การจัดการศึกษาไทยที่อยากเป็นนานาชาติแล้วเราจะได้อะไรเป็นผลตอบแทน

  ในโลกยุคนี้ที่เรียกกันว่า  โลกาภิวัฒน์” มีคนหลายกลุ่มหลายชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติที่เรียกกันว่า “ ด้อยพัฒนา ” อยากเป็นนานาชาติกันหนักหนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นฐานการจัดการศึกษาซึ่งถือว่าทำให้เกิดวิธีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด หวนกลับไปถึงเรื่องการจัดการศึกษาของไทยในอดีตที่มีความเพียรพยายามขยายผลออกไปสู่ความเป็นนานาชาติ  ตามความเข้าใจของนักวิชาการจำพวกหัวนอก  มีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งขออนุมัติขยายผลจัดการหลักสูตรเพื่อต้องการจะเป็นนานาชาติ 
หลังจากที่ได้รับการอนุมัติไปแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นซึ่งนอกจากจะไม่สามารถเป็นนานาชาติได้แล้ว  เรายังผลิตคนออกมาเป็นทาสรับใช้คนต่างชาติที่เข้ามาสัมผัสกับสังคมไทยอย่างหลากหลาย
ดังนั้นผลที่ปรากฏจากความคิดแบบนี้จะทำให้เราเป็นนานาชาติได้จริงมากน้อยเพียงใด  นโยบายการท่องเที่ยวของท้องถิ่น
ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำชีวิตคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับชนชาติต่างๆ  ถ้าเรารู้จักมองให้เห็นความจริงทั้งสองด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านหนึ่งมองที่จิตใจคนท้องถิ่น เราย่อมเห็นได้ว่าการนำคนต่างชาติเข้ามาเที่ยวหาความรู้ในสังคมไทยนั้น มีแต่จะทำให้ทรัพยากรท้องถิ่นซึ่งควรอนุรักษ์ไว้เป็นประโยชน์ของคนไทยจำต้องสูญเสียไป 
เรามองเห็นว่าเราจะได้เงินตราจากต่างประเทศแท้จริงแล้วเงินตราไม่อาจซื้ออิสรภาพและเสรีภาพของจิตใจคนท้องถิ่นได้แน่นอน  และอีกด้านหนึ่งการท่องเที่ยวถ้าเราจัดการท่องเที่ยวให้คนท้องถิ่นสนใจท่องเที่ยวในถิ่นฐานของตัวเองก็ย่อมทำให้เกิดความรักแผ่นดินที่เกิดมากขึ้น  หลังจากมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ต่างก็ให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการโรงแรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หลุดพ้นไปจากการเตรียมคนเอาไว้เป็นทาสรับใช้คนต่างชาติ  ซึ่งในชีวิตของเราก็มองเห็นภาพฝรั่งเข้ามาเดินอยู่ในสังคมไทย  ทั้งเพื่อนๆต่างก็วิ่งมาดูคนประหลาด แต่ปัจจุบันนี้คนต่างชาติที่เข้ามาเดินอยู่ในเมืองไทยนั้น ทำให้เกิดความรู้สึกว่าคนเหล่านี้เข้ามาครองแผ่นดินไทยเอาไว้แทบหมด ดังเช่นเรื่องของการค้าขายก็ผลิตไว้ขายคนต่างชาติคิดถึงแต่คนต่างชาติก่อน  พอเหลือแล้วค่อยคิดถึงคนไทย  แต่เมื่อมีการนำเรื่องนี้มากล่าวก็มีคนกล่าวว่าในด้านวิชาการนั้นพวกเขามีความรู้มากกว่าเรา  แต่เราคงลืมไปว่า 
การมีความรู้กับการรู้เท่าทัน  เราจะเลือกเอาอย่างไหนเพื่อให้พื้นฐานของเรามีอิสระ”  หรือว่าเขาอาจเห็นเราเป็นประชาธิปไตยก็เรียกร้องที่จะเอารูปแบบของเขามาใช้บ้าง โดยมองข้ามพื้นฐานอันเป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน  แทนที่จะมองเห็นสัจธรรมว่าอิสรภาพที่อยู่ในรากฐานจิตใจคนท้องถิ่นนั้น  มันสำคัญกว่าอ้างคนส่วนใหญ่  แล้วก็ไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง  ทั้งๆที่รากฐานของเราเองมันไม่อิสระ 
หากยึดติดอยู่กับรูปแบบที่ไม่ได้เกิดจากพื้นฐานของเราเองมาจนถึงบัดนี้เมื่อมองที่วัฒนธรรมภาษา  เราคงรู้ได้ว่าถ้าคนไทยถือสัจธรรมที่มีวัฒนธรรมของเราเองเป็นพื้นฐานเอาไว้ให้เข้มแข็งอยู่ได้ 
แม้ว่าจะเรียนภาษาต่างชาติในภายหลังแต่ขอให้รู้ภาษาของเราเองอย่างลึกซึ้งแล้ว  เราจะเป็นนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจโดยไม่ต้องมาเรียกร้องให้สอนภาษาต่างชาติให้มากความ
 เวลานี้ดูเหมือนว่าการจัดการศึกษาของไทยใกล้จะเป็นนานาชาติมากขึ้น เนื่องจากมีโครงการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ของนักศึกษาไทยไปต่างประเทศก็เยอะ 
ทำไมเราเป็นคนไทยไม่มองของที่เป็นของไทยชอบมองแต่ของที่เป็นของนอก  ไม่ภูมิใจในความเป็นไทยของเรา เช่นถ้าคนเราพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็หาว่าเราโง่ ดังนั้นในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ต่างให้ความสนใจกับภาษาต่างประเทศมากมาย เวลานี้สังคมไทยกำลังใกล้จะเป็นความจริงในเรื่องนี้เข้าไปทุกทีแล้ว 
เว้นไว้แต่ว่าเราจะอยู่อย่างประมาทขาดสติโดยไม่คิดค้นหาความจริงว่า สังคมไทยทุกวันนี้มันกำลังเปลี่ยนแปลงไปเป็นอะไรกันแน่  แม้แต่เพียงการพูดการจาระหว่างกันและกัน  ก็ยังคงทำลายซึ่งกันและกัน  อันจะมีผลทำลายชาติบ้านเมือง  เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์