กิจกรรมบำบัดกับเด็กสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น(ADHD) ย่อมาจากคำว่า Attention Deficit Hyperactivity Disorder เป็นโรคที่พบบ่อยได้ในวัยเด็ก โดยเด็กไม่สามารถควบคุมสมาธิและการเคลื่อนไหวของตนเองได้จึงก่อให้เกิดปัญหาตต่างๆ เช่น ผลการเรียนตกต่ำ แม้ระดับสติปัญญาจะอยู่ในระดับปกติ มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นต้น

ADHD มีลักษณะเด่นอยู่ 3 ประการ คือ

1. Inattention คือ มีช่วงสมาธิสั้นกว่าปกติและมักจะวอกแวกง่าน (Distractibility)

2. Hyperactivity คือ มีลักษณะอยู่ไม่นิ่ง ซุกซนผิดปกติ

3. Impulsiveness  คือ มีลักษณะหุนหันพลันแล่น ขาดความยับยังชั่งใจ

การวินิจฉัย แบ่งอาการเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ Inattention และ Hyperactivity-Impulsivity มีอาการแสดงดังนี้

> มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งใน 2 ข้อย่อยนี้

1. ในการวินิจฉัยต้องมีการการในกลุ่มของ In-attention อย่างน้อย 6 ข้อ และอาการดังกล่าวจะต้องเป็นต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน   

Inattention (ขาดสมาธิ)

- มักละเลยในรายละเอียดในการทำงาน การเรียนหรือกิจกรรมอื่นๆ

-มักไม่มีสมาธิในการทำงานหรือการเล่น

-มักดูเหมือนไม่ฟังเวลาพูด

-มักทำกิจกรรมไม่เสร็จ

-มักมีความยากลำบากในการจัดระเบียบงานหรือกิจกรรม

-มักหลีกเลี่ยงหรือไม่ชอบกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ

-มักทำของหายบ่อยๆ

-มักวอกแวกง่าย

-มักลืมบ่อยๆ

2. ในการวินิจฉััยต้องมีอาการในกลุ่มของ hyperactivity-impulsivity อย่างน้อย 6 ข้อ และอาการดังกล่าวต้องเป็นต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

Hyperactivity (ซน อยู่ไม่นิ่ง)

-มักบิดมือหรือเท้า หรือนั่งบิดไปไปมา

-มักลุกจากที่ในห้องเรียน

-มักวิ่งไปมา ปีนป่ายในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม

-มักไม่สามารถเล่นเเบบเงียบๆได้

-มักเคลื่อนไหวตลอดเวลา

-มักพูดมากเกินไป


Impulsivity (หุนหันพลันแล่น)

-มักผลีผลาม หุนหันพลันแล่น ขาดการยับยั้งชั่งใจ ทำสิ่งต่างๆไปโดยไม่คิอ

ไม่สามารถรอคอยได้

-มักพูดแทรกหรือก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น

>อาการของ ADHD บางอย่างปรากฏก่อนอายุ 7 ปี

>อาการที่ปรากฏสามารถสังเกตเห็นได้อย่างน้อย 2 สถานที่ขึ้นไป เช่น บ้าน โรงเรียน

>อาการที่ปรากฏก่อให้เกิดผลเสียต่อการใช้ชีวิตในสังคม การเรียน หรืออาชีพ

ในการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก ดิฉันได้ฝึกเด็กสมาธิสั้นคนหนึ่ง ซึ่งมีอาการหลักๆ คือ Inattention และ Impulsivity อาการเหล่านี้ส่งผลต่อการเรียนและทักษะสังคมของเด็กด้วย และเมื่อฝึกจะสังเกตเห็นได้ว่า เด็กมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมคือ มีพฤติกรรมที่ชอบสัมพัสวัตถุ สิ่งของต่างๆ ชอบกิจกรรมที่มีการกระโดด แต่มักจะหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการทรงตัวและการนั่งชิงช้า นอกจากนี้เด็กยังมีพฤติกรรมที่ชอบเล่นแรงๆด้วย ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการบูรณาการประสาทความรู้สึกที่ผิดปกติไป ซึ่งในเด็กสมาธิสั้นก็อาจเกิดพฤติกรรมเหล่านี้ได้แต่ไม่ได้เกิดกับเด็กทุกคน ในการฝึกจึงได้มีการจัดกิจกรรมที่ให้เด็กได้มีการบูรณาการประสาทควาทรู้สึก เช่น กิจกรรมที่มีการกระโดด เพื่อให้เด็กได้รับความรู้สึกผ่านข้อต่อ การทำกิจกรรมในอ่างบอล เพื่อให้เด็กได้รับความรู้สึกทางการสัมผัส การทำกิจกรรมนั่งชิงช้า และการให้เด็กทำกิจกรรมที่มีการควบคุมตัวเอง เช่น การเดินทรงตัว เมื่อเด็กได้มีการบูรณาการประสาทความรู้สึกแล้วแสดงให้เห็นว่า เด็กมีช่วงสมาธิในการทำกิจกรรมได้ดีขึ้น รู้จักที่จะรอคอย และเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการฝึกให้เด็กทำกิจกรรมร่วมกับเด็กคนอื่น มีการช่วยเหลือกัน ทำงานร่วมกันจนเสร็จ เพื่อเป็นกาฝึกทักาะทางสังคมของเด็ก การทำกิจกรรมในการฝึกเหล่านี้เป็นเพียส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กคือครอบครัว ที่จะช่วยเหลือให้เด็กสามารถทำกิจกรรมได้เหมาะสมตามวัยของเด็กเอง