GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านควรจะลงเอยอย่างไร

ผมจึงอยากเห็นการทำงานที่ครบทั้งกระบวนการ ใช้การจัดการความรู้ตั้งแต่กำหนดเป้าหมาย กำหนดตัวละคอนว่าใครคือคุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ ในแต่ละเรื่อง องค์ความรู้ที่ชาวบ้านค้นพบ บันทึกต่างๆของชาวบ้านจะนำมาเรียนรู้ มาอ่านกันให้แพร่หลายได้อย่างไรอย่างนี้จะเห็นคุณค่าของกิจกรรมที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านได้มากกว่า มากกว่าที่จะโต้เถียงกันว่างบประมาณอุดหนุนควรจะตั้งที่ใครดี

    ผมอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เรื่องกระทรวงศึกษาธิการจะขอตั้งงบประมาณอุดหนุนงานที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านซึ่งโอนให้ อบต.ไปแล้วตาม พรบ.ถ่ายโอนฯ กลับมาตั้งที่กระทรวงศึกษาธิการอีก.....เหตุผลที่จะดึงกลับมาตั้งที่กระทรวงศึกษาธิการอีก ทางฝ่ายกระทรวงศึกษาธิการให้เหตุผลว่า อบต.ไม่ได้นำไปใช้ให้ต้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการจัดตั้งที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ไม่ได้ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตรงไหนเลย ส่วนทางฝ่าย อบต.ก็โต้กลับมาว่าที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านตอนที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการอยู่ก็ไม่ได้มีคุณภาพอะไรเลยเช่นเดียวกัน อยู่กับ อบต.ดีกว่า

              ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน Village reading center สำหรับท่านที่ไม่ทราบมาก่อน ผมก็ขอบอกว่าคืองานส่งเสริมการอ่าน ป้องกันการลืมหนังสือ อยู่ในกลุ่มกิจกรรมเดียวกับห้องสมุดประชาชน ศูนย์การเรียนชุมชน กิจกรรมพวกนี้มุ่งคงสภาพการรู้หนังสือเป็นหลัก ใช้ประโยชน์จากการอ่านการรู้หนังสือเป็นรอง ทั้งนี้เพราะเปอร์เซ็นการลืมหนังสือของคนในหมู่บ้านสูงมากหลังจากที่จบการศึกษามาแล้ว  กิจกรรมนี้จะช่วยจะทำให้โครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น เป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นโดย ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ อดีตอธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียนและอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการซึ่งล่วงลับไปแล้ว

           เมื่ออ่านข่าวนี้แล้วผมเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีเหตุผลน่ารับฟัง ทำอย่างไรจึงจะให้ทั้งสองฝ่ายพูดจากกันได้ หากเป็นที่ตกลงจะเกิดประโยชน์มหาศาลครับ เพราะถือว่าต่างฝ่ายต่างก็ได้รับบทเรียนมามาด้วยกันแล้วทั้งสองฝ่าย กระทรวงศึกษาธิการทำมานานอาจจะได้รับบทเรียนมากหน่อย อบต.รับถ่ายโอนภารกิจนี้ไปทำ 2 ปี อาจจะมีบทเรียนมาแล้วเหมือนกัน ผมว่าถ้าเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง รัฐไม่ว่าจะเป็นส่วนกลางหรือส่วนท้องถิ่นเป็นเครื่องมือให้กับประชาชน จึงควรที่จะนำบทเรียนมาแลกเปลี่ยนกันจะดีกว่า เพราะมันต้องทำร่วมกันอย่างบูรณาการกันอยู่แล้ว  ลำพังใครทำคนเดียวไม่ได้อยู่แล้ว จะเชื่อมโยงกิจกรรมที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านไปสู่เรื่องใด เกี่ยวข้องกับใคร ผมจึงอยากเสนอให้นำการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือจะดีกว่า

            อบต.หรือท้องถิ่นรู้ปัญหาความต้องการของชาวบ้าน มีคน มีเครื่องมือพร้อม ทางฝ่ายกระทรวงศึกษาธิการมีทุนประสบการณ์ ทุนความรู้ ก็รู้กันอยู่ว่าใครเก่งหรือใครเด่นเรื่องใด ที่แน่ๆ อบต.มีอินเตอร์เน็ตตำบล ตั้งงบประมาณรองรับกิจกรรมต่างได้ คล่องตัว คงช่วยในเรื่องสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ให้กับชาวบ้านได้มากกว่าที่กระทรวงศึกษาธิการเคยอุดหนุนให้ที่อ่านได้แห่งละ 2 ฉบับต่อวันอย่างแน่นอน ที่สำคัญจุดประสงค์หลักได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่เฉพาะป้องกันการลืมหนังสือส่งเสริมการรู้หนังสือแล้วเท่านั้น ครอบครุมไปเรื่องอื่นมากมาย โดยเฉพาอย่างยิ่งการส่งเสริมให้ชาวบ้านนำข้อมูลข่าวสาร ความรู้ไปใช้ประโยชน์ เอาจุดดีที่แต่ละฝ่ายมีมาเสริมหนุนกันและกันจะดีกว่า ว่างานไหนใครทำได้ดีกว่า ใครควรจะเป็นเจ้าภาพได้ดีในเรื่องใด

       ผมมีความเห็นว่าการส่งเสริมให้ชาวบ้านได้อ่านได้รู้นั้นมีความสำคัญเพียงใด และยิ่งส่งเสริมให้ชาวบ้านนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก รู้แล้วไม่ทำมันจะมีประโยชน์อันใด ผมจึงอยากเห็นการทำงานที่ครบทั้งกระบวนการ ใช้การจัดการความรู้ตั้งแต่กำหนดเป้าหมาย กำหนดตัวละคอนว่าใครคือคุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ ในแต่ละเรื่อง องค์ความรู้ที่ชาวบ้านค้นพบ บันทึกต่างๆของชาวบ้านจะนำมาเรียนรู้ มาอ่านกันให้แพร่หลายได้อย่างไรอย่างนี้จะเห็นคุณค่าของกิจกรรมที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านได้มากกว่า มากกว่าที่จะโต้เถียงกันว่างบประมาณอุดหนุนควรจะตั้งที่ใครดี .....เรื่องนี้ก็เถียงได้ แต่เรื่องที่ผมว่าก็น่าจะล้อมวงพูดจากันด้วย

             ท่านทั้งหลายมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 52886
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น(2)

  • คงมีเหตุผลกันทุกฝ่ายนะครับ
  • แต่ที่สำคัญคือชาวบ้านที่ได้รับประโยชน์ น่าจะได้มีส่วนร่วม ด้วยการรับรู้และกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง

ถูกต้องอย่างยิ่งเลยครับ อยากเห็นเป็นแบบนั้น กิจกรรมนี้นั้นน่าจะเป็นเครื่องมือของชุมชนในการแลกเปลีียนทั้งความรู้ทฤษฎีและความรู้ปฏิบัติ ได้เป็นอย่างดี เชื่อมโยงกับศูนย์การเรียนชุมชน ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ศูนย์สาธารณสุขชุมชน ฯลฯจะเยี่ยมมากเลยครับ