หลักเกณฑ์ของชีวิต...


พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุก ๆ คนเชื่อมั่นในความดี เชื่อมั่นในการกระทำของตน ให้เรามีหลักมีเกณฑ์ของชีวิตชัดเจน ว่าชีวิตนี้เราเองจะอย่างไรจะทำอย่างไร...?


พระพุทธเจ้าท่านมีเมตตาบอกทุก ๆ คนนะว่าชีวิตนี้เป็นของประเสริฐมาก มีโอกาสมีเวลาให้สร้างความดี สร้างบารมีทางคุณธรรม


อดีตที่ผ่านไปทุก ๆ วันเป็นบทเรียนเป็นบทศึกษาว่าเราคิดอย่างนี้มันไม่ดี เราคิดอย่างนี้ดี เราเป็นคนเกียจคร้านติดสุขติดสบายหรือว่าเรามีความขยันยังไม่เพียงพอ หรือว่าเราบกพร่องในคำพูด เราไม่เป็นคนคิดก่อนพูดหรือว่าเราเป็นคนพูดก่อนคิด...?

ข้อวัตรปฏิบัติของเราที่ผ่านมาเรายังตามใจตัวเองตามอารมณ์ตัวเอง เอาความคิดของตัวเองเป็นหลักไม่ได้บังคับตัวเองเข้าหาเวลา เข้าหาข้อวัตรปฏิบัติ ใจของตัวเองมันมีความอยาก มีความต้องการแต่ว่าขาดการประพฤติปฏิบัติ อดีตถึงเป็นบทเรียนบทศึกษาเป็นข้อวัตรปฏิบัติที่จะให้เราได้พัฒนาตนเอง ถ้าเราไม่ประพฤติปฏิบัติ ชีวิตของเราก็เป็นผู้ที่ประเสริฐไม่ได้ ชีวิตของเราเป็นผู้ที่ไม่มีประโยชน์

เราถือว่าเราเกิดมาเพื่อสร้างประโยชน์ของตนเอง สร้างประโยชน์เพื่อผู้อื่น “คนเราจะประเสริฐหรือไม่ประเสริฐอยู่ที่เราปฏิบัติตนเอง พัฒนาตนเอง”

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุก ๆ คนเชื่อมั่นในความดี เชื่อมั่นในการกระทำของตน ให้เรามีหลักมีเกณฑ์ของชีวิตชัดเจน ว่าชีวิตนี้เราเองจะอย่างไรจะทำอย่างไร...?

ถ้าเราปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ปฏิบัติถูก ปฏิบัติตรง ปฏิบัติสมควร ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เปลี่ยนแปลงไปได้ในทางที่ดี

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุก ๆ คนแก้ไขตัวเองปรับปรุงตัวเอง

ความสุขความสบายความร่ำความรวยน่ะทุก ๆ คนมันรักมันชอบมันต้องการ แต่สิ่งเหล่านั้นมันเป็นปลายเหตุนะ...! มันจะรวย มันจะสบาย มันจะทุกข์ยากลำบาก มันอยู่ที่ต้นเหตุ

พระพุทธเจ้าท่านให้เรารักความดี ชอบความดี รักความเหนื่อยยากลำบาก รักที่จะฝึกจะฝืน จะอด จะทน ไม่เป็นคนทำอะไรตามใจตัวเอง ถ้าทำอะไรตามใจตัวเองมันก็ไม่ได้ฝึกตนไม่ได้ปฏิบัติตน


การที่เราบรรพชาอุปสมบทนานหรือว่ามาอยู่วัดนานมันดีมาก แต่ถ้าเราไม่ปฏิบัติ ถ้าเราไม่ตั้งใจ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยนะ

ทุกวันนี้น่ะในสังคมเรา พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าหาตัวอย่างดี ๆ มันหาลำบาก ไม่ว่าในครอบครัว หมู่บ้าน สังคม ตลอดถึงวัดวาอาราม ถ้ามันหาไม่ได้เราก็ไม่ต้องไปหามันนะ ให้กลับมาหาที่ตัวเรานี่แหละ

“เรามาประพฤติปฏิบัติตัวเอง...” เด็ก ๆ เค้าทานอาหารทุกวันมันต้องเจริญเติบโต ถ้าเราประพฤติปฏิบัติธรรมทุกวันมันก็ต้องเจริญ อินทรีย์บารมีของเราก็ต้องแก่กล้า

พระพุทธเจ้าท่านให้เราพึ่งความดี พึ่งบารมี พึ่งการกระทำของตัวเอง พยายามอย่าไปพึ่งสิ่งภายนอกพึ่งคนอื่น ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

พระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์นั้นไม่ได้อยู่ที่ใครหรอก มันอยู่ที่กาย วาจา ใจของเรานี่แหละ

ท่านให้เราพากันประพฤติพากันปฏิบัติ อย่าไปวิ่งหาไกล เพราะสิ่งเหล่านี้มันมีพร้อม บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ในตัวของทุก ๆ คนอยู่แล้ว

สิ่งที่เป็นอดีตน่ะมันผ่านไปแล้ว มันแก้ไขไม่ได้ ต้องเน้นมาที่การกระทำของเราในปัจจุบัน

ความคิดแต่ละวาระจิตนี้ต้องเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง คำพูดของเราแต่ละอย่างเราต้องปรับปรุงแก้ไข เราต้องแก้ไขใหม่

ทำไมเราพูดกับผู้หลักผู้ใหญ่เราก็พูดอย่างหนึ่ง พูดกับคนรวยคนจนเราก็พูดอีกอย่างหนึ่ง...? เพราะใจเรามีอคติ พระพุทธเจ้าท่านว่าอย่างนั้น...

เรามีตัวมีตนมากเกิน เราถืออภิสิทธิ์ในตัวในตนมากเกิน เราปฏิบัติตัวเองผิดพลาดไป ทุก ๆ คนเหมือนกันหมด พระพุทธเจ้าท่านให้ความสำคัญเหมือนกันหมด ไม่แบ่งวรรณะ ชาติ ตระกูล

ให้เราปรับปรุงแก้ไข... ทำความดีนี้มันเก้อ มันเขิน มันกระดากกระด้าง มันอายเค้า แต่ก่อนเราไม่เคยพูดอย่างนี้ ไม่เคยทำดีอย่างนี้ แม้แต่กราบคุณพ่อคุณแม่ ไม่เคยกราบมันก็อาย กราบพระก็อาย อยากจะทำความดีเหมือนกับเค้าก็อาย

กิริยามารยาทที่มันดี ๆ พระพุทธเจ้าท่านให้เราเราออกมาใช้งาน มาปฏิบัติงาน อย่าเป็นคนมักง่ายตั้งอยู่ในความประมาท


การอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นมงคลที่ประเสริฐ เป็นพระเมตตาของในหลวงของเราท่านทำเป็นตัวอย่าง ทุก ๆ คนก็รักก็ชอบคนที่ไม่มีทิฏฐิไม่มีมานะไม่มีอัตตาตัวตน

คนเรามันกลัว กลัวจะเสียฟอร์ม จะพูดคำว่าขอโทษ เดินผ่านผู้หลักผู้ใหญ่ก้ม ๆ หน่อยก็กลัวเสียฟอร์ม

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า “ฟอร์มที่มันไม่ดีอย่างนี้ให้มันเสียไป อย่าเอามาไว้ทำพันธุ์”

การประพฤติการปฏิบัติธรรมะ พระพุทธเจ้าท่านให้เราเน้นในปัจจุบันขณะ อย่ามักง่ายอย่าขี้เกียจ

ทุกท่านทุกคนต้องปฏิบัติให้ได้ ให้เราพยายามแยกแยะผิดถูก ดีชั่ว จิตใต้สำนึกมันก็จะค่อย ๆ พัฒนาไป

พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราพอใจในการกระทำความดีเพียงเล็กน้อย ต้องพอใจในการกระทำความดีให้มันละเอียดรอบคอบ ใหม่ ๆ มันอาจจะเหนื่อยใจ เหนื่อยสติปัญญา แต่นาน ๆ ไปแล้วเดี๋ยวมันก็จะดี

ถ้าเราไม่ทำ ถ้าเราไม่ปฏิบัติ มันไม่ดีจริง ๆ... เหมือนกับพระภิกษุสามเณรบางรูป บวชมาตั้งหลายปีแล้วแต่ก็ยังสวดยังท่องอะไรก็ยังไม่ได้

ทำไมถึงไม่ได้ล่ะบวชมาตั้งหลายปีแล้ว...? เพราะยังไม่ได้ฝึกท่องฝึกสวดมันจะท่องได้อย่างไร เสียเวลาไปตั้งหลายปี “เราบวชนาน เราอยู่นาน ทำไมอินทรีย์บารมีของเราไม่แก่กล้า...?”

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเราไม่ได้ปฏิบัติ เราไม่ได้ตั้งใจ เราเป็นบุคคลตั้งอยู่ในความประมาท “เพลิน..!” “เสียเวลา..!” ถ้าเราตั้งอกตั้งใจทำเดี๋ยวนี้ ปฏิบัติเดี๋ยวนี้ ทุกอย่างมันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น ทำไปปฏิบัติไป มีความสุขในการประพฤติปฏิบัติ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้อย่างนั้นนะ

ต้องใจดี ใจต้องมีความสุขในการทำความดี ไม่วิ่งตามอารมณ์ ฝึกตัวเองให้สงบได้ เย็นได้ ถ้าเราวิ่งตามอารมณ์ ตามความเห่อเหิมทางจิตใจมันก็ต้องเผาตัว เป็นคนหลงวัตถุ เป็นคนหลงร่างกาย ทิฏฐิมานะมากเจ้าอารมณ์ หยุดไม่ได้ รอไม่ได้ ถ้ามันหยุดอารมณ์ตัวเองแล้วมันอึดอัด ถ้ามันรอแล้วมันอึดอัด

ถ้าเรามีความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเราเป็นคนมีปัญหา ใจของเรามีปัญหา ใจของเราไม่มีปัญญา ใจของเราเปรียบเสมือนองคุลีมารจะวิ่งประหัตประหารบุคคลอื่นไม่ได้แก้ไขตนเอง มันเป็นอารมณ์เสพติด ถ้าไม่ได้ตามใจมันชักดิ้นชักงอ เผาตนเอง...

ความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านให้เรารู้จักใจตนเอง เราต้องหยุดตัวเอง เราต้องหยุดได้ เราต้องรอได้ ปลูกต้นไม้เดี๋ยวนี้จะให้มันโตเลยได้อย่างไร เราคิดอย่างนี้จะให้คนอื่นเค้าตามใจเราได้อย่างไร คนอื่นเค้าไม่รู้เรื่องกับเรา เราก็เป็นคนโกรธ ทิฏฐิมานะเจ้าอารมณ์ ถือตนเองว่าเป็นอาจารย์ ถือตนเองว่าเป็นคุณพ่อคุณแม่อย่างนี้เค้าเรียกว่า “อาจารย์พกระเบิด เป็นคุณพ่อคุณแม่พกระเบิด” มันระเบิดคนอื่นแล้วก็มาระเบิดตนเอง ใจมันร้อน มันเป็นคนโมโหร้าย...

พระพุทธเจ้าท่านให้เราหยุดตนเอง ถ้าไม่หยุดน่ะมันต้องออกทางโค้งแน่ แทนที่ความดีมันจะสดใส มันก็มืดมัวไปหมด

เพราะเหตุนี้แหละ พระพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทุก ๆ คนพากันมาแก้ไขปฏิปทาในปัจจุบัน ให้พากันเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง เอาพระธรรมเป็นที่ตั้ง หัวใจของเราจะได้เป็นพระอริยสงฆ์ เราอย่าพากันเอาโทรศัพท์มือถือเป็นที่ตั้ง อย่าเอาเทคโนโลยีความสะดวกสบายมาทำลาย


ทุกท่านทุกคนปฏิบัติความดีสร้างบารมี เพราะว่าเป็นโอกาสเป็นเวลาเป็นนาทีของเรา

มันไม่สายนะถ้าเรายังไม่หมดลมหายใจ ถ้าเราแก้ไขตนเองได้ ปัญหาทุกอย่างมันก็หมดไป ถ้าเราไปเรียนปริญญาอะไรหลายใบ ไม่ใช่ว่าจะช่วยเหลือเราแก้ปัญหาเราได้ พระพุทธเจ้าท่านให้เรามาแก้ที่จิตที่ใจ มาแก้ที่คำพูด แก้ที่การกระทำ “คนดีต้องแก้ไข คนดีต้องให้ประเสริฐ คนดีต้องพัฒนา...”

การได้น้อมนำธรรมะคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยายในวันนี้ก็พอสมควรแก่เวลา

ขอความสุข ความเจริญ ความงอกงามไพบูลย์จงมีแก่สาธุชนทุกท่านทุกคนเทอญ...




พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

เช้าวันอาทิตย์ที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖


หมายเลขบันทึก: 521642เขียนเมื่อ 7 มีนาคม 2013 12:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 มีนาคม 2013 12:59 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (1)

สาธุๆครับ ในภาพสุดท้ายที่มาเลเซียหรือที่ไหนครับ...

ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี