บทเรียนจากความจริง
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
บทความจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556
ติดตามอ่านย้อนหลังได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้ครับ
http://www.naewna.com/columnist/1104
กรณีศึกษา: สร้างผู้นำ กฟผ. รุ่นที่ 9
ขอบคุณท่านผู้อ่านแนวหน้าที่ส่งข้อมูลสนับสนุนแนวคิดของผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรื่องอาเซียน 2015 : คนไทยต้องปรับ Mindset, ภาษาอังกฤษ และคุณภาพของทุนมนุษย์แบบ 8 K’s และ 5K’s (ใหม่)
.jpg)
การเตรียมตัวเพื่อรองรับ ASEAN 2015 ต้องทำจริง และต่อเนื่อง ผมมั่นใจว่าคนในประเทศไทยปรับตัวได้แน่นอน โดยมุ่งมั่นอย่างแท้จริง อย่าพูดเฉย ๆ ต้องลงมือทำ
ตัวอย่างที่ อบต. บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ พอได้รับการกระตุ้นจากผมในกิจกรรมการเรียนรู้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีแผนที่จะเจรจากับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อทำหลักสูตรพัฒนาภาษาอังกฤษให้แก่บุคลากรของ อบต. ให้สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ในสังคมอาเซียนได้อย่างสง่างาม
เมื่อพูดถึงโรงเรียนอัสสัมชัญ สมาชิกจตุรมิตรของพวกเรา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เด็กนักเรียน ครู และผู้ปกครองประท้วงเพราะอาจารย์ใหญ่ขาดคุณธรรมจริยธรรม เต็มไปด้วยความโลภ อยากใช้ที่ดินโรงเรียนเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งทำให้สังคมได้ทราบว่า ความโลภไม่ได้มีเฉพาะนักการเมืองเท่านั้น มีทุกจุดในประเทศไทย ทำอย่างไรสังคมไทยจึงจะเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยคุณธรรมและปัญญามากกว่าวัตถุนิยม? ขอให้กำลังใจศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของอัสสัมชัญทุกๆ ท่านด้วย
สัปดาห์นี้ ผมเริ่มหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 9 (ปี 2556) โครงการนี้ทำต่อเนื่องมาแล้ว 8 รุ่น รุ่นนี้จะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน จัดการเรียนรู้เป็นช่วง ๆ เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่ทำอย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน จึงจะขอสรุปให้ทราบดังต่อไปนี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้นำมาปรับใช้ในทุก ๆ องค์กร
การทำหลักสูตรเหล่านี้ควรจะเน้นการค้นหาตัวเอง ว่าเรียนไปเพื่ออะไร?
สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกาย
เรียนกันเป็นทีม
อ่านหนังสือและมาถกเถียงกัน
ผมมีหน้าที่แค่เป็นโค้ช (Coach) และเป็นพี่เลี้ยง (Mentor)
กฟผ. ก็คงจะคล้าย ๆ องค์กรใหญ่ของรัฐวิสาหกิจ คือ ขาดช่วงของการรับคนไประยะหนึ่ง กล่าวคือ ผู้บริหารจำนวนมากจะเกษียณภายใน 5 ปี เกือบ 80%
คนที่เหลืออยู่สร้างขึ้นมาทดแทนไม่ทัน เพราะช่วงหนึ่ง กฟผ. หยุดรับคน หลักสูตรนี้ไม่ใช่แค่เรียนเพื่อหาความรู้เท่านั้น แต่จะเตรียมคนให้เป็นผู้นำในอนาคต
ผู้นำในอนาคตที่ กฟผ. ต้องสร้าง ทำอย่างไร?
ในวิชา สร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่ กฟผ. ครั้งนี้ ผมจึงเน้น 2 เรื่อง คือ
เรื่องแรก ใช้กรณีศึกษาผู้นำของจีน 5 รุ่น ประกอบด้วย
รุ่นที่ 1 (1949 - 1976) เป็นผู้นำรุ่นบุกเบิกมี เมาเซตุง (Mao Tse-tung) หรือ โจว เอ็นไล (Zhou En lai) เป็นหลัก รุ่นนี้ คือ
รุ่นเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ชนะการปฏิวัติมา
เป็นผู้บุกเบิกต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะมาก
ต้องสร้างระบบให้แน่น เพราะระบบเดิมยกเลิกหมด เช่น ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของ
รัฐไม่ใช่ของบุคคล เศรษฐกิจ คือ รัฐเป็นคนกำหนด
รุ่นที่ 2 (1976 - 1992) คือ เติ้ง เสี่ยว ผิง (Deng Xiaoping)
เป็นช่วงที่การเมืองนิ่งแล้ว แต่ระบบเศรษฐกิจแบบรัฐเป็นผู้กำหนด จะไม่สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชาติได้ เพราะประชากรมาก
คาดหวังสูง จึงต้องมีเติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นผู้นำ
เน้นทฤษฎีไปสู่ Practical เป็นผู้ที่พูดว่า “แมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูเป็น”
เป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ นำเอาทุนนิยมเข้ามา – เชิญต่างประเทศเข้ามาลงทุน ทำให้จีนขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็ว เพราะคนจีนขยันและเคยทำการค้ามาก่อน วันนี้จีนเติบโตมากกลายเป็นมหาอำนาจ
รุ่นที่ 3 (1992 - 2003) คือ เจียง ซี มิน (Jiang Zemin)
เป็นผู้นำประเทศสู่โลกภายนอก
เศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น แต่ต้องมีบทบาทในโลก
จัดประชุม APEC 2003 ในจีน
นำจีนเข้า WTO
เปิดประเทศทางเศรษฐกิจมากขึ้น
ส่งความช่วยเหลือไปแอฟริกาและประเทศด้อยพัฒนา
รุ่นที่ 4 (2003 – 2013) คือ หู จิ่นเทา (Hu Jintao)
เห็นความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับ 2 ของโลก จีนมีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ
แต่เริ่มมีปัญหาเสรีภาพในประเทศ และความเหลื่อมล้ำ
รุ่นที่ 5 (2013 – 2023) คือ สิ จินผิง (Xi Jinping)
ผู้นำรุ่น 5 จะต้องเก่งเรื่องประชาธิปไตยเปิดแบบจีนที่โลกยอมรับ มีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และดูแลการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปทุกกลุ่มและทุกภูมิภาคของจีนไม่ให้เหลื่อมล้ำ ให้เศรษฐกิจจีนสมดุลกับโลกภายนอก โดยเฉพาะค่าเงินหยวน
เมื่อเปรียบเทียบกับ กฟผ. ทำให้เห็นว่า ผู้นำของ กฟผ. ในยุคต่อไปจะต้องพบกับปัญหามากมายที่คาดไม่ถึง เช่น
การจัดการกับชุมชน
บริหาร AEC 2015
บริหารพลังงานในต่างประเทศ
ค่าไฟจะแพงขึ้น
จะต้องเป็นหลักในการดูแลเรื่องคอรัปชั่นร่วมกับองค์กรอื่น ๆ
คนจะเป็นผู้นำ กฟผ. ในยุคต่อไปต้องพร้อม
ยิ่งไปกว่านั้น ผมได้ยกกรณีศึกษาของนักศึกษาปริญญาเอก ซึ่งผมมีส่วนร่วมให้คำปรึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่อง “ผู้นำในประเทศไทย” พบว่า.. ผู้นำที่เหมาะสมในอนาคต...
ต้องโปร่งใส (Transparency)
ต้องมีความถูกต้อง (Integrity)
ต้องมีความสมดุล (Balancing)
ต้องมีความหลากหลาย (Diversity)
ต้องเน้นความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ต้องสร้างผู้นำใน กฟผ. ให้ได้ (Grooming Future Leaders)
จากการที่ใช้แนวคิดผู้นำในจีน และผู้นำจากการทำวิจัยปริญญาเอกดังกล่าวข้างต้น สามารถช่วยให้การสร้างผู้นำใน กฟผ. มีแนวทางที่ชัดเจนและมียุทธศาสตร์มากยิ่งขึ้น
และที่น่าสนใจ คือ เรื่องผู้นำในแนวความสมดุล (Balancing) ซึ่งลูกศิษย์รุ่น 9 ส่วนใหญ่ เห็นคล้อยตาม คือ การสร้างความสมดุลเรื่องบทบาทของสตรีใน กฟผ. ซึ่งวันนี้นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และก็ได้เลือกให้คุณพนา สุภาวกุล เป็นประธานรุ่นที่ 9 นับว่าเป็นสตรีท่านแรกที่มีโอกาสเป็นประธานรุ่น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กรณีศึกษาเรื่องการสร้างผู้นำที่ กฟผ. จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน เพราะเป็นแนวทางจากความจริงและสามารถนำไปปฏิบัติได้
.jpg)
บรรยากาศ พิธีเปิดโครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EADP 9) โดยมี คุณพิบูลย์ บัวแช่ม รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และได้รับเกียรติจากวิทยากรหลายๆ ท่านมาบรรยาย เช่น คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ,อ.พจนารถ ซีบังเกิด , ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ฯลฯ และยังได้ประธานรุ่น 9 เป็นสุภาพสตรี ได้แก่ คุณพนา สุภาวกุล อีกด้วย
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
www.gotoknow.org/blog/chiraacademy
แฟกซ์0-2273-0181