คำในภาษาไทยที่มี ฑ มณโฑ มักจะมาจากภาษาบาลี สันสกฤต แม้ภาษาเพื่อนบ้านเรา เช่น เขมร มอญ พม่า จะมี ฑ มณโฑ แต่ส่วนมากใช้ในคำที่มาจากภาษาบาลีสันสกฤตอีกนั่นแหละ

ทั้งสอง ทอ มักจะเขียนกันสับสน เช่น ฑูต (เอกสารเก่าใช้แบบนี้, ป้ายหน้าสถานทูตอเมริกาในกรุงเทพฯ ยังเขียนใช้ ฑ มณโฑ) ฑีฆายุโก มณเฑียร ฑัณฑสถานฯลฯ (ที่ยอมรับว่าถูกต้อง คือ ทูต ทีฆายุโก มนเทียร/มณเฑียร, ทัณฑสถาน)

คำที่เอ่ยข้างต้น ในภาษาบาลีและสันสกฤต ใช้ ท ทหาร คือ ทูต, ทีฆ- มันทิร, ทณฺฑ-

จริงๆ ก็น่าใช้สับสนปนกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะสมัยก่อนเราใช้ นาฑี (สันสกฤต ว่า นาฑี บาลีว่า นาลิ) แต่ปัจจุบันใช้ นาที ท ทหาร

ส่วนกรณีของ มนเทียรนั้นก็แปลก ศัพท์เดิม ใช้ น หนูและ ท ทหาร แต่ไทยเราใช้ทั้งสองแบบ คือใช้ ณ และ ฑ อีกแบบหนึ่ง ตามหลักออกเสียงภาษาบาลีสันสกฤต (อาจใช้การเทียบกับคำอื่น หรือยืมมาจากภาษาอื่นอีกที)

(ขอบคุณ ภาพจาก http://www.bangkokbiznews.com/home/media/2012/09/18/images/news_img_470514_1.jpg)

ฑ ในภาษาสันสกฤต

คำที่ขึ้นต้นด้วย ฑ ในภาษาสันสกฤตมีน้อยมาก เช่น ฑปิ (รวบรวม), ฑมรุ (กลองชนิดหนึ่ง) ฑลก (สาแหรก) คำเหล่านี้ไม่มีใช้ในภาษาไทยเลย

เสียง ฑ ที่ไม่ได้อยู่ต้นคำนั้น มีสองกรณี คือ

1. ตามหลัง ณ ทันทีโดยไม่มีสระคั่น, เช่น มณฑล, กาณฑ(บาลีใช้ กัณฑ์), กรณฑ์, มณฑูก(กบ), ไพรสัณฑ์, น้ำจัณฑ์, ขัณฑสกร ฯลฯ

2. คำที่เดิมใช้ ฬ ในภาษาพระเวท ต่อมาในภาษาสันสกฤตแบบแผนใช้ ฑ เช่น อีเฬ > อีเฑ, จูฬา > จูฑา (ภาษาบาลี จูฬา), ครุฬ > ครุฑ (ภาษาบาลี ครุฬ) เสียง ฑ เหล่านี้จะอยู่ระหว่างสระ คือ ข้างหน้ามีสระ ข้างหลังมีสระมาประสม

 

การสังเกต ท และ ฑ นั้น สำหรับกรณีที่ 1 ดูง่าย คือ ถ้าตามหลัง ณ จะต้องเป็น ฑ เสมอ, ส่วนในกรณีที่ 2 นั้นยากหน่อย. เอาเป็นว่า ถ้าไม่ได้ตามหลัง ณ แล้ว คำที่ใช้ ฑ มีน้อยมาก หากสงสัยต้องพึ่งพจนานุกรมสถานเดียว ;)