คุณภาพชีวิตของมนุษย์จะมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์มีอยู่ สิ่งแวดล้อมเหล่านั้นได้แก่ สิ่งแวดล้อมทางความคิด(การเรียนรู้), สิ่งแวดล้อมทางสังคม, สิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อมทางด้านจิตใจ และสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ

          ฉะนั้นการปรับหรือพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์มีอยู่ให้ดีขึ้นนั้นจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่เขาเอง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคิดที่เขามีอยู่ด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งแวดล้อมภายในตัวเขาเช่นกัน

          ผู้ป่วยโรคผื่นแพ้ที่มืออันเนื่องมาจากการประกอบอาชีพการปรับสิ่งแวดล้อมทางความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญมากเนื่องจากเป็นสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในตัว เพราะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตทุกสิ่งอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการที่จะทำของตัวผู้ป่วยเอง ดังนั้นการรับรู้ถึงเหตุและผลในสิ่งที่ต้องปฏิบัติจึงเป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นในทางกิจกรรมบำบัดสามารถทำได้โดยการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้ป่วย เช่นการแนะนำแนวทางในการหลีกเลี่ยงสารที่ก็ให้เกิดอาการแพ้ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยมีประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตตอนทำงานมากขึ้นและเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการเช่นเดิมอีก หรือการสอนให้ผู้ป่วยใช้อุปกรณ์การดูแลอาการผื่นแพ้ที่มือ เพื่อให้เขาสามารถทำกิจกรรมการดูแลได้ด้วยตนเองและให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดี

          สิ่งแวดล้อมทางสังคมของผู้ป่วยได้แก่ครอบครัว และที่ทำงาน ในทางกิจกรรมบำบัดแล้วการได้รับกำลังใจหรือแรงสนับสนุนจากครบครัว และการเข้าใจหรือการสนับสนุนของหัวหน้าและเพื่อนเมื่อลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานเกิดอาการผื่นแพ้ที่มือดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพทางจิตที่ดีส่งผลต่อการพัฒนาของสุขภาพทางกายให้ดีขึ้นตามมาได้ด้วยเร็วขึ้นกว่าหากปราศจากสิ่งเหล่านี้เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผุ้ป่วยได้

          สภาพการทำงานของผู้ป่วยเช่น ระยะเวลาการทำงาน สวัสดิการพื้นฐานต่างๆในการทำงาน ลักษณะการทำงาน ทาทางการทำงานถือเป็นสิ่งแวดล้อมทางด้านวัฒนธรรมที่ผู้ป่วยอยู่ ฉะนั้นในทางกิจกรรมบำบัดการได้รับสิทธิการลางานเพื่อไปพักฟื้น หรือการลดระยะเวลาในการทำงานเพื่อป้องกันการเกิดอาการผื่นแพ้ที่จะรุนแรงขึ้นจึงเป็นสิ่งที่ควรจะได้รับ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยลดอาการวิตกกังวลและซึมเศร้าที่มักจะเกิดขึ้นภายหลังกับผู้ป่วยประเภทนี้

          สิ่งแวดล้อมทางด้านจิตใจของตัวผู้ป่วยนั้นเป็นสิ่งสำคัญซึ่งเกิดจากความสุขของตัวผู้ป่วยเอง ฉะนั้นผู้ป่วยจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อสามารถที่จะทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ตามที่ตนเองต้องการ ในทางกิจกรรมบำบัดการเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วยได้ตัดสินใจอย่างมีคุณค่าตามความต้องการที่แท้จริงและมีเป้าหมายแล้วจะช่วยให้ผู้ป่วยมีทักษะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นระบบและมีทางเลือกมากขึ้น

         และสิ่งแวดล้อมสุดท้ายที่ควรจะปรับคือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่นสารเคมี เครื่องจักรกล ความร้อน ความเย็น แสง เสียง อุณหภูมิ ความชื้น ความสั่นสะเทือน ความกดอากาศ ขนาดของที่ทำงาน และรังสีต่างๆเป็นต้น ดังนั้นผู้ป่วยที่จะต้องสัมผัสกับสารเคมี จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ในทางกิจกรรมบำบัดการปรับสภาพสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานจะต้องมีความเหมาะสม รวมทั้งเสริมสร้างและให้คำแนะนำแก่องค์การในด้านการทำงาน เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ได้ประสิทธิภาพสูง

        ฉะนั้นหากผู้ป่วยมีสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ดี เหมาะสม และสนับสนุนการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยจะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ภาพจาก http://www.speedupyourlife.com/improve-your-quality-of-life/

อ้างอิง 

โรคจากการทำงานในโงงาน. โรคจากการประกอบอาชีพ. scienceblog;1-1

:[1 ]. Available from: www.science.cmru.ac.th/scienceblog 23.02.2013