด  เพราะเกิดการสำลักควัน หมดสติ และเสียชีวิตได้  ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินลมหายใจ ไอ จาม น้ำมูก

รู้สะอาด : สิ่งควรสะอาด ได้แก่ ทำความสะอาดเสื้อผ้าและผ้าห่มกันหนาว  โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสองให้แช่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือต้มป้องกันเชื้อโรคผิวหนัง  ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย  ตบฝุ่น ผึ่งแดด เครื่องนอน ที่นอน หมอน ผ้าห่ม มุ้ง  ล้างมือให้สะอาด หลังการจามหรือไอ หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ก่อนและหลังอาหาร การเข้าห้องน้ำ การเตรียมอาหาร การทำงานต่าง ๆ  มีสุขอนามัยที่ดี เมื่อไอ จาม ให้ปิดปากปิดจมูกด้วยผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้า และเมื่อเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจให้สวมหน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูกเสมอ

เภสัชกรเชิดเกียรติ  กล่าวต่อว่า ที่ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษคือ ในฤดูหนาวปี 2553 ที่ผ่านมาพบรายงานมีผู้เสียชีวิตจากการดื่มสุราในปริมาณมาก  ประชาชนบางส่วนดื่มสุราเพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายอบอุ่น คลายหนาวได้ และช่วยลดความปวดเมื่อย แต่แท้จริงแล้วเป็นความเชื่อ ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและเป็นอันตราย เพราะการดื่มสุราทำให้ร่างกายอ่อนแอ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้  และให้ระมัดระวังการเจ็บป่วยจากโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด โรคภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งการก่อไฟผิงในที่อากาศไม่ถ่ายเท จะทำให้สูดดมควันไฟเข้าไป ส่งผลให้เด็กเล็ก และคนชรา เจ็บป่วยจากภาวะโรคทางเดินหายใจได้   ดังนั้นจึงขอแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยว  ควรหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และก่อนนอนให้สวมเสื้อกันหนาวให้ร่างกายอบอุ่น ห่มผ้าหนาๆ หมั่นคอยดูแลสุขภาพตนเองและบุตรหลานให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ล้างมือบ่อย ๆ ไม่มีใครรู้ว่าความเจ็บป่วยจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร แต่การที่เรามีสุขภาพที่ดีจะเป็นการป้องกันโรคที่ดีที่สุด  และทำให้การเจ็บป่วยน้อยลง

ข้อความหลัก  “ รู้เตรียม  รู้ระวัง  รู้สะอาด  พิชิตภัยหนาว งดดื่มเหล้า สวมเสื้อผ้าหนาไว้ให้อบอุ่น “

กรมควบคุมโรค  ห่วงใย  อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี

ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/tv/2554_11_19_cold.html