.
สำนักข่าว Reuters ตีพิมพ์เรื่อง 'Even for sperm, there is a season'
= "แม้แต่สเปิร์ม (ตัวอสุจิในน้ำเชื้อผู้ชาย), ยังมีฤดูกาล (ผสมพันธุ์)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
= "แม้แต่สเปิร์ม (ตัวอสุจิในน้ำเชื้อผู้ชาย), ยังมีฤดูกาล (ผสมพันธุ์)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
มีคำกล่าวว่า ห้องคลอดโรงพยาบาลในไทยจะแน่นหน่อยตอนหน้าหนาว และคนส่วนใหญ่ก็คลอดกันกลางคืนด้วย... ไม่ทราบว่า ทำไม
.

.
ภาพที่ 1: สเปิร์มหรือตัวอสุจิ (sperm) ในน้ำเชื้อผู้ชาย ผสมกับไข่ของว่าที่คุณแม่ [ wikipedia ]
.

.
ภาพที่ 2: ตัวอสุจิหรือสเปิร์ม [ wikipedia ]

อ.ดร.อีเลียฮู เลวิตาส และคณะ จากมหาวิทยาลัยเบน-กูเรียน, เนเกฟ, เบียร์-ชีวะ อิสราเอล ทำการศึกษาใหม่ในกลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่ได้รับการรักษาภาวะมีลูกยาก (infertility) มากกว่า 6,455 ราย
- [ fertile ] > [ เฟ้อ - เถิ่ว ] แบบอเมริกัน หรือ [ เฟ้อ - ถ่าย ] แบบอังกฤษ > http://www.thefreedictionary.com/fertile > adjective = (ซึ่ง)พร้อมมีลูกได้ อยู่ในช่วงเจริญพันธุ์ อุดมสมบูรณ์
คำนี้มาจากภาษาละติน ศัพท์เดิม = bear = ให้กำเนิด ให้ลูก ให้ผลผลิต ('bear' เป็นคำนาม = หมี)
- [ fertilize ] > verb = ผสมพันธุ์
- [ fertilizer ] > noun = ปุ๋ย (ปุ๋ยทำให้พืชงอกงาม อุดมสมบูรณ์)
.
'in-' = not = ไม่; ใช้เติมหน้าคำอื่น เพื่อแสดงความหมายปฏิเสธ
- [ fertility ] > [ เฝ่อ - ถิ้ว - ลี - ถี่ ] > http://www.thefreedictionary.com/fertility > noun = ภาวะมีลูกได้
- [ infertility ] > [ อิน - เฝ่อ - ทิ้ว - ลี - ถี่ ] > http://www.thefreedictionary.com/fertility > noun = ภาวะมีลูกยาก เป็นหมัน
ผลการศึกษาพบว่า ฤดูหนาว (winter) เป็นช่วงที่อสุจิ หรือสเปิร์มในน้ำเชื้อผู้ชาย "มาแรง" ที่สุดได้แก่
- วิ่ง (ว่ายน้ำ-ดำน้ำ ดูจากความเร็วการเคลื่อนไหวในน้ำเชื้อ) เร็วที่สุด
- สัดส่วนสเปิร์มผิดปกตอน้อยที่สุด (เช่น หัวกุด หางกุด แน่นิ่ง วิ่งเป็นวงกลม ไม่เถนตรงไปข้างหน้า ฯลฯ)
.
พอฤดูหนาวผ่านไป กลายเป็นฤดูใบไม้ผลิ... คุณภาพอสุจิจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ
.
ฤดูใบไม้ร่วง (autumn)เป็นช่วงเวลาที่คนเรามีโอกาส "ได้ลูก" สมใจมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ สเปิร์มของคนเรามักจะแข็งแรงที่สุดในฤดูหนาว (winter) ไปจนถึงช่วงแรกของฤดูใบไม้ผลิ (early spring)
.
และกว่าว่าที่คุณแม่จะรู้ว่า "ตั้งครรภ์" แน่ก็ตอนประจำเดือนไม่มาไปแล้วอย่างน้อย 5-6 สัปดาห์
.
.
อ.ดร.เอดมันด์ ซาบาเนฮ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางเดินปัสสาวะ (urologist / ยูโร; ศัพท์นี้มาจาก 'urine' = น้ำปัสสาวะ) กล่าวว่า การศึกษาก่อนหน้านี้ทำในสัตว์ทดลอง
.
ผลการศึกษาพบว่า สัตว์ก็มี "อะไรแบบนี้" คล้ายๆ กัน คือ อสุจิหรือสเปิร์มจะแข็งแกร่งที่สุดในฤดูหนาว
.
WHO (องค์การอนามัยโลก) นิยามว่า น้ำเชื้อที่ปกติ จะมีปริมาณตัวอสุจิ หรือสเปิร์ม (sperm) มากกว่า 15 ล้านตัว/มิลลิลิตร (มล.)
.
ร่างกายคนเราใช้เวลาสร้างอสุจิ จากเซลล์ตั้งต้นไปจนเป็นสเปิร์มที่เจริญเติบโตเต็มที่ประมาณ 70 วัน = ประมาณ 2 เดือน 10 วัน
.
.
กลุ่มตัวอย่างผลิตน้ำเชื้อที่มีความเข้มข้นตัวอสุจิ หรือสเปิร์มประมาณ 70 ล้านตัว/มล.
.
ในจำนวนนี้, 5% จะเป็นพวก "หัวก้าวหน้า" หรือกลุ่มวิ่งเร็ว ('fast motility') คือ ว่ายน้ำหรือดำน้ำผ่านน้ำเชื้อเข้าไปผสมกับไข่ของว่าที่คุณแม่ได้มากกว่าพวก "ล้าหลัง" อีก 95%
.
เมื่อฤดูหนาวผ่านไป กลายเป็นฤดูใบไม้ผลิ (spring) ความเข้มข้นตัวอสุจิ หรือสเปิร์มจะลดลงเหลือประมาณ 68 ล้านตัว/มล.
.
พวก "หัวก้าวหน้า" หรือกลุ่มวิ่งเร็ว จะลดลงเป็น 3%
.
.
กลุ่มตัวอย่างที่มีการสร้างสเปิร์มผิดปกติ จะมีสัดส่วนสเปิร์มที่วิ่งเร็ว หรือพวก "หัวก้าวหน้า" มากในฤดูใบไม้ร่วง (fall) และมีสัดส่วนสเปิร์มที่ปกติ = 7% ในฤดูใบไม้ผลิ (spring)
.
ความรู้นี้อาจนำไปใช้ในการส่งเสริมการทำลูก เช่น ทารกหลอดแก้ว ฯลฯ ได้ในอนาคต
.
การศึกษาในสัตว์หลายรายงานพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อฤดูผสมพันธุ์ได้แก่
.
(1). อุณหภูมิ > ความร้อน ความเย็น
.
(2). ปริมาณแสงแดด > ช่วงกลางวันยาวขึ้นในฤดูร้อน - สั้นลงในฤดูหนาว
.
.
(2). ปริมาณแสงแดด > ช่วงกลางวันยาวขึ้นในฤดูร้อน - สั้นลงในฤดูหนาว
.
(3). ฮอร์โมน > หลั่งจากจังหวะนาฬิกาชีวิต หรือธรรมชาติของสัตว์นั้นๆ
.
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า น้ำเชื้อผู้ชายทั่วโลกมีแนวโน้มจะมี "ตัวเชื้อ (ตัวอสุจิ / sperm)" ลดลง ซึ่งอาจเป็นผลจากสารเคมีในสิ่งแวดล้อมบางอย่าง หรือไม่ก็เป็นจากการใช้ชีวิตแบบ "นั่งนาน - ออกแรงออกกำลังน้อย (sedentary)"
.
การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกเริ่ม จำเป็นต้องรอผลการศึกษาอื่นๆ เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้าน ทว่า... บอกเป็นนัยว่า ช่วงฤดูหนาวถึงฤดูใบไม้ผลิ มีแนวโน้มจะเป็น "นาทีทอง" ของการได้ลูกสมใจ
.
วิธีป้องกันเป็นหมัน หรือมีลูกยากได้แก่ [ CDC ]; [ mayoclinic ]; [ NHS ]; [ howstuffworks ]
.
(1). รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
.
ผู้หญิงที่ผอม หรืออ้วนมากๆ มีโอกาสได้ลูกน้อยลง
.
(2). ไม่เสพเซ็กส์แบบเสี่ยง (unsafe sex)
.
การร่วมเพศแบบเสี่ยง ไม่ใช้ถุงยางอนามัย เพิ่มเสี่ยงติดเชื้อกามโรค เช่น หนองในเทียม ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้ท่อนำไข่ตีบตัน เพิ่มเสี่ยงท้องนอกมดลูก มีลูกยาก หรือเป็นหมันได้
.
โรคติดเชื้อในเชิงกราน (PID) อาจทำให้เกิดแผลเป็น ท่อรังไข่ตีบตัน ทำให้มีลูกยากขึ้นได้
.
ท่อน้ำไข่ตีบตันเป็นสาเหตุของการมีลูกยากประมาณ 20%
.
(3). ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ และไม่นั่งนานเกิน 1-1.5 ชั่วโมง/ครั้ง
.
(4). ไม่สูบบุหรี่
.
(5). ไม่ดื่ม (แอลกอฮอล์) หนัก และไม่ใช้ยาเสพติดชนิดอื่น เช่น กัญชา ฯลฯ
.
(6). ผู้หญิงที่ต้องการตั้งครรภ์ น่าจะหลีกเลี่ยงกาเฟอีนขนาดสูง เช่น กาแฟสด เครื่องดื่มกระตุ้นกำลัง น้ำอัดลม ฯลฯ
.
(7). อายุ
.
ผู้หญิงที่อายุเกิน 35 ปี (late 30s = 35-39 ปี มีโอกาสได้ลูกสมใจลดลง 30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนอายุ 24 ปี (early 20s = 20-24 ปี)
.
(8). ระวังวัณโรค
.
วัณโรคทำให้ป่วยได้นาน และเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงในประเทศยากจน เช่น อินเดีย ฯลฯ หลายคนมีลูกยาก
.
วิธีป้องกันวัณโรคที่ดี คือ ไม่สูบบุหรี่ (บุหรี่กดภูมิต้านทานโรค เพิ่มเสี่ยงวัณโรค), หลีกเลี่ยงสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี มีคนไอ-จาม หรือมีคนสูบบุหรี่ เช่น ไนท์คลับ ผับ บาร์ ฯลฯ
.
(9). หลีกเลี่ยงสารเคมี-โลหะหนัก
.
โลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ฯลฯ พบในหมึกพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ไม่ควรอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกินอาหาร และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสหนังสือพิมพ์
.
หม้อก๋วยเตี๋ยว-น้ำซุปส่วนหนึ่งทำในหม้อที่ใช้ตะกั่วเชื่อม ตู้น้ำกดก็คล้ายกัน ควรหลีกเลี่ยงเท่าที่ทำได้ ยกเว้นตรวจสอบแล้วว่า เป็นหม้อหรือถังที่เชื่อมด้วยแก๊ส
.
(10). หลีกเลี่ยงอัณฑะ (ไข่ 2 ใบ) ร้อน
.
การนั่งมอเตอร์ไซค์ที่ตากแดด (ใช้ผ้ารองได้), แช่น้ำอุ่นจัดนาน ทำให้อัณฑะสร้างสเปิร์มได้น้อยลง
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

- Thank Reuters > http://www.reuters.com/article/2013/03/08/us-even-for-sperm-idUSBRE92717F20130308 > Source: American Journal of Obstetrics & Gynecology, online February 11, 2013.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 10 มีนาคม 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
>