ระบบการปลูกข้าวต้นเดี่ยว (System of Rice Intensification, SRI)

ประวัติความเป็นมา

ระบบการปลูกข้าวต้นเดี่ยวเริ่มพัฒนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504-2538 โดยนายอองรี เดอ โลลานีกับเกษตรกรในมาดากัสการ์ เรียกว่า “การปลูกข้าวแบบมาลากาซี”  ต่อมาขยายไปประเทศต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และไทยเป็นต้น ในประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ. 2547 สถาบันแมคเคนเพื่อฟื้นฟูสภาพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยอาจารย์เคล้าซ์ ปรินซ์ ส่งเสริมให้เกษตรกรที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย  ปัจจุบันได้ขยายไปหลายจังหวัด เช่น น่าน สุรินทร์ อุบลราชธานี ยโสธร สุพรรณบุรี นครราชสีมา สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มปลูกในปีเพาะปลูก 2553

  ข้อมูลของการปลุกข้าวต้นเดี่ยว

1.  ใช้เมล็ดพันธุ์ในการปลูก ประมาณ 1-1.5 กก./ไร่

2.  ใช้กล้าอายุ 8-14 วัน  

3.  ขังน้ำให้สูงเพียง 1-2 นิ้ว และมีการปล่อยให้ดินแห้งบ้างสลับกันไป

4.  ดำห่าง 30-40 ซม. แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน

5.  ข้าวแต่ละต้นสามารถแตกกอได้ 30-50 ต้นต่อกอ

ประโยชน์ของการปลูกข้าวต้นเดี่ยว

1.  ประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว

2.  ประหยัดน้ำได้ครึ่งหนึ่งจากการทำนาปกติ

3.  ประหยัดพื้นที่ในการตกกล้า

4.  การกำจัดวัชพืชทำได้ง่าย เพราะมีช่องว่างระหว่างกอข้าว

วิธีการปลูก   คือ ปลูกข้าว 1 ต้นต่อ 1 หลุม โดยใช้กล้าอายุ 8 – 12 วัน หรือ กล้ามีใบประมาณ 2 ใบ ระยะปลูก 20 x 20 เซนติเมตร มีการควบคุมการให้น้ำแบบสลับแห้งและเปียกตั้งแต่กล้าปลูกถึงออกรวง โดยปล่อยน้ำท่วมขังประมาณ 2 เซนติเมตร หลังต้นข้าวออกรวงจนกระทั่ง 14 วัน ก่อนเก็บเกี่ยวจึงปล่อยน้ำทิ้งข้าวต้นเดี่ยวจะแตกกอถึง 60 – 65 ตัน หรือเฉลี่ย 50 ต้น สามารถเพิ่มผลผลิตจาก 400 – 500 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 720 กิโลกรัมต่อไร่ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คลินิกเทคโนโลยี



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ตามมาอ่านและขอบคุณที่ไปเพิ่มข้อมูลให้ครับ

moommirange
IP: xxx.7.186.119
เขียนเมื่อ 

?ระยะปลูกถี่ห่างมีผลต่อการเจริญเติบโตมากหรือไม่ ในคู่มือดั้งเดิมมีระยะ 40,33และ 25