Mirror Therapy
การบำบัดฟื้นฟูด้วยกระจกเงาสะท้อน
ในปี ค.ศ.1996 นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี ชื่อว่า Giacomo Rizzolatti และ Laila Craighero มหาวิทยาลัยปาร์มา ประเทศอิตาลี ได้ศึกษาวิจัยเรื่องของเซลล์สมองกระจกเงา (The mirror-neuron system) ค้นพบว่าสมองของคนเรานั้นมีเซลล์ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Mirror neuron” หรือ “เซลล์สมองกระจกเงา” ซึ่งเป็นเซลล์ที่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ต่างๆ เช่น การตอบสนองต่อการมองเห็น การได้ยิน การได้เห็นภาพและการได้กลิ่น จากตัวกระตุ้นที่รับผ่านเซลล์ประสาทสัมผัส โดยเฉพาะการสังเกตและเลียนแบบการกระทำของผู้อื่น จึงเป็นแนวคิดในการบำบัดฟื้นฟูด้วยกระจกเงาสะท้อน (Mirror therapy) มาใช้ เพื่อตอบสนองการเคลื่อนไหวของตนเองจากภาพในกระจกเงาที่สะท้อนภาพการเคลื่อนไหว
โดยเริ่มแรกนั้น Mirror therapy ถูกนำมาใช้ในผู้ป่วยที่ถูกตัดแขนหรือขา (Amputee) เพื่อรักษาอาการปวดแขนหรือขาที่ขาดไปแล้ว (Phantom limb pain) ปัจจุบัน Mirror therapy กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการฝึกการเคลื่อนไหวของมือในผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง (Stroke) โดยเฉพาะผู้ป่วยในระยะเฉียบพลัน (Acute) หรือ เป็นมานานน้อยกว่า 6 เดือน นอกจากนี้ยังมีการรายงานวิจัยจากประเทศไทยและต่างประเทศว่ามีการพัฒนาของกำลังกล้ามเนื้อและการทำงานของมือเพิ่มมากขึ้นภายหลังการฝึก
ประโยชน์จากการรักษาโดย Mirror Therapy คือ ส่งเสริมการเรียนรู้การเคลื่อนไหวและเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้กังวลกับมือข้างอ่อนแรง เพื่อให้มือข้างอ่อนแรงฟื้นฟูกลับมามีทักษะและเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
วิธีการรักษาโดยMirror Therapy
1.นำแขนและมือข้างอ่อนแรงสอดเข้าไปในกล่องกระจก
2.ใช้แขนและมือข้างที่ปกติทำกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เกิดภาพสะท้อนในกระจกเงา
3.มองมือของตัวเองในกระจก จินตนาการว่ามือที่เห็นในกระจกเป็นมือข้างอ่อนแรงที่กำลังเคลื่อนไหวทำกิจกรรมอยู่
4.ใช้แขนและมือข้างที่ปกติทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองการเคลื่อนไหวจากภาพที่เห็นในกระจก
โปรแกรมการฝึก
ฝึก 2รอบ/วัน รอบละ30นาที ฝึกต่อเนื่อง4-6สัปดาห์ ท่าที่แนะนำในการฝึก ดังนี้
1. คว่ำและหงายมือสลับกัน 20 ครั้ง
2. ใช้หมอนหนุนบริเวณข้อมือทั้ง 2 ด้าน หงายมือขึ้น กระดกข้อมือขึ้น-ลงสลับกัน 20 ครั้ง
3.
เหยียด-งอนิ้ว สลับกัน 20 ครั้ง
อุปสรรคที่ส่งผลต่อการฝึกด้วยกระจกเงาสะท้อน
- ไม่ทราบว่าผู้ป่วยทำได้ถูกต้องตามที่กำหนดให้หรือไม่
- ปัจจัยหรือเหตุการณ์ต่างๆที่รบกวนสมาธิขณะฝึก