จดหมายถึงครู lทนทวนเหตุการณ์กับวันวานที่ขาดการเขียน


เรื่องยาวตลอดศกร์ เสาร์ อาทิตย์จันทร์ที่หนูไม่ได้เขียนบันทึกถอดบทเรียน มีมากมาย หากไม่ได้เขียน สิ่งที่เกิดขึ้นคคือ หนูจะขาดโอกาสในการเรียนรู้กับตนเองที่ลึกซึ้งลงไป แย่ลงไปอีก คือ มีตะกอนของทุกข์และกิเลสที่ทับถมลงไปในใจ 

เช้านี้ ( 19 ก.พ. 2556) ครูเมตตากระตุกเตือนสติให้แก้ไข ให้เขียนบันทึก

เสียงข้างในที่ซ้ำกับตนเองย้ำเจ้าค่ะครู ทำไมต้องรอให้ครูเตือน 

เมื่อวาน วันจันทร์เป็นวันรอยต่อของการกลับจากวัดสู่การทำงาน ครูเมตตาขับรถมาส่งหนูที่สถานีรถตอนสามทุ่ม ได้เห็นครูทำงานและให้กำลังใจผู้คนอย่างทั่วถึง แม้นครูจะไม่ได้พัก 

นั่งรถมาเรื่อย ๆ ได้เบาะที่นั่งจัดว่ากว้างขวางสบาย แต่อาจจะดึกไปหน่อยเพราะสามทุ่ม หนูแว๊บเห็นมีชาญทัวส์ประมาณทุ่มสิบห้าใจระลึกว่า อืม ทุ่มสิบห้าท่าจะเหมาะสมดี เดี๋ยวครั้งหน้าลองดู มีเบาเดี่ยวด้วย

ได้งีบกับตนเองระหว่างทางค่ะครู ลืมตาขึ้นมา ตีห้าสี่สิบห้า ใจแว๊บ จะทันไหมนะ มีนัดหกโมงสี่สิบที่กรม

ใจมีสั่นไหว คนมากแต่แท็กซี่ไม่มี จึงมาเรียกระหว่างทาง 

ใจระลึกถึงครูหาเป็นเมื่อก่อนหนูคงจะแบกอะไรพะรุงพะลัง แต่ด้วยครูเมตตาทำให้ดูและสอน ครั้งนี้มีกระเป๋าเดียวแม้จะยังใหญ่อยู่แต่ก็คล่องตัวมากขึ้นเจ้าค่ะ 

ถึงหอพักภายในสิบห้านาที วิ่งขึ้นไปอาบน้ำ จัดเสื้อผ้าแล้วก็ลงมาขึ้นรถพี่ปุ้ยไปกรม ทันเวลาแบบเฉียดฉิวหกโมงสามสิบหกค่ะ 

ไปรับนายหน้าบ้านได้รับ sms จากครูใจก็ทบทวน หนูจะฝึกตนให้เป็นผู้มีมุฑิตาจิตต่อครูได้ไหม

สำรวจเข้าไปในใจ เห็นแต่กิเลสหนา ๆ เจ้าค่ะ 

ครูเปี่ยมด้วย พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ ในหัวใจ 

แต่กิเลสก็ยังบังตาใจให้สัมผัสไม่ถึง ทั้งๆที่ครูยิ่งกว่าคำว่าเปิดกว้างเปิดใจ เจ้าค่ะ

ระหว่างทาง นายเมตตาให้นั่งหลังพักกับตนเองเพราะท่านทราบว่า พึ่งเดินทางมาถึง 

ได้โอกาสเล่าท่านว่า ครูเอ่ยเล่าเรื่องที่ท่านชวนหนูไปทำงาน และนายซึ่งเป็นภริยาของหมอปราชญ์ ก็ไม่ขัดข้อง

หลวงปู่เมตตาถามว่า เขาจำหลวงปู่ได้ไหม หนูตอบว่า "ได้เจ้าค่ะ" แล้วหลวงปู่ก็ชมว่า

"ท่านปราชญ์เป็นคนง่ายๆ"

นายจึงขอดูภาพหลวงปู่ซ้ำอีก และขอดูภาพครูด้วย เจ้าค่ะ

พอไปถึงนายพอทานข้าวแล้วค่อยเข้าห้องเป็นการประชุมวางแผนปรับเปลี่ยนโครงสร้าง

ที่ใจหนูยอมรับว่าทรู้สึกต่อต้านในกระบวนการเจ้าค่ะ

แต่พยายาม สมาชิกในกลุ่ม HiPPS ด้วยกันก็มานั่งรวมกันและระดมความคิด พอเวทีเปิดโอกาสให้ พูดเป็นความเห็นต่างที่ เหมือนเวทีได้หยุดพัก เจ้าค่ะ แล้วก็เข้าสู่สภาวะเดิม 

ตกเย็นได้ปั่นจักรยาน ลักเลาะตามสาวน และแวะ เซเว่น หาอะไรทานค่ะครู 

ตกเย็นมานั่งเล่นริมน้ำ สบายการได้เห็นน้ำใจหนู้สึกเย็นลงค่ะครู 

มื้อเย็นหนูนั่งแทะเม็ดทานตะวันระหว่างที่มีงานเลี้ยง 

ใจไม่ได้ต้านนักแต่ก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม 


มีเด็กๆ ป.4-5 มารำถวายพระพร ระลึกถึงแม่ออกน้อยที่วัดใจก็รู้สึกสลด 

หนูก็ไม่ต่างจากเด็กเหล่านี้ รำมาตั้งแต่เด็ก เห็นสีที่แต่งแต้มบนใบหน้า ก็ระลึกถึงตนเองในอดีตเจ้าค่ะ

เส้นทางการสั่งสมตัวตน หนูทำมาแต่เด็กยาวถึงตอนนี้

พอส่งนายขึ้นรถกลับบ้านหนูก็ออกมาพักเจ้าค่ะครู

แรงต้านที่เกิดขึ้นข้างในเบาลง แต่หนูต้องตอบให้ได้ว่าอะไรคือหน้าที่ของหนู

สิ่งที่ไม่ตั้งมั่นกับตนเองและทำให้เป๋ๆ คือ หนูไม่ค่อยตระหนักต่อหน้าที่ ศีลข้อสี่ขาดแหว่ง เมื่อวานปั่นจักรยานย้อนศร ใจก็รู้สึกว่า ผิดละ ผิดศีลข้อ 4 ทำผิดระเบียบ ผิดศีลข้อ 1 ทำให้คนขับปกติลำบากเจ้าค่ะ เสร็จแล้วค่อยมาถามตนเองว่า อะไร คือ ไม่ผิด ทางแรกคือปั่นข้ามทางสี่เลน หรือไม่ก็จอดจักรยานแล้วก็จูงเอาเจ้าค่ะครูเป็นระยะไม่ไกลแต่ก็รู้สึกว่าผิดละ ศีลขาด ไม่เขียนบันทึกถอดบทเรียนก็ขาดเจ้าค่ะ 

เลยพยายามทะยอยกับตนเองเจ้าค่ะ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)