แมวนี่กตัญญูนะ เราให้ข้าวมัน มันก็ไม่มาขี้บ้านเราเลย...เนี่ยเขาเรียกว่า “มิตรจิตมิตรใจ”

         

               คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะทานข้าวเย็น (ที่พี่สาวเก็บไว้ให้) ตอนทุ่มกว่า เนื่องจากกลับบ้านช้าจนสมาชิกในบ้านเสร็จภารกิจอาหารเย็นหมดแล้ว ก็ให้รู้สึกแปลกใจที่เห็นพี่สาวเดินออกไปนอกบ้านทำท่ามองหาและยังทำเสียงร้อง “เมี้ยวๆๆๆๆ”  ที่แปลกใจเพราะพี่สาวเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเกลียดและเป็นศัตรูกับทั้งแมวและหมา เธอแพ้ขนสัตว์ทุกชนิด  รักความสะอาดมาก สมาชิกในบ้านไม่ได้รับอนุญาตให้เลี้ยงแมวหมาเลย แม้หลานๆ และผู้เขียนจะขอร้องอย่างไร...   หลานสาวหันมาบอกหัวเราะๆ เมื่อเห็นหน้าตาแสดงคำถามของผู้เขียน

หลานสาว: ตอนนี้ม่าม้าเขารักแมวนะ หาปลาคลุกข้าวให้แมวทุกวัน

ผู้เขียน :  แมวใครล่ะ ทึ่งเลย ทำให้ม่าม้ารักได้นี่...(แอบอมยิ้ม)

หลานสาว : แมวใครก็ไม่รู้ แต่มันมีลูกอ่อน มันหิว เลยใจกล้ามาร้องขอข้าว ยังคิดว่ามันจะโดนตะเพิดแล้ว...นั่นไงตัวดำๆ ใส่ถุงเท้าขาวสองขาหน้าด้วย ฉลาดเป็นกรดเลย

ผู้เขียน :  เหรอ...อืม แล้วไงต่อ...

หลานสาว :  ตอนแรกม่าม้าเขาให้ข้าวมันเพราะหนวกหูแล้วก็เห็นมันมีลูกอ่อน หลังๆ นี่พอมันหายไป ม่าม้าเขาต้องไปตามหามัน กลัวมันเป็นอะไรไป...ฮาๆๆ ในที่สุดม่าม้าก็รักแมว.... หลานสาวพูดไปหัวเราะไป

พี่เขย : มันฉลาดนะ พอมันเห็นเจ้ (พี่สาวผู้เขียน) มันจะรีบวิ่งมา คนอื่นไปมองๆ มันก็ไม่มานะ...หึๆๆๆ

หลานสาว : เดี๋ยวนี้ไม่มีแมวมาขี้ข้างบ้านแล้วนะ ม่าม้าเขาถึงรักมันไง...


            ทั้งหลานสาวและพี่เขยเล่าไปหัวเราะไป เพราะอาการที่เป็นศัตรูกับหมาแมวของพี่สาวเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา เห็นหมาแมวเดินใกล้กระถางต้นไม้จะต้องออกไปไล่เสียงดัง เพราะต้องเก็บกวาดขี้แมวขี้หมาทุกเช้า เนื่องจากบ้านที่อยู่เป็นห้องริมจึงมีพื้นที่ว่างยาวตลอดและมีกระถางต้นไม้ปลูกเต็ม ตามประสาคนรักต้นไม้  คิดไปก็ยิ้มไปพลาง พี่สาวที่เพิ่งเดินกลับมาจากการให้อาหารแมว บ่นว่า

พี่สาว :  วันนี้ให้ข้าวมันช้า มันเลยไปคุ้ยกองขยะ สงสัยมันจะหิว...สกปรกจะตายไป

ผู้เขียน : อมยิ้ม...ก็พี่สาวเธอเป็นคุณนายสะอาด ไม่ชอบความสกปรก ขยะ ฝุ่นผง เธอก็บ่นน่ะสิ เลยยิ้มแล้วหันไปพูดลอยๆว่า ...งั้นต่อไปเจ้ก็ต้องให้ข้าวมันตรงเวลานะ ไม่งั้นมันหิวไปคุ้ยขยะกิน อิ่มแล้ว ไม่มาขอข้าวล่ะแย่เลย...อิอิ

พี่สาว : แหม...เจ้ไม่ได้อยู่ว่างๆ นี่ ไม่กินก็อย่ากิน ช่างมัน...

ผู้เขียน : อ้าว...มันมีลูกอ่อนนะเจ้ ไม่รู้ลูกกี่ตัว ผอมโกรกเลย เฮ้อ...น่าสงสาร อีกอย่างแมวนี่กตัญญูนะ เราให้ข้าวมัน มันก็ไม่มาขี้บ้านเราเลย...เนี่ยเขาเรียกว่า  “มิตรจิตมิตรใจ” เรารักมัน มันก็รักเรา...นะเจ้

พี่สาว:  ก็จริงอยู่ๆ ... แต่ไอ้หมาไม่มีเจ้าของสิ...ยังมาขี้เรื่อย เบื่อจริงๆ

ผู้เขียน : สงสัยต้องเลี้ยงอาหารหมาด้วยอีกสักอย่าง มันจะได้ไม่มาขี้ข้างบ้านเราเนอะ...ฮาๆๆๆ

พี่สาว :  ให้จริงเถอะ เบื่อเก็บขี้หมาใครก็ไม่รู้...#@&#$@*


             ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าแมวเป็นสัตว์ขี้อายและมีนิสัยและท่าทางหยิ่งๆ มีมาด เขาจะถ่ายในที่ลับตาและหาทางกลบ แต่เมื่อในเมืองกรุงฯ ไม่มีที่ให้เขากลบมูล เขาก็ต้องเลือกถ่ายตามซอกมุมของกระถางต้นไม้ซึ่งเป็นที่ลับตา  ส่วนหมานั้นถ่ายไม่เลือกที่ และยังมีเจ้าของบางคนที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม บ้างก็จูงหมาออกมาเดินเล่นและถ่ายนอกบ้าน บ้างก็ปล่อยให้หมาออกมาถ่ายหน้าบ้านคนอื่น เป็นที่อิดหนาระอาใจ ทะเลาะเบาะแว้งกันหลายรายแล้ว  ตอนนี้ก็เลยได้ความรู้อีกอย่างว่าแมวจะไม่ถ่ายบริเวณบ้านที่เลี้ยงหรือให้อาหารเขา และหากมีแมวป้วนเปี้ยนบริเวณใด ตัวอื่นๆ จะไม่มายุ่งในบริเวณนั้น  ทำนองมีการแบ่งอาณาเขตกันด้วย



ตัวนี้ชื่อ "นำโชค" แมวสุดที่รักของพี่สาวอีกบ้านหนึ่ง



  คิดฝันต่อไปว่า...

            ....ไม่แน่ว่า ต่อไปบ้านเราอาจได้เลี้ยงหมาหรือแมว เพราะพี่สาวอนุญาตก็ได้นะ ใครจะไปรู้... ดีจังเลย...