“ชื่อ” นั้นสำคัญไฉน

ณ  บางเวลา ผมนั่งทบทวนเรื่องราวตลกๆในชีวิตตัวเอง บางแว้บกลับได้คิดถึงเรื่องชื่อของตัวเอง คนเรานั้นสิ่งแรกที่ทำให้รู้จักกันคือการทักทายและถามชื่อเสียงเรียงนาม เพื่อจะได้เรียกขานกันได้ถูกต้อง  ผมเองเวลามีคนต้องการทราบชื่อผม จึงมักต้องคิดสักแว้บก่อนว่าจะบอกเขาว่าอะไรดี จะเอาชื่อไหนดี ระหว่าง “...” กับ “...”  ซึ่งเป็นปรกติวิสัยแต่เด็กจนโต  มีใครเป็นอย่างผมบ้างครับ!

ชื่อจริงผมชื่อ “ภาสกร” ก็ไม่ค่อยลำบากนักที่จะตอบ หากจำเป็นต้องใช้ชื่อจริง  แต่หากจะถามถึงชื่อเล่นละก็  เช่นเวลาเพื่อนสนิทมิตรสหายไปบ้านผม  หลายๆคนก็มักจะงงๆว่า “เฮ้ย ที่บ้านมันเรียกมันว่าอะไรวะ  งง”  ผมก็สังเกตเพื่อนพี่น้องที่ไปบ้านผมพอสมควร แต่ผมก็มักไม่บอกเขาให้ล่วงรู้นอกจากเขาจะสงสัยและสอบถาม  ผมมาลองนั่งไล่เรียงชื่อและฉายาที่มีคนตั้งให้และเรียกขาน ได้สักสิบกว่าชื่อ 1) ยอดรัก 2) รัก 3)ยอด 4) บอส 5)ตะวัน 6) แง้ก 7)ภาส 8) ฆาตกร 9) เจ้านาย 10)คุณชาย 11) ลุง 12) อีแก่ 13)ไอ้เขียน 14) ตัวเอง 15) หนวด 16) ยอร์ช  เฮ้ย  ชื่อคนจริงๆเหรอ ทำไมแยะจัง

ใครเลยจะรู้ว่าเกิดมาแล้วจะมีชื่อเรียกมากมายขนาดนี้ เมื่อครั้งเป็นนักศึกษาอยู่เคยซื้อนิยายแปลอยู่หนึ่งเล่ม อ่านแล้วสนุกมาก แต่อ่านไม่ทันจบก็ไปหลงลืมไว้ที่โรงอาหาร ชื่อเรื่องว่า “ยอด คนร้อยชื่อ” ทุกวันนี้ก็พยายามหาซื้อหนังสือเล่มที่ว่าอยู่ ใครพอหาเจอบ้างก็ซื้อมาฝากเป็นวิทยาทานหน่อยนะครับ  ว่าแต่ “ยอด” อย่างผมคงมีไม่ถึงร้อยชื่อหรอกครับ 16 ชื่อก็มากพอดูแล้ว

ณ  ตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าชื่อที่ไล่ลองดูทั้ง 16 ชื่อจะครบถ้วนหรือยัง หรือยังอาจตกหล่นไปบ้าง....เอาเป็นว่ามาเล่าเรียกกันไปเลยดีกว่าว่าแต่ละ ชื่อมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง  ผมเกิดมา พอจำความได้ชื่อที่ญาติสนิท มิตรสหายเรียกและหันไปตอบขานคือ “รัก” “ยอดรัก” “ยอด” จำได้ว่า “ยอดรัก” เป็นชื่อประจำตัวผม ด้วยความที่ว่าแม่เป็นคนชอบฟังและร้องเพลงมากๆ ศิลปินที่เธอชอบมากคือ “ยอดรัก สลักใจ”  ป้าๆเลยตั้งชื่อให้ผมว่า”ยอดรัก” แต่หลายคนก็เรียก “รัก” ไม่มียอด  คุณยายและญาติๆสนิทอีกหลายท่านก็เรียก “ยอด” ไม่รัก พอโตขึ้นมาหน่อย ไปโรงเรียนเพื่อนๆกลับนิยมเรียก “ยอด” มากกว่ารัก จึงเป็นคนที่มีคน “รัก” บ้าง ไม่ “รัก” บ้าง  (ฮา...กันไหม???)

ตามมาด้วยชื่อ “บอส” ครานั้นสักปี 2547 ผมได้รับมอบหมายให้เป็นประธานชมรม ปนน. เพื่อนนุ้ยหนุ่ย ก็ตั้งชื่อให้ผมว่า “Boss”  มาจากประโยคที่ว่า “เขาชื่อ ยอร์ช Because เขาเป็น Boss” ผมก็พลอยได้ชื่อ “Boss”   มาพร้อมๆกับชื่อ “ยอร์ช”  ส่วน “ตะวัน” ผมตั้งของผมเอง ด้วยประสงค์จะใช้เป็นนามปากกา เวลาแต่งประพันธ์ “ตะวัน” มาจากคำว่า “ภาสกร” ซึ่งแปลว่า “พระอาทิตย์” มาถึงชื่อ “แง้ก” เป็นชื่อคุณตาเรียกผมมาตั้งแต่เด็กจนโต แม้จะดูทะแม่งๆไม่คุ้นหู แต่เป็นชื่อที่ดูจะมีคุณค่ากับจิตใจผมพอสมควร  ให้หลังมานี้คุณตาเลิกเรียกชื่อนี้แล้ว  ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ไม่เคยถามท่าน ได้แต่คิดเอาเองว่า ท่านคงกลัวผมอายเพื่อนพี่น้องกระมัง

มาถึง “คุณภาส”  มีหลายๆคนเรียกผมว่า “ภาส” โดยเฉพาะพี่สาวผมมักจะเรียกผมในเฟสบุ๊คว่า “คุณภาส” อยู่บ่อยๆ คงมาจากการที่ไม่รู้จักชื่อ พอเห็นชื่อจริงก็นำคำหน้ามาเรียก “ภาส” จึงเป็นชื่อที่ดูเก๋ไปอีกแบบ  ส่วนชื่อ “ฆาตกร” เกิดจากครูท่านหนึ่งสมัยประถมศึกษา ท่านมักเรียกผมว่า “ไอ้ฆาตกรรม ไอ้ฆาตกร” เพื่อหยอกล้อ เพราะเสียงใกล้เคียงกับ “ภาสกร”  ชื่อ “เจ้านาย”  เป็นชื่อที่อาจารย์ที่ปรึกษามักเรียกขานผมบ่อยๆ เพราะแรกเริ่มเดิมทีผมใช้ชื่อเฟสบุ๊คผมว่า Tawan Boss หรือแม้แต่ที่อยู่ E-mail ผม ใช้ว่า [email protected] คำว่า Boss มีความหมายว่า เจ้านาย  ผมก็พลอยได้เป็นเจ้าเป็นนายสมใจญาติๆทันใด เพราครั้งเด็กๆ ผู้ใหญ่มักบอกว่าให้ตั้งใจเล่าเรียน เรียนจบสูงๆจะได้เป็นเจ้าเป็นนายคน เพราะชื่อนี่เองทำให้ผมได้เป็นเจ้านายดั่งหวัง

“คุณชาย” จึงตามมาติดๆ เพื่อนร่วมงานผมท่านหนึ่งมักเรียกผมว่า “คุณชาย” คงเพราะในบางโอกาสผมมักแต่งตัวเป็นคุณหนู มีผ้าพันคออยู่บ่อยๆ คนอื่นร้อนแต่ภาสกรเย็น ซึ่งดูจะแปลกแยกจากคนอื่นๆในที่ทำงาน จึงทำให้ได้ยศฐานั้นมาอีกตำแหน่งหนึ่ง ทั้งเจ้านายและคุณชาย

พออายุอานามเริ่มเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ล่วงเลย รุ่นน้องหลายๆคนจึงเรียกผมว่า “ลุง”  (เอ้อ  แก่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ)  พร้อมๆกับการที่น้องสาวผมได้ให้กำเนิดลูกสาวชื่อ น้องมะนาว  ผมเลยกลายเป็น “คุณลุง” สมดังชื่อ ชื่อ “อีแก่” ก็เลยตามมาติดๆ รุ่นน้องสาวสวยหุ่นเพรียวบางจากคณะเทคโนโลยี เรียกผมว่า “อีแก่” ก็ดูเก๋ไม่น้อย เพราะเธอคนนั้นชอบเรียกให้ทุกคนกลายเป็นผู้หญิงหมดทุกคน เช่น น้องผู้ชายคนหนึ่งชื่อ ต้น เธอก็จะเรียกเขาว่า “อีต้น”  กระทั่งคุณพ่อของเธอเอง เธอยังใช้ว่า “ยายพ่อ” ก็แปลกดีเหมือนกัน

ส่วนชื่ออื่นๆเช่น “เขียว”  มาจากสีผิวอันขาวนวล เพื่อนๆร่วมรุ่นปริญญาโทจึงเรียกขาน ดีนะไม่เรียกผมไอ้เหลืองไอ้แดง  ไม่งั้นคงไม่มีที่ซุกหัว เพราะคงปวดหัวน่าดู “ตัวเอง” จึงตามมาจากน้องที่สนิทกัน มักเรียกผมว่า “ตัวเอง”  ผมก็เรียกเขาคนนั้นว่า “ตัวเอง” ตกลงไอ้คำว่า “ตัวเอง” นี่หมายถึงคนอื่นหรือตัวเราเองกันแน่ ภาษาไทยนี่ก็แปลกไม่ใช่น้อย  “หนวด”  มาจากการที่ผมมีหนวดเครามาก จึงถูกเรียกว่า “หนวด”  ช่างดูมีเสน่ห์จริงๆ 

สรุปแล้ว “ชื่อ” นั้นสำคัญไฉน  เอิ้กๆ  แต่ในความเห็นส่วนตัว ไม่ว่าจะเรียกขานกันว่ากระไรก็ตามที  สิ่งที่ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป คือ ความเป็นตัวของตัวเอง  เพราะตัวเราเอง  อย่าให้ชื่อที่ถูกเรียกขานทำให้ความเป็นตัวเราหายไป เรื่องชื่อของผมก็คงจบลงเพียงเท่านี้  สาธุ  สาธุ  สาธุ 

และแล้วก็เสร็จตามประสงค์


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเรื่องราวไร้สาระ(Open Diary)



ความเห็น (0)