นายกฯในใจนายแบงก์-โบรกฯ

ภายหลังการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการจับตามองจากหลายฝ่ายว่า ใครจะขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชั่วคราว ในส่วนของภาคการเงินได้มีความเห็นจากบุคคลในวงการอย่างกว้างขวาง

โดย นายธงชัย เจริญสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ผู้ที่จะมาเป็นนายกฯต้องมีวิสัยทัศน์ในการบริหารมวลชน บริหารความสามัคคีและผลประโยชน์ในชาติให้ได้ ซึ่งในทางปฏิบัติจริงๆ คงหาคนที่เพียบพร้อม 100% ได้ยาก แต่ในที่สุดคงต้องหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดมาทำหน้าที่ โดยในระยะแรกนายกฯคนใหม่คงต้องเข้ามาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญให้ออกมาดีที่สุด เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งและได้บุคคลที่คนส่วนใหญ่เลือกมาบริหารประเทศต่อไป แต่ทั้งนี้ควรจะต้องมีระบบการตรวจสอบเพื่อให้บริหารงานได้อย่างโปร่งใส ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น ตนเห็นว่าคนที่เก็งกันไว้ก็เหมาะสมดี

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องนำประเทศไปสู่รัฐธรรมนูญใหม่ จัดการระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องให้ได้ และหากผู้นำมีความรู้ด้านเศรษฐกิจด้วยก็จะเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะสานต่องานจากรัฐบาลเดิม โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจได้อย่างไม่มีปัญหา

นายโฆสิตยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าว ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นคนมีประสบการณ์สูง เข้าใจในทุกเรื่องของเศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะด้านการเงินและธนาคารพาณิชย์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการเร่งทำความสงบให้เกิดขึ้นในประเทศโดยเร็ว

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีควรเป็นผู้มีประสบการณ์ทั้งจากภาครัฐและภาคธุรกิจ มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม ตรงไปตรงมา กล้าตัดสินใจ ส่วน รมว.คลังต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจเป็นอย่างดีในระบบการเงินและเศรษฐกิจ เข้าใจการเปลี่ยน แปลงของโลกภายนอก ด้านนโยบายเศรษฐกิจจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกภาคส่วนของประเทศเป็นสิ่งสำคัญ

นายสถาพร ชินะจิตร อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีควรได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย มีความเป็นกลาง และมีปูมหลังที่ขาวสะอาด เป็นผู้ที่ทำงานและสามารถตัดสินใจรวดเร็ว นอกจากนี้ควรมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาที่ได้ใช้เม็ดเงินจำนวนมากในการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายด้าน ทำให้เกิดฟองสบู่เล็กๆ ขึ้น ส่วนนโยบายเศรษฐกิจควรวางรากฐานและพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้าระยะยาว สร้างความมั่นคงในเรื่องพลังงาน และสร้างงานให้กับประชาชนระดับรากหญ้า

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ ประธานสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่และคณะรัฐมนตรีควรมีความสามารถและเชี่ยวชาญการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างประเทศให้ดีขึ้นและเกิดการยอมรับและความเข้าใจ เพราะส่วนใหญ่แล้วต่างประเทศมักไม่ยอมรับการทำปฏิวัติหรือรัฐประหาร และมักจะตัดการช่วยเหลือโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

นายจงรัก ระรวยทรง กรรมการผู้อำนวยการสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า รัฐบาลชั่วคราวนั้นจะเป็นการแต่งตั้งเพื่อผลทางการเมืองโดยการร่างรัฐธรรมนูญมากกว่า ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีการคัดเลือกคนที่มีความสามารถมาเป็นนายกฯได้อย่างเหมาะสม ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคาดว่าจะเป็นคนในวงการตลาดเงินตลาดทุน เพราะต้องรับบทหนักในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

"รัฐบาลต้องเร่งให้การลงทุนเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ดีเห็นว่าสิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองไม่แพ้กันในขณะนี้คือหน้าตาของคณะทำงานหรือทีมเศรษฐกิจที่อยู่เบื้องหลัง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จะเป็นมันสมองให้กับรัฐบาล"

นายอดิศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการส่วนวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ มองว่า หน้าที่หลักของนายกรัฐมนตรีรักษาการต้องเป็นเสมือนกาวใจเพื่อให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ากัน แม้หลายคนต้องการนายกฯที่มีความสามารถในด้านต่างๆ แต่ตนมองว่าความสามัคคีของทุกฝ่ายในบ้านเมืองถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่นายกฯคนใหม่ต้องทำ