จดหมายถึงลูก "ภัคร + เพรียง" ฉบับที่ ๒๗
ตอนการเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิต
ในชีวิตของแม่ แม่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า...บางครั้งคนเราเมื่อผ่านความยากจน ความไม่พร้อม ความไม่มีในสมัยตอนเป็นเด็ก ๆ แล้ว พอโตขึ้นเราก็จะต้องไปพบเจอกับสภาพความเป็นอยู่แบบนี้อีกครั้งหนึ่ง...เป็นความเป็นอยู่ที่ไม่เรื่องมาก เป็นชีวิตที่เรียบง่าย ที่สำคัญทำให้พวกเรามีความสุขกับสภาพแบบนี้...สำหรับการเรียนรู้ของแม่กับการที่แม่เข้าสู่วัยกลางคนแล้วค่อนข้างจะมาทางบั้นปลายของชีวิตมนุษย์แล้ว แต่เมื่อลูกแม่โตเป็นหนุ่มกันขึ้น ทำให้แม่ก็ต้องกับมาเจอกับสภาพที่แม่คิดว่าเมื่อสมัยก่อนตอนเป็นเด็ก ๆ ครอบครัวของแม่ก็มีสภาพเป็นแบบนี้เช่นกัน...ทำให้แม่เห็นถึงสัจธรรมของชีวิตว่า..."คนเราเมื่อมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเมื่อสมัยก่อน ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนเรา นั่นคือ...ทำอย่างไรที่คนเราจะอยู่ได้อย่างมีความสุข สุขกาย สุขใจของเรา...
ช่วงเวลาระหว่าง ๒๔ - ๒๗ มกราคม ๒๕๕๖ ครอบครัวของเรามี Plan กันไว้ตั้งแต่น้องเพรียงได้ไปเป็นทหารอยู่ที่ค่ายฯ แล้วว่า เราจะไปหาน้าหมู น้าต้นที่ปทุมธานี แล้วก็ชวนน้าต้น (น้องเขย) ไปเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรีกัน สำหรับแม่ก็ขอเลี้ยงเจ้าฟ้าครามอยู่กับย่าหมูที่บ้านที่ปทุมฯ ดีกว่า เพราะเกรงว่าเจ้าฟ้าครามซน กลัวตกน้ำ...พวกหนู คือ พี่ภัคร น้องเพรียง น้องอ้อม พร้อมด้วย น้าต้น จึงชวนกันไปตกปลาที่กาญจนบุรี ซึ่งเป็นกีฬาที่น้องเพรียงโปรดมาก...อยู่กับมันได้เป็นวัน ๆ...
คราวนี้ น้าต้นจัดคิวให้ ๒ วันเต็ม โดยเช่าแพและเรือ ค่าจ้างเหมาก็ไม่แพงจนเกินไป เป็นกีฬาที่น้องเพรียงกับน้าต้นชอบมาก...บางครั้ง แม่ว่า แดดมันร้อนมาก แต่พวกหนูก็ชอบ และรักกับกีฬาแบบนี้...สำหรับพี่ภัครไปคราวนี้ ครั้งแรกแม่ว่า เพื่อความสนุกมากกว่า เพราะชีวิตของหนูจะคลุกอยู่กับตำราเรียนมากกว่าน้อง สำหรับเพรียงหนูช่างแตกต่างจากพี่ภัครมากมาย แม่เคยเปรียบว่า เหมือนฟ้า กับดิน เพราะลูกแม่ทั้งสองเกิดมาจากแม่คนเดียวกัน แต่ชีวิตของหนูช่างแตกต่างกันมาก ๆ พี่ภัครเลือกที่จะเรียนแล้วเข้าไปอยู่ในดงวิชาการ สำหรับน้องเพรียงเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบลูกทุ่ง มีชีวิตอยู่กับท้องไร่ ท้องนา ชอบความอิสระเสรี ไม่ชอบการกดขี่หรือการใช้อำนาจ...จึงทำให้แม่เห็นว่า...ลูกทั้งสองของแม่ช่างแตกต่างกันเสียจริง ๆ
แต่สิ่งหนึ่งที่แม่คิด นั่นคือ...คนเราต่อให้มีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนต้องการ นั่นคือ "ความสุข" ๆ ที่ต้องการแสวงหาใส่ตัว ความพึงพอใจที่พอใจที่จะทำ ทำแล้วไม่ทำให้ใคร ๆ เดือดร้อน นั่นคือ ความต้องการของลูกแม่ที่มีเหมือน ๆ กัน...
หลังจากที่แม่มาถึงปทุม ฯ ในเวลาประมาณ ๔ โมงเช้า เราก็พักกันได้พักหนึ่ง พอเวลาประมาณบ่ายเกือบ ๔ โมงเย็น น้องเพรียง น้องอ้อม น้าต้น ก็รอพี่ภัครที่จะไปร่วมวงด้วย เพราะพี่ภัครติดเป็น TA ใ้ห้กับอาจารย์ที่ ม.เกษตรฯ เมื่อเสร็จแล้ว พี่ภัครก็นั่งรถมาที่ปทุม ฯ แม่ขับไปรับพี่ภัครที่ท่ารถ แล้วพวกหนูก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีกัน...ความที่น้องเพรียงชอบ เพราะเคยไปครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ซึ่งลูก ๆ ของแม่ก็เก็บเงินกันเองเพื่อไปเป็นค่าใชัจ่ายในครั้งนี้...พวกหนูชอบความอิสระ ความสุขเล็ก ๆ ที่มันเกิดขึ้นภายในครอบครัว ที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวของพวกเราเอง...และนี่เองที่ทำให้คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน แหล่งกำเนิดอาจเหมือนกัน แต่การใช้ชีวิตหรือประสบการณ์ชีวิตทำให้คนเราแตกต่างกัน อยู่ที่ "ใจรัก" "ใจชอบ" มากกว่า...
น้องเพรียงเตรียมอุปกรณ์การตกปลามาจากบ้านที่พิษณุโลกด้วย สำหรับน้องเพรียงดูเหมือนว่า เจ้าของแพจะชอบนิสัยของหนูมาก เรียกชื่อหนูตลอด อาจเป็นเพราะว่า น้องเพรียงเข้าใจชีวิตของคนที่เป็นแบบลูกทุ่ง ความคิด ความอ่านของหนูจึงรู้จัก ธรรมชาติมากกว่าวิชาการ น้องเพรียงจะเก่งเรื่องการปฏิบัติมากกว่า ลูกแม่คนนี้ เรียนรู้จากการปฏิบัติโดยไม่ขอเรียนรู้จากวิชาการ มีการเรียนรู้แบบลองผิด ลองถูก แต่ก็เป็นการเรียนรู้ชีวิตเช่นกัน...
ซึ่งในตอนแรก ๆ แม่ก็ไม่ค่อยชอบใจน้องเพรียงเท่าไหร่ที่ไม่ค่อยสนใจในการเรียนรู้เรื่องวิชาการ แต่พอแม่มาตั้งสติและนั่งพิจารณาดูถึงความแตกต่างกันนี้ ทำให้แม่รู้ว่า ลูกของแม่มีความแตกต่างกันในการใช้ชีวิต เพราะลูกทั้งสองคนมีความคิดไม่เหมือนกัน อาจเนื่องมาจากประสบการณ์ตั้งแต่เล็ก ๆ ที่ลูกของแม่ทั้งสองพบเจอมาไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การใช้ชีวิตในวัยเด็กรวมถึงเรื่องการศึกษาในโรงเรียนประถม มัธยมด้วย จึงทำให้แม่ได้คิดว่า ต่อไปนี้ แม่ให้โอกาสและเปิดใจยอมรับลูกทั้งสองของแม่เสมอ ไม่ว่าลูก ๆ ของแม่จะมีการใช้ชีวิตแบบใด เรียนต่อหรือไม่เรียน แต่สิ่งสำคัญ คือ ลูกทั้งสองของแม่เป็นคนดีต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อคนรอบข้าง ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ๆ ในสังคมก็พอแล้ว...
เมื่อปีที่แล้วน้องเพรียงก็เคยไปที่เขื่อนภูมิพล แต่คราวนี้มากาญจนบุรีเป็นครั้งที่สอง...หนูบอกว่าคราวที่แล้วมา ปลาไม่ค่อยมี...แต่คราวนี้ หนูพอใจที่ได้ตกปลา แถมเป็นปลาตัวใหญ่มาก ปลาส่วนใหญ่ที่ตกจะเป็นปลาชะโด ปลากระสูบ น้องเพรียงมีวิชาชีวิตของหนู คือ เรื่องการตกปลา ชอบแบบเป็นชีวิตจิตใจ แม้แต่ถ้าอยู่บ้าน หนูก็จะไปแถว ๆ ทุ่งนา ตามสระของพ่อเร ตกคราวใด น้อยครั้งมากที่จะไม่ได้ปลา ได้มาหนูก็สามารถนำมาไปขาย หรือไปทำอาหาร สำหรับปลาที่พิษณุโลก จะเป็นปลาชะโดกับปลาช่อนมากกว่า
การใช้ชีวิตแบบนี้ สมัยตอนแม่เป็นเด็ก ๆ แม่ก็เห็น พี่ ป้า น้า อ้า ลุงข้างบ้านก็มีอาชีพแบบนี้ ทำมาหากิน เขาก็ส่งลูก หลานไปเรียนกันจนจบการศึกษาระดับสูง ๆ เหมือนกัน แล้วนับประสาอะไรกับลูกของแม่ น้องเพรียงจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้กับคนอื่น ๆ เขาไม่ได้ เรียกว่า ถ้าเราไม่ขี้เกียจเสียอย่าง เราก็จะไม่อดตายแน่นอน บางคนที่แม่เห็นมาว่าเขาประสบผลสำเร็จในชีวิต นั่นคือ เขามีอาชีพค้าขาย ทำนา ทำสวน ทำไร่ แต่เขาพอใจ เขามีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้ จนทำให้เขามีเงิน มีทองสามารถสร้างฐานะของตนเองได้เช่นกัน บางคนบอกว่า "มันลำบาก" แต่แม่คิดว่า...ก็จะมีอาชีพใดบ้างเล่า ที่ไม่ลำบาก เพราะทุก ๆ อาชีพมีความลำบากแตกต่างกันเท่านั้นเอง
การไปกาญจนบุรีครั้งนี้ พวกลูก ๆ ของแม่ได้เรียนรู้การขับรถยนต์ทางไกลกับน้าต้น ซึ่งเรียกว่า เป็นเซียนในเรื่องรถยนต์ เพราะน้าต้นเคยขับรถสิบล้อให้กับพ่อยามเป็นเด็ก ๆ เพื่อนำของไปส่งให้กับลูกค้า...สำหรับน้องเพรียง แม่บอกแล้วว่า การใช้ชีวิตของหนูเป็นแบบลูกทุ่ง ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย หนูรู้มากกว่าพี่ภัครด้วยซ้ำ เพราะหนูจะถูกลุง ๆ ป้า ๆ ข้างบ้านวานให้ขับรถยนต์ไปส่งของที่ตลาดให้เป็นประจำ ทำให้หนูรู้เรื่องการขับรถยนต์มากกว่าพี่ภัคร...ส่วนพี่ภัครเรียกว่า "เก่งในทฤษฎี เพราะได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ มา" แต่ความเก่งในทฤษฎี ถ้าเรารู้จักใช้ให้เป็นในทางปฏิบัติก็จะทำให้ตัวเราและสังคมเกิดสุขได้...สำหรับเรื่องการใช้ชีวิต แม่ว่าพี่ภัครแพ้น้องเพรียง
จึงทำให้แม่เห็นว่า ขึ้นอยู่กับความคิดและการปฏิบัติของลูกแม่ทั้งสองแล้วล่ะว่าจะเลือกการใช้ชีวิตของตนเองแบบใด...
ความสามารถของคนเรามีไม่เหมือนกัน ทักษะในการตกปลาที่จะให้ได้ปลาตัวใหญ่ ๆ ของแต่ละคนก็มีไม่เหมือนกัน แม่ยังแซวลูก ๆ ของแม่ว่า...ใบปริญญาก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับชีวิตในบางเวลานะพี่ภัคร...เช่น การตกปลา น้องเพรียงไม่มีใบปริญญารับรอง แต่สามารถตกปลาได้ตัวใหญ่ ๆ ถึง ๑๑ ตัว ส่วนพี่ภัครจะจบปริญญาโท แต่ตกปลาได้แต่ตัวเล็ก ๆ แต่ได้ ๑๒ ตัว...แม่เลยว่าพี่ภัครว่า...ต่อให้มีใบปริญญาเป็นสิบ ๆ ใบ แต่ไม่มีทักษะเรื่องในการใช้ชีวิตก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะลูกที่จะทำให้ชีวิตเราอยู่รอดบนโลกใบนี้ได้...นี่เป็นการสอนของแม่ที่จะทำให้ลูกของแม่ได้คิดในเรื่องการใช้ชีวิตของตนเองบนโลกกว้างใหญ่ใบนี้...
แต่ความฉลาดของพี่ภัครที่ได้เรียนรู้มาก ก็ตอบแบบเอาตัวรอดไปว่า...ถึงแม้ว่าตัวมันไม่ใหญ่เท่าปลาที่น้องเพรียงตกได้ แต่ภัครก็ได้ปลาตั้ง ๑๒ ตัวนะแม่...เล่นเอาน้องเพรียง น้องอ้อมหัวเราะชอบใจกันใหญ่...ดูสิ!!! แม่ว่า พี่ภัครเหมือนศรีธนญชัยเข้าไปทุกวัน ถูไถไปข้าง ๆ คู ๆ หรือหนูจะเรียนมากเกินไป เรียนมากแม่ไม่ว่าที่จะได้นำความรู้มาใช้ประโยชน์ แต่อย่านำความรู้ที่มีอยู่ไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องแล้วทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนก็แล้วกัน...ของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ถ้าเรามีและรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์มันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของเรา แต่ถ้าใช้ไม่ถูกที่ ถูกทางมันก็จะกลับกลายมาเป็นโทษให้กับเราเช่นกันนะ...แม่จะบอกให้...
พี่ภัครบอกว่า...มาคราวนี้ ทำให้มีความสุขมาก เพราะตั้งแต่เกิดมา เรียกว่า พี่ภัครไม่เคยมาใช้ชีวิตแบบนี้หรอก เอาแต่เรียนอย่างเดียว ส่วนใหญ่ถ้าไปเที่ยวก็จะไปกับเพื่อน ๆ ไม่ได้มากับพี่ - น้องแบบนี้นานแล้ว...
สำหรับเรื่องการตกปลา พี่ภัครไม่ค่อยมีความรู้หรือถนัดเลย จึงตกได้แต่ปลาตัวเล็ก ตามที่เห็น เล่นเอาน้องเพรียง - น้องอ้อม หัวเราะชอบใจกันใหญ่ จึงต้องเดือดร้อนเจ้าของเรือที่สอนวิธีหรือทักษะในการหาปลาให้กับพี่ภัครว่าควรทำอย่างไร? ที่จะทำให้สามารถตกปลาได้ปลาตัวใหญ่ ๆ...
นี่ก็เป็นข้อคิดให้กับแม่เช่นกันว่า...ต่อให้คนเรามีความรู้ แต่ความรู้ที่เรามีนั้นมันเป็นความรู้เฉพาะศาสตร์ ซึ่งแต่ละคนที่จบออกมามีความรู้ไม่เหมือนกัน...และสำหรับการทำงานก็เช่นกัน ในสังคมของมหาวิทยาลัยหรือส่วนราชการต่าง ๆ แต่ละคนมีความรู้ที่ไม่เหมือนกัน ต่างคนก็ต่างมีความรู้ และเราควรใช้ความรู้ในแต่ละคนนั้นให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมเช่นไรได้เล่า...ก็ขึ้นอยู่กับการเปิดใจ ยอมรับความรู้จากผู้อื่นบ้าง แต่การเปิดใจยอมรับ เราก็ต้องพิจารณา คิด ไตร่ตรองเสียก่อนว่า "ใช่หรือไม่ใช่...ถูกหรือไม่ถูก...ซึ่งมันมีเหตุมีผลในตัวของมันเอง" ที่ทำให้คนเราเปิดใจยอมรับมัน...
เมื่อแม่เข้ามาคลุกเรื่องการตกปลาของพวกลูก ๆ แล้ว ทำให้แม่เห็นว่า พวกที่ชอบการตกปลานี้ เขาจะมีคันเบ็ดกันหลายคัน ยิ่งของน้าต้นมีเป็นสิบ แต่ละคัน บางคันก็ราคาเหยียบหลักหมื่น เพราะบางคันใช้ตกปลาบางชนิด ก็ทำให้แม่รู้เรื่องการตกปลาเพิ่มขึ้น พร้อม ๆ กับเหยื่อปลอม ที่พวกหนูชอบซื้อมากัน ราคาแต่ละตัวก็มีตั้งแต่หลักร้อยขึ้นไป บางตัวก็หลายร้อย ทำเอาแม่ซึมว่า "มันแพงจัง"...
การไปกาญจนบุรีครั้งนี้ ทำให้แม่รู้ว่า...ลูกของแม่ชอบธรรมชาติ ไม่ค่อยชอบความวุ่นวาย เพราะธรรมาชาติมีความเงียบ สงบ ร่มรื่น ทำให้ลูกของแม่มีความสุข ยิ่งแม่น้ำใส ๆ แล้ว พวกหนูยิ่งชอบใหญ่...เพราะลูกของแม่ว่ายน้ำเป็นกันตั้งแต่เล็ก ๆ แม่ไม่ได้พาไปว่ายที่สระน้ำอะไรหรอก...แถว ๆ บ้านมีลำคลองชลประทาน พ่อเรจะเป็นคนพาลูกทั้งสองของแม่ไปหัดว่ายน้ำจนพวกหนูเป็น แล้วว่ายแข็งขึ้นด้วยตัวของหนูเอง นี่ก็เป็นการเรียนรู้ในการเอาตัวรอดสำหรับเมื่อชีวิตคนเราต้องมาเผชิญกับการที่อยู่ในแม่น้ำลำคลอง ซึ่งถ้าพูดถึงแม่น้ำ พวกหนูจึงไม่กลัว และชอบที่จะว่ายเล่นกัน...
ทักษะในการใช้ชีวิตที่คนเรามีไม่เหมือนกัน จะทำให้คนเรามีความแตกต่างกัน เช่นเดียวกับพฤติกรรมของแต่ละคนที่เกิดมาจากสถานที่ที่แตกต่างกัน จะมีความรู้ในสถานที่นั้น ๆ แตกต่างกันไป โดยเฉพาะความรู้ที่เราได้รับมาแตกต่างกัน ก็จะทำให้คนเรามีความสามารถไม่เหมือนกันเช่นกัน...นี่คือ...ภูเขาน้ำแข็ง ส่วนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาคนทั่ว ๆ ไป จะสามารถมองเห็นได้ แต่ส่วนที่อยู่ใต้ผิวน้ำนั้น คนทั่ว ๆ ไปจะไม่สามารถมองเห็นได้เลย นอกจากคน ๆ นั้น ได้แสดงออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ รับทราบถึงความสามารถของตนเอง ความสามารถนี้จะมีทั้งความรู้และทักษะที่แต่ละคนมีเช่นกัน
ในตอนแรก ๆ พี่ภัครก็ตกปลาได้ตัวเล็ก ๆ พอเจ้าของเรือ สอนวิธีการทำให้ได้ปลาตัวใหญ่ ๆ พี่ภัครก็สามารถทำมาได้ในระดับหนึ่ง เล่นเอาพี่ภัครชอบใจและติดใจกับความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นนอกห้องเรียน เป็นความรู้ที่สามารถใช้ในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดและเลี้ยงชีพได้...พี่ภัครกับน้อง ๆ และน้าต้นว่า...คราวหน้าพี่ภัครจะมาเที่ยวใหม่ ชอบบรรยากาศและธรรมชาติมาก ๆ...
แค่เห็นท่านั่งตกปลา ท่ายืนตกปลา แม่ก็รู้แล้วว่า...ทักษะของตกปลาใครจะออกมาได้ดีกว่ากัน พี่ภัครจะนั่งตกอยู่กลางเรือ สำหรับน้องเพรียงจะนั่งหัวเรือหรือไม่ก็ยืนตกปลา...สำหรับท่าทาง ก็ทำให้ทราบว่า เราจะได้ปลาตัวใหญ่ ตัวเล็กเหมือนกันนะจ๊ะ พี่ภัคร...
ปลากระสูบที่น้องเพรียงตกได้มา ทุกตัวจะตัวใหญ่ ๆ ทั้งนั้น...นี่เป็นความสุขที่คนเรามีและต้องการไม่เหมือนกัน ความสุขที่ก่อตัวขึ้นบนความอบอุ่นที่จะเป็นพื้นฐานของครอบครัว เป็นภูมิคุ้มกันให้กับตัวของเราเองและสามารถช่วยเหลือสังคมให้น่าอยู่ต่อไปได้ในอนาคต...
อ่านจดหมายถึงลูก ทุกฉบับได้จากที่นี่...จดหมายถึงลูก...
.... ความรู้จากประสบการณ์ตรง ..... ในชีวิตเราจะจำได้ดี นะคะ
ขอบคุณบทความนี้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ ดร. เปิ้ล
เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ชีวิตค่ะ ซึ่งคนเรามีและได้รับแตกต่างกันค่ะ
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุก ๆ ท่านค่ะ