หลังจากเล่าตอน 1 เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตั้งใจจะเขียนต่อเนื่องแต่เวลาไม่อำนวย วันนี้ขอนำเสนอตอน 2 ซึ่งเป็นข้อแรกเกียวกับปัญหาของเจ้าของกิจการกับหุ้นส่วน ที่ไม่สามารถตกลงกันได้ในสองปีครึ่งที่ผ่านมา จึงเป็นปัญหาแรกที่คิดว่าต้องพยายามช่วยให้ผ่านให้จบภายในปี 2555 ด้วยกำลังใจและคำพูดจากพนักงานเก่าที่ร่วมทุกข์สุขกับบริษัทมาว่าถ้าการเจรจาสำเร็จเท่ากับช่วยพนักงานทั้งสองฝ่ายเกือบร้อยชีวิต แรงบันดาลใจนี้ทำให้ฮึดสู้จนวินาทีสุดท้ายจบที่สำนักงานที่ดินเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มในวันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายน เหตุการณ์นี้ทำให้ดิฉันจำเป็นต้องใช้คำพูดอย่างรุนแรงว่าไม่คิดจะตายกันเลยหรือ เพราะตั้งแต่ดิฉันเริ่มเข้าช่วยเจรจาเป็นระยะเวลาถึง 3 เดือนกว่าจะตกลงกันได้ อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเจ้าของหุ้นส่วนทั้งสองที่ทำให้เราได้มีเรื่องเล่าและให้รู้ว่าการเอาชนะกันนั้นมีแต่เสียอย่างเดียว อีกประการหนึ่งดิฉันจะเป็นคนไม่ฟังความข้างเดียวจึงพยายามขอพบฝ่ายตรงข้าม ในที่สุดจึงได้ข้อสรุปว่าถ้าทั้งสองฝ่ายหันหน้าเ้ข้าหากันแต่แรก ไม่มีคำว่าทิฐิหรืออัตตา คงไม่เสียเวลาถึงสองปีครึ่งแน่นอน บางครั้งผู้เป็นเจ้าของถ้ามัวแต่คำนึงว่าฉันอาวุโสจะยอมลดทิฐิให้เด็กไม่ได้เรื่ิองก็จะจบยากเพราะบางครั้งเด็กรุ่นใหม่สื่อต่างๆทำให้ vision กว้างกว่าเราก็ต้องยอมรับ ทั้งนี้รวมไปถึงการบริหารซึ่งจะนำเสนอในตอนที่ 3 ต่อไป ต้องขออภัยถ้าทำให้ท่านสมาชิกไม่ได้อ่านต่อเนื่อง
ขอบคุณที่แชร์บทเรียนแห่งชีวิตสู่กัน...ด้วยความขอบคุณอย่างจริงใจจากคนวัยใกล้เกษียณค่ะ
ขอบคุณคุณปรีดาค่ะ ไว้คอยติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณสำหรับดอกไม้จากครูอ้อยค่ะ