"งวดนี้จะเสี่ยงเล่นเลขอะไรดีน้อ ? "
"นี่น้องงวดนี้ เลขอะไรเด็ดน่ะ บอกมั่งซี่ "
ดิฉันกลัวจะติดคุก ก็ขอบอกก่อนนะคะว่า หวยที่พูด ๆ กันน่ะเป็นการเล่นหวยบนดินนะค้า ไม่ใช่ใต้ดิน...
ขอบอกนะขอบอก
แต่จะเล่นหวยบนดินหรือใต้ดินก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น เสี่ยงที่จะถูกหวยกินหมด หรือเสี่ยงที่จะถูกรางวัลที่ 1 อันนี้ก็ต้องแล่วแต่โชควาสนานะ แต่ความเสี่ยงที่ดิฉันกำลังจะกล่าวต่อไปเป็นการบริหารความเสี่ยงในโรงพยาบาลเจ้าค่ะ
วันที่ 25 กันยายน 2549 เวลา 15.30 น. มีเสียงหลายเสียงแว่วมากระทบหู จ้อกแจ้ก ๆ เสียงดังกล่าวเขาพูดกันถึง คือ
เสียงที่ 1 "...สนุกดีเนอะ...ฟังเรื่องความเสี่ยงวันนี้...ไม่ง่วงเลย ...หมอเขาพูดเก่งดี"
เสียงที่ 2 "...โห...ฟังเรื่องความเสี่ยงวันนี้ ยังกะดูทอร์คโชว์แน่ะ...หมอนุ้ยน่ารักเนอะ"
เสียงที่ 3 "มันส์ดีง่ะ...สนุกดี หมอเขาเข้าใจพูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย"
เสียงที่ 4 "ฉันรู้แล้วล่ะ ต่อไปจะต้องรายงานความเสี่ยงทุ้กความเสี่ยงเลย"
เสียงที่ 5 "...โง่มาตั้งนาน..คราวนี้ก็พอจะรู้แล้วล่ะว่าเราต้องมองตนเองให้มาก หาความเสี่ยงของตัวเองดีกว่า"
..และ....จ้อกแจ้ก ๆ
...เม้าท์...เม้าท์ อีกหลาย ๆ เสียงมากมายท่ามกลางผู้คนชาวบำราศ ที่พากันพูดถึงหมอนุ้ยอย่างชื่นชม
เอ๊ะ..!! ...แล้วเขาชื่นชมอะไรกันเหรอ ?
ก็สถาบันบำราศ ฯ น่ะซิ เขาจัดอบรมเรื่อง "การบริหารความเสี่ยง" ให้บุคลากรได้เข้าฟังทุกคน โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น รุ่นละ ครึ่งวันบ่ายของวันที่ 25, 26, และ 27 กันยายน 2549
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากร
- เข้าใจความหมายของความเสี่ยง กระบวนการบริหารความเสี่ยง ระบบบริหารความเสี่ยง
- คุ้นเคยกับความเสี่ยงประเภทต่าง ๆ และสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงในหน่วยงานตนเองได้
- สามารถกำหนดแนวทางการป้องกันความเสี่ยงในหน่วยงานตนเองได้
- ตระหนักในความสำคัญและมีเจตคติที่ดีต่อการรายงานอุบัติการณ์
- ทราบแนวทางการบริหารความเสี่ยงในระดับโรงพยาบาลและวิเคราะห์ส่วนขาดในโรงพยาบาลของตนได้
สาเหตุที่ต้องมีการจัดอบรมการบริหารความเสี่ยงก็เนื่องจาก
- ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นความเสี่ยงยังมีความหลากหลาย ไม่ตรงกัน
- เจ้าหน้าที่หลายคนเข้าใจว่าความเสี่ยงเป็นเพียงเรื่องของคนที่พบเหตุการณ์ที่ต้องแก้ไขเท่านั้น
แม้กระทั่งในหน่วยงานของชุมชนคนชุดเขียวของดิฉันเองก็ยังมีเจ้าหน้าที่บางคนที่ไม่ค่อยยอมเขียนรายงานอุบัติการณ์ เพราะเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อแก้ไขไปแล้วก็ไม่ต้องรายงาน ซึ่งดิฉันเองก็ยอมรับว่าตนเองคงจะสื่อความหมายได้ไม่ลึกซึ้งพอ และขาดการทบทวนเคราะห์ตรงจุดนี้ไป เมื่อทราบว่าทางสถาบันจะจัดอบรมขึ้นจึงรู้สึกดีใจและมีใจจดจ่อมาก นึกครึ้มในใจว่า.
..เอาละคราวนี้เราจะได้ถือโอกาสทำความเข้าใจเรื่องการจัดการความเสี่ยงให้ตรงกันเสียที
ดิฉันได้เข้าฟังวันแรกนึกชื่นชม
คุณหมอ ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ หรือหมอนุ้ย ที่สามารถบรรยายเรื่องที่น่าเสี่ยงให้กลายเป็นเรื่องที่ไม่เสี่ยงอย่างสนุกสนานและทำให้ทุกคนเข้าใจในการบริหารความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี จึงขอถือโอกาสทำ AAR การอบรม " การบริหารความเสี่ยง" ได้ดังนี้
สิ่งที่คาดหวัง
ได้ทบทวนความรู้เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง หวังว่าการอบรมครั้งนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้เข้าใจในเรื่อง
- ความหมายความเสี่ยง
- การค้นหาความเสี่ยง
- ประเมินวิเคราะห์ความเสี่ยงเป็น
- ความจำเป็นของการรายงานความเสี่ยง
สิ่งที่ได้พบและแตกต่างจากความคาดหวัง
ได้รู้ว่าคุณหมอ ปิยวรรณ หรือหมอนุ้ยของพวกเรา เป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำให้ 3 ชั่วโมงกว่านั้นเต็มไปด้วยสาระความรู้เรื่องความเสี่ยงอย่างเปี่ยมคุณภาพ เรื่องที่เราเคยมองว่าไม่ใช่ความเสี่ยงแต่เมื่อได้มาฟังคุณหมอนุ้ยแล้ว เราจะรู้ว่าความเสี่ยงเกิดได้ทุกที่ ทุกแห่ง ทุกคนมีโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงทั้งนั้น เช่น
- ผู้มารับบริการ
- บุคลากรโรงพยาบาล
- โรงพยาบาลหรือสถายพยาบาล
- หรือชุมชน
การให้ทุกคนได้ร่วมกันวิเคราะห์ความรุนแรงของอุบัติการณ์ ซึ่งถ้าตามทฤษฎีจะแบ่งการจัดระดับความรุนแรงเป็น 9 ระดับ และก็จะมีรายละเอียดว่าระดับใดคือหตุการณ์อะไร ซึ่งก็จะจำยากอีก แต่หมอนุ้ยได้ทำให้ทุกคนจำได้โดยการใช้เทคนิคของการใช้คำ เช่น
- ระดับ A คือ เหตุการณ์ซึ่งมีโอกาสก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน ให้จำว่าเกิดที่นี่
- ระดับ B คือ เกิดความคลาดเคลื่อนขึ้นแต่ยังไม่กึงกับผู้ป่วย ให้จำว่าเกิดที่ไหน
- ระดับ C คือ เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยแต่ไม่ทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตราย ให้จำว่าเกิดกับใคร
- ระดับ D คือ เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วย ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังต่อ ให้จำว่าให้ระวัง
- ระดับ E คือ เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วย ส่งผลให้เกิดอันตรายชั่วคราวและต้องมีการบำบัดรักษา ให้จำว่าต้องรักษา
- ระดับ F คือ เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วย ส่งผลให้เกิดอันตรายชั่วคราวและต้องนอนโรงพยาบาลหรือนอนนานขึ้น ให้จำว่าเยียวยานาน
- ระดับ G คือ เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วย ส่งผลให้เกิดอันตรายถาวรแก่ผู้ป่วย ให้จำว่าต้องพิการ
- ระดับ H คือ เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วย ส่งผลให้ต้องทำการช่วยชีวิต ให้จำว่าต้องการปั๊ม
- ระดับ I คือ เกิดความคลาดเคลื่อนกับผู้ป่วยซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ให้จำว่าจำใจลา
ก็ยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจเพราะหมอนุ้ยไม่ได้เอาตัวอย่างปัญหาอื่นมาให้ขบคิด แต่เป็นปัญหาที่พวกเรารู้จักคู้นเคย เช่น
- การพบข้อผิดพลาดจากการจัดยาของพยาบาล เป็นความรุนแรงระดับ A เพราะเกิดที่นี่
- ช่างซ่อมบำรุงขณะเปลี่ยนหลอดไฟแล้วเกิดบันไดล้ม ทำให้ขาหัก ต้องเข้าเฝือก เป็นความรุนแรงระดับ E เพราะต้องรักษา
เห็นมั๊ยคะว่าทำให้เจ้าหน้าที่จำระดับต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แม้กระทั่งการยกตัวอย่างความเสี่ยง ก็เป็นการยกตัวอย่างที่เป็นปัญหาใกล้ตัวก็ยิ่งทำให้มีความเข้าใจความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น ....ยอดเยี่ยมจริง
แล้วจะทำอะไรต่อไปเพื่อพัฒนาหน่วยงาน
- เมื่อเจ้าหน้าที่อบรมครบทุกคนแล้ว เปิดเวทีให้ทุกคนได้ร่วมกันทำกิจกรรม AAR
- ให้ทุกคนประเมินตนเองและวิเคราะห์การบริหารความเสี่ยงของหน่วยงานว่าอยู่ในระดับใด
- ประเมิน Risk Profile ของหน่วยงานจัดลำดับความสำคัญ
- ทบทวนความเสี่ยงที่สำคัญมาวางมาตรฐานการควบคุม
- จัดทำแผนควบคุมความเสี่ยง
ก็ต้องบอกว่าขอขอบคุณ
ท่านผู้อำนวยการ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และหมอนุ้ยคนเก่ง (หมอนุ้ยเล่าให้ดิฉันฟังว่าอุตส่าห์หาตำหรับตำรา ค้นคว้าศึกษาเรื่องความเสี่ยงเพื่อมาสอนโดยเฉพาะ ไดเฟงแล้วยิ่งชื่นชมจริง ๆ ค่ะ ) ที่ตั้งใจให้ชาวบำราศ ฯ ได้เข้าใจการบริหารความเสี่ยงว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน แต่...เอ...หลังจากอบรมแล้วถ้าดัชนีความเสี่ยงพุ่งจู๊ดทะลุเพดานแล้วคณะกรรมการความเสี่ยงจะถือเป็นความเสี่ยงมั๊ยคะเนี่ย...
คิก..คิก...คิก
เรียนท่านศุภลักษณ์
เยี่ยมเลยครับ ระดับความเสี่ยง
๑. เกิดที่นี่
๒. เกิดที่ไหน
๓. เกิดกับใคร
๔. ให้ระวัง
๕. ต้องรักษา
๖. เยียวยานาน
๗. ต้องการปั๊ม
๘. จำใจลา
ขอเติมระดับ ๙ ครับ กรณีที่เราเป็นผู้ก่อเหตุเอง คือ
ต้องออกไป

ขอบคุณที่สรุปช้ำทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นอีก
ดีจังเลยค่ะที่สรุปให้ฟังอีกครั้ง ทำให้มีความรู้แม่นมากขึ้น ต้องขอบคุณชุมชนคนชุดเขียวมาก ๆนะคะ
หมอนุ้ย นี่คือใครคะ ท่านเป็นวิทยากรภายนอกโรงพยาบาลหรือไม่