Action Learning เรียนรู้จากเรื่องจริง

 การฝึกฝนเรียนรู้ เพื่อใช้ เครื่องมือ KM มาต็มงานประจำ ยังต้องฝึกฝน หมั่นเพียร เรียนรู้ จากการนำกิจกรรมจริง มาสะท้อนย้อนกลับ เพื่อพัฒนา "สมรรถนะ ที่พึงมี"


 การกำหนดสมรรถนะ ที่สอดรับกับ พันธกิจ วิสัยทัศน์ สร้างฝันระยะยาว ปรับเปลี่ยนมาเป็นแผนปฏิบัติการประจำปี อย่างมีส่วนร่วม นับเป็นกิจที่พึงกระทำ ขององค์กรที่เราควรไว้วางใจ


 การที่ไม่มีแผนประจำปี ที่ร้อยเรียง สอดรับกับการประเมินตนเองขององค์กร โดยมุมมองที่หลากหลายสะท้อนมาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ย่อมทำให้ การวางแผนบังคับ เช่น "ม้าลำปาง" ที่ถูกบังตาไม่ให้เห็นหนทางรอบด้าน 

 จะกลายเป็นผู้ที่ "ฉลาดลึก แต่โง่กว้าง หนทางแคบมองอะไรไม่เห็นข้อที่พึงกระทำ"


 ปราชญ์สอนว่า "ความสำเร็จในอดีต ไม่สามารถรับรองความสำเร็จในอนาคตได้

 เพราะ

  "สถานการณ์เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป องค์ความรู้พัฒนา คนก็ฉลาดเพราะรู้วิธีการเรียนรู้มากขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านพ้นไป"


 การฝึกถอดบทเรียน เพียรนำ AAR = After Action Review มาทบทวน เมื่อเทียบกับเป้าหมาย โดยวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จ เพื่อเสริมเติมให้ความสำเร็จนั้นยั่งยืน และ การเสาะแสวงหา ปัจจัยแห่งความล้มเหลว จะทำให้เราได้ สร้าง "สัญญาใจไฟปรารถนา หรือ Passion Plan" ปรับ/ปรุง/พัฒนา ความรู้ สร้างความเข้าใจ พัฒนาทักษะ และ ปรับทัศนคติ ที่พึงมีให้ดีขึ้น


 เมื่อถอดบทเรียนได้ การฝึกเป็นคุณลิขิต บันทึกประวัติศาสตร์ในการเรียนรู้ หรือ บันทึก ตำนานแห่งชีวิต 

 นำมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใน Social Network เช่น Gotoknow และ 

 นำมาเล่าสู่กันฟัง ที่เรียกว่า SST= Success Story Telling โดยการฝึกฝน "ดอกอะไร หรือ Dialogue ฟัง ฟัง ฟัง" อย่างนักเรียนรู้ จะทำให้เรา พัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่อง และ ยาวนาน

 ฅนที่มองเห็นฅนเป็นฅน

 ฅนที่ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ และ/หรือ เพื่อนร่วมทีมงานที่ลงสำเภาลำเดียวกันเป็น ฅน นั่นแหละ คืิอ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้ที่ ให้โอกาส สร้างเวทีแห่งการเรียนรู้ ก้าวไปสู่องค์กรที่ต้องไว้วางใจ ข้ามสิ่งที่ "น่า หรือ ไม่น่าไว้วางใจ ไปได้ตลอดนานเท่านาน"

JJ2013