ผมไปบรรยายในการประชุม “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมอบรางวัลเครือข่ายบริการดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๕”ของสปสช.  เมื่อวันที่ ๑๗ ธ.ค. ๕๕  และได้รับแจกหนังสือมา ๒ เล่มคือเครือข่ายบริการดีเด่น 2554กับ เครือข่ายบริการดีเด่น 2555อ่านแล้วถึงบางอ้อ

          ว่านี่คือสุดยอดยุทธศาสตร์ของการจัดการการเปลี่ยนแปลง(Change Management) ในระบบบริการสุขภาพให้สถานบริการเปลี่ยนจากนิสัยต่างหน่วยต่างทำซึ่งจะเป็นข้อจำกัดต่อการที่ผู้ป่วยจะได้รับบริการที่ดีเปลี่ยนมาเป็นร่วมมือกันทำงานเป็นเครือข่ายโดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยได้รับบริการที่ “มีคุณภาพ มาตรฐาน ทันเวลา และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง”ส่งเสริมให้ “บริการใกล้บ้าน ใกล้ใจ” ได้รับการยอมรับนับถือทำให้ระบบส่งต่อบริการ (Referral System) พัฒนาขึ้น

          ในปี ๒๕๕๔ มีเครือข่ายบริการที่ได้รับรางวัล และมา ลปรร. ๔ ปัญหาความเจ็บป่วย คือ (๑) เครือข่ายโรคหัวใจและหลดเลือด  (๒) เครือข่ายโรคมะเร็ง  (๓) เครือข่ายโรคหลดเลือดสมอง  (๔) เครือข่ายบริการทารกแรกเกิด  รวมทั้งหมด ๔๒ เครือข่าย

          ในปี ๒๕๕๕ เพิ่มเครือข่ายเป็น ๖ ประเภทของปัญหาความเจ็บป่วย  โดย ๓ เครือข่ายแรกชื่อเหมือนเดิม  เครือข่ายที่ ๔ เปลี่ยนชื่อเป็น (๔) เครือข่ายบริการทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย  และเพิ่มอีก ๒ โรคคือ  (๕) เครือข่ายบริการจิตเวช  (๖) เครือข่ายการดูแลแบบประคับประคอง  รวมมีเครือข่ายบริการที่ได้รับรางวัล ๑๐๐ เครือข่าย

          ที่น่าชื่นชมคือมีการยกย่องเครือข่ายบริการดีเด่น “ติดดาว”  ขึ้นมาเหนือเครือข่ายบริการดีเด่นเป็นการกระตุ้นให้มีการพัฒนายกระดับคุณภาพของบริการให้ยิ่งๆขึ้นไป

          นี่คือการใช้เครื่องมือ KM ในมิติวงกว้างคือใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพของทั้งประเทศใช้เกณฑ์พิจารณารางวัลเป็นสาระแก่นความรู้เรื่องเกณฑ์คุณภาพและใช้การประชุม ๒ วันเป็นเวทีหรือพื้นที่สำหรับลปรร. ความรู้ปฏิบัติระหว่างผู้ปฏิบัติ

          นี่คือส่วนหนึ่งของนวัตกรรม ของระบบบริการสุขภาพไทย ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  น่าชื่นชม และน่าภาคภูมิใจอย่างต่อเนื่อง

          ผมขอแสดงความชื่นชมต่อผู้มีส่วนออกความคิด จัดให้มีรางวัล และมีงาน ลปรร. เช่นนี้  ถือเป็นนวัตกรรมด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลง  ที่ใช้พลังบวก ของความชื่นชม(Appreciative Inquiry) ที่น่ายกย่องยิ่ง


วิจารณ์  พานิช

๑๔ ม.ค. ๕๖