คงพอจำกันได้กับ "เกรียงและหมวย" ในบันทึก คือความรัก...คือความผูกพัน

         วันนี้หมวยไม่สบายต้องมาสถาบันฯอีกครั้ง หลังจากเพิ่งกลับบ้านไปเพียงไม่กี่วัน แม้ว่าเราจะได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่รพ.บางใหญ่เพื่อลงเยี่ยมบ้านและดูแลเรื่องการทำแผลกดทับให้ (ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ) แต่ก็ยังมีบางอย่างที่เรายังรู้สึกกังวลใจ...

         กังวลใจกับความท้อแท้ใจของหมวย...เพราะดูเหมือนว่าหมวยจะไม่ค่อยพยายามที่จะดูแลตัวเองสักเท่าไหร่นัก

          กังวลใจกับความเหนื่อยล้าของเกรียง....เพราะดูเหมือนว่าเกรียงจะกังวลใจหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง...

  • การเจ็บป่วยของหมวย ซึ่งเกรียงคิดว่าการที่หมวยอยู่ในความดูแลของแพทย์ น่าจะดีกว่าปล่อยให้หมวยอยู่บ้านคนเดียว แม้ว่าหมวยจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เช่น กินข้าวได้เอง ดื่มน้ำได้เอง หวีผม เช็ดตัวได้ แต่ไม่สามารถลุกยืนหรือเดินได้อย่างมั่นคงนัก เพราะน้ำหนักที่ลดลงอย่างฮวบฮาบและกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง
  • การทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เกรียงต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตี 4 และกลับถึงบ้านประมาณ 21.00น.
  • การเลี้ยงดูแม่ที่ชรา ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ไม่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้
  • การเลี้ยงดูลูกวัย 6 ปี

         ความกังวลใจเหล่านี้ ทำให้เราต้องเอ่ยถามถึงการหาที่พักชั่วคราวสำหรับหมวย เพื่อให้หมวยได้รับการดูแลที่ดีขึ้น เพื่อเกรียงจะได้คลายกังวลใจลงบ้าง โดยเฉพาะหากต้องพาหมวยมาสถาบันฯ ในขณะที่เจอภาวะน้ำท่วมสวน ออกมาลำบาก

         แม้เป็นข้อเสนอที่มาจากเรา ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ ข้อเสนอดังกล่าวอาจจะขัดแย้งกับแนวคิดที่ว่า ผู้ป่วยควรอยู่กับครอบครัว หรือ ให้สถานสงเคราะห์เป็นทางเลือกสุดท้าย อย่างไรก็ตาม หลายๆครั้งที่เราเคยพยายามให้เกรียงพาหมวยกลับบ้าน แต่กลับพบว่า สภาพความขาดแคลนทำให้หมวยต้องกลับมาสถาบันฯอยู่บ่อยครั้ง แต่ในครั้งนี้ ทั้งเกรียงและหมวยก็คิดว่า การเข้าอยู่ในความดูแลของที่พักชั่วคราว น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาทั้งคู่

         แต่ยังมีปัญหาใหญ่อีกข้อหนึ่ง คือ ที่พักชั่วคราวที่ติดต่อไว้เตียงเต็ม ไม่มีเตียงสำหรับหมวย เราไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่า การบอกให้เกรียงและหมวยอดทน รอเวลาที่เตียงว่าง ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน เราก็ได้แต่ภาวนาขออย่าได้มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นซ้ำซ้อนกับเขาทั้งคู่อีกเลย .

         สภาพการณ์ของเกรียงและหมวยก็เป็นหนึ่งในหลายๆตัวอย่างของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีในชุมชน โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังปกปิดผลเลือดของตนเอง

by kai angel