วันวาน....มีกระแสสบู่ดำ และ gasification ในการผลิตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งผมได้เขียนบทความเตือนมากหลาย แต่ไม่มีใครฟัง ทำให้สูญเสียเงิน เวลา โอกาส แห่งชาติไปมากหลาย ....วันนี้กระแสหญ้าเนเปียร์ (Napier grass) กำลังมาแรงที่สุด ขนาดกระทรวงพลังงานทุ่มทุนสร้างหลายหมื่นล้าน
แต่ผมก็ขอต้านกระแสเตือนอยู่ดี ว่า ช้าก่อน คิดให้ถูกต้อง ตรองให้รอบ ก่อนก่อทุกข์ให้ชาติซ้ำซาก เพียงเพราะอยากได้คะแนนเสียง
รัฐบาลไทยประโคมข่าวว่า หญ้าเนเปียร์ให้ผลผลิต ๑๐๐ ตัน ต่อไร่ ต่อปี ต่อมากระทรวงพลังงาน ลดลงมาเหลือ ๔๐ ตันต่อไร่ต่อปี ...ด้วยเหตุผลเชิงปฎิบัติจริง แต่แม้เพียงนี้ผมก็ถือว่าสูงมากเกินจริง เพราะยูคาที่ว่าโตเร็วนั้นก็เพียง ๖ ตันต่อไร่ปีเท่านั้นเอง
ช้าก่อน..ฝรั่งที่ทำงานวิจัยเข้มข้นมานานนับสิบปี ว่า ได้ ๔๐ ตันต่อ เฮคแตร์ปี (ซึ่งฝรั่งเขาถือว่าสูงมากแล้ว) ...แปลเป็นไทยได้ว่า ๖ ตันต่อไร่ปี เท่านั้นเอง (แม้เก็บเกี่ยว ๔-๕ ครั้งต่อปี)
อีกช้าก่อน ...หญ้านี้มีน้ำปนร้อยละ ๘๐ ในขณะที่ยูคามีน้ำปนเพียงรล. ๓๐ แสดงว่า หญ้านี้ผลิตชีวมวลแห้งที่ไร้น้ำได้เพียง ๑.๒ ตันต่อไร่ปี ในขณะที่ยูคาได้ ๔.๒ ตันต่อไร่ปี มากกว่ากันเกือบ ๔ เท่า
แถมปลูกยูคาดูแลน้อย ... ๕ ปีตัดสักที ในขณะที่ปลูกเนเปียร์ต้องดูแลมาก ให้น้ำ ปุ๋ย ทำหญ้า และต้องตัด ๔-๕ ครั้งต่อปี มันเหนื่อยยากและสิ้นเปลืองแรงงานมากกว่าปลูกยูคามากนัก
ส่วนไผ่ ที่ผมเสนอมาหลายบทความมาก ให้สารชีวมวลต่อไร่ปีสูงกว่ายูคา ๘ เท่า (ไม่รวมน้ำ) ผมเขียนจนมือหงิก แต่ไม่มีคนสนใจ ทั้งที่ไผ่ปลูกง่าย โตได้ดีทั้งในที่ชุ่นน้ำ ที่แล้ว ที่ราบ เขาสูง รากก็ดก ช่วยยึดหน้าดินและอุ้มน้ำป่าต้นหน้าได้ดีมก
ผมทำนายวันนี้ว่า เรื่องหญ้าเนเปียร์ผลิตพลังงาน จะเป็นโศกนาฎกรรมฉากใหม่ของสังคมไทย ซ้ำรอยเดิมสบู่ดำ และ gasification ไม่ว่าการ pr ในวันนี้ จะดูสวยหรูน่าเชื่อถือประการใดก็ตาม
สุดท้ายนี้ขอส่งความปรารถนาดีไปยังไผ่ ที่นอกจะไม่ต้องดูแล ยังยึดหน้าดิน ให้ชีวมวลมากที่สุด เห็ด ปุ๋ย สารพัด ...เสียแต่ว่าชื่อมัน ไท้ไทย ไม่เป็นหรั่งแบบ “เนเปียร์” ก็เลยไม่มีนักวิชาการไทยสนใจมากนัก ...ตามฟอร์ม ..ประจำ ...ก็ทุกซ้ำซากกันต่อไปเด๊อ...ปี่น่องเด๊อ
(โปรดติดตามตอนสอง....หากไม่ลืมเสียก่อน)
...คนถางทาง ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)
น่าสนใจมากสำหรับไผ่ ที่บ้านไร่ปลูกง่าย แต่ปลูกกินในครัวเรือนแค่นั้นครับ
http://www.gotoknow.org/posts/402767
ข้อมูลที่ทางผู้เขียนให้มามีทั้งที่ถูกและผิดอยู่นะครับ ปัจจุบันมีการปรับปรุงสายพันธุ์ ทำให้ผลผลิตต่อไร่เยอะขึ้นกว่าเมือ่ก่อนเยอะครับ ไร่นึงได้มากกว่า 10 ตันครับ แต่การดูแลจะต้องดูแลมากกว่ายูคาแน่นอนครับ แต่ทว่าหญ้าสามารถเก็บได้ถึงปีละ 2-3 ครั้ง ตกปีนึงแล้วจะได้ผลผลิตถึง 20-30 ตันต่อปี และถ้าสามารถปลูกได้แบบดีมากๆ จะสามรถทำผลผลิตได้สูงถึง 50 ตันต่อปีเลยครับ
ท่าน bb ผมทราบครับ ที่เขาเคลม ๑๐๐ ตันด้วยซ้ำ แต่มันมีน้ำ ๘๐ ปซ. เหลือเนื้อแห้ง ๒๐ ครับ โปรดอ่านบทต่อๆ ไปนะครับ นักวิชาการฝรั่งมีการเคลม ตั้งแต่ ๑๐ ถึง ๑๐๐ ตันครับ เรื่องแบบนี้มันแปรผันได้มาก ตามประสาเกษตร สุดแล้วแต่การดูแล
ขอบคุณครับคุณถาง ผมได้อ่านหัวข้อถัดๆ ไปแล้ว จริงอย่างที่คุณถางว่า จริงๆ ผมสนใจพวกไผ่กับพวกไม้ต้นเร็วอย่างกระถินยักษ์ กระถินเทพา แต่พวกนี้จะมีการเติบโตคล้ายกับไผ่ คือ ต้องใช้เวลาในการเจริญเติบโตมากกว่า 1 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถนำมาใช้ได้ อย่างไผ่ ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะที่จะเอามาเผาเลยครับ เอาไปทำเฟอนิเจอร์ ดูมีมูลค่ามากกว่าเยอะครับ ตอนนี้ผมเองก็วิจัยพวกหญ้ายักษ์อยู่ ยังไม่สามารถทำผลผลิตต่อไร่ได้เท่ากับต่างประเทศ ที่อยากจะใช้หญ้าเพราะมันป้อนเข้าโรงไฟฟ้าได้ไวกว่าครับ ถึงแม้ว่ามันจะได้ผลผลิตน้อยกว่าก็ตาม
ปกติหญ้าที่ผมจะเอาเข้าโรงไฟฟ้า จะถูกทิ้งให้ตากแห้งด้วยแดดอยู่ประมาณ 1 สัปดา เพื่อลดความชื้น สุดท้ายจะเหลือความชื้นอยู่ประมาณ 12-15% น้ำหนักจะลดลงมา แล้วถึงจะเอาไปโรงไฟฟ้าเพื่อบดต่อไป และปัจจุบันก็มีการนำไปอัดเม็ดส่งขายต่างประเทศด้วยครับ ซึ่งก็เป็นโครงการที่ผมกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอยู่ครับ
ผมคิดว่าที่หญ้ายักษ์เป็นที่นิยม น่าจะเกิดจากการที่มันโตไว แค่ปลูกไว้ไม่เกิน 60 วันก็สามารถตัดมาใช้งานได้แล้ว ไม่ต้องรอนานเหมือนพืชโตไวชนิดอื่น แต่จริงๆ แล้วหญ้ามันใช้ปุ๋ยเยอะมากนะครับถึงจะได้ผลผลิตต่อไร่ได้เยอะขนาดนั้น แต่ผมก็มองว่าหญ้ายักษ์น่าจะเหมาะกับเอาไปเลี้ยงสัตว์มากกว่า เพราะมันมีโปรตีนสูง ซึ่งเอามาเผามันก็ดูเหมือนเอามาทำลาย
อ่อ แล้วมันเป็นที่นิยมอีกอย่างน่าจะเป็นเพราะมันขยายพันธุ์ไงครับ แค่ปลูก 1 ไร่ สามารถเอาท่อนมันไปขยายได้อีกถึง 25 ไร่ ปลูกแค่ไม่กี่รอบ สามารถทำได้เป็นพันไร่ในเวลาไม่ถึงปีเลยครับ และโอกาสรอดตายสูงถึง 95% ขึ้นเลยนะครับ
ท่าน bb ได้อ่านบทความใหม่ของผมที่ว่า่ปลูกไผ่ได้ไร่ละ ๕๐๐ ตันแห้งต่อปีหรือยังครับ สองปีตัดครั้งเดียว มันมากกว่า เนเปียร์ ๒๕ เ้ท่าเลยนะครับ ดูแลก็น้อยกว่ามาก การรอนานสองปีกว่าจะตัดได้นั้นมันรอครั้งเดียวนะครับ ครั้งต่อๆ ไป ก็จะมีผลผลิตเสมือนกับว่าต่อเนื่องเท่าเทียมหญ้าครับ เพราะว่ากันเป็น ต่อไร่ต่อปีนะครับ
ได้อ่านแล้วครับ น่าสนใจมากครับ ตอนนี้กำลังวิจัยหาข้อมูลเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าหลายๆ ชนิดอยู่ครับ ผมสงสัยว่าปลูกไผ่ ถ้าจะให้มีผลผลิตตลอดทั้งปีและสามารถป้อนโรงไฟฟ้าได้ทั้งปี คงต้องปลูกหลายๆ แปลง และทยอยตัดไปใช้ เวียนไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องใช้เนื้อที่เยอะมากครับ โรงไฟฟ้าผม ถ้าใช้หญ้าอย่างเดียวต้องปลูกถึง 1 หมื่นไร่เลยครับ (สำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 9 เมกกะวัตต์) ที่ความร้อน 3 กิโลแคลรอรี่/กิโลกรัม และผลผลิตต่อปี 20 ตัน/ไร่ ที่ความชื้น 15% ถ้าเป็นไผ่สีสุก น่าจะใช้น้อยลงกว่าเกือบ 25 เท่า แต่ทางผมเองก็ยังไม่ค่อยมีความรู้เรื่องปลูกไผ่สักเท่าไรเลยครับ
แต่ที่จะไปปลูกหญ้าเพราะว่ารัฐบาลสนับสนุนค่าไฟฟ้า Feed in tariff ที่ 4.50 บาท (คาดว่านะครับ) เป็นกรณีพิเศษ แต่ยังไม่ประกาศออกมา ซึ่งมันทำให้โรงไฟฟ้าคืนทุนเร็วมาก