GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทำงานได้เกินหน้าที่ หากมี"ใจสั่งมา"ด้วย

เป็นการตอบแทน"พ่อหลวง"ผู้ประเสริฐของเราได้ดียิ่งกว่าสิ่งใดๆ

สืบเนื่องมาจากบันทึกที่แล้ว เมื่อทบทวนตัวเองก็พบว่า งานหน้าที่หลักในสัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนจะบกพร่องไปบ้าง แต่ทุกครั้งที่ทำงานอยู่ในจุดอื่นซึ่งเป็นงานหลัก เช่น จุด A คุมเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ ซึ่งเป็นงานที่ทำเหมือนหุ่นยนต์อย่างที่เคยเล่าไว้แล้ว ก็จะทำเต็มที่ไม่รับงานอะไรเลย จะเอาโน้ตบุ้คมาตั้งไว้ทำงานอ่าน เขียน เตรียมเอกสารที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก เพราะโอกาสว่างยาวกว่า 15 - 20 นาทีนั้นแทบจะหาไม่ได้เลย

เคยโดนถามจากคุณพ่อสามี (ท่านเป็นพ่อค้าที่เกษียณตัวเองแล้ว) ว่า ลื้อได้เงินเดือน เดือนละเท่าไหร่ พอบอกจำนวนไป ท่านก็ส่ายหน้าว่า ลื้อทำงานหนักอย่างนี้นี่นะ เพราะท่านมักจะตื่นขึ้นมาเห็นว่าเรายังนั่งทำงานอยู่ เช้าท่านตื่นก็พบว่าเราตื่น เคยโดนถามว่า ลื้อนอนมั่งหรือเปล่า ก็บอกท่านว่า เราโชคดีที่เป็นคนนอนไม่กี่ชั่วโมงก็เพียงพอเพราะหลับลึกมาก แทบจะไม่เคยฝันเลย

งานเตรียมเอกสาร อ่าน เขียนทุกอย่างส่วนใหญ่จะทำหลังสามทุ่มไปแล้ว เพราะเมื่อกลับจากที่ทำงาน (โชคดีมหาศาลที่ใช้เวลาเดินแค่ 5 นาทีเท่านั้น เพราะเป็นคนเดินเร็วด้วย) ก็เป็นเวลาของการเป็นคุณแม่ ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ช่วยทำกับข้าว (ช่วยจริงๆเพราะทำเองคนเดียวน้อยมาก ไม่มีใครอยากให้ทำ สงสารคนกิน)  ล้างจาน คุยกับลูกระหว่างชวนให้ช่วยทำงานบ้าง อ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอน ส่วนใหญ่เวลาหลังเลิกงานจะเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะสังเกตว่าทุกคนในบ้านชอบมาคุยกับเรา ตั้งแต่คุณลูก (เจ้าตัวเล็กและเจ้า 2 ตัวโต) คุณพ่อ คุณย่า คุณปู่ เล่าเรื่องต่างๆที่พบเจอในวันนั้นๆให้เราฟัง คิดว่าต่อไปจะวิเคราะห์เหมือนกันว่า ทำไมใครๆก็ชอบมาคุยให้เราฟัง ทั้งคนในบ้านและคนนอกบ้าน

ส่วนการดูแลตัวเองนั้น คิดว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร พยายามจะออกกำลังกายทุกวัน ด้วยการว่ายน้ำตอนเช้า หรือแอโรบิคตอนเย็น แต่ก็มีอันให้ทำได้แต่ไม่สม่ำเสมอ ก็จะใช้วิธีกินอาหารที่ชอบแต่ไม่มีประโยชน์ให้น้อยลง กินแต่สิ่งที่มีประโยชน์ ใช้การเดินเร็วและขึ้นลงบันไดทุกครั้งที่ทำได้เป็นการทดแทน เพื่อรักษาน้ำหนัก

ลักษณะที่นายบอน!-กาฬสินธุ์เล่ามาในความเห็นของบันทึกที่แล้วนั้น ตัวเองก็เคยเป็น คือก้มหน้าก้มตาทำแต่งานในหน้าที่ ทำอย่างหนักไม่สนใจอะไรเลย คิดว่าน่าจะเป็นเพราะลักษณะขององค์กรแบบเก่าๆ ที่ผู้บริหารไม่ได้คิดถึงคุณภาพชีวิตของคนทำงาน จึงไม่ได้ส่งเสริมให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่สามารถจะเพิ่มชีวิตชีวาให้เพื่อนของคุณบอนได้ แต่เมื่อตัวเองย้ายมาอยู่ในที่ที่คนทำงานมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันมากๆอย่างที่นี่ และได้มีโอกาสไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอก ทำให้เรารู้สึกว่า ต้องตอบแทนกลับคืนสู่ประเทศชาติให้มากกว่าเพียงการทำงานประจำซึ่งเป็นหน้าที่หลัก

บอกได้เลยว่า ต้องใช้"ใจ"เกินร้อยจึงจะทำได้ เพราะงานประจำก็หนักมาก งานอื่นๆก็คือสิ่งที่ต้องทำในเวลาส่วนตัว ตัวเองโชคดีที่เพื่อนร่วมงานน่ารักมาก ยินดีให้เราได้ไปทำประโยชน์ในวงกว้างแม้พวกเขาจะต้องมาทำงานของเราช่วยบ้าง แต่ตัวเองก็ยังคงตั้งใจจะทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ให้บกพร่องสำหรับงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง รักในงานที่ทำมาก แต่ก็คิดเสมอว่าเราต้องทำอะไรคืนให้ประเทศชาติให้มากกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นงานที่ดูเหมือนจะไม่ใช่หน้าที่หลักณ.เวลานี้คืองานที่ทำเพราะ "ใจสั่งมา" จริงๆค่ะ

หวังว่าบันทึกนี้จะเป็นกำลังใจให้ใครๆที่กำลังทำงานเกินหน้าที่เพื่อประเทศชาติของเรานะคะ เชื่อว่าหากเราทุกคนทำเพราะ"ใจสั่งมา" เพื่อบ้านเมืองของเรา เพิ่มขึ้นจากเพียงทำตามหน้าที่แล้วละก็ จะเป็นการตอบแทน"พ่อหลวง"ผู้ประเสริฐของเราได้ดียิ่งกว่าสิ่งใดๆค่ะ     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 52762
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

ใช่เลยค่ะ..."กาย" ขับเคลื่อนด้วย "ใจ" เสมอ อ่านแล้วมีกำลังใจในยามเครียดได้ดีเชียวค่ะ...ขอบคุณสำหรับการจุดประกายทางปัญญาค่ะ
ขอบคุณคุณโอ๋ ที่ให้ "ใจ" เกินร้อยกับภาควิชา
  • ติดตามคุณโอ๋มาตลอดค่ะ
  • หลายๆ บันทึกที่ผ่านมา บ่งบอกว่า คุณโอ๋ เป็นคนน่ารักนะคะ
  • เป็นคนทำงานที่เก่งฉกาจเลย แล้วก็เป็นคุณแม่ที่แสนจะอบอุ่นให้กับคุณลูกๆ 
  • ใครได้อยู่ใกล้ คงมีความสุขนะคะ

พี่โอ๋เป็นคนมีความสามารถในทุกๆ ด้านจริง ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ ความรับผิดชอบทั้งงานประจำ งานพิเศษ และครอบครัวค่ะ ตัวเองชื่นชมและภูมิใจในตัวพี่โอ๋มาก 

สำหรับตัวเองบกพร่องในหน้าที่แม่บ้านอย่างแรงค่ะ  (นายดำบอก)