ขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ให้ นักศึกษาพระอภิธรรม ทราบทุกท่าน
ชั้น จูฬ - ตรี,โท,เอก
วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2554 เวลา 13.00 น.- 17.00 น. สอบข้อเขียน
วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2554 เวลา 13.00 น. - 17.00 น. สอบสัมภาษณ์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2554 ประกาศผลสอบ
27 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม 2554 เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่
9 กรกฎาคม 2554 เปิดเรียน
สอบถามได้ที่ โทร 02-224-3848 อภิธรรมโชติกะวิทยาลัย วัดมหาธาตุ พระนคร กรุงเทพฯ
สถานที่: วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษ
สวัดดีค่ะเป็นนักศึกษาพระอภิธรรมอยู่ที่วัดเก่าโบราณค่ะผลสอบออกแล้วสำหรับปี 54 ได้บี+ค่ะ อยากขึ้นไปเรียนที่วัดมหาธาตุบ้างจังเลยค่ะไม่รู้จะมีโอกาสหรือเปล่าเพิ่งสอบผ่านชั้นจูฬโทค่ะ พอดีปีนี้แม่ชีสกาวรัตน์ สอนจูฬเอกมาคุมสอบที่วัดเก่าค่ะก็เลยอยากลองขึ้นไปฟังท่านบรรยาย และขอยินดีกับทุกท่านที่สอบผ่านด้วยนะคะ ต่างจังหวัดไม่ค่อยมีฆารวาสเรียนเลยค่ะ แต่ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบเรียนมากตามสติปัญญาที่พอจะศึกษาได้
ขอแสดงความยินดีด้วยคะ B+ ก็ยอดมากเลย 3.5 เชียวนะไม่ทำธรรมดา ๆ ที่ อ.ช.ว. วัดมหาธาตุ นักศึกษาแน่นมากโดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ คุณแม่ชีสกาวรัตน์ก็เคยสอนอยู่ที่ อ.ช.ว. สะดวกที่ไหนก็ไปเรียนที่นั่นจะได้ไม่เหนื่อยมากนะค่ะ
จูฬ-เอก ไม่ยากอย่างที่คิด เรียนแล้วได้ความรู้มาก เป็นการนำเอาชั้น จูฬ - ตรี,โท เข้ามาผสมเพื่อหาองค์ธรรม ซึ่งสำคัญมาก ธรรมของพระพุทธองค์ละเอียดลึกซึ้งมาก ฉะนั้นจะต้องมีองค์ธรรมมาตัดสิน ไหน ๆ แล้วก็ติดลมขอยกตัวอย่างสักหน่อย เช่น
อุปทาน กับ ปรามาส มีความหมายว่า ยึดมั่น เหมือนกัน แต่ในความละเอียดที่พระพุทธองค์สอนไว้ คือ
อุปทาน องค์ธรรม ได้แก่ โลภ,ทิฏฐิ จึงเป็นความยึดมั่นถือมั่นที่ประกอบด้วยโลภะ
ส่วน ปรามาส องค์ธรรม ได้แก่ ทิฏฐิ ตัวเดียว จึงเป็นความยึดมั่นถือมั่นที่ไม่ประกอบด้วยโลภะ
นี่คือความสำคัญขององค์ธรรม เมื่อเข้าใจความหมายแล้ว เวลาไปอ่านพระไตรปิฎก ก็จะมีความเข้าใจมากขึ้น เป็นต้น ทำให้สนุกไปกับธรรมที่พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้