EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 9 ระยะที่่ 1


"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา

 

สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ EADP รุ่น 9 ทุกท่าน

ในวันที่ 29 มกราคม 2556 นี้ จะเป็นพิธีเปิดหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 9 (ปี 2556) หรือ EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2013

แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 9 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ

จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 5 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม

"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา

สิ่งที่ผมและคน "กฟผ." ต้องระลึกถึงเสมอ คือ ผู้นำของเรา ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าการ กฟผ. และอดีตผู้ว่าการฯ อีก 2 ท่าน คือ ท่านไกรสีห์ กรรณสูต ท่านสมบัติ ศานติจารี และผู้ว่าฯ สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ท่านผู้ว่าคนปัจจุบันที่เป็นลูกศิษย์รุ่น 2 ของผม ทุกท่านน่าชื่นชมที่มีปรัชญาและความเชื่อว่า "คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร" สูตรสำเร็จของการพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรในยุคนี้ คือ ผู้นำหรือ CEO+SMART HR+ Non-HR และผมเชื่อว่าการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ใน กฟผ. อย่างต่อเนื่องจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ กฟผ. เติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอน

สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 9 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ

จีระ หงส์ลดารมภ์

..............................................................................................

ติดตามข้อมูลย้อนหลังได้ที่

รุ่น 8: http://ec2-50-17-211-118.compute-1.amazonaws.com/posts/481480

รุ่น 7: http://www.gotoknow.org/blogs/posts/438578

รุ่น 6: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/339639

รุ่น 5: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/266888

รุ่น 4: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/179282?page=2

รุ่น 3: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/95849

 http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/109820 (Study Tour in Sydney)

รุ่น 2: http://gotoknow.org/blog/chirakm/32392 (Study Tour in Melbourne)

อื่น ๆ  http://gotoknow.org/blog/casestudies









อาจารย์พจนาถ ซีบังเกิด

อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์


อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์  และ ดร.กมล ตรรกบุตร


คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์


  ขอแสดงความยินดีกับ คุณพนา สุภาวกุล ประธานรุ่นหญิงEADP9

 


ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ

รศ.สุขุม นวลสกุล
หมายเลขบันทึก: 517146เขียนเมื่อ 22 มกราคม 2013 17:01 น. ()แก้ไขเมื่อ 5 มีนาคม 2013 14:01 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (314)

ปฐมนิเทศ โครงการพัฒนาสมรรถนะ

ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (รุ่นที่ 9)EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2013

วันที่ 29 มกราคม 2556

คำกล่าวรายงานโดย คุณภาวนา อังคณานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากร

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

เรียนท่านรองผู้ว่าการบริหาร

ท่านวิทยากร

ท่านผู้บริหารและผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน

             ในนามของฝ่ายพัฒนาบุคลากร ขอขอบพระคุณท่านรองผู้ว่าการบริหาร วันนี้ท่านมีภารกิจมาก ท่านให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการ EGAT Assistant Director Development Program (EADP) ในโอกาสนี้ ดิฉันขอเรียนรายงานความเป็นมาของโครงการอบรมดังนี้

             สืบเนื่องจากผู้บริหารระดับสูงได้พิจารณาข้อมูลเพื่อวางแผนบุคลากรของกฟผ. และพบว่า ภายในปี 2558 ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไปของกฟผ. จะมีการเกษียณอายุถึงร้อยละ 70 ข้อมูลนี้เป็นมาเมื่อเวลา 3 ปีและปัจจุบันข้อมูลได้มีการปรับเปลี่ยนระดับผู้อำนวยการฝ่ายที่จะเกษียณในอีก 3 ปีข้างหน้า ปัจจุบันเป็นร้อยละ 50 ของผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารจึงได้มอบหมายให้อพบ. เร่งรัดพัฒนาผู้บริหารทุกระดับ เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่บุคลากรของกฟผ.

             สำหรับการพัฒนาบุคลากรให้มีจำนวนที่เหมาะสมทันต่อความต้องการขององค์กรนั้น อพบ.จะเน้นการสร้างคนให้มีความเก่งที่สอดคล้องกับภาคกิจทางยุทธศาสตร์ของกฟผ. เป็นคนดีที่เป็นที่ยอมรับของสังคมรอบด้านและเป็นคนที่ทำงานอย่างมีความสุขโดยยึดหลักของผู้ว่าการที่ให้ไว้ของคุณลักษณะของคน 5 ประการ ไม่ว่าจะเป็น การมีธรรมะ คำนึงถึงผู้อื่น ใฝ่รู้เพื่อความเป็นเลิศ มองภาพรวมและคิดเชิงธุรกิจ  

             สำหรับโครงการ EGAT Assistant Director Development Program เป็นโครงการที่จัดขึ้นสำหรับผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า ซึ่งพัฒนาตามกรอบความจำเป็นขององค์กรโดยมุ่งเน้นการสร้างเสริมและพัฒนาความรู้ ทักษะ ทัศนคติและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งจะทำให้ผู้บริหารกฟผ.ได้รับแนวคิดและแนวทางในการบริหารจัดการที่ทันสมัยสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมทั้งนี้เพื่อปรับมุมมองและวิธีการปฏิบัติให้เข้ากับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ ตามสมรรถนะ ตามตำแหน่งงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในระดับปัจจุบันและในอนาคตที่จะมีตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

             โครงการนี้ยังมุ่งเน้นสนับสนุนให้ผู้บริหารที่เข้ารับการอบรมได้มีการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างผู้เข้ารับการอบรมด้วยกัน อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการสานประโยชน์และสนับสนุนการดำเนินงานต่อไปในอนาคต

              สำหรับปีนี้ มีผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าที่มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในโครงการนี้รวมทั้งสิ้น 39 ท่าน

               ระยะเวลาดำเนินการโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม 2556 แบ่งจัดอบรมเป็นช่วง รวมทั้งสิ้นจำนวน 16 วัน ประกอบด้วย 3 หลักสูตร

1.หลักสูตรผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 29-31 มกราคม และ 1กุมภาพันธ์ 2556, 26 – 29 มีนาคม 2556 และ 15-18 พฤษภาคม 2556 รวมทั้งสิ้น 12 วัน ณ สำนักงานกลางกฟผ.

2.หลักสูตรรักษ์กาย – รักษ์ใจ กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม 2556 รวม 2 วัน ณ สถานที่ภายนอก

3.หลักสูตรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 27-28กุมภาพันธ์ 2556 รวม 2 วัน ณ กองพัฒนาด้านเทคโนโลยีระบบส่ง ศูนย์ฝึกอบรมท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี

ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ภายใต้การอำนวยการโครงการของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และกรุณาให้เกียรติบรรยายในโครงการนี้ด้วย

  ขอเรียนเชิญท่านรองผู้ว่าการบริหารให้เกียรติกล่าวเปิดอบรมโครงการ EADP ประจำปี 2556 และกรุณาให้โอวาทผู้เข้ารับการอบรม

พิธีเปิด โดย คุณพิบูลย์ บัวแช่ม รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

เรียนศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

ผู้บริหารและผู้เข้ารับการอบรม

                  ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิดการอบรมโครงการ EGAT Assistant Director Development Program (EADP) ในวันนี้

                  การที่จะผลักดันให้กฟผ.เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงได้นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารกฟผ.ทุกระดับไม่เพียงแต่เพื่อภารกิจที่ต้องรับผิดชอบในปัจจุบันเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่อาจได้รับการมอบหมายในอนาคตอีกด้วย   ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล บูรณาการความรู้กับการทำงานร่วมกัน ตลอดจนหาแนวทางในการบริหารจัดการที่ทันสมัยและนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                  คุณสมบัติอีกประการหนึ่งของการเป็นผู้บริหารคือการเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ ผู้บริหารต้องหมั่นติดตามความก้าวหน้า กระแสความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจกระทบการทำงานของกฟผ.

                 การจัดอบรมโครงการ EADP ครั้งนี้ จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ใช้ข้อมูลหรือมุมมองใหม่ๆที่ได้รับจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เข้าอบรมด้วยกันและผู้ทรงคุณวุฒิมาประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการตามสถานการณ์ อีกทั้งมีโอกาสเสริมสร้างพัฒนาสมรรถนะ ความสามารถ ตาม Success Profile ทั้งในด้านกรอบแนวคิดเชิงธุรกิจ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การสร้างทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารและพัฒนาบุคลากร การเสริมสร้างจริยธรรม เครือข่ายสังคม Social Network และ Social Media สำหรับผู้บริหาร การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

                  นอกจากจะได้รับความรู้และประสบการณ์แล้ว ผมหวังว่า ทุกท่านจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างเครือข่าย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้ารับการอบรมตลอดจนวิทยากรดังที่ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากรได้กล่าวไปแล้ว

                  ผมขอขอบคุณศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมาอำนวยการหลักสูตรและให้การบรรยายในครั้งนี้และครั้งที่ผ่านๆมา

                 ผมได้มีโอกาสเรียนกับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เหมือนกับชีวิตนี้ถูกกำหนดมา ผมได้รับการไว้วางใจจากกฟผ.ให้มาเป็นรองผู้ว่าการบริหาร หนังสือเล่มแรกที่ผมหยิบขึ้นมาอ่านคือ HR Champions และผมก็เผื่อแผ่ให้เพื่อนผมที่ทำงานด้านทรัพยากรบุคคลซึ่งถือว่าเป็นคนใหม่ ผมได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ประมาณปี 2550 ได้มีโอกาสเปิดโลกกว้าง ท่านพาผมไปเข้า Camp ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หลังจากนั้นปีถัดมาก็ได้ไปมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ผมได้รับความรู้ มุมมอง โลกทัศน์ ผมเข้าใจว่าการที่จะเรียนรู้ (How to learn) เป็นอย่างไร ผมได้นำความรู้จากอาจารย์มาใช้จริงในการบริหาร ผมเป็นวิศวกรคนหนึ่ง เข้าใจระบบดี ถูกฝึกมาให้ทำงานเป็นระบบ ในช่วง 2 ปีสุดท้ายที่มาทำงานบริหารดูแลพวกเราและกฟผ.  ผมจะทำความรู้ที่ได้จากศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ผสมผสานกับความรู้เรื่องระบบที่ผมมี ผมเชื่อมั่นว่า คนกับระบบ ถ้าผสมผสานบูรณาการแล้ว จะทำให้กฟผ.ไปสู่ความเป็นเลิศแน่นอน

                 ผมขอให้ผู้เข้ารับการอบรมในวันนี้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ผมจะสนับสนุนและเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆอีกหลายเรื่อง นำกลยุทธ์ที่ผู้ว่าการมอบหมายให้ตลอดจนบริบทของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปมาปรับใช้กับกระบวนการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และกลยุทธ์ต่างๆด้วย ผมคิดว่า มีปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนไป อยากให้เข้าใจบริบทที่เปลี่ยนไป กฟผ.เริ่มมีคู่แข่งแล้ว ปัญหาอุปสรรคที่ใหญ่หลวงของกฟผ.ก็ยังมี เพราะโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 5,000-6,000 เมกกะวัตต์ ถ้ากฟผ.ไม่สามารถส่งลูกหลานไปแข่งขันเพื่อจะพัฒนาสร้างโรงไฟฟ้าได้ ความเจริญก้าวหน้าของกฟผ.ก็จะไม่มี เราในฐานะผู้บริหารต้องเข้าใจและช่วยกันผลักดัน

                ขณะนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการอบรม EADP ในปี 2556 ครับ และขอให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ทุกประการ

ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้

และ Learning Forum หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

โดย    ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ 

และ  ประธาน Chira Academy

 

·  แต่ก่อนนี้ สมัยที่ท่านพิบูลย์เรียน ก็จัดคล้ายๆมหรสพทางวิชาการ วันนี้ผมจะทำรายการโทรทัศน์ด้วย ออกช่อง TGN

·  ลูกศิษย์ผมได้เป็นผู้ว่าการกฟผ.และรองผู้ว่าการกฟผ.แล้วหลายรุ่น เช่นรุ่น 1 ท่านสมบูรณ์ อารยะสกุล ท่านวิวัฒน์ ท่านนพพล รุ่น 3 ดร.กมล ตรรกบุตร  อยากให้เรามีความภาคภูมิใจในการเป็นรุ่น

·  กฟผ.ผิดกับโลกภายนอกที่องค์กรส่วนใหญ่ ผู้หญิงจะเป็นผู้นำ แต่กฟผ. ผู้ชายยังเป็นผู้นำอยู่ ผมจะพยายามให้เกิดความสมดุลขึ้น

·  ผมต้องการจะทำโครงการรุ่น 9 ให้ดีที่สุด จะเห็นได้ว่าเราทำร่วมกันตลอดเวลา

·  หลักสูตรนี้ เวลาจะผ่านไปเร็ว ผมได้นำคนเก่งมาช่วย ผมมีหน้าที่เชื่อมโยง ขอให้นำประโยชน์สูงสุดจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เน้น 2R’s ค้นหาความจริง

o  เราอยู่ตรงไหน สถานการณ์การไฟฟ้าเป็นอย่างไร

o  เราจะไปไหน

o  เราจะไปอย่างไร

o  จะเอาชนะอุปสรรคอย่างไร กฟผ.ต้องจัดการกับ NGOs ให้ได้

·  สมัยที่ท่านสุทัศน์และท่านสมบูรณ์เรียน จะมีการแปรรูปกฟผ.เข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ ตอนหลังๆ เขาไม่ให้เราสร้างโรงไฟฟ้า เราก็ต้องจัดการจัด NGOs ให้ได้ รุ่น 3-5 ผมนำผู้นำ NGOs เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น รุ่นนี้ต้องรู้จักชุมชนให้มากขึ้น

·  ในรุ่น 9 นี้ ผมจะแบ่งผู้นำ 39 คนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ทำหนังสือประวัติความเป็นมาที่กฟผ.จัดการ NGOs ที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ อีกกลุ่มหนึ่งให้ทำหนังสือความสำเร็จและไม่สำเร็จของ International Corporation รวมทั้ง EGAT ด้วย

·  ในรุ่นนี้จะมีอีก 2 ตัวเสริมขึ้นมา

o  เรื่องแรกคือนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ต้องทำให้ Regulator พึ่งพากฟผ.มากขึ้น EGATi ควรทำเรื่องการจัดการปัจจัยภาคการเมืองและนโยบายด้วย

o  อีกเรื่องคือ กฟผ.เป็นองค์กรหลักของประเทศต้องแสดงภาพลักษณ์เกี่ยวกับความโปร่งใส รุ่น 9 ควรมี Unity ในการรวมตัวกัน ให้แสดงบทบาทที่ดีต่อประชาชนบ้างในเรื่องการต่อต้านคอรัปชั่น ปกป้องประเทศเรา

·  เรื่องนโยบายพลังงานน่าจะมีบทบาทมากขึ้น

·  จอห์น เอฟ เคนาดี้ พูดว่า อย่าถามว่าทำอะไร คุณได้อะไรจากการพัฒนาประเทศ

·  โอกาสที่อยู่ด้วยกันในครั้งนี้ขอให้สลับงานประจำออกไปบ้าง

·  ในหลักสูตรนี้สาระสามารถหาความรู้ได้จากอินเตอร์เน็ต ประสบการณ์ และการดึงเอาความเป็นเลิศออกมา และการใช้ Social Media  ขอให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น

วัตถุประสงค์

1)  เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของ กฟผ. และเทียบเท่าให้มีความรู้  

  ทักษะ ภาวะผู้นำและทัศนคติที่พร้อมสำหรับการทำงานเชิงรุก

2)  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การดูแลร่างกาย – จิตใจให้มีความสุข มีสมดุลย์ พร้อมที่จะใช้ศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่และมีความสุข

3)  เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ (ทั้งภายในและภายนอก) ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร

4)  เพื่อสร้างโอกาสจากการเรียนรู้ (Learning Opportunities) เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น และการปะทะกันทางปัญญา

5)  เพื่อฝึกการคิดโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนางานของ กฟผ. ให้ก้าวไกล เป็นที่ยอมรับของประชาชนและสังคม

6)  เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เห็นความสำคัญของการมีวัฒนธรรมในการเรียนรู้ ผลักดันการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และสังคมแห่งการเรียนรู้ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะพัฒนาองค์กรและประเทศไทยไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน

ทฤษฎีการเรียนรู้ 4Ls

  Learning Methodologyมีวิธีการเรียนรู้ที่ดี

  Learning Environmentสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้

  Learning Opportunities  สร้าง/เกิดโอกาสจากการเรียนรู้

  Learning Communitiesสร้าง/เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้

ทฤษฎีการเรียนรู้ 2 R’s

·  Reality - มองความจริง 

·  Relevance - ตรงประเด็น   

ทฤษฎีการเรียนรู้ 2 I’s

  Inspiration – จุดประกาย

  Imagination - สร้างแรงบันดาลใจ

ทฤษฎีการเรียนรู้ 3 L’s

·  Learning from pain เรียนรู้จากความเจ็บปวด

·  Learning from experiences เรียนรู้จากประสบการณ์

·  Learning from listening  เรียนรู้จากการรับฟัง

C & E Theory

  Connecting

   Engaging

C-U-V

  Copy

   Understanding

   Value Creation/Value added

วิธีการเรียน

  การเรียนเป็นทีม (Teamwork)

  การทำ Workshop

  อ่านบทความดี ๆ ทุกวัน

  การทำการบ้าน (Assignment) ผ่าน Blog

  การร่วมวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Brain storming) จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง (Case study& Best Practice) เช่นที่ผ่านมามีการศึกษา เรื่อง Social Innovation, Change Management ฯลฯ

  มีการวัดและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (Evaluating) ตลอดโครงการฯ

  ทุกวันจะมีการเขียนรายงานสรุปว่าวันนี้ได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการเรียนรู้ – Lesson learn ของเรา คืออะไร?”

วิธีการประเมินผล

1)  การประเมินผลผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตามข้อกำหนดของ กฟผ. คือ

  1.1) ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนมีระยะเวลาในการเข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า

  ร้อยละ 80 ของระยะเวลารวมของหลักสูตร

  1.2)  ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 90 จะต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบหลังจบหลักสูตร 

  (Post – test) และได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

  เกณฑ์การทดสอบหลังจบหลักสูตร ประกอบด้วย

1. การทำงานที่ได้รับมอบหมาย (Assignment)  20% (อ่านหนังสือและบทความ)

  2. การร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่าน Blog   20%

  3. รายงานและการนำเสนอผลงานต่อผู้บริหาร  30%

    4. การจัดกิจกรรม CSR    30%

อ่านหนังสือ

งานเดี่ยว ส่งผ่านทาง Blog : chiraacademy

1. เรื่อง 8K’s  และ 5K’s ส่งวันที่ 31 ก.พ. 56 ต้องรีบอ่าน ถ้าสำเร็จในอนาคต จะช่วยจัดการกับผู้นำได้อย่างไร

2. เรื่อง Mindset ส่งวันที่ 24-25 ก.พ. 56 (หนังสือเรื่องนี้เป็นนวัตกรรมจาก รุ่น 5  Mindset คือการฝังรากในความเชื่อบางอย่าง เป็นการวิเคราะห์คุณสมบัติของมนุษย์)

 

งานกลุ่ม (เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานต่างประเทศ เราจะจัดการกับทรัพยากรมนุษย์ในต่างประเทศอย่างไร)

1. Global HR Competencies

2. HR Outside in

ร่วมแสดงความคิดเห็นสิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการฯ

1.การคาดหวังในสิ่งที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในห้องเรียน ความรู้ที่ได้จากอินเตอร์เน็ต การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการใช้ Social Media  มากขึ้น

2. การใช้ Social Media มากขึ้น และคาดหวังเป็นผู้อำนวยการที่ดีต่อไป

3. คาดหวังจะทำงานอย่างมีความสุข ได้ยินผู้บริหารพูดถึงอาจารย์มามากก็อยากได้รับความรู้

4. ได้รับความรู้เกี่ยวกับอะไรที่ยังไม่ได้รู้ เช่นเรื่องการบริหารจัดการ  และได้ฟังวิทยุอาจารย์จีระตอนเช้าวันอาทิตย์ก็ชื่นชอบ

5.  ทราบจากรุ่นก่อน ๆ ว่า การบ้านเยอะมาก แต่คิดว่าเป็นผลดีถ้าสามารถช่วยให้เป็นฝ่ายฯ จะยินดีมาก  และยินดีที่จะเล่น Facebook มากขึ้น

6.  ความเป็นผู้นำต้องเรียนรู้อะไรบ้างที่ต้องมาปรับปรุงตัว

ดร.จีระ เสริมว่า

·  ผู้นำบางครั้งอยู่ที่ประสบการณ์

·  มีตัวอย่างเช่น ผู้นำนักการเมืองจะให้ไปดูที่โรงพยาบาลแผนกฉุกเฉิน

·  ทุกวินาทีที่สอนคือภาวะผู้นำ ไม่ได้เกี่ยวกับ Lecture 


การพัฒนาภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่ กฟผ.

29 มกราคม 2556

บรรยายโดย ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

Quotations

·  อิทธิพลสำคัญกว่าการสั่งการ

·  ผู้นำที่ดีต้องมองอะไรให้กว้างไว้ก่อน Think Global Act Local  อยากให้คนในห้องนี้มองกว้าง และมีความน่าสนใจมากขึ้น

ตัวอย่างการมองโลกาภิวัตน์

-  Information Technology เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ เช่น Nanotechnology , Biotechnology

-  เรื่องการค้าเสรี , WTO , FTA, AEC 2015, ฯลฯ

-  เรื่องการเงินเสรี  อัตราแลกเปลี่ยน

-  บทบาทของจีน อินเดีย และละตินอเมริกา

-  เรื่องอิทธิพลของประชาธิปไตย และ human right

-  เรื่อง Global warming , ภัยธรรมชาติ 

-  เรื่องสงคราม และการก่อการร้าย

-  เรื่องน้ำมันหมดโลก และพลังงานทดแทน

-  เรื่องโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก เอดส์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

·  โลกและการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคต่าง ๆ ถึงปัจจุบัน

จากยุคที่ 1 ยุคเกษตรกรรม สู่ยุคอุตสาหกรรม สู่ยุค Information Technology ปัจจุบันเรากำลังก้าวสู่ยุคที่ 4 หรือ Fourth Wave ซึ่งในอนาคตเราจะต้องเน้น

§  sustainability+

§  wisdom+

§  creativity+

§  Innovation+

§  intellectual capital.

·   ผู้นำต่างจากผู้จัดการ ผู้นำสามารถเพิ่มผลผลิตได้ดีกว่า

  ผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร

ผู้นำ

  เน้นที่คน

  Trust

  ระยะยาว

  What , Why

  มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์

  เน้นนวัตกรรม

  Change

ผู้จัดการ

  เน้นระบบ

  ควบคุม

  ระยะสั้น

  When , How

  กำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน

  จัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ

  Static

ชนิดของผู้นำ

    -Trust / Authority

    - Charisma

    - Situational

    - Quiet Leader  ผู้นำไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง คิดเก่งก็พอ เช่น กฟผ.เน้นเรื่องการจัดการเทคโนโลยี กับ Stakeholders

เรื่อง Trust หรือ ศรัทธาของการเป็นผู้นำเกิดได้แก่ทุก ๆ คน ไม่ใช่แค่มีตำแหน่งเท่านั้น

Trust มี 3 ขั้นตอน

§   สร้าง (Grow)

§   ขยาย (Extend)

§   ดึงกลับ ถ้าหายไป  (Restore)

Trust มีหลายประเภท

(1)  Self Trust – ตัวเองต้องมีก่อน สัญญาจะทำอะไรกับตัวเองต้องสำเร็จตามสัญญา

(2)  Relationship Trust – ความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร แต่สังคมภายนอกยังอ่อนอยู่

(3)  Organization Trust – กฟผ. Reliability สูง

(4)  Social Trust – สังคมไว้ใจจริงหรือไม่

วิธีการได้มาซึ่ง Trust ระหว่างบุคคล (Relationship Trust)

1)  พูดจริงทำจริง ชัดเจน ไม่คลุมเครือ

2)  ยกย่องนับถือเพื่อนร่วมงาน (Respect)

3)  ทำงานด้วยความโปร่งใส

4)  มีปัญหาที่ไม่ดี แก้ให้ดี ถูกต้อง

5)  เน้น Results มากกว่าทำโดยไม่รู้ว่าผลสำเร็จคืออะไร

6)  ต้องปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา

7)  รับความจริงหรือรู้ศึกษาความจริง (Reality)

8)  มีความชัดเจนต่อความคาดหวังของผู้ร่วมงาน และของตัวเอง

9)  รับฟังอย่าสั่งการข้างเดียว

10)  รักษาคำมั่นสัญญา (Commitment)

วิธีการได้มาซึ่ง Organization Trust ในที่นี้หมายถึงชุมชนของเรา

1)  มี VISION – MISSION – Strategies + Core Value

2)  ไปสู่ความสำเร็จด้วยทุกกลุ่ม (Alignment)

3)  มี Shared Vision

วิธีการได้มาซึ่ง Social Trust หมายถึงสังคมวงกว้างออกไป

üมีบทบาทที่ดีต่อส่วนรวม สร้างความปรองดอง

   ความมั่นคงของคนในประเทศ

·  ในต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันตก มีหัวข้อวิจัยมากมายเกี่ยวกับผู้นำ

·  สำหรับตะวันออกยังมีน้อยอยู่จึงมักจะใช้ Role Model เป็นหลัก

** สิ่งสำคัญคือ Role Model ด้านผู้นำของกฟผ. ชื่นชมใคร ซึ่งเป็น Brand ของการไฟฟ้าต่อไป

8 Rules of Leadership (Nelson Mandela)

1.  กล้าหาญ

2.  ต้องรุกได้ แต่ต้องตั้งรับ และไม่ประมาท

3.  การนำอยู่ข้างหลัง จะต้องแน่ใจว่า คนที่เรายกย่องให้มีบทบาทอยู่ข้างหน้า ต้องให้เขามีความรู้สึกว่า เขาได้นำอย่างน่าภูมิใจ และสมศักดิ์ศรี

4.  ถ้าจะจัดการบริหารศัตรู ต้องรู้จักศัตรูให้ดี

5.  การจะอยู่อย่างผู้นำควรใกล้ชิดกับเพื่อน แต่กับคู่แข่ง หรือคนที่เราไม่ชอบ ต้องใกล้ชิดมากกว่า

6.  มีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ อย่างมีเกียรติและสง่างามเสมอ

7.  ไม่เน้น ถูกหรือผิด แบบ 100% หรือ ขาวหรือดำ 100% มีการประนีประนอมที่เหมาะสม แต่รักษาหลักการไว้ และหาทางตกลงกันได้แบบ Win - Win

8.  รู้ว่าจังหวะไหน จะ "พอ" หรือ จะ "ถอย"

  8 Rules of Leadership (Obama)

1.  สร้างศรัทธาและความมั่นใจ Trust และ Confidence แก่ผู้ร่วมงานและแนวร่วม

2.  เป็นผู้นำต้องรู้ว่า จะพาประเทศไปทางไหนโดยสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Communicate your Vision Effectively)

3.  สร้างให้คนส่วนใหญ่ เข้าถึงประวัติ ความสำเร็จ ความสามารถที่สะสมมาในอดีต สร้างชื่อเสียง (Build Strong Reputation)

4.  สร้าง Networks ในทุกๆ แห่ง โดยเฉพาะในจุดที่ตัวเองอาจจะไม่มีโอกาสได้สัมพันธ์มาก่อน (Make Friends in Unusual Places)

5.  ทุกคนที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่มีแค่ High performance ของความสำเร็จของบางกลุ่ม แต่ต้อง All hands คือการให้ทุกๆ คนมีส่วนได้ส่วนเสีย ก็คือการสร้างทีมงานที่ทุกคนทำงานร่วมกัน

6.  สร้างความหลากหลายให้เป็นมูลค่าเพิ่ม (Diversity to value added)

7.  ใช้ Technology ให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน เช่นการสร้าง Social Network ก็ให้คน 2 ล้านคน ช่วยสนับสนุนการเงินในช่วงหาเสียง

8.  สร้างขวัญกำลังใจให้แก่เพื่อนร่วมงานทุกคน (Motivation and inspiration)

ขอให้ดูตัวอย่าง ลีโอนาโด ดาร์วินซี

คุณสมบัติของผู้นำของฮิลลารี คลินตัน

qเรียนรู้ตลอดชีวิต

q อย่าพอใจกับปริญญาเท่านั้น

q อย่าพอใจกับการเรียนในห้อง (Formal Learning)

q สนุกกับการคิดนอกกรอบ

q สนุกกับการคิดข้ามศาสตร์

 ถึงจะเก่งอย่างไร? ก็ต้องรับฟังคนอื่น

คุณสมบัติของผู้นำ

ของท่านผู้ว่าฯ เกษม จาติกวณิช หรือ “Super K”

1. ผู้นำต้องมีความรู้

2. ผู้นำต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชารักและเคารพ

3. ผู้นำต้องสร้างจิตวิญญาณในการทำงานเป็นทีม

4. ผู้นำต้องรู้จักมอบหมายงาน

5. ผู้นำต้องฟังความเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ

6. ผู้นำต้องรู้จักให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่โอ้อวดและยกตนข่ม

7. ผู้นำต้องมีความเมตตา โอบอ้อมอารีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา

4 E’s Leadership ( Jack Welch )

  Energy มีพลัง

  Energize สามารถกระตุ้นให้คนอื่นมีพลัง

  Edgeเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ

  Executionลงมือทำให้เกิดความสำเร็จ

4 Roles of Leadership (Stephen Covey)

-  Path finding  การค้นหาเส้นทางความก้าวหน้า/การพัฒนา

-  Aligning   กำหนดทิศทางไปในแนวทางเดียวกัน

-  Empowering  การมอบอำนาจ

-  Role Model   การเป็นแบบอย่างที่ดี

ทฤษฎีล่าสุดของ  Jack Welch

Leader / Teacher

กรณีศึกษาผู้นำจีน 5 รุ่นประยุกต์กับ EGAT?

รุ่นที่ 1 (1949 - 1976)

เป็นผู้นำรุ่นบุกเบิกมี เมาเซตุง (Mao Tse-tung) หรือ โจว เอ็นไล (Zhou En lai) เป็นหลัก รุ่นนี้ คือ

ü รุ่นเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชนะการปฏิวัติมา เป็นผู้บุกเบิก

ü ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะมาก

üต้องสร้างระบบให้แน่น เพราะระบบเดิมยกเลิกหมด เช่น 

o  ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของรัฐไม่ใช่ของบุคคล

o  เศรษฐกิจ คือ รัฐเป็นคนกำหนด

รุ่นที่ 2 (1976 - 1992)  คือ เติ้ง เสี่ยว ผิง (Deng Xiaoping)

üเป็นช่วงที่การเมืองนิ่งแล้ว แต่ระบบเศรษฐกิจแบบรัฐเป็นผู้กำหนด จะไม่สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชาติได้ เพราะประชากรมาก – คาดหวังสูง จึงต้องมีเติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นผู้นำ

üเน้นทฤษฎีไปสู่ Practical เป็นผู้ที่พูดว่า “แมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูเป็น” คือ เป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ นำเอาทุนนิยมเข้ามา – เชิญต่างประเทศเข้ามาลงทุน ทำให้จีนขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็ว เพราะคนจีนขยันและเคยทำการค้ามาก่อน วันนี้จีนเติบโตมากกลายเป็นมหาอำนาจ

รุ่นที่ 3 (1992 - 2003)  คือ เจียง ซี มิน (Jiang Zemin)

üเป็นผู้นำประเทศสู่โลกภายนอก

üเศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น แต่ต้องมีบทบาทในโลก

üจัดประชุม APEC 2003 ในจีน

üนำจีนเข้า WTO

üเปิดประเทศทางเศรษฐกิจมากขึ้น

üส่งความช่วยเหลือไป Africaและประเทศด้อยพัฒนา

รุ่นที่ 4 (2003 2013) คือ หู จิ่นเทา (Hu Jintao)

üเห็นความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับ 2 ของโลก จีนมีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ

üแต่เริ่มมีปัญหาเสรีภาพในประเทศ และความเหลื่อมล้ำ

รุ่นที่ 5 (2013 2023) คือ สิ จินผิง (Xi Jinping)

üผู้นำรุ่น 5 จะต้องเก่งเรื่องประชาธิปไตยเปิดแบบจีนที่โลกยอมรับ มีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และดูแลการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปทุกกลุ่มและทุกภูมิภาคของจีนไม่ให้เหลื่อมล้ำ ให้เศรษฐกิจจีนสมดุลกับโลกภายนอก โดยเฉพาะค่าเงินหยวน

จากการทำ Expert Opinions Survey ของผมกับผู้เชี่ยวชาญอีก 15 ท่านได้ร่วมกันในโครงการปริญญาเอก ค้นหาคุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนบริบทของไทย มีหัวข้อที่สรุปได้ มีประโยชน์ต่อ EADP รุ่น 9 ที่จะนำไปปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. Integrity Leadership Style คือ เน้นเรื่องความซื่อสัตย์และมีหลักการ เห็นถูกเป็นถูก เห็นผิดเป็นผิด หรือ ทำตาม “หลักการ” ไม่ใช่ “หลักกู”

2. Transparency Leadership Style

ü  โปร่งใส

ü  ตรวจสอบได้เสมอ

ü  ผู้อื่นคาดเดาได้ว่าทำอะไรอยู่

3. Grooming Future Leaders

ü  Jack Welch..ทำได้ดี

ü  Steve Jobs..กำลังถกเถียงกันว่า Apple หลังยุค Steve Jobs ยังมีผู้นำรุ่นใหม่แทนหรือไม่?

ü  ท่านเองมองไปข้างหน้าหรือมองสูงขึ้นว่าจะถึงรองผู้ว่าการฯ ไหมไม่พอ ต้องคิดจะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Coaching หรือ Mentoring

ü  คนรุ่นใหม่ ๆ (ขาดมารยาท ขาดความสุภาพนอบน้อม ฯลฯ แต่เก่ง) มี Diversity แตกต่างกับคนรุ่นท่าน จะจัดการอย่างไร?

ü  มอบหมายงานให้คนอื่น ๆ ได้ทดลองทำ อย่าสอนงาน

ü  ถ้าลูกน้องผิดพลาด จะดูแลอย่างไรไม่ให้เขาตกรางหรือขาดกำลังใจ

ü  จะปกป้องลูกน้องให้กล้าทำงานยากหรืองานที่เสี่ยงได้อย่างไร?

ü  รับได้ไหมถ้าลูกน้องจะเก่งกว่าตัวเองหรือมีความไม่สุภาพต่อหน้า

4 Global Network Leadership

üในทฤษฎี 8K’s 5K’s ของผมเน้นคุณสมบัติเรื่อง Networking

üNetworking ในประเทศก็สำคัญ

üแต่งานวิจัยที่ผมได้พบ ก็คือ ผู้นำจะต้องเก่งเรื่อง Global Networking ซึ่งเหมาะกับ Theme ปีนี้ คือ รุ่นที่ 9 ต้อง Local / Global + ASEAN 2015

üคำถามคือทำอย่างไร?

§  ภาษา

§  รู้เขา (Know them)

§  รู้มากกว่า “วิศวะ” ต้องข้ามศาสตร์ รู้เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ในภาวะผู้นำของคน กฟผ. ในยุคต่อไป

§  ใช้ ICT ในการหาความรู้ แต่วิเคราะห์ให้เป็น มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ หิวความรู้ที่สด ข้ามศาสตร์

5 Balancing Style Leadership

ü  คล้าย ๆ เน้นความสมดุลย์

ü  เน้นการเป็นวิศวะอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความสุข (Happiness) ในการทำงาน (8K’s+5K’s)

ü  บทบาทสตรีใน กฟผ. ต้องมากขึ้นหรือเปล่า? เพราะจะได้สมดุลมากขึ้น

ü  เดินสายกลางแบบเศรษฐกิจพอเพียง

ü  WORK/LIFE Balance

ü  จากการวิจัยโดยเน้นปรัชญาของศาสนาพุทธ พรมวิหาร 4 คือ 1)เมตตา 2)กรุณา 3)มุทิตา 4)อุเบกขา

ü  สมดุลย์อย่างไรระหว่างมืออาชีพกับการเมืองแบบรุกคืบ

6 สุดท้ายผู้นำที่ดีต้องเป็น Leadership of Diversity and Innovations

ü  จะต้องบริหารความหลากหลายให้ได้

q  ในประเทศ / ต่างประเทศ

q  คนรุ่นใหม่ / คนรุ่นเก่า

q  วิศวะ / สาขาอื่น ๆ

q  แนวคิดที่ไม่เหมือนกัน

ü  มูลค่าเพิ่มจะมาจากความคิดใหม่ ๆ แตกต่างจากเดิม

ü  ผู้นำจะสร้างบรรยากาศให้เกิด Value Creation ได้อย่างไร?

Workshop

กลุ่มที่ 1  ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น?  เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย และท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า.. ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?

กลุ่มที่ 2.  ผู้นำรุ่นนี้จะต้อง “Grooming Future Leaders” ต้องทำอย่างไร ? อุปสรรค คืออะไร?

กลุ่มที่ 3  “Integrity Leadership “ และ “Transparency Leadership Style”  ต้องทำอย่างไร? อุปสรรค คืออะไร?

กลุ่มที่ 4 Leadership of Balancing ต้องทำอย่างไร อุปสรรค คืออะไร?

กลุ่มที่ 5 เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของ กฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

กลุ่มที่ 6 “Leadership of Diversity and Creativity” ต้องทำอย่างไร?อุปสรรค คืออะไร?

Workshop

กลุ่มที่ 1  ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น?  เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย และท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า.. ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?

ผู้ว่าการกฟผ.ที่ผ่านมาคิดไว้ว่าจะแบ่งเป็น 4 รุ่น

1.  รุ่นบุกเบิก คือรุ่นผู้ว่าฯ เกษม และท่านกำธน

2.  รุ่นรุ่งเรือง คือรุ่นผู้ว่าฯ เผ่าพันธุ์ สมบูรณ์ ปรีชา

3.  รุ่นวิกฤติปี 40 เป็นยุคผู้ว่าฯ วีรยุทธ์ สิทธิพร

4.  รุ่นปรับตัวไปสู่ตปท. ผู้ว่าฯ ไกรสีห์ สมบัติ สุทัศน์

ปัจจัยบวก คือมีความเชี่ยวชาญด้านนี้

ปัจจัยลบ คือบุคลากรขาดความต่อเนื่อง เครือข่ายไม่ค่อยดี (เพื่อนน้อย) การถ่ายทอดความรู้ KM ไม่ดีพอ

โอกาส คือความต้องการพลังงานในประเทศไทยมากขึ้น ไทยเป็นอาเซียนบริดจ์ได้

ดร.จีระ บอกว่าเรื่อง Networking สำคัญมาก แล้วเราอาจเด่นในอาเซียนได้ บางครั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจสำคัญมากกว่า NGOs ก็ได้

กลุ่มที่ 2.  ผู้นำรุ่นนี้จะต้อง “Grooming Future Leaders” ต้องทำอย่างไร ? อุปสรรค คืออะไร?

กฟผ.มีจุดอ่อนนิดนึง คือบางครั้งมีช่วงรุ่นต่อรุ่นน้อยไป ผู้นำรุ่นใหม่ที่มองไว้จะเป็นอีก Generation นึง คือต้องทำอย่างไร ก่อนที่จะทำผู้นำรุ่นใหม่ต้องคัดThe Star ที่เป็นผู้นำก่อน แล้วปลูกฝังคุณธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรักองค์กร ความอดทน การสร้างการทำงานเป็นทีม การสอนงาน (รุ่นพี่สอนแบบ Coaching) เน้นการมองผลประโยชน์ขององค์กรให้มาก

อุปสรรค คือ

1.  มีวัยที่แตกต่างกันเยอะ นิสัยเป็นอุปสรรคในการทำงาน

2.  การสร้างทีมเวอร์กทำได้ยาก

3.  การมองผลประโยชน์ของตัวเอง

กลุ่มที่ 3  “Integrity Leadership “ และ “Transparency Leadership Style”  ต้องทำอย่างไร? อุปสรรค คืออะไร?

1. ในเรื่อง Integrity Leadership “ และ “Transparency Leadership Style”   มีความใกล้เคียงกัน

Integrity เป็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งที่จะทำคือต้องสร้างค่านิยมในองค์กรให้ดี และมียุทธศาสตร์ในการนำ

2. หาผู้นำที่เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ผ่านมาจะเป็นว่าผู้ว่าการจะมีทั้ง 2 ส่วนที่ดี

3. ความรับผิดชอบของสังคม มี Transparency มีความโปร่งใสต่อสังคม

คนโดยส่วนใหญ่นึกถึงความต้องการวัตถุมากอาจทำยากนิดนึง แต่กฟผ.สามารถทำได้ โดยต้องขัดเกลาให้เกิดทั้ง 2 สิ่งนี้

ดร.จีระ ขอชมเชยว่า กฟผ. มีข้อนี้ประมาณ 8 ใน 10 แต่อันตรายคือถ้าคนรุ่นใหม่ถูกกระทบจากความโลภ และค่านิยมข้างนอกอาจมีปัญหา ทำอย่างไรถึงจะรักษาแชมป์ได้ เห็นด้วยในเรื่อง Role Model

กลุ่มที่ 4 Leadership of Balancing ต้องทำอย่างไร อุปสรรค คืออะไร?

 1. ส่วนใหญ่ทำอยู่แล้วแต่เป็นเรื่องกระบวนการเช่น Balance Scorecard เรื่องการสร้างความสมดุล เรื่องคน และการจัดการต่าง ๆ สิ่งที่เราน่าจะทำเพิ่มคือ เรื่องบทบาทสตรี การวิเคราะห์ด้านบริหารสตรีมีบทบาทมากกว่าผู้ชาย แต่ทางด้านเทคนิค วิศวะ ผู้หญิงจะเหลือน้อย ดังนั้นการคัดเลือกบุคลากรทำงานผู้หญิงสมัครน้อย ส่งผลว่าผู้หญิงทำงานน้อยเหมือนไม่ให้บทบาท แต่ความจริงถ้ามีศักยภาพให้บทบาทอยู่แล้ว แต่ปรากฏ 4-5 ปีที่ผ่านมาผู้หญิงมากขึ้น แต่ไม่ได้กำหนดสัดส่วนตรงนี้อย่างไร ในอนาคตอาจมีกำหนดให้ผู้หญิงมากขึ้น

2. การใช้ธรรมะช่วยในการปฏิบัติงาน กฟผ.บังคับให้การประชุมมีหัวข้อหนึ่งคือเรื่องคุณธรรม จริยธรรม มีการรายงานของคณะทำงาน เรื่องพรหมวิหารธรรม กฟผ. ก็พยายามทำอยู่

ดร.จีระ  Balance อาจเป็นเรื่อง Work Life Balance ใช้ชีวิตที่สมดุล

กลุ่มที่ 5 เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของ กฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

1.  ก่อนอื่นตั้งเป้าก่อนว่าให้มีทิศทางเดียวกันจะมุ่งไปทางไหน ให้มองในระยะยาว

2.  กำหนดสเป็คผู้นำ เรื่อง Fairness Integrity Respect

3.  ดูอายุงานด้วย

4.  พัฒนากลุ่มตามสเป็ค

5.  โปรโมทคนเหล่านี้ขึ้นมา

ดร.จีระ  เราจะพัฒนาผู้นำแบบไหน เราต้องเลือกจำนวนหนึ่งเป็น Target  แล้วลงทุนในสิ่งเหล่านี้ หรือฝึกอบรมแบบ HR ไปเรื่อย ๆ ใช้คนที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ เลือก Talent Management บางแห่งสมัคร บางแห่ง Qualify  พัฒนาหลักสูตร มี Coach & Mentoring

กลุ่มที่ 6 “Leadership of Diversity and Creativity” ต้องทำอย่างไร?อุปสรรค คืออะไร?

1. ต้องสร้างศรัทธา เพราะทุกคนมีความคิดหลากหลาย ทำอย่างไรให้ทุกคนคิดถึงเป้าหมายเดียวกันเป็นเรื่องยาก ต้องสร้างศรัทธาให้ผู้นำพูดชี้นำ และมีเป้าหมายเดียวกัน

2. ปรับทัศนคติให้ตรงกันเสียก่อน เช่นให้เห็นว่าต้องทำเพื่อสังคมด้วย

3.เอาบุคคลที่มีความรู้มาช่วย ให้เรียนรู้ทั้งเทคนิค และสังคม

4. เอาความรู้ IT มาช่วย

5. ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนคนรุ่นเก่า

ดร.จีระ บอกว่า ศรัทธาในเป้าหมายไม่ใช่ผู้นำอย่างเดียว Diversity ไทยมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เป้าหมายต้องตรงกัน ให้ข้างในรวมกลุ่มกันคือหลากหลายแต่ไปด้วยกัน แล้วเมื่อไปเจอข้างนอกต้องจัดการด้วย แต่ที่สำคัญข้างในต้องสามัคคีก่อนเพื่อจัดการกับ Diversity ข้างนอกด้วย ถ้าแข็งแรงจะสู้ข้างนอกได้ เมื่อทุกคนเห็นในแนวเดียวกัน การทำงานต้องพึ่งพาหลายส่วนเข้าด้วยกัน 


Leading People

วันที่ 29 มกราคม 2556

บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด

·  สมัยก่อนคนจะรู้สึกไม่ชอบให้ใครมา Coach เรา

·  ผู้นำถ้าเราจะทำตามกฎ จะเป็นผู้นำที่ดีที่สุดไม่ได้ เพราะกฎถูกสร้างตามสถานการณ์นั้น ๆ 

·  Leader คือคนที่นำ Follower ไปในที่ที่ไม่เคยไป สามารถให้เดินออกจาก Boundery of Thinking เดิม

·  เวลาอ่านหนังสือให้อ่าน Summary และ  Keyword ที่สำคัญของหนังสือ อ่านหัวและท้ายของ Summary

·  ทุกเรื่องในชีวิตเป็นเรื่องง่าย อยู่ที่เราบอกจิตใต้สำนึกของเราเอง

·  ให้เรามองภาษาพูดและภาษากายไปในทิศทางเดียวกัน เราต้อง Train จิตใต้สำนึกของเรา ถ้านึกถึงสิ่งใด อย่าพูดคำว่าอย่า เพราะเราจะนึกถึงคำนั้น เช่น อย่าคอรัปชั่น ควรพูดว่า ให้ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม

·  สิ่งที่ Leader ขยันหล่อหลอมตนเองขึ้นมาเป็น External ทั้งนั้น ตราบใดที่เราไม่สามารถเป็น Leader  ของตัวเองได้ จะตกเป็นธาตุของ Model เช่น Quiet Leadership , Coaching Leader, Qualitative Leadership, Situational Leadership เราจะนำแบบไหนก็ได้ตามแต่ Follower ตามเราอยู่ เราต้องเข้าใจ Function ของมนุษย์ ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเราจะไม่สามารถ Lead ใครได้

·  ถามตัวเองว่า Who am I? ตอบ ชื่ออะไร ทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน มีครอบครัวหรือยัง แต่เมื่อตำแหน่งหายไปจะเป็นใคร  ควรตอบสิ่งที่เป็นตัวตนของเขา เช่น เป็นคนอย่างไร ชอบงานอดิเรกอะไร  เพราะเมื่อเราไม่รู้ว่าเราเป็นใคร จะเป็นความคาดหวังคนอื่น อยากให้ถามตนเองว่าตั้งแต่เด็กขึ้นมาเดินตามความฝันของใคร ของเราเอง พ่อแม่ ของเพื่อน ของครู หรือของใคร ถ้าเดินตามความฝันของตนเองถือว่าโชคดีมาก  ถ้าเราไม่แข็งแรงพอเราจะไม่สามารถเลือกอะไรที่เป็นเราได้ แล้วเรารู้หรือยังว่าจริง ๆ เราเป็นใคร คือความเป็นธาตุแท้ที่อยู่ในตัวเรา แล้วบ่งบอกว่าเราเป็นคนอย่างนี้จะฉายแววชัดเมื่อเราโตขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เราสามารถเป็นแบบเราได้ นี่คือสิ่งที่เรา Lead ความเป็นผู้นำในตนเอง

·  คำว่าธาตุแท้คือ Being คือสิ่งที่เป็นเราและเราไม่เหมือนใคร จะมีเป็น ร้อยกว่าตัว  เมื่อเรารู้ว่าเราคือใครแล้วเราจะตั้งเป้าหมายได้

·  พอรู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange  การทำงานกับมาเล่นเหมือนกันจะมีความ Balance กัน  เรามี Need และ Fear  Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ Leader  ที่ดีจะมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก  อะไรที่พลักดันให้เราพูดทั้ง ๆ ที่พูดแล้วเสียหายคือความกลัว (Fear) คือเราจะใช้ความกลัวเป็นเพื่อนหรือใช้ความกลัวเป็นตัวบั่นทอน

Need ตัวไหนเป็นตัว Lead เรา แล้ว Fear ตัวไหนเป็นตัวผลักดันให้เราเป็นเช่นนี้

วันนี้สิ่งที่จะเรียนรู้

1. หา Being หรือธาตุแท้ของตนเอง

2. หา Need และ Fear

3. ขจัดอุปสรรคที่ทำให้เราติดอยู่ตรงนี้

ทำไมถึงเรียกว่า Being หรือ ธาตุแท้

·  เราเป็นใครจะแสดงถึงสิ่งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางวัตถุ หรือสภาพแวดล้อมทางบุคคลที่เลี้ยงดูเรามา

·  สรุปคือต้องเป็นตัวเองก่อน คือต้องรู้ให้ได้ว่าธาตุแท้เรามีอะไร ธาตุแท้เหมือนเป็นหลักศิลา เราต้องใช้สมองในการเป็นตัวดึงขึ้นมา

·  สติ ปัญญา ส่วนใหญ่พ่อแม่เป็นตัวหล่อหลอมขึ้นมา การพัฒนาเด็กว่ามีสติปัญญาฉลาด เช่นพ่อแม่จะชอบชื่นชมในความฉลาดของลูก ส่วนใหญ่ส่งไปเรียนพิเศษกวดวิชาเป็นต้น

·  เราสนใจพัฒนาสติ ปัญญามากจนบางครั้งเกินความรู้สึก

ศูนย์ 5 ศูนย์ในตัวเรา

1.ธาตุแท้

2.สติปัญญา

3.ความรู้สึก เช่น เหงา รัก สะเทือนใจ โกรธ เสียใจ

สรุปคือ เราต้องกลับไปที่ธาตุแท้ว่าเราต้องเป็นคนให้ความรักเป็น

4. ร่างกาย ต้องรู้จักร่างกายของเราว่าสุขภาพเป็นอย่างไร ร่างกายส่งสัญญาณอย่างไร ถ้าร่างกายไม่ Perfect ทั้ง 4 ศูนย์จะตายได้

5. มโนธรรมลึกซึ้ง อยู่ใกล้กับ ธาตุแท้ เป็น Believe Conscious เช่นคุณธรรมทั้งหลาย

- มโนธรรมสังคม ตอนเกิดมาตอนแรกดูแลตัวเองไม่ได้ จนกระทั่ง 7 ขวบดูแลตนเองได้ ตอน 0-7 ปี จะ Depend on คนอื่น ใครสอนอะไรมาก็เชื่อ สิ่งนี้จึงกลายเป็น Value ตั้งแต่เด็ก เช่น ต้องเคารพผู้ใหญ่ บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ เป็นต้น

- มโนธรรมสมอง คือมโนธรรมส่วนตัวที่สร้างขึ้นมาได้

- มโนธรรมลึกซึ้ง คือสิ่งที่เราปรึกษากับธาตุแท้ว่าสิ่งนั้นดี และเชื่อได้ เราจะตัดสินใจอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีกฎระเบียบมา Guideline

·  ถ้าเราจะตัดสินใจอะไร อย่าเพิ่ง Take  Action ให้ลองดูก่อนว่าเรานิ่งไหม ?  ถ้าไม่นิ่งแสดงว่าไม่ใช่ Good Decision มีหลายครั้งที่การตัดสินใจแล้วรู้สึกหงุดหงิดแสดงว่า ธาตุแท้กับ มโนธรรมลึกซึ้งไม่ทำงาน

·  ความรู้สึกกับสติปัญญามาก่อน บางครั้งความรู้สึกจะพาเราไปที่นั่นที่นี่ การรู้จัก 5 ศูนย์จะช่วยให้เรารู้เป้าหมายของตนเอง

·  การมีพฤติกรรมแย่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่ธาตุแท้ แต่เรียกว่าเป็นแผลในชีวิต เช่นชอบไปกินอาหารนอกบ้าน  ชอบมีกิ๊ก

·  วิธีสัมภาษณ์ ให้เล่า Success Story ให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง ให้เล่าแบบ Star Model ว่า Situation ในตอนนั้นมีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้น Take  Action อะไรไป  มีเรื่องไหนอึดอัดใจ แล้วตัดสินใจว่าทำอะไรจะเจอมโนธรรมลึกซึ้ง ว่าเมื่อตัดสินใจนั้น Base on อะไร

·  ตัวอย่างการค้นหา Being ในตนเอง

1. เคยมีคนชมคุณว่าอะไร

2. ถ้าเลือกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งจะเลือกสัตว์อะไร แล้วอธิบายคุณสมบัติของสัตว์เหล่านั้นว่าทำไมอยากเป็น

3. ถ้าวันนี้ให้เวลาพักร้อน 2 ปี แล้วกลับมายังมีงานเหมือนเดิม จะเอาเวลานี้ไปทำอะไร

4. เมื่อคราวที่ฉันทุกข์ที่สุด ฉันผ่านมาได้อย่างไร

5. กิจกรรมที่ทำให้ฉันมีความสุขเมื่อได้ทำคือ

ท้ายสุดให้เขียนบุคคลที่ฉันชื่นชมคือใคร (อาจมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้) แต่ให้เขียนว่าเพราะเหตุใดเราถึงชื่นชมเขา

การวิเคราะห์ (ให้วาดลงกระดาษรูปโขดหิน แล้วให้เขียนข้อมูลจากข้อ 1-5 ดังนี้)

1. อะไรก็ตามที่เราเป็นตลอดเวลา ใส่ไว้ที่โขดหินเลย

2. อะไรก็ตามที่เราเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ให้ใส่ไว้ที่ตรงน้ำขึ้นน้ำลง

3. อะไรก็ตามที่เราไม่เคยเป็นแต่อยากเป็น ให้ใส่ไว้ที่ใต้น้ำ

ถ้าตอบข้อ 1 เยอะหมายความว่าเรามีบุคลิกอย่างนี้ชัดเจน คนมองเห็นเรา

ถ้าตอบข้อ 2 เยอะหมายความว่ามีสภาพแวดล้อมทางวัตถุและตัวบุคคลไม่เอื้อให้เราเติบโตทางด้านนี้ แต่เราสามารถเป็นได้โดยหาสภาพแวดล้อมให้สอดคล้อง  เราสามารถเลือก Take Action กับพฤติกรรมของนายได้

ถ้าตอบข้อ 3 ถ้าเราไม่มีตรงนี้เราจะไม่สามารถเห็นตรงนั้นในตัวคนอื่น

*** เขียนทั้งหมดลงในกระดาษ A4 แล้วชื่นชมว่าสิ่งนี้เป็นธาตุแท้ที่มีอยู่ในตัวเราทั้งสิ้น ใครมาว่าเราก็ให้ยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้ดู ถ้าเขาไม่ดูก็บอกว่าให้ไปรักตัวเองซะ เพราะทุกคนมีธาตุแท้ที่ดีอยู่

·  การคิดลบหรือคิดบวกอยู่ที่เราสร้าง Story ในหัวเรา  

·  ถ้าธาตุแท้เรานิ่งเราจะไม่หวั่นไหว หรือตกเป็น Effect ของใคร

·  วัน ๆ หนึ่งเราใช้เงินในการใด เราก็จะเป็นแบบนั้น วัน ๆ หนึ่งคบเพื่อนแบบใดเราก็จะเป็นแบบนั้น

·  มนุษย์ทุกคนไม่ว่ามีพฤติกรรมแบบไหน เขามี Good Intention Behind เสมอ ในโลกนี้ไม่มีใครอยากเป็นคนเลว แต่เขาเป็นคนเลวเพราะเขามี Resource ที่จำกัดมากจนคิดไม่ได้ว่าไม่ดีต่อสังคมโดยรวม เช่น มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เห็นเป็นเรื่องธรรมดา  หน้าที่ของเรา คือต้องเป็น Leader ที่ดึง Resource ที่ดีออกมาให้ได้

·  ในเรื่องนี้ไม่มีเรื่องไหนที่ถูกต้องหรือจริง 100 % ทุกเรื่องอยู่ที่การให้ความหมาย แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน เราต้องไม่ Judge คนอื่น หมายถึงเราให้อภัยได้  เพราะความสามารถของสมองของเรารับข้อมูลได้จำกัด  พบว่า รอบ ๆ ตัวเรามีข้อมูลสองล้านบิตต่อวินาที สมองรับได้ 134 บิตต่อวินาทีเท่านั้น หมายความว่าสมองต้องลบข้อมูลไปเกือบสองล้านบิตที่ทิ้งไป แต่ละคนเก็บข้อมูลไม่เหมือนกัน สมองจะลบบางส่วนที่ไม่จำเป็น เราบิดเบือนบางข้อมูลให้เป็นอย่างที่เรารับรู้มัน

ดังนั้นขอเสนอว่าเวลาจะไป Present  อะไร ให้สรุปแค่ 2-3 เรื่องเท่านั้น เนื่องจากความจำของสมองมีจำกัด

·  Key Factor ของคนที่ประสบความสำเร็จ อารมณ์ต้องดีและร่างกายต้องดีอยู่ใน Stage ตลอดเวลา เราเจอกันด้วย Behavior  ข่าวสารบางข่าวสารทำให้มี Stage ที่ดี เมื่อไรก็ตามที่อารมณ์ไม่ดี ทางแก้ไขวันไหนก็ตามที่อารมณ์ไม่ดี จิตตก ให้ขับรถร้องเพลงตลอดเวลา หรือนึกถึงเรื่องที่ดี ๆ  ให้ใช้ลักษณะ Phisiology เข้าช่วย หรือ Phychology เข้าด้วย ให้เช็คว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกว่าอารมณ์ดีให้ทำสิ่งนั้น จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น ให้ดึง Resource สิ่งนั้นมา

บางครั้งเมื่อเกิดความประหม่าทำให้ Presentation ไม่ดี วิธีแก้ไขคือให้ฝังสิ่งที่เคย Present แล้วประสบความสำเร็จตรงนั้นออกมาให้ได้

·  Stage คือ Phychology เมื่อเราไม่สบายเราจะทำอย่างไรให้ร่างกายดีขึ้น  ทำใจให้เข้มแข็งอย่าจิตตก แล้วจะรอด

·  What People think about you is non of your business ขอให้รักษาธาตุแท้ของเราให้ดี จักรวาลจะ Take care เราเอง อย่าทำตัวเป็น Effect ของคนอื่น เพราะชีวิตเราเป็นของเรา แต่อย่ายโส

ความกลัวทางจิตวิทยา มี 3 สิ่ง

1.กลัวไม่ดีพอ

2.กลัวคนไม่รัก

3.กลัวไม่รับเป็นพวก

  *** ให้เลือกเราทำอะไรก็ตามที่เราตรงกับธาตุแท้ของตัวเอง เราจะเป็น Leader แบบไหน ให้เราทำสิ่งที่เราคุ้นเคยหรือถนัด

·  การมีธาตุแท้แล้วไม่ประสบความสำเร็จแสดงว่าเรามี Fear

·  คุณสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณไหม

·  การเป็นผู้ว่าฯ ที่ดีต้องเป็นคนที่เด็ดขาดและตัดสินใจเรื่องที่สำคัญได้ ต้องตัดความ Fear ให้หมด  กล้าตัดสินใจ และกล้า Challenge

คำถาม

·  มีอะไรในชีวิตนี้ที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ กลัวอะไร เราเชื่ออะไรอยู่

ความเชื่อที่สกัดกั้นความเจริญเติบโต  เช่น ยังมีเวลาพอ และความกลัวต่าง ๆ  ความกลัวบางครั้งมาจากธาตุแท้

ผู้ชายเป็นเพศนักล่า แต่ปัจจุบันผู้หญิงทำงานด้วย แสดงว่าผู้หญิงกำลังแย่งซีนผู้ชายเล่นทำให้ผู้ชายไม่มีที่ยืน ทำให้ไปยืนบ้านอื่น หรือเป็นเกย์เยอะขึ้นเป็นต้น ดังนั้นให้ผู้หญิงเล่นบทผู้หญิงให้เป็น ให้ผู้ชายบริหารจัดการเอง ผู้หญิงมีหน้าที่ทำทุกอย่างที่ผู้ชายหามาเพื่อแบ่งปันกับคนในบ้าน ผู้หญิงจะทำหน้าที่เหมือน Queen เป็นผู้ปกป้อง แต่อย่าทำตัวเป็น King ด้วย

Identity ของผู้ชายคือการเป็นทัพหน้า

สรุป  ไม่ต้องกังวลว่ากลัวอะไรขอให้เรา Awareness

Ecology

ทำอะไรที่เรา Feel good แล้วรู้สึกดี คือ ดีกับเรา ? ดีกับคนอื่น? ดีกับสังคมมวลรวม ?

เราควรทำ

Feel good เมื่อ good for me,good for other,good for the better good

บางครั้ง not feel good แต่ควรทำ เมื่อ good for me, good for other, good for the better good

เราจะเป็น Leader จากข้างใน

การที่เราคิดบวกได้ให้เข้าใจว่า

The Map is not the Territory หมายถึงแผนที่ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพียงแค่อยากเข้าใจจังเลยว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้

Human 6 core needs

1. Certainty / Security

2. Uncertainty /Variety

3. Connection & Love

4. Significant

5.Growth

6.Contribution

** ถ้า 4 ข้อแรกมีครบ เติมเต็ม ข้อ 5,6 จะมาเอง และเป็นบวกแน่นอน ให้ตัดสินใจว่าถ้าเรามีคุณสมบัติอย่างนี้เราจะเป็นใครได้อีก

   สรุปคือ ต้องอ่านให้ขาดทั้งตนเองและผู้อื่นว่า 1. ธาตุแท้มีอะไร 2. Fear  อะไร 3 . Need อะไร


ความรู้ที่ได้วันนี้ ( 29 ม.ค.2556)

ช่วงเช้า บรรยายโดย ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

คุณสมบัติผู้นำในหลายๆมุมมอง ... ทั้งทางทฤษฏีและประสบการณ์..พร้อมตัวอย่างผู้นำในอดีตต่างๆ

ทั้งนอกและในประเทศ / รวมทั้งใน กฟผ.

คุณสมบัติของผู้นำในสภาวะ / สถานการณ์ต่างๆในช่วงเวลานึง ไม่มีความจำเป็นต้องเหมือนกัน


ช่วงบ่าย บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด 

ทำให้รู้จักมุมมองในการมองตัวเอง โดยเฉพาะเรื่อง Being หรือ ธาตุแท้

การวิเคราะห์ตัวตนตัวเอง

ความกลัวทางจิตวิทยา

กลัวไม่ดีพอ / กลัวคนไม่รัก / กลัวไม่รับเป็นพวก

** ผมขอสรุปสั้นๆน่ะครับ   ขอไปอ่านหนังสือการบ้านก่อน **


ชัยรัตน์ เกตุเงิน

วันนี้ผมได้รับความรู้และคุณสมบัติการเป็นผู้นำ โดยควรจะต้องปรับเปลี่ยน function ของผู้จัดการมาเป็นfunction ของผู้นำ  ตลอดจนแนวความคิดและกลยุทธ์ที่จะต้องบริหารคน  ให้สามารถนำความรู้และความสามารถของแต่ละคนออกมาใช้ให้เหมาะสมกับสถานะการณ์  รวมถึงการพัฒนาตนเองในเรื่องของความรู้  การปฎิบัติตนให้เกิดความยอมรับและเกิดความศรัทราของทีม  ซึ่งในช่วงที่ได้ฟังอาจารย์ พจนารถ ชีบังเกิด ผมยังเริ่มได้รู้ว่า ผมยังไม่รู้ธาตุแท้ของตนเองจริงๆ  โดยอาจารย์ได้แนะนำเรื่องCoachและวิธีวิเคราะห์ตนเองในเรื่องของ  ธาตุแท้ของตนเอง  / ความกลัว 3 อย่างของคน / ความต้องการ 6 อย่างของคน


นายชวลิต อภิรักษ์วนาลี

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่  29 ม.ค. 56

ช่วงเช้า  โดยอาจารย์จีระ - โดยสรุปอาจารย์พูดถึงเรื่องการเรียนรู้และการสร้างผู้นำ

ช่วงบ่าย  โดยอาจารย์พจนารถ - โดยสรุปอาจารย์พูดถึงเรื่องการค้นหาตัวตนของตัวเรา

ขออนุญาตจบรายการแต่เพียงนี้ครับ

ชวลิต  29 / 1 / 56  เวลา  22.39 น.

สมคิด พงษ์ชวนะกุล

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ วันที่ 29 ม.ค. 2556

หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

  ผู้นำมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับช่วงเวลา และสถานการณ์ขณะนั้น ผู้นำที่พึงประสงค์ในทัศนะของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ยอมรับ ควรมีคุณสมบัติดังนี้

1.  มีความซื่อสัตย์ และยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง

2.  มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้

3.  มีการเตรียมพร้อม หรือสร้างผู้นำรุ่นต่อไป

4.  ต้องมีเครือข่ายทั้งภายใน และภายนอกประเทศ

5.  ต้องสร้างความสมดุลในทุกด้าน

6.  ต้องสามารถบริหารความหลากหลาย

หัวข้อ Leading people

  ได้เรียนรู้วิธีการสำรวจธาตุแท้ของคน ซึ่งเราเองไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นอย่างไร ทั้งยังได้รู้การวิเคราะห์ หรือการมองการกระทำของคนว่า ทำไมเขาจึงทำอย่างนั้น อะไรควรจะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เขาทำเช่นนั้น ซึ่งมองได้หลายมุมมอง


นายสาเรศ อินทุเศรษฐ

สรุปความรู้จากสิ่งได้เรียน

  การจะเป็นผู้นำที่ดีได้ นั้นจะต้องรู้ตนเองว่าตนเองเป็นอย่างไรและสามารถนำสิ่งที่เป็นสิ่งที่ดี เป็นจุดแข็งของตนเองมาใช้ให้ผู้อื่นศรัทธาทำตาม อีกทั้งจะต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ มองการณ์ไกล ประสงค์ความสำเร็จของเป้าหมาย เข้าใจและรู้ความต้องการของบุคคลอื่นเป็นอย่างไร คิดอย่างไร

การเป็นผู้นำมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ  แต่ไม่ควรเป็นผู้นำเพราะตำแหน่ง ต้องเป็นผู้นำจากความรู้สึกภายใน ซึ่งสามารถฝึกฝนและเรียนรู้ได้


นายภูวดา ตฤษณานนท์ 302597

สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ การสร้างผู้นำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ และ Learning Forum Topic การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษ

บรรยายโดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคเช้า (เวลา 09.00 น.-12.00 น.)

          ในการบรรยายดังกล่าวฯนั้นสามารถสรุปเนื้อหาได้ดังนี้

1.   ศ.ดร. จีระฯ ได้บรรยายถึงผู้นำของประเทศต่างๆที่ประสบความสำเร็จและมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

2.   บรรยายถึงเครื่องมือต่างๆที่ช่วยในการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย 4L’s, 2R’s, 2I’s และ 3L’s

*นอกจากนั้นยังมีประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ Leadership Value (คุณค่าของความเป็นผู้นำ) ซึ่งเกิดจาก “TRUST” หมายถึง ความไว้วางใจและความศรัทธาในตัวผู้นำนั้นๆ ซึ่งในอนาคตนั้นกฟผ.จะต้องตระหนักและเตรียมความพร้อมในการสร้างผู้นำในองค์กรรวมถึงบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันหมายรวมถึงการเข้าสู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง High Performance Organization (HPO)

 

 

สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ “Learning People 1, 2”

บรรยายโดย อ. พจนารถ ชีบังเกิด

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคบ่าย (เวลา 13.30 น.-18.30 น.)

ในการบรรยายภาคบ่ายสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1.   ในการที่จะพัฒนาตนเองนั้นจะต้องสามารถค้นหาตนเองให้พบธาตุแท้ของตนให้ได้เสียก่อน Who am I? ในการค้นหาตนเองนั้น อาจารย์ พจนารถให้ทำ Workshop และ แนะนำวิธีการค้นหาตนเอง ซึ่งเมื่อพบธาตุแท้ของตนแล้วนั้น เราจึงจะทราบว่า ตัวเรานั้นเหมาะกับสิ่งใด เราควรจะดำเนินชีวิตและวางแผนการดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด เป็นต้น

2.   อาจารย์ฯแนะนำศาสตร์ของ Life Coaching บางส่วน ซึ่งการ Coaching

(วิธีการสอนงาน) นั้นจะสามารถช่วยให้บุคคลตระหนักและใช้ขีดความสามารถและศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ มั่นใจ และ ภาคภูมิใจ

3.   อาจารย์กล่าวถึง ความต้องการ 6 อย่างของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย

3.1       Certainty – มนุษย์ต้องการหลักประกันและความมั่นคงในชีวิตเพื่อรับประกันความอยู่รอด

3.2       Variety/ Uncertainty – มนุษย์ต้องการความหลากหลายและความไม่แน่นอนเพื่อการยืดหยุ่นของอารมณ์ ความรู้สึก ยิ่งรับมือกับความหลากหลายและความไม่แน่นอนได้มากเท่าใดยิ่งแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

3.3       Love and Connection – ความรักและสัมพันธภาพเป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้สึก จิตใจให้มีชีวิตชีวา ซึ่งได้มาจากคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง รวมถึงเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น

3.4       Significance – เป็นอีกความต้องการหนึ่งที่จะต้องบริหารจัดการให้ดี มนุษย์เราต้องการเป็นคนสำคัญ ยิ่งอยากเป็นบุคคลสำคัญมากเท่าไหร่ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและแข่งขันกับผุ้อื่นมากเท่านั้น

3.5       Growth – การเจริญเติบโตเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งต่างๆธำรงค์อยู่ได้ มนุษย์จึงต้องการให้สิ่งต่างๆที่มีผลต่อตนเองพัฒนาและเจริญงอกงาม

3.6       Contribution – มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่การที่จะอยู่รอดเข้ากับผู้อื่นได้นั้น การอุทิศตนถือเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่มนุษย์ควรมีเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลเสียสละเพื่อความอยู่รอดของสังคม

นายภูวดา ตฤษณานนท์

สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ การสร้างผู้นำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ และ Learning Forum Topic การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษ

บรรยายโดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคเช้า (เวลา 09.00 น.-12.00 น.)

          ในการบรรยายดังกล่าวฯนั้นสามารถสรุปเนื้อหาได้ดังนี้

1.   ศ.ดร. จีระฯ ได้บรรยายถึงผู้นำของประเทศต่างๆที่ประสบความสำเร็จและมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

2.   บรรยายถึงเครื่องมือต่างๆที่ช่วยในการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย 4L’s, 2R’s, 2I’s และ 3L’s

*นอกจากนั้นยังมีประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ Leadership Value (คุณค่าของความเป็นผู้นำ) ซึ่งเกิดจาก “TRUST” หมายถึง ความไว้วางใจและความศรัทธาในตัวผู้นำนั้นๆ ซึ่งในอนาคตนั้นกฟผ.จะต้องตระหนักและเตรียมความพร้อมในการสร้างผู้นำในองค์กรรวมถึงบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันหมายรวมถึงการเข้าสู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง High Performance Organization (HPO)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ “Learning People 1, 2”

บรรยายโดย อ. พจนารถ ชีบังเกิด

วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคบ่าย (เวลา 13.30 น.-18.30 น.)

ในการบรรยายภาคบ่ายสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1.   ในการที่จะพัฒนาตนเองนั้นจะต้องสามารถค้นหาตนเองให้พบธาตุแท้ของตนให้ได้เสียก่อน Who am I? ในการค้นหาตนเองนั้น อาจารย์ พจนารถให้ทำ Workshop และ แนะนำวิธีการค้นหาตนเอง ซึ่งเมื่อพบธาตุแท้ของตนแล้วนั้น เราจึงจะทราบว่า ตัวเรานั้นเหมาะกับสิ่งใด เราควรจะดำเนินชีวิตและวางแผนการดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด เป็นต้น

2.   อาจารย์ฯแนะนำศาสตร์ของ Life Coaching บางส่วน ซึ่งการ Coaching

(วิธีการสอนงาน) นั้นจะสามารถช่วยให้บุคคลตระหนักและใช้ขีดความสามารถและศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ มั่นใจ และ ภาคภูมิใจ

3.   อาจารย์กล่าวถึง ความต้องการ 6 อย่างของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย

3.1       Certainty – มนุษย์ต้องการหลักประกันและความมั่นคงในชีวิตเพื่อรับประกันความอยู่รอด

3.2       Variety/ Uncertainty – มนุษย์ต้องการความหลากหลายและความไม่แน่นอนเพื่อการยืดหยุ่นของอารมณ์ ความรู้สึก ยิ่งรับมือกับความหลากหลายและความไม่แน่นอนได้มากเท่าใดยิ่งแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

3.3       Love and Connection – ความรักและสัมพันธภาพเป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้สึก จิตใจให้มีชีวิตชีวา ซึ่งได้มาจากคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง รวมถึงเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น

3.4       Significance – เป็นอีกความต้องการหนึ่งที่จะต้องบริหารจัดการให้ดี มนุษย์เราต้องการเป็นคนสำคัญ ยิ่งอยากเป็นบุคคลสำคัญมากเท่าไหร่ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและแข่งขันกับผุ้อื่นมากเท่านั้น

3.5       Growth – การเจริญเติบโตเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งต่างๆธำรงค์อยู่ได้ มนุษย์จึงต้องการให้สิ่งต่างๆที่มีผลต่อตนเองพัฒนาและเจริญงอกงาม

3.6       Contribution – มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่การที่จะอยู่รอดเข้ากับผู้อื่นได้นั้น การอุทิศตนถือเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่มนุษย์ควรมีเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลเสียสละเพื่อความอยู่รอดของสังคม

เอกรัฐ สมินทรปัญญา

ทำให้ได้รู้จุดมุ่งหมายในการอบรม
คือการพัฒนาตนเองและการพัฒนาองค์กร โดยการใข้การอ้างอิงจากผู้รู้ทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ โดยวิทยาการผู้สอนคือ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และอ. พจนารถ ชีบังเกิด ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องที่บรรยาย สูงมาก

ซึ่งการนำสิ่งที่ได้มาประยุกต์ใช้กับตนเอง และองค์กร นั้น
คือการได้ทราบว่าผู้ที่จะเป็นผู้นำ (Leadership) ในรูปแบบค่างๆ
มีแบบไหนบ้าง และเนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง
หลังจากนั้นจึงจะคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งในมุมมองของผมคิดว่าควรมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งต่างๆ และมีการฝึกฝน และคัดสรร ผู้ที่มีศักยภาพ ในการที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว 



 

 

วันที่ 29 มกราคม 2556

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

1. ช่วงเช้า ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

-  ได้รู้แนวคิดของผู้นำหลายๆคน ทั้งนอกและในประเทศ  รวมทั้งผู้นำของ กฟผ. ยกตัวอย่างผู้นำของจีนทั้งหมด 5รุ่น   และผู้นำของกฟผ. 11 ท่าน

-  ได้รู้ผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร

-  ได้รู้ชนิดของผู้นำ ผู้นำที่ดีต้องเป็นอย่างไร

-  ได้รู้คุณสมบัติของผู้นำในสภาวะและสถานการณ์ที่ต่างกัน คุณสมบัติที่ใช้จะไม่เหมือนกัน

2. ช่วงบ่าย อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด

-  ได้ทดลองหา Being หรือ ธาตุแท้ของตัวเอง

-  ได้รู้ศูนย์ 5 ศูนย์ในตัวเรา

  • ธาตุแท้
  • สติปัญญา
  • ความรู้สึก เช่น เหงา รัก สะเทือนใจ โกรธ เสียใจ
  • ร่างกาย ต้องรู้จักร่างกายของเราว่าสุขภาพเป็นอย่างไร ร่างกายส่งสัญญาณอย่างไร ถ้าร่างกายไม่ Perfect ทั้ง 4 ศูนย์จะตายได้
  • มโนธรรมลึกซึ้ง อยู่ใกล้กับ ธาตุแท้ เป็น Believe Conscious เช่นคุณธรรมทั้งหลาย

-  ได้รู้ความกลัวทางจิตวิทยา มี 3 สิ่ง

  • กลัวไม่ดีพอ
  • กลัวคนไม่รัก
  • กลัวไม่รับเป็นพวก

-  ความต้องการ 6 ประการของมนุษย์ (Human 6 core needs)

  • Certainty / Security
  • Uncertainty /Variety
  • Connection & Love
  • Significant
  • Growth
  • Contribution


สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันที่ 29 ม.ค. 56

- การเป็นผู้นำที่ดีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

- แนวทางหรือวิธีการที่จะพัฒนาตนเองให้มีภาวะผู้นำ

-  ธาตุแท้ ความกลัว และความต้องการของตนเอง จะบ่งบอกว่ามีภาวะความเป็นผู้นำหรือไม่

กิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

สิ่งที่ได้รับจาก วันนี้ (29 ม.ค. 2556)  ของข้าพเจ้าพอสรุป ได้ ดังนี้

1.  รับทราบศาสตร์ด้านอื่นๆทางจิตวิทยา ปรัชญา  เกิดมิติมุมมองในหลายด้านมากขึ้น

2.  ได้รับทราบ การเป็นผู้นำมีทฤษฎีระบุมีได้หลายลักษณะ ต้องมีเครือข่าย และที่สำคัญ คือ ผู้นำสามารถสร้างได้  อีกเรื่องที่สำคัญ คือผู้นำต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ดังนั้นข้าพเจ้าจะอาศัยวิธี จากการฟัง ประสบการณ์ของผู้นำต่างๆ รวมทั้ง การอ่านหนังสือให้มาก  มาใช้ปรับตัวเอง

3.  ได้รับทราบว่าตัวเองเป็นใคร (Human being) ในมุมมองอีกด้าน ทำให้ทราบว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร เมื่อออกจากงานมีจุดมุงหมายทำอะไรต่อไปหลังจากนั้น

4.  ได้ทราบถึงภาวะผู้นำ ปรับเปลี่ยนจากตัวเราก่อน เกิดความคิดด้านบวกต่อตนเอง และผู้อื่น จากการที่รับทราบถึงการรับรู้แต่ละบุคคลแตกต่างกัน จากการกรอง DDG ส่งผลให้เกิดการกระทำต่างๆ ขึ้น

5.  ได้รับทราบถึงความต้องการ 6 ด้านของคน คือ Certainty/Security , Uncertainty/Variety, Connection&Love , Significance ,  Growth และ Contribution ที่เมื่อมี 4 ข้อแรกแล้ว อีก 2 ข้อจะมีขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยังมีเรื่องความกลัว 3 อย่าง คือ กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เป็นที่รัก และกลัวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง  จาก 6 Needs 3 Fear ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักตนเองมากขึ้น  ว่ามีทั้ง 6 Needs 3 Fear แล้วแต่จะอยู่ในสถานการณ์ใด อะไรจะมากกว่า ทำให้เกิดการผลักดันให้เปลี่ยนแปลงไปในทางดี

6.  ได้พบปะกับบุคคลต่าง เกิดความสัมพันธ์ รับมุมมองในหลายด้าน 


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่ 29 29 29/2929มกราคม 2556

ในช่วงเช้าหลังพิธีเปิดการอบรมและปฐมนิเทศเป็นเรื่อง “การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ” โดย อ.จิระฯ ได้รับทราบในคุณสมบัติที่ดีๆของผู้นำที่โดดเด่นหลายๆท่าน รวมทั้งแนวทางที่จะสร้างภาวะผู้นำในตัวเราในตัวเราเองที่เหมาะสมกับ กฟผ. และให้ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก กฟผ. และขอขอบคุณแต่ละกลุ่มที่วิเคราะห์เสนอแนะแนวคิดของผู้นำแบบต่างๆรวมทั้งแนวคิดในการสร้างผู้นำในอนาคตของ กฟผ.

ในช่วงบ่ายเป็นช่วงของ อ.พจนาถ ซีบังเกิด ได้ให้แนวคิดในการนำคนต้องเข้าใจคนเข้าใจธาตุแท้ เข้าใจความกลัว และเข้าใจความต้องการ ของคน จึงทำให้ได้รับทราบการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเรา เข้าใจการมองตนเอง การนำธาตุแท้ของเราออกมาใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้เราเป็นผู้นำด้วยตัวตนที่แท้จริงของเราเอง รวมทั้งการสร้างความสุขในการทำงานหากทำงานแล้วสนุกและเพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำ ได้รู้การวิเคราะห์พฤติกรรมโดยพิจารณาความกลัวของคนทั้ง3 อย่างคือ กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เป็นที่รัก และกลัวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ทำให้มีการบ้านต้องกลับไปทบทวนหลายๆเรื่องที่เป็นสิ่งที่ดีหากทำแล้วเรารู้สึกดี ดีต่อตัวเราด้วย และดีต่อผู้อื่น ดีต่อสังคมส่วนรวม แต่เรายังไม่ทำอีกไม่รู้ว่ากลัวอะไรถึงไม่ทำ

สุดท้ายได้รับฟังเพลงเพราะๆจากอาจารย์ ทีมงาน และเพื่อนๆในรุ่น....ร้องเพลงเก่งทุกท่านเลยครับ 


เฉลิม จรัสวรวุฒิกุล

สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน วันที่ 29 ม.ค. 56

หัวข้อการสร้างผู้นำแห่งทศวรราใหม่ที่ กฟผ.

ได้ทราบความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้จัดการ  ชนิดของผู้นำ  คุณสมบัติที่ผู้นำควรมี เช่น การสร้างศรัทธา(Trust) มีความกล้าหาญ มองการณ์ไกล คิดนอกกรอบ คิดข้ามศาสตร์ ใฝ่รู้ อดทน  รับฟัง ให้เกีรติ มีเมตตา มีความซื่อสัตย์ จริยธรรมและคุณธรรม เป็นต้น  ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องรักษาความสมดุลของข้อดีในแต่ละประเภท รวมถึงความจำเป็นในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่

หัวข้อ Leading People

ได้ข้อคิดที่ดีในการสรุปประเด็นว่าเรื่องที่เรียน สรุปได้ 3 เรื่อง คือเรื่อง ธาตุแท้ พื้นฐานความกลัวของมนุษย์ และความต้องการพื้นฐาน  ซึ่งจะทำให้เราค้นพบความสามารถ หรือความกลัวในตัวเรา ที่อาจยังค้นไม่พบ เพื่อจะได้นำไปพัฒนาตนเองต่อไป รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ที่แตกต่างกันออกไป ตามพื้นฐาน(ธาตุแท้ มโนสำนึก สติปัญญา และการรับรู้ตามสภาพแวดล้อมที่ผ่านมา)


เรียน อาจารย์จิระ

สิ่งที่ได้จากการอบรมในวันที่ 29 มกราคม 2556

หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

key word ของอาจารย์ที่โดนใจวันนี้คือ  “ผู้นำที่ดี ต้องสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าการสั่งการ”

และได้เรียนรู้ถึงวิธีที่จะเสริมสร้าง/เพิ่มพูนคุณสมบัติที่ดีในการเป็นผู้นำขององค์กร

เนื่องจากไม่เคยมีความคิดหรือคาดหวังว่าจะได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง  เพียงแต่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดี  จึงไม่เคยคิดที่จะเสริมสร้างหรือพัฒนาคุณสมบัติในด้านความเป็นผู้นำ  แต่วันนี้ได้ตระหนักถึงการเตรียมตัวในด้านนี้ให้พร้อม  เนื่องจาก กฟผ. จะต้องดำเนินภารกิจในภาวะที่ยากกว่าเดิม  ดังนั้นถึงแม้จะไม่ได้เป็นผู้บริหารระดับสูง  ก็ควนพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะช่วยงาน กฟผ. ได้ดีขึ้น

และสุดท้ายคือ ได้การบ้านมากมายค่ะ


หัวข้อ Leading People

ได้ค้นพบ ธาตุแท้ ความต้องการ และความกลัว ของตัวเอง  ซึ่งเป็นแนวทางที่จะดำเนินชีวิตให้มีความสุขได้มากยิ่งขึ้น 

และจะนำวิธีค้นหาธาตุแท้  การวิเคราะห์ความต้องการของมนุษย์ (6 Core Needs of Human Beings) และการวิเคราะห์ความกลัวของมนุษย์ (Universal FEARS of Human Being)  ไปเป็นแนวทางในการปฎิสัมพันธ์กับผู้คน  ทั้งในที่ทำงานและนอกที่ทำงาน

ขอบคุณค่ะ

พนา สุภาวกุล

เรียน อาจารย์ ดร.จีระ

  ผมขอสรุปความรู้ที่ได้เรียนวันนี้ ดังนี้

  จากเรื่องผู้นำแห่งทศวรรษใหม่

  1.ได้รู้วิธีการเรียนรู้ของ ดร.จีระ โดยใช้ 4L,2R ,2I ,3L ,C&Eและ C-U-V

  2.ผู้นำและผู้ตามต่างกันอย่างไร

  ผู้นำให้ความสำคัญเรื่องคน ใช้วิธีสร้างศรัทธากับลูกน้อง มองอนาคตระยะยาวและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

  ผู้จัดการให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นระบบ ใช้วิธีควบคุมลูกน้อง มองผลงานระยะสั้น และมักจะไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

  3.ผู้นำมีหลายแบบดังนี้

  - Trust/Authority

  - Charisma

  - Situation

  - Quiet Leader

  4.คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ ในประเทศไทย

  - Integrity Leadership Style

  - Grooming Future Leader

  - Global Network Leadership

  - Balancing Style Leaderchip

  - Leadership Of Diversity And Innovations

  4. การสร้างผู้นำ ใช้ 5 ทฤษฎี 5E

  - Example

  -Experience

  -Education

  -Environment

  -Evaluation

 

  ความรู้จากอาจารย์ พจนารถ เรื่อง Leading People

  1.ได้เรียนรู้ ศูนย์ทั้ง 5 ของมนุษย์ซึ่งประกอบไปด้วย ธาตุแท้ สติปัญญา ร่างกาย ความรู้สึก และมโนธรรมลึกซึ้ง และ ทำให้รู้วิธีค้นหาตัวเอง

  2.รู้ 6 Core Needs Of Human Beings

  - Certainty/Security

  - Uncertainty/Variety

  - Connection & Love

  - Significance

  - Growth

  - Contribution

  3. Fears Of Human Being

  - Not Good Enough

  - Not Being Loved

  - Not Belong To

อติชาติ  โซวจินดา

 


ความรู้ที่ได้ในการเรียนของวันที่ ๒๙ ม.ค.๒๕๕๖

ช่วงเช้า บรรยายโดย ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

สิ่งที่ได้รับ และร่วมออกความคิดเห็น

ได้เรียนรู้ การปรับเปลี่ยนจากผู้จัดการเป็นผู้นำ รวมถึงการพัฒนาตนเองในเรื่องของความรู้  การปฎิบัติตนให้เกิดความยอมรับและเกิดความศรัทราของทีม  คุณสมบัติและหลักการของผู้นำ ในหลายๆมุมมอง ... ทั้งทางทฤษฏีและประสบการณ์..พร้อมตัวอย่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนอกและในประเทศ / รวมทั้งใน กฟผ.

คุณสมบัติของผู้นำในสภาวะ / สถานการณ์ต่างๆในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

เราอาจจะนำคุณสมบัติและหลักการของผู้นำเหล่านั้นมาวิเคราะห์ แล้วมากำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติในแต่ละสถานการณ์ แต่ต้องให้มีเป้าหมายไปในทางเดียวกันกับขององค์กร

ในช่วงบ่าย บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ ชีบังเกิด ได้เรียนรู้การหาธาตุแท้ของตนเอง โดยอาจารย์ได้แนะนำเรื่อง Coachและวิธีวิเคราะห์ตนเองในเรื่องของ  ธาตุแท้ของตนเอง ศูนย์ 5 ศูนย์ในคน

/ ความกลัว 3 อย่างของคน / ความต้องการ 6 อย่างของคน

เราอาจจะนำความรู้มาใช้ประโยชน์ได้ในหลายสถาณะการณ์ เช่น การจะคัดเลือกบุคคลเพื่อมาทำหน้าที่เป็นผู้นำในส่วนงานในสังกัด โดยใช้หลักการหาธาตุแท้มาเป็นปัจจัยหนึ่งในการคัดเลือกให้เหมาะสมกับภาระกิจที่จะมอบหมายไห้

สำหรับวันนี้ขอออกความเห็นโดยสรุปเพียงเท่านี้ก่อนครับ


สุทธิชัย จูประเสริฐพร

ขอสรุปความรู้และสิ่งที่ได้จากการเรียนในวันแรกอ.ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้เริ่มตั้งแต่ 4 L's 2 R's 2i's 3L's C & E Theory C - U - V  แนะนำรุ่นพี่ทั้ง 8 รุ่น แนะนำหนังสือดีให้การบ้านรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นก็พูดถึงการสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.ซึ่ง อ.ก็กรุณานำแนวคิดนักวิชาการต่างผู้นำยุคต่างๆ ตัวอย่างผู้นำประเทศไทย ประเทศอื่นๆ ผู้นำกฟผ.แต่ละสมัยซึ่งมีความเหมือนและแตกต่าง จากนั้นให้พวกเราทำ WORKSHOP เพื่อหลักการแนวคิด ทฤษฎีต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับการสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ซึ่งทำให้พวกเรามีความรู้ว่าผู้นำกับผู้จัดการมีความแตกต่างกันจริงๆนะสำหรับภาคบ่าย ต้องขอขอบคุณอ.Jimi ที่นำเรื่องที่ไม่ค่อยจะนำมาสอนพวกเราทำให้เรารู้ธาตุแท้ BEING ของตัวซึ่งทำแล้วก็รู้สึกว่าจะใกล้เคียงความจริงมากเลยคนอื่นๆผมไม่ทราบนะแต่สำหรับผมใกล้เคียงชีวิตจริงมากเลยภาคค่ำพวกเราสนุกสนานกันถึงแม้ว่าจะยังไม่ทั่วถึงแต่พี่ทินกรก็มาแสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมไม่จำเป็นต้องร้องเพลงก็ได้ ได้ยิน อ.จีระบอกว่าพวกเราต้องมีตลกบ้างผมก็เห็นด้วยนะแต่ในชีวิตการทำงานปัจจุบันเรามักจะตลกไม่ออกถ้ามีเพื่อนท่านจะแสดงก็ยินดีนะครับขอบคุณ กฟผ.ที่ส่งเราอบรมหลักสูตรดีๆเช่นนี้

สุทธิชัย จูประเสริฐพร

ขอสรุปความรู้และสิ่งที่ได้จากการเรียนในวันแรกอ.ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้เริ่มตั้งแต่ 4 L's 2 R's 2i's 3L's C & E Theory C - U - V  แนะนำรุ่นพี่ทั้ง 8 รุ่น แนะนำหนังสือดีให้การบ้านรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นก็พูดถึงการสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.ซึ่ง อ.ก็กรุณานำแนวคิดนักวิชาการต่างผู้นำยุคต่างๆ ตัวอย่างผู้นำประเทศไทย ประเทศอื่นๆ ผู้นำกฟผ.แต่ละสมัยซึ่งมีความเหมือนและแตกต่าง จากนั้นให้พวกเราทำ WORKSHOP เพื่อหลักการแนวคิด ทฤษฎีต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับการสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ซึ่งทำให้พวกเรามีความรู้ว่าผู้นำกับผู้จัดการมีความแตกต่างกันจริงๆนะสำหรับภาคบ่าย ต้องขอขอบคุณอ.Jimi ที่นำเรื่องที่ไม่ค่อยจะนำมาสอนพวกเราทำให้เรารู้ธาตุแท้ BEING ของตัวซึ่งทำแล้วก็รู้สึกว่าจะใกล้เคียงความจริงมากเลยคนอื่นๆผมไม่ทราบนะแต่สำหรับผมใกล้เคียงชีวิตจริงมากเลยภาคค่ำพวกเราสนุกสนานกันถึงแม้ว่าจะยังไม่ทั่วถึงแต่พี่ทินกรก็มาแสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมไม่จำเป็นต้องร้องเพลงก็ได้ ได้ยิน อ.จีระบอกว่าพวกเราต้องมีตลกบ้างผมก็เห็นด้วยนะแต่ในชีวิตการทำงานปัจจุบันเรามักจะตลกไม่ออกถ้ามีเพื่อนท่านจะแสดงก็ยินดีนะครับขอบคุณ กฟผ.ที่ส่งเราอบรมหลักสูตรดีๆเช่นนี้


วันที่ 29 มกราคม 2556 สิ่งที่ได้เรียนรู้

1. อบรมภาวะผู้นำมาหลายหลักสูตร วันนี้ได้เข้ารับการอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหาร วันนี้ อ.จีระ มาแบบแรงเต็มร้อย ทำให้ดูน่าสนใจต้องติดตามครับ

เนื้อหาพอจับได้ว่า แนวทางพัฒนาผู้บริหารอย่างเป็นระบบมีอะไรบ้างและทำอย่างไร คือ ให้ความรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง คิดนวัตกรรมสร้างสรรค์พัฒนา เสริมทักษะ สร้างทัศนะคติเชิงบวก เสริมสร้างคุณภาพกายและจิตใจให้มีความสุข เมื่อเติมพลังให้มีพลังในการทำงาน ปรับปรุงบุคลิกภาพเพื่อสร้าง Trust

ผมคิดว่าผู้นำควรจะ  คิดกว้าง คิดบวก มีฝัน สร้างศรัทธา กล้าคิดกล้าทำ มีมาตรฐาน กลัวบาป ใฝ่รู้ส่งเสริมความรู้ สร้างสัมพันธ์ภายในภายนอก  สร้างความไว้ใจเหมือนญาติมิตร ไม่ใช่แค่คนรู้จัก

เป็นการบ้านที่ต้องคิดต้องทำ เพื่อพัฒนาตนเองและผู้อื่นเพื่อรักษาองค์กรของเราให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนในโลกแห่งโลกาภิวัตน์  AEC การแข่งขัน การเติบโต

สิ่งที่ต้องกลับมามองตนเองว่าเราอยู่บนบทบาทไหนระหว่าง ผู้นำ / ผู้บริหาร เพื่อทิ้งระยะห่างในแต่ละบทบาทบนเส้นแบ่งได้ถูกต้องหรือยัง

2. พึงรู้ว่าคนเรากลัวอะไรและต้องการอะไร อาจารย์อธิบายได้หมดจดเห็นภาพ ฟังบรรยายไม่น่าเบื่อเรื่องธาตุแท้ของเรา ภาพที่เห็นยังเทาๆ แต่รู้วิธีค้นหา จะนำไปทบทวนใหม่ครับ


เกรียงไกร ไชยช่วย

-ผู้นำมีหลายประเภท  ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์  ที่สำคัญต้องเป็นคนดี  เพราะการเป็นคนดีจะทำให้สามารถโน้มน้าวผู้ตามให้ปฎิบัติตามได้อย่างยั่งยืน  บนพื้นฐานของความเชื่อถือ ความศรัทธา

-ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์  มีความใฝ่รู้ในทุกมิติ ทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และ เทคโนโลยี

-ผู้นำสร้างได้  น้อยคนที่จะเป็นผู้นำแต่กำเนิด  (Champions are trained ,not bor n.)

-การสร้างผู้นำมีหลายวิธี เช่น  7L’s (4L’s+3L’s),2R’s,2I’s,C&E,C-U-V, etc.  ไม่มีวิธีใดที่ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละบริบทนั้นๆ  การเรียนรู้อย่างบูรณาการ รู้จักคิด  รู้จักวิเคราะห์ อย่างเป็นระบบ  จะเป็นแนวทางทื่ดีในการเรียนรู้

-ความกลัว  เป็นอุปสรรคต่อภาวะการเป็นผู้นำ แต่ในเวลาเดียวกันก็สามารถเป็นแรงผลักดันให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ ขึ้นอยู่กับว่า เรามีมุมมอง  มีวิธีจัดการความกลัวนั้นให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

-การค้นหาตัวตน(ธาตุแท้) ของตนเองให้พบ จะทำให้กระบวนการตัดสินใจได้ถูกต้อง สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์  หรือเป็นเบี้ยล่างของสติปัญญาที่ไร้ซึ่งมโนธรรมลึกซึ้ง

   เกรียงไกร  ไชยช่วย 

  30  มกราคม 2556


พลศรี สุวิศิษฏ์อาษา

29 ม.ค. 56

ผู้นำต้อง

มองการณ์ไกล มีคุณธรรม และใฝ่รู้

ผู้นำมีหลายลักษณะ

ธาตุแท้ของคน

การเป็นผู้นำ คือต้องนำคนอื่นให้ได้ แลที่สำคัญ ต้องนำตนเองก่อน

Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

30 มกราคม 2556

โดย    อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์

·  สีสันทำให้จดจำได้ดีขึ้น

·  Mind Map ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน

·  Mind Map ทำให้สรุปเรื่องได้ดี คิดแตกแขนงได้มากมาย

·  Mind Map สามารถเรียนรู้ได้ทุกวัย

·  ยึดหลักไคเซน เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องให้ดีกว่าเดิมด้วยตนเอง พัฒนา Mind Map ให้ดีขึ้น

· เราจดบันทึกเชิงเส้น ตัวหนังสือมากๆมาตลอด ซึ่งต่างจาก Mind Map

กิจกรรม1 อ่าน 16 จำให้ได้ภายใน 16 วินาที

ปัญหาคือจำไม่ได้แม้จะเป็นคำที่ง่าย สรุปแล้ว ตัวเลขและตัวหนังสือทำให้จำยาก
สมองไม่ชอบจำตัวหนังสือ

·  ไอน์สไตน์ บอกว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เพราะความรู้มีอยู่แล้ว
แต่จะเพิ่มพูนเรื่อยๆถ้าฝึกใช้จินตนาการสร้างความรู้

วีดิโอ

·  สมองมาขนาดเท่ากับ2 กำปั้นของคน

·  สมองน้ำหนัก 2% ของร่างกายแต่ใช้พลังงาน 1 ใน 5 ของร่างกาย

·  คนประสบความสำเร็จใช้สมอง 2 ซีกพร้อมๆกัน เหมือนหยิน-หยาง

·  สมองซีกซ้าย เกี่ยวกับเรื่องวิชาการ ภาษา วิทยาศาสตร์ เหตุผล คิดเลข จัดลำดับ มองแยกส่วน

·  สมองซีกขวา เกี่ยวกับเรื่องผ่อนคลาย จินตนาการ อารมณ์ ดนตรี ศิลปะ มองภาพรวม

·  ใช้สมองเป็นการบำรุงสมอง

เนื้อหา (ต่อ)

·  เซลสมองมีแสนล้านเซล

·  ฝึกสมอง โดยคิดเลขในใจ เล่นเกมโซโดกุ อักษรไขว้ หมากฮอส

·  ได้รับความรู้แล้วนำความรู้มาใช้กลายเป็นประสบการณ์ บ่อยเข้ากลายเป็นนิสัยและธรรมชาติ

กิจกรรม 2 ฟังแล้วจำเป็นลำดับ

·  ปัญหาคือ จำลำดับต้นๆมาก แต่ท้ายๆได้นิดหน่อย เรียกว่า Recency Effect

·  ถ้ามีการพักเบรกจะทำให้กลับมาจำได้ดีขึ้น
·  การทบทวนทำให้จำได้ดี

· การสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงข้อมูลทำให้จำได้มากขึ้น
· อะไรที่เด่นก็ทำให้จำได้

· ครั้งแรกที่เราประทับใจ เราจะจำแม่นยำ

· เอาของที่มีมาจำเป็นหมวดหมู่ จินตนาการต่อยอดได้

· การมีอารมณ์ร่วมจะเป็นความจำระยะยาวได้

วีดิโอ

·  แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์โรจนสุนันท์ กล่าวว่า พ่อแม่ให้ดูหนังแล้วสรุปว่าได้บทเรียนอะไร ทำให้สรุปอะไรได้เร็ว

กิจกรรม จำภาพ

·  ภาพ สีทำให้จำได้เกินครึ่ง


ช่วงแสดงความเห็น

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

· เมื่อวานนี้ ได้เรียน Balancing way

· อยากให้ทุกคนใช้ Mind Map ประกอบการทำงานให้ดีขึ้น ทำให้ผ่อนคลายในวิธีคิดและทำงาน

· เราต้องจับประเด็นหลักๆ 

· สมัยผมอยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเข้าประชุมไม่เกิน 2 ครั้ง ปัญหาคือประชุมมากเกินไป
จึงขาดการใช้ชีวิตแบบ Balancing way

· ต้องสร้างชีวิตให้มีความพอดีทุกๆด้าน

คำถาม

· บางทีสมองคิดเรื่อยๆจะทำให้นอนไม่หลับ วิธีปิดสวิตซ์สมอง ตอนนอนไหม

ตอบ

· ไม่ควรดูหนังผีหรือสยองขวัญตอนกลางวัน

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

· ควรคิดถึงธรรมะมองโลกในแง่บวก จะทำให้นอนหลับ

· ควรสอนเรื่อง Deep Sleep นอนหลับลึกไม่ฝัน

เนื้อหา (ต่อ)

· เวลาดู Mind Map ต้องเริ่มจากตรงกลาง (แก่นแกน) ก่อน

· ต่อมาดูที่กิ่งแก้ว (ประเด็นหลัก)

· ต่อมาดูที่กิ่งก้อย(ประเด็นรอง)

· ในการทำ Mind Map

· วางกระดาษแนวนอน

· เริ่มแก่นแกนก่อน เป็นหัวเรื่อง กลางหน้ากระดาษ

· เขียนกิ่งแก้วต่อออกมาจากแก่นแกนซึ่งเป็นประเด็นหลัก

· เขียนกิ่งก้อยซึ่งเป็นประเด็นรองต่อออกมาจากกิ่งแก้ว
 
ใช้ Keyword เขียนใน Mind Map และมีเส้นรองรับ อาจจะใช้ภาพประกอบก็ได้

· มองภาพรวม ก่อนคิดลึก

นายภัทรกฤช เตชะศิกานต์

วันที่ 29 มกราคม 2556
เป็นวันแรกที่เข้ารับการอบรม EADP รุ่นที่ 9
ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เข้ารับการอบรม
เนื่องจากเป็นหลักสูตรสำหรับผู้บริหารที่ผู้บริหารระดับสูงคัดเลือกพวกเราเข้ามาเรียน
ผมเตรียมตัวมาแต่เช้า



ช่วงเช้าเป็นเรื่องภาวะผู้นำและการเป็นผู้นำที่ดี
รวมทั้งทำงานกลุ่ม 3หัวข้อ Integrity Leadership Style และ Transparency Leadership Style โดยกลุ่มได้สรุปในเรื่องการทำยุทธศาสตร์,
คำนิยามในเรื่องหลักนิติธรรม, คุณธรรมและความโปร่งใส



พอตอนพักเที่ยงก็มีเจ้าหน้าที่มาเชิญให้ทานข้าวเป็นเพื่อนอาจารย์
(ศ.ดร.จีระ)  และอ.พจนาถ (Jini)
รู้สึกดีใจที่ได้นั่งร่วมสนทนากับท่านทั้ง 2 และเพื่อนร่วมรุ่นอีก 2
ท่าน (คุณมานิตย์, คุณพนา) พอตอนบ่ายเป็น อ.พจนาถ
ได้เรียนเรื่องการค้นหาธาตุแท้ของฉัน, ความต้องการ 6 ประการของมนุษย์และความกลัว (Fears)
1. Not good enough, 2. Not being Loved, 3. Not belong to



สรุปตอนเย็นมีงานเลี้ยง
ผมได้ขึ้นไปร้องเพลงคนสุดท้ายและเพลงที่ผมร้องคือ “รางวัลแด่คนช่างฝัน” จบงาน 2  ทุ่ม โอกาสหน้าพบกันใหม่
“สวัสดีครับทุกท่าน”




เฉลิม จรัสวรวุฒิกุล

สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน
วันที่
30 ม.ค. 56

หัวข้อ Mind Mapping สำหรับผู้บริหารฯ

   ได้ทราบแนวคิดในเรื่องการสร้างแผนที่ความคิดซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการจำ วางแผน และตัดสินใจ  และทำให้ทราบถึงธรรมชาติของความจำ  และวิธีที่จะทำให้จำเรื่องต่างๆได้ดียิ่งขึ้น เช่น เราจะจำเรื่องในช่วงต้นได้มาก แล้วน้อยลงเรื่อยๆ  และจะจำได้ดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงท้าย ในลักษณะท้องคลื่น จึงควรมีการแบ่งพักเป็นระยะ
นอกจากนี้ยังมีวิธีทำซ้ำๆ สร้างความเชื่อมโยง รวมถึงเรื่องที่เด่นหรือแปลก ก็จะทำให้จำได้ง่ายขึ้น
 


หัวข้อ Creative Thinking and Value Creation

   ได้มุมมองในเรื่องการคิดบวก คิดเป็นระบบ และความคิดสร้างสรรค์ที่น่าสนใจหลายเรื่อง ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับ กฟผ.หากมีการนำไปดำเนินการ เช่น

   -การโฆษณายุคใหม่ แบบบอกต่อโดยให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาสัมผัสหน่วยงานของเราให้รับทราบจากประสบการณ์ตรง

   -การสนับสนุนหน่วยงานที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เช่น การศึกษาวิจัยเรื่องนกเงือก

   -EGAT Tree โดยทำแผงโซลาร์เซล รูปต้นไม้ในอุทยานหรือสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้ไฟฟ้าตามความจำเป็น เช่น ชาร์จโทรศัพท์มือถือ

หัวข้อ การเลือกหัวข้อโครงการ

   ได้รับความรู้และคำปรึกษาในการทำโครงงาน



วันที่ 29 มกราคม 2556

หัวข้อ  การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

วัตถุประสงค์  :  เพื่อสร้างผู้นำใน กฟผ. โดยนำเสนอหลักการ,แนวคิดของ และ Style การทำงานของ

  ผู้นำ ที่ประสบความสำเร็จในโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน  โดยมี Case Study เพื่อฝึก

  การวิเคราะห์ ให้เป็นรูปธรรม 

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ :

1.  Leader ต้องมองภาพใหญ่ แบบ Outside looking in โดยมองผลกระทบในมิติที่เป็น Global ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเดิมๆที่เคยทำอยู่

2.  Model ในการเป็นผู้นำมีหลายแบบ ในการสร้างและคัดเลือกผู้นำ ที่จะประสบความสำเร็จ  ต้องพิจารณาจากสถานการณ์ ทิศทางและความจำเป็นของธุรกิจเป็นหลัก

การ Apply ใช้กับ กฟผ. : 

ในการสร้างผู้นำ กฟผ.ควรมีการกำหนดทิศทางของธุรกิจในอนาคตและคุณสมบัติ  (Profile) ของผู้นำในแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจนทั้งในแง่ ความรู้  ขีดความสามารถและคุณลักษณะส่วนบุคคล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคัดเลือก และกำหนดแผนการพัฒนาที่มีเป้าหมาย  รวมทั้งต้องมีการพัฒนาเตรียมผู้นำล่วงหน้าเพื่อทดแทนการเกษียณอายุโดยเฉพาะในตำแหน่งที่เป็น Key สำคัญ

หัวข้อ  Leading People

สิ่งที่ได้เรียนรู้  :  รู้ว่าความเป็นตัวเอง ประกอบด้วยหลายอย่างทั้งสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด (ธาติแท้) และ   

  อื่นๆเช่น สติปัญญา ร่างกาย มโนธรรม ความรู้สึก แต่สิ่งเหล่านี้จะถูกอิทธิพลจาก

  สิ่งแวดล้อมด้านวัถุและบุคคลซึ่งจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือเบี่ยงเบนไป  แต่การที่รู้จัก

  และเข้าใจตนเอง ทำให้เราสามารถจะมีสติในการแก้ไขปัญหา และปรับตัวเองให้หมาะสม

  กับแต่ละสถานการณ์และแต่ละบุคคลได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน


Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนากฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

30 มกราคม 2556

โดย  อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

·  ผมเป็นนักวิจัย อาจารย์และนักธุรกิจ ทุกอย่างที่จะนำเสนอ ได้ทำและประสบความสำเร็จไปแล้ว

·  ผมถวายงานในหลวง

·  ผมถวายสิทธิบัตร 3 ใบคือ

·  Cottage Industry

·  Supply Chain Management สำหรับเรื่องหญ้าแฝก

·  การใช้ประโยชน์เยื่อหญ้าแฝก

·  ในหลวง  ตรัสว่า เราทำหลายอย่างเกี่ยวกับหญ้าแฝก แต่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 คือรักษาหน้าดิน ถ้าชาวบ้านไม่ทราบว่าหญ้าแฝกชนิดไหนใช้ทำอะไร ก็จะถอนกันหมด

·  ปัญหาของคนเก่งคือ อธิบายความคิดไม่ได้

·  ต้องคิดให้เป็นก่อน

·  วิธีคิดในสมัยนี้ไม่เหมือนในอดีตอีกแล้ว

·  หลายครั้งเราพยายามคิดหลายโครงการ ใช้เงินโฆษณามาก แต่บางเรื่องไม่ต้องใช้เงิน เพราะคนพูดต่อกันเอง

·  กระบวนการนำเสนอความคิด ใช้ภาพถ่ายเพราะเป็นผลสุดท้ายของความคิด

·  ดร.เดอโบโนสอนให้คิดอย่างเป็นระบบ แต่ต้องเริ่มต้นจากการคิดบวกก่อน

·  กฟผ.มีบทเรียนมากถ้าไม่ยึดทฤษฎีเพราะทฤษฎีมักตีกรอบความคิด

·  ชาวกฟผ.เป็น Creator (นักคิด นักสร้างสรรค์)

·  เวลาคิดสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ควรไปดูงานที่บ้านแม่กำปอง ที่ฟื้นฟูทุกอย่างเพราะเครื่องปั่นไฟเท่านั้น

·  ในอดีต บ้านแม่กำปองไม่มีป่าไม้เหลือ เคยผลิตใบเมี่ยง แต่คนในปัจจุบันไม่กินเมี่ยง ทำให้คนไม่มีงานทำ ต้องเข้าไปทำงานในเมือง ต่อมามีโครงการหลวงตีนตกมาช่วยเหลือ ทำโดยจินตนาการว่าฟื้นฟูแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วใช้ความรู้ค้นหาว่า ถ้าปลูกใบเมี่ยงไม่ได้ แล้วจะปลูกอะไร ก็มีการปลูกกาแฟแทน ตอนนี้บ้านแม่กำปองมีสหกรณ์กาแฟและสหกรณ์ไฟฟ้าแม่กำปองขายไฟฟ้าคืนให้กับกฟภ.

·  บ้านแม่กำปองได้รางวัลที่ 1 ของโลกในด้านหมู่บ้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

·  เวลาคนแก่เจ็บป่วย ลูกหลานลางานมาเฝ้าไข้ก็ได้เงิน

·  บ้านแม่กำปองมีทุนมนุษย์ ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ

·  Knowledge-based Society สังคมที่ดีต้องมีพื้นฐานมาจากสังคมความรู้ก่อนแล้วค่อยมีความคิดสร้างสรรค์

·  อยากให้เกิดหมู่บ้านแบบบ้านแม่กำปองอีกหมื่นหมู่บ้าน

·  ถ้าคิดแบบไม่มีประโยชน์ ก็ไม่มีคุณค่า

·  ก่อนคิดต้องมี Value Exploration คุณค่าแท้ที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการ

·  จากการวิจัยที่ผมทำร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพราะคนจีนกินเพราะความเชื่อ แสดงถึง Emotional ล้วนๆ ซึ่งเกินระดับ Functional แล้ว

·  ก่อนสร้างโรงฟ้านิวเคลียร์ ควรไปเที่ยวหมู่บ้าน แม่วาง แม่วิน จังหวัดเชียงใหม่ ปลูกผักขายโครงการหลวง ได้โอกาสจากเครื่องปั่นไฟ แล้วส่งผักไปขายภูเก็ตทุกวัน

·  กฟผ.ควรสร้างพลังงานไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานเพื่อการเกษตร

·  กฟผ.ควรให้ความรู้แก่ NGOs เพราะ NGOs มีแต่ความคิดแบบตะวันตกมา ควรชี้แจงว่าทำไมจึงสร้างโรงไฟฟ้า จะมีเครือข่ายมหาศาล (Green Networking)

·  กฟผ.มีคน 3 หมื่นคน ก็มีอยู่แล้ว 3 หมื่นความคิด ก็ควรส่งเสริมให้เขาคิดดีๆ

·  ควรอ่านหนังสือ International Marketing เพราะกฟผ.ต้องคิดถึงไซต์งานใหม่เมื่อมี AEC การตลาดสากลจะช่วยพยากรณ์ Sense and Response ว่าในแต่ละอุตสาหกรรมต้องการการใช้พลังงานแบบไหนและจะหาได้จากที่ไหน

·  กฟผ.สามารถต่อยอดขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ

·  กฟผ.พยากรณ์และสร้างพลังงานสำหรับภาคการท่องเที่ยว

·  ต้องคิดแบบไม่เป็นระเบียบก่อน

·  คุณโชค บูลกุลกล่าวว่า ควรคิดแบบเด็ก คือคิดถึงสิ่งที่น่าจะมี แต่เวลาทำ ก็วางแผนและทำจริงจังแบบผู้ใหญ่

·  ทุนเดิม+ความรู้ใหม่+ความคิดใหม่แล้วพาองค์กรไปข้างหน้าได้

·  แม่เมาะควรจัดเทศกาลไดโนเสาร์แห่งประเทศ เป็นการเปิดบ้านกฟผ. ทำสิ่งดีๆให้แก่สังคม

·  โลกปัจจุบันกำลังเข้าสู่ Visual Culture เข้าถึงความรู้มากขึ้นมากกว่าที่อ่านหนังสือ

·  อยากให้ชาวกฟผ.เขียนประสบการณ์เกี่ยวกับพลังงานและสิ่งแวดล้อมทุกปี

·  กฟผ.ควรตั้งมหาวิทยาลัยเพราะมีองค์ความรู้เฉพาะอยู่แล้ว

·  ควรผลิตพลังงานไฟฟ้าให้นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ควรทำต้น EGAT สำหรับชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ โดยมีโซล่าร์เซลอยู่บนต้น ให้คนนำความคิดเห็นมาหยอด เพื่อนำความคิดมาทำต่อ ควรให้เด็กในชุมชนเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเล่าเรื่องเกี่ยวกับต้น EGAT ทำให้เด็กมีรายได้ทุนการศึกษาหลายปี

·  ความคิดสร้างสรรค์ต้องคิดอย่างเป็นระบบ คิดจะทำอะไรต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หาแรงจูงใจ แล้วจะประสบความสำเร็จ

·  ยุคปัจจุบันคือ Post-Modern เป็นยุคแห่งความเป็นไปได้ หมอก็เป็นนักร้องได้ ทหารก็เป็นดาราได้

·  Corporate Communication ถือว่าเป็นปัญหา เพราะลืมพูดเรื่ององค์กรให้คนอื่นฟัง ควรนำผู้รู้มาต่อยอดเรื่อง Corporate Communication ตอนนี้ที่แม่เมาะ เป็นรู้จักเรื่องเนินหญ้าสไลเดอร์ ซึ่งมีเด็กนิยมมาเล่น แสดงให้เห็นภาพลักษณ์แม่เมาะที่เป็นมิตรกับชุมชน

·  Experimental Marketing การตลาดประสบการณ์สำคัญ ต้องสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ไฟฟ้าให้ทราบว่าเขามีส่วนในการรักษาสิ่งแวดล้อม แล้วพวกนี้ก็จะเป็นแนวร่วมกับกฟผ.

·  สิ่งที่ทั้งโลกต้องการคือ Demand Management ต้องบริหารจัดการความต้องการ แล้วเจาะกลุ่มลูกค้า ค้นหาคุณค่าแท้ที่ลูกค้าต้องการคือ ไม่อยากทำลายศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป ทำให้เกิดแนวคิด Cita Slow เมืองเนิบช้า คือเมืองที่มีคุณค่าการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

·  คนต้องการคุณค่าที่เป็น Functional (การนำมาใช้) และ Emotional เช่นต้องการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควรนำความต้องการแบบนี้ของลูกค้ามาขับเคลื่อน

·  ต้องมีการหาเครือข่ายคือคนเก่งๆมาร่วมมือทำ

·  ควรมีความคิดที่แตกต่างจากที่อื่น เช่นเปลี่ยนโรงไฟฟ้าเป็นแหล่งเรียนรู้

·  กฟผ.ควรตั้งกองทุนและให้เงินสนับสนุนหมู่บ้านแบบบ้านแม่กำปอง

·  ควรศึกษาหาตัวตนของแต่ละบุคคล เพราะการอธิบายพฤติกรรมลูกค้า ตอนนี้ซื้อเพราะ Emotional

·  ควรทำหลังคาโซล่าร์เซลกับบ้าน คนจะได้ผ่อนไปพร้อมกับบ้าน

·  Utopia คือโลกอุดมคติ เช่นพลังงานต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ผู้ใช้จะได้สบายใจ

·  ผมได้รับรางวัลสุดยอดซีอีโอ เพราะความคิดที่แตกต่าง นำสินค้าไทยไปขายประเทศ เซนต์ลูเซีย

·  ควรทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองไฟฟ้าสีเขียว มีหลังคาโซล่าร์เซลทุกบ้าน แล้วจะยืดระยะเวลาการมีไฟฟ้าใช้

·  ต้องเริ่มด้วยการคิดบวก คิดด้วยความสุข

·  โลกวันนี้เป็นสหวิทยากร เปิดใจรับแล้วต่อยอดทุนเดิมให้เพิ่มขึ้น

·  ควรตั้งโรงเรียนกฟผ. มหาวิทยาลัยกฟผ. เพราะมีองค์ความรู้มาก อย่าให้ความรู้หายไปพร้อมกับการเกษียณ


การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

30 มกราคม 2556

โดย  อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

  คณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย

·  ควรทำโครงการใหม่ แล้วคนสนใจนำไปใช้ได้จริง

·  การทำโครงการเชิงนวัตกรรมมีเงื่อนไขอะไรบ้าง มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง สื่อสารอย่างไรให้คนคิดและมีส่วนร่วม โครงการนี้เกี่ยวข้องกับใคร ใครจะมาเป็นหุ้นส่วน

·  ต้องทำโครงการที่เกี่ยวกับกฟผ. ต้องเก็บ Keyword ไว้คือ เป็นกิจการไฟฟ้า และระดับสากล

·  ปีที่แล้ว ทุกกลุ่มมาคิดโครงการมีดังนี้

·  โครงการสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ยังไม่ได้ทำ

·  Eco Energy ยังไม่ได้ทำ

·  โรงไฟฟ้าชุมชนกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นโครงการที่ทำแล้ว

·  CSR กับจิตอาสาพัฒนาชุมชน ปัญหาคือทำ CSR มากเกินไป จึงมองไม่เห็น CSR ที่แท้จริงของ กฟผ.เป็นอย่างไร ควรสรร้างเอกลักษณ์ให้ชัด

·  CSR กับโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ของ EGAT ปีที่แล้วนำ CSR แม่เมาะมาหารือกัน มีการจัดงานท่องเที่ยวเล่นสไลเดอร์ ทำให้ชุมชนกับโรงไฟฟ้ามีปฏิสัมพันธ์ที่ดี แต่ปัญหาตอน Implement

·  โครงการปีนี้ต้องชัดเจนกว่าเดิม ไม่ต้องความคิดบรรเจิดมาก แต่ต้องนำไปใช้ได้จริง แต่ต้องทำภายใต้ Theme ต่อไปนี้

·  ภายใต้ Theme นวัตกรรมเพื่อการพัฒนากิจการของกฟผ.ให้ก้าวไกลในเวทีอาเซียน 2015

·  ควรทำโครงการส่งบริษัทลูกไปทำโรงไฟฟ้าต่างประเทศ ต้องดูจุดแข็งกฟผ.ก่อนคือความชำนาญ ความสัมพันธ์ด้านระบบส่งกับเพื่อนบ้านดี บุคลากรมีประสิทธิภาพ

·  ภายใต้ Theme วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์เชิงนวัตกรรม เพื่อการสร้างและบริหารทุนมนุษย์ของกฟผ.กับการพัฒนาที่ก้าวไกลและยั่งยืน

·  โครงการที่ทำต้องดูปัญหาทุนมนุษย์ของกฟผ. เกิดช่องว่างบุคลากร มีบุคลากรประสบการณ์มากตามอายุ ปัญหาสุขภาพ ผู้หญิงน้อยทำให้ผู้ชายผูกขาดการเป็นผู้บริหารระดับสูง

·  ภายใต้ Theme กลยุทธ์และแผนงานเชิงนวัตกรรมเพื่อพิสูจน์เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของกฟผ. “SEPA”

·  โครงที่ดูการประเมินประสิทธิภาพองค์กร

·  ภายใต้ Theme นวัตกรรมทางสังคมของกฟผ. สร้างศรัทธาที่แท้จริงจากปวงชน

·  ทำโครงการว่าการมีโรงไฟฟ้าดีไหม

·  โครงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนและโรงไฟฟ้ากฟผ.

·  ภายใต้ Theme นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ของกฟผ.

·  รูปแบบโรงไฟฟ้าใดที่ดี แต่ไม่ควรเสนอโรงไฟฟ้าขยะเพราะไม่คุ้ม

·  ภายใต้ Theme ภาพอนาคตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในปี 2025

·  ปัจจุบัน กฟผ.มีปัญหาคือรัฐบาลไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้า จะทำอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า


วันที่ 30 มกราคม 2556

หัวข้อ  Mind Mapping

สิ่งที่ได้เรียนรู้  :  การจัดระบบความคิดโดยใช้แผนภาพ ซึ่งช่วยทำให้กระบวนการคิดเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุ

  มีผล และสามารถตรวจสอบความครบถ้วนของมิติต่างๆได้  Mind Mapping ช่วยเพิ่ม

  ทักษะในการวิเคราะห์และการนำเสนองาน  ซึ่ง กฟผ. ควรพัฒนารูปแบบในการ Present

  งานจากการที่เน้นการเขียนข้อความเยอะๆ เป็นการใช้ Diagram หรือภาพที่เชื่อมโยงกัน เพื่อ

  ช่วยให้ผู้ฟังสามารถเห็นภาพที่เข้าใจง่ายขึ้น

หัวข้อ  Creative Thinking and value creation

สิ่งที่ได้เรียนรู้  :  คนที่จะมี Creative Thinking ต้องเป็นคนช่างสังเกตุ มีความคิดเชิงบวก  และพยายาม

  หาทางการแก้ไขปัญหาหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา  ไม่พอใจอะไรง่ายๆ  ใน

  องค์กร ควรมีการสนับสนุน และ Promote การคิดในเชิง Innovation  โดยให้ถือเป็นส่วน

   หนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร


วันที่ 30 มกราคม 2556 สิ่งที่ได้วันนี้ 

1.  Mind Mapping 

นำไปใช้แล้วได้ประโยชน์ คือได้ ฝึกคิด ทำให้จำ ใช้สมอง การสื่อสารนำเสนอง่าย คิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็นทีม วางแผน ตัดสินใจ ถ้าฝึกทบทวนทำซ้ำก็จะเพิ่มการรักษาความจำให้อยู่ได้นาน เป็นวิธีที่นำไปช่วยแก้ปัญหาได้งานมีขั้นตอน

2.  Creative Thinking

ฝึกให้คิดเป็นระบบรอบคอบ ที่สำคัญต้องคิดบวก  ในโลกปัจจุบันการทำงานต้องไม่ใช้ความรู้คิด ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์คิด จินตนาการว่าจะทำอะไรเมื่อได้แล้วค่อยนำความรู้มาขับเคลื่อน

ฝึกให้คิดบวกทำให้มีความสุข  ต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุดจะได้ไม่แก่ไว

3.  การเลือกโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อพัฒนา

ให้รู้จัก Key Words ของประเด็น แนะนำแนวทางการคิดโครงการ เพื่อระดมความคิด


สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน วันที่ 29 ม.ค. 56

·  หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรราใหม่ที่ กฟผ. โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ทำให้ได้ทราบว่า การเป็นผู้นำที่ดีควรต้องมีหลักการ แนวคิด และปฏิบัติตน ที่หลากหลาย โดยได้ทราบแนวทางของผู้นำที่สำคัญๆแต่ละท่าน อีกทั้งยังทราบความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้จัดการ  ชนิดของผู้นำ  คุณสมบัติที่ผู้นำควรมี เช่น ความมีคนศรัทธา(Trust)  มองการณ์ไกล คิดนอกกรอบ คิดข้ามศาสตร์ ใฝ่รู้ อดทน  รับฟัง  มีเมตตา มีความซื่อสัตย์ จริยธรรมและคุณธรรม เป็นต้น  ซึ่งต้องจัดสมดุล Balancing ให้ดีเพื่อเป็นผู้นำรุ่นใหม่ และฝึกฝนตนเองอย่างมาก ให้ได้ตามลักษณะผู้นำในอุดมคติต่างๆเหล่านั้น

·  หัวข้อLeading Peopleโดย อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด

ทำให้ได้ข้อคิด และแนวทางวิเคราะห์บุคคลจาก ธาตุแท้ ของแต่ละคน ได้รู้ถึงพื้นฐานความต้องการ และความกลัวพื้นฐานของมนุษย์ ซึ่งจะทำให้เราค้นพบตนเองมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เข้าใจบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อจะได้นำไปพัฒนาตนเองต่อไป รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งคิดว่าเป็นศาสตร์และศิลปะในการอ่านคน ที่ควรนำไปเผยแพร่ต่อ เพื่อการอยู่ร่วมกัน หรือทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและเข้าใจกัน


สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันที่ 30 ม.ค. 56

-  ได้ฝีกฝนการทำ Mind Map ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้จดบันทึกการทำงานของสมองสองซีก (สมองซีกซ้ายจะทำงานแบบรูปธรรม แต่สมองซีกขวาจะทำงานแบบนามธรรมหรือจินตนาการ)

-  Mind Map ที่ดี สามารถนำไปใช้ในการวางแผนงานโครงการเชิงนวัตกรรม

-  ได้แนวคิดการออกแบบโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน


ขอรวบยอดความรู้ที่ได้รับจากการอบรม 2 วันครับ

วันที่ 29 ม.ค. 56

ช่วงเช้า บรรยายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.”

ได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้จัดการ  ผู้นำที่ดีต้องมองภาพใหญ่  ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่ต้องคิดเก่งและจัดการเก่ง  ผู้นำต้องมีหลักการ  โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องมองไปว่าในอนาคตองค์การจะไปอย่างไร จะสร้างผู้นำรุ่นหลังๆได้อย่างไร โดยอาจจะนำ ทฤษี 5 E’ s มาใช้ นอกจากนี้ ยังได้เห็นความเป็นผู้นำของผู้มีชื่อเสียงของโลก เช่น Nelson Mandela Obama ผู้นำจีน 5 รุ่น

ในช่วงบ่าย บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ ชีบังเกิด “Leading People ”

ได้เรียนรู้ศูนย์ทั้ง 5 ของมนุษย์ เริ่มตั้งแต่ สติปัญญา ความรู้สึก ธาตุแท้ ร่างกาย และมโนธรรมลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรากฐานของตัวตนของเรา แต่ก็จะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความมีสติ ความนึกคิดที่เราจะคิดทำอะไรต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ มุมมอง เพื่อทำให้กระบวนการการตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องและสมบูรณ์

วันที่ 30 ม.ค. 56

ช่วงเช้า บรรยายโดย อ.ขวัญฤดี ผลอนันต์ “My Mapping”

เรื่องนี้มีประโยชน์มากเลยครับ
เพราะทำให้ผมสามารถจัดระเบียบทางความคิดอย่างเป็นระบบได้ Mind Map
คือ การถ่ายทอดความคิด หรือข้อมูลต่างที่มีอยู่ในสมองลงกระดาษ โดยการใช้ภาพ สี เส้น และการโยงใย แทนการจดย่อแบบเดิมที่เป็นบรรทัดเรียงจากบนลงล่าง ยังช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ง่ายเข้า เนื่องจะเห็นเป็นภาพรวม และเปิดโอกาสให้สมองให้เชื่อมโยงต่อข้อมูลหรือความคิดต่างเข้าหากันได้ง่าย คนเราจะมีสมองซีกซ้าย ทำหน้าที่เข้าใจด้านคำนวณ วิทยาศาสตร์ ความรู้ต่างที่เป็นหลักการ ที่ต้องใช้เหตุผล ส่วน สมองซีกขวาทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนามธรรมจริยธรรม ความถนัดด้านดนตรี การเต้นรำ ความถนัดด้านศิลปะ การสร้างจินตนา การคิดฝันแต่ทั้งสองส่วนก็จะต้องไปพร้อมๆกันกว่า

ช่วงบ่าย บรรยายโดย อ.ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ “Creative Thinking”

การฝึกการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยกระบวนการพัฒนา จิต การพัฒนาของมนุษย์นั้น จะต้องพัฒนา 3 ด้าน
คือ ร่างกาย , จิตวิญญาณ และสมองการพัฒนาสมองโดยการฝึกให้คิด แบบสร้างสรรค์ เป็นการพัฒนาที่ง่าย และมี พลังอย่างยิ่งในการที่จะนำความสำเร็จมาสู่ผู้ที่สามารถพัฒนาได้กระบวนการฝึกการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ จะต้องมีการใช้สมองซึกขวาเชื่อมโยงกับสมองซีกซ้ายมีการคิดนอกกรอบ คิดเชิงบวก มีความคิดริเริ่ม ชอบที่ อาจารย์ ยกตัวอย่างหมู่บ้านแม่กำปองอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่เพราะเป็นหมู่บ้านที่อยู่แบบพอเพียงและมีการดำรงชีวิตพึ่งพาตนเองชอบร้านกาแฟบนดอยครับ สวยงามมาก เชิญชวนเพื่อน EADP 9 ไปพักผ่อนนอนโฮมสเตย์ ที่นี่ครับ

ช่วงเย็น บรรยายโดย อาจารย์กิตติ ชยางคกุล การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการศึกษา ”

การบ้านอีกแหละครับ ของเก่ายังไม่เสร็จ ของใหม่ก็มาอีกแล้วครับ หัวข้อที่กลุ่ม 3 เลือก “ นวัตกรรมทางสังคมของ
กฟผ. สร้างศรัทธาที่แท้จริงจากปวงชน ” อ่านชื่อเรื่องก็เริ่มงงๆพอเราระดมสมองทั้ง 7 ก็คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ กฟผ.ทำเพื่อจะให้เกิดความศรัทธาแก่ประชาชนคิดไปคนละทาง ดีว่าอาจารย์มาแนะนำว่า คิดมาสัก 1 Project เอาแบบหใม่ๆที่ยังไม่เคยมีการทำมาก่อนพวกเราก็ปิ๊ง Idea บรรเจิด เพื่อนๆในกลุ่มบอกสบายเลย เอาชื่อว่า “โรงไฟฟ้า กับ ชุมชน คนบ้านเดียวกัน ” โดยมีแนวทางว่าโรงไฟฟ้ากับชุมชน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน แล้วจะทำอย่างไรล่ะ 55555 โปรดติดตามพวกเรากลุ่ม 3 ครับ

ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ถ่ายทอดความรู้ให้พวกเรา
ขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่เห็นความสำคัญ
ขอบคุณร่างกายและสมองที่ยังมีพลังให้ได้รับรู้ และขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ EADP 9

เจอกันในวันต่อไปครับ

พีรพล สุวิบูลย์  ช.อบง.

อาจารย์ครับ ผมมีเรื่องหนึ่งจะถามอาจารย์จีระครับว่า  เรื่อง 8K’s  และ 5K’s อาจารย์ Post  บอกว่าให้ส่งวันที่ 31 ก.พ. 56 ต้องรีบอ่าน ถ้าสำเร็จในอนาคต จะช่วยจัดการกับผู้นำได้อย่างไร  ถ้าเป็นการส่งการบ้านดังกล่าววันที่ 31 ก.พ. จริง อีกนานกว่าจะถึงวันที่ 31 ก.พ. ครับ แต่ผมว่า อาจารย์พิมพ์ผิดแน่เลย แบบนี้จะต้องไปแก้ไขที่อำเภอแบบบัตรประชาชนแล้วนะครับ

พลศรี สุวิศิษฏ์อาษา

วันที่ 30 มกราคม 2556

Mind Map อ.ขวัญฤดี

การทำงานของสมอง การเก็บข้อมูลของสมอง จะมีการกรองออก ทำให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือได้ไม่นาน

รู้จักวิธีที่จะทำให้สมองเก็บข้อมูลได้มากขึ้น เช่นการเก็บด้วยภาพดีกว่าตัวหนังสือ หรือการสร้างความสัมพันธ์

การเชื่อมโยง การจับประเด็น เป็นต้น นอกจากนั้นสมองอาจมีจินตนาการในการสร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมาได้

การทำให้จดจำได้นานจนเรียกว่าจำขี้นใจ ทำได้โดยการทบทวน 10 mim, 24 hr, 1 w, 1 m และ 6 m เป็นต้น

 

Creative Thinking and Value Creation อ.ณรงค์ศักดิ์

มีหลักคือการคิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องจินตนาการด้วย คิดนอกกรอบ คิดบวก จึงจะสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

การคิดอย่างเดียวอาจไม่สำเร็จต้องลงมือทำด้วย หรืออาจใช้การคิดโดยผู้ที่มีประสบการณ์ หรือเรียกว่า

Experialtal Marketing การตลาดจากผู้มีประสบการณ์

 

การเลือกหัวข้อโครงการ อ.กิตติ

ต้องจูงใจ ใหม่ ใช้ได้จริง เห็นผลได้เร็วภายใน 1 ปี

ต้องสอดคล้อง Vision, Mission และ Strategy

ต้องคำนึงถึง Value added, Value creation และ Value diversity

สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน วันที่ 30 ม.ค. 56

·  หัวข้อ Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม โดย อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์

ทำให้เข้าใจถึงกลไก ขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ ในการคิด  การจำ และรู้ถึงเทคนิคในการจดจำได้ดีขึ้น รวมถึงการบันทึกความคิด อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เครื่องมือ Mind Map รูปแบบต่างๆ ที่สามารถนำไปพัฒนา และ ฝึกฝนตนเองให้มีความชำนาญ ในการวางโครงงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงานอยู่เป็นประจำ

·  หัวข้อ Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

ทำให้เข้าใจกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ ที่ต้องเกิดขึ้นจากการคิดบวก และคิดอย่างเป็นระบบ และ การสร้างคุณค่าของความคิด ที่วิทยากร สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้เกิดการคิดสร้างสรรพัฒนาและปรับปรุงงาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ที่มีคุณค่าตรงกับความต้องการ ที่จะต้องฝึกฝนตนเองให้ทันต่อโลกการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งสร้างความแตกต่าง ให้เกิดคุณค่าในการปฏิบัติ

·  หัวข้อ การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

เป็นการกระตุ้นให้นำเอาความรู้ต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาฝึกคิด ฝึกปฏิบัติ ให้เห็นเป็นรูปธรรม ที่คงต้องใช้เวลาในการทำโครงการให้เสร็จสมบูรณ์  ซึ่งคงต้องฝึกฝนกันบ่อยๆให้เกิดความเชี่ยวชาญต่อไป


สรุปจากการได้เรียน

วันที่ 29 มกราคม 2556

-  ได้เรียนรู้มุมมองของผู้นำต่างๆทั่งโลก รวมทั้งในประเทศไทย  การเป็นภาวะผู้นำอยู่ที่มีอิทธิพลที่มองไม่เห็น อาจจะอยู่ที่การศรัทธา การเป็นผู้นำต้องมองให้กว้าง มองในทุกๆด้านที่เกิดขึ้นทั้งรอบตัวเราและรอบโลก ผู้นำไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่ควรจะต้องเป็นนักวิเคราะห์และนักคิดที่เก่งการเป็นผู้บังคับบัญชาต้องรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องการเป็นผู้นำต้องกล้าหาญ ซื่อสัตย์มีหลักการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องมี Networking ต้องมีควาหลากหลายในหลายๆด้าน

-  ได้เรียนรู้และวิเคราะห์ตัวของตัวเองว่าเป็นอย่างไร การเป็นตัวตนมาจากสภาพแวดล้มทั้งด้านบุคคล และด้านวัตถุ การดึงธาตุแท้ของบุคคลให้แสดงออกมา

ความรู้ที่ได้รับสามารถนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และนำไปถ่ายทอดให้ผู้ร่วมงานทราบ

วันที่ 30 มกราคม 2556

-  จากที่ไม่ได้เคยเรียนรู้เรื่อง Mind Mapping เลย พอได้มาเรียนรู้ถึงได้รู้ว่าถ้าเราใช้ Mind Map มาเขียนได้ทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวัน ซึ่งการเขียน Mind Map จะทำให้เราสามารถมองขั้นตอนการทำงานต่างๆบนแผ่นงานได้อย่างครบถ้วนก่อนเริ่มทำงาน

-  อาจารย์ได้สอนให้เริ่มต้นด้วยการคิดทุกวัน คิดในทางบวก คิดในเรื่องสร้างสรรค์ คิดอย่างเป็นระบบ คิดนอกกรอบ

-  ได้รู้ว่ารูปแบบและแนวในการคิดที่จะใช้ในการเขียนโครงการ

ความรู้ที่ได้รับจะเป็นแนวคิดในการวางแผนงานต่างๆได้อย่างเป็นระบบ ถ้าได้นำมาปฏิบัติจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานมาก


ความรู้ที่ได้เพื่อมาปรับใช้กับการทำงาน ของวันที่ 30 มค.

Mind Map

-  ช่วยการจำ ทั้งในเรื่องลำดับ ความหลากหลาย ไม่ซ้ำซ้อน

-  รวบรวมความคิดแบบ brain storm

-  ช่วยทำให้สรุปเรื่องตรงประเด็นได้ง่าย

-  ช่วยปรับความรู้ที่มีเป็นจินตนาการเพื่อเพิ่มช่องทางสื่อสาร

Creative thinking & Value creation

-  การคิดอย่างเป็นระบบ อย่างมีกระบวนการ

-  การคิดในกรอบทฤษฏีจะปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์

-  อย่าลืมเรื่องวัฒถุประสงค์ของงาน ไม่ใช่เพียงแค่เป้าหมาย

-  พิจารณาการตลาดแบบ sense and respond

-  กฟผ. ควรพิจารณา Coperate Comunication ให้เป็นรูปธรรม

การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการศึกษา

-  หัวข้อที่ได้รับของกลุ่มสำหรับงานนี้คือ “ นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ของ กฟผ.”


สิ่งที่ได้เรียนรู้ ในวันที่ 30 มกราคม 2556

หัวข้อ  Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

ได้เรียนรู้เครื่องมือทางความคิด ที่ใช้ช่วยจำ  ช่วยในการตัดสินใจ  ช่วยในการวางแผนงาน  และช่วยในการสื่อสารข้อมูล  นอกจากนี้ยังได้เข้าใจการทำงานของสมองของมนุษย์ 

และจะใช้ Mind Mapping นี้ ในการทำงานต่างๆ ทั้งงานใน กฟผ.  เรื่องส่วนตัว และงานโครงการของอาจารย์ค่ะ

หัวข้อ  Creative Think and Value Creation และออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ได้เครื่องมือที่ดีในการออกแบบโครงการ  โดย  ใช้จินตนาการ  คิดบวก  คิดอย่างเป็นระบบ  คิดให้รอบด้าน  คิดโดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่ (bottom upto the pyramid)  รับองค์ความรู้ใหม่ๆ มาปรับใช้  และเมื่อคิดแล้วต้องลงมือทำด้วยจึงจะเกิดผล

จะใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้ในการคิดโครงการต่างๆ ของ กฟผ. รวมถึงงานโครงการของอาจารย์ด้วยค่ะ

หัวข้อ  การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

ได้เลือกหัวข้อโครงการของกลุ่ม ได้ทราบแนวทางที่ใช้จะดำเนินงาน  และกลุ่มได้ระดมความคิดและตกผลึกได้เค้าโครงเรื่องที่จะทำแล้ว  โดยเลือกเรื่องที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์กับ กฟผ.มากที่สุด


สมคิด พงษ์ชวนะกุล

หัวข้อ : Mind Mapping

  Mind Map เป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่ช่วยในการสรุปความ จับประเด็น กระตุ้นจินตนาการ กระตุ้นให้ใช้สมองทั้งสองด้าน ทำให้คิดเป็นระบบ

   สามารถนำไปใช้ในการจดบันทึกต่าง ๆ  การจัดทำโครงงานต่าง ๆ  การวิเคราะห์และแก้ปัญหา ใช้ในการวางแผนเรื่องที่จะทำไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ใช้ในการทบทวน ปรับปรุงงานที่เคยทำแล้วให้ดีขึ้น

หัวข้อ : Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

  การคิดบวก หรือคิดนอกกรอบ (Creative thinking) เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือลูกค้า โดยต้องคิดแบบเป็นระบบ

   สามารถนำไปใช้ในงาน โดยการแก้ปัญหาเดิมแต่โดยวิธีที่แตกต่างแต่สร้างสรรค์ โดยหาให้ได้ว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือลูกค้าต้องการอะไร แล้วหาแนวทางหลาย ๆ แนวทาง และวิเคราะห์ความเหมาะสม คุ้มค่าและยั่งยืน

หัวข้อ : การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

  การคัดเลือกโครงการต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์  (Vision)  พันธกิจ (Mission)  และกลยุทธ์ (Strategy) ขององค์กร โดยการจัดทำโครงการต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความคุ้มค่า ความยั่งยืน และความเสี่ยงต่าง ๆ

  สามารถนำความรู้มาพิจารณาจัดทำโครงการ ซึ่งจะต้องประกอบด้วยวัตถุประสงค์ ขอบเขต ผู้เกี่ยวข้อง งบประมาณ ระยะเวลาดำเนินการ ความเสี่ยงที่มี และการนำไปดำเนินการ


สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน วันที่ 29 ม.ค. 56

ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้และLearning Forumหัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ โดย    ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ได้ทราบความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้จัดการรวมทั้งผลที่เกิดตามมา โดยหากกฟผ.มีผู้นำที่ยังมีพฤติกรรมเป็นเพียงผู้จัดการ  โอกาสที่กฟผ.จะเติบโตอย่างยั่งยืนก็จะลดน้อยลง รับทราบชนิดของผู้นำ  การที่จะให้คนเกิด Trust  ในตัวผู้นำแต่ละประเภท คุณสมบัติของผู้นำจากชีวิตจริงของบุคคลที่ยกมาเป็นตัวอย่าง  รับทราบว่าผู้นำยุคนี้ควรต้องเก่งเรื่อง Global Networking  และต้องรู้ข้ามศาสตร์ อีกทั้งต้องหาความรู้ผ่านโลก IT ต้องหาความสมดุลย์ให้ได้ กอรปกับต้องรู้จักบริหารความหลากหลาย สำหรับผลการทำ Workshop ทำให้รู้จักการค้นหาปัญหา หาเหตุ หาผล หาปัญหาอุปสรรค และการที่จะบรรลุถึงจุดหมายต้องทำอย่างไร

Leading People

บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด

การเป็น Leader ต้องตอบคำถาม Who am I ให้ได้ รับทราบวิธีการค้นหาธาตุแท้ (being) ของตนเอง หากรู้แล้วจึงจะตั้งเป้าหมายได้ว่าจะเลือกเป็นผู้นำแบบไหน รู้จัก Need 6 และ Fear 3 ค้นหา Need ของเราว่าตัวใดเป็นตัว  Lead และ Fear ของเราตัวใดผลักดันให้เรามีพฤติกรรมเช่นนี้ ซึ่งจะทำให้เราเห็นปัญหาและแก้ไขได้  รวมทั้งยังรับทราบศูนย์ทั้ง 5 ในตัวเรา  ซึ่งปกติ ความรู้สึกกับสติปัญญามักมาก่อน หากด่วนตัดสินใจอาจจะไม่ใช่ทางแก้ที่ดีที่สุดหรือถูกต้อง


รายงาน  EADP
9 ( 29/1/2556)

เรื่อง....ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้และ Learning Forum หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

โดยศ.ดร.จีระ
หงส์ลดารมภ์ 
สรุปเนื้อหาที่ได้จากการอบรม

เนื้อหาที่ อ.จีระ ได้กล่าวถึงทฤษฎีที่สำคัญๆหลายทฤษฎี
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการทำงานมากคือ

ทฤษฎีการเรียนรู้ 2 R’s

· Reality - มองความจริง

· Relevance- ตรงประเด็น

ผมเองเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเพราะหากไม่มองความจริงแล้ว
การถ่ายทอดต่างๆก็จะผิดเพี้ยน  และหากเรียนรู้ไม่ตรงประเด็นก็ไม่สามารถแก้ปัญหาหรือทำการปรับปรุงหน่วยงานให้ดีได้และเสียเวลาอีกต่างหาก

อีกทฤษฎีหนึ่งที่ผมประทับใจและชอบมากก็คือ

ทฤษฎีการเรียนรู้3 L’s

· Learning from pain เรียนรู้จากความเจ็บปวด...ผมชอบข้อนี้มากที่สุดเพราะ
แม้จะเจ็บปวดก็ทำให้จำได้ไม่ลืมและเป็นบทเรียนให้ระมัดระวังไม่ผิดพลาดอีก

· Learning from experiences เรียนรู้จากประสบการณ์

· Learning from listening เรียนรู้จากการรับฟัง

ทั้ง 3 วิธีการนี้สามารถนำไปใช้แกห้ไขปัญหาหรือปรับปรุงงานของหน่วยงานได้

 

 


การพัฒนาภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่
กฟผ.

29 มกราคม 2556บรรยายโดย ศ.ดร.จีระหงส์ลดารมภ์

สิ่งที่ได้จากการอบรม 
ได้ทราบว่า

· ผู้นำที่ดีต้องมองที่ภาพใหญ่ มองแบบโลกาภิวัฒน์

- Information Technology เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ เช่น

- Nanotechnology , Biotechnology

- เรื่องการค้าเสรี ,WTO , FTA, AEC 2015

ฯลฯ

เพราะจะมีผลกระทบกับหน่วยงานหรือการปฏิบัติงานเสมอ
ไม่มากก็น้อย

- ผู้นำจะแตกต่างจากผู้บริหาร  
  - สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งของผู้นำคือจะได้รับความศรัทธา(
trust)
จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย 
  - ผู้นำจะต้องใฝ่รู้ และต้องรู้ข้ามศาสตร์


 



Leading People

วันที่ 29 มกราคม
2556

บรรยายโดย อาจารย์พจนารถซีบังเกิด

สรุปเนื้อหาที่ได้จากการอบรม

· สมัยก่อนคนจะรู้สึกไม่ชอบให้ใครมาCoach เรา

- ได้วิเคราะห์ตัวเองและทราบใน 3 เรื่องของตัวเองดังนี้

1. หา Being หรือธาตุแท้ของตนเอง

2. หา Need

3.หา Fear

นับว่าเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่อง
fear ของตัวเอง  ทำให้สามารถนำไปปรับปรุงและแก้ไขตัวเองได้เป็นประโยชน์ทั้งในงานและส่วนตัว

รู้ว่าความกลัวทางจิตวิทยามี 3 สิ่ง

1.กลัวไม่ดีพอ

2.กลัวคนไม่รัก

3.กลัวไม่รับเป็นพวก

ผมชอบคำถามนี้มาก

· มีอะไรในชีวิตนี้ที่ควรทำอย่างยิ่งแต่ก็ไม่ได้ทำ  ทำไม  ยังกลัวอะไรอยู่?.....ทำให้ผมกลับมาถามและทบทวนตัวเอง
รวมถึงหาวิธีแก้ไขปัญหาทั้งในงานและส่วนตัวได้เจาะลึกและตรงประเด็นมากขึ้น

และชอบวิธีการตรวจสอบว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำดังนี้คือ 
    ถ้าทำด้วยความรู้สึกว่าดี .....ให้ตรวจสอบ 3 เรื่องก่อนคือถ้า ดีกับตัวเอง
+ ดีกับคนรอบข้าง+ ดีกับสังคมสิ่งแวดล้อม
….ครบ
3 ข้อจึงสมควรทำ  หากไม่ครบ ไม่ควรทำ 
     แต่ในทางตรงข้าหากทำแล้วตัวเราเองไม่รู้สึกว่าดี แต่ตรวจสอบ 3
เรื่องข้างต้นแล้วปรากฏว่าดีหมด ....เช่นนี้สมควรทำ  แม้เราต้องฝืนใจทำ
แต่หากทำต่อไปเรื่อยๆจะเป็นการพัฒนาตนเองได้ในที่สุด

 
วิธีการดังกล่าวนี้ก็เป็นประโยชน์ทั้งในงานและส่วนตัวมากเช่นกัน

ได้ทราบ Human
6 core needs
คือ

1. Certainty / Security

2. Uncertainty /Variety

3. Connection & Love

4. Significant

5.Growth

6.Contribution




นายภูวดา ตฤษณานนท์

เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

การบรรยายประจำวันที่ 30 ม.ค. 2556

การบรรยายช่วงเช้า (09.00น. - 12.00น.)หัวข้อ: Mind Mapping โดย อาจารย์ ขวัญฤดี ผลอนันต์

          Mind Mapping คือ เทคนิคการจดบันทึกที่พัฒนาขึ้นจากความรู้เรื่องสมองและความทรงจำของมนุษย์ การได้ศึกษาในวิชานี้ทำให้เราทราบถึงทักษะการฟังและการมองหรือสังเกต หากไม่มีเครื่องมือในการบันทึกจดจำ มนุษย์เรานั้นไม่สามารถจะจดจำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ Mind Mapping นั้นสามารถช่วยท่านในระบบการคิดคิดและการจำอย่างเป็นระบบ เทคนิคดังกล่าวสามารถนำมาประยุกตืใช้กับงานใน กฟผ.ได้ ยกตัวอย่างเช่น การวางแผนโครงการต่างๆ, การควบคุมต้นทุนของงาน เป็นต้น

การบรรายยช่วงบ่าย (13.00น. - 16.00น.)หัวข้อ: Creative Thinking and Value Creation โดย อาจารย์ ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

          Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์) นั้นมีหลักสำคัญ คือ ต้องคิดเชิงบวก เมื่อเราคิดเชิงบวกแล้วจะทำให้เรามีกำลังใจ มีพลังในการประดิษฐ์ คิดค้น หรือ กระทำสิ่งใหม่ๆ หรือ ทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลจากการคิด พัฒนาต่อยอดนั้น จะสามารถตอบรับความต้องการของตลาด ลูกค้า ได้เป็นอย่างดี

          Creative Thinking ประกอบด้วย องค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

1.    Expertise – ความชำนาญ

2.    Creative Thinking Skill – ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์

3.    Motivation – แรงบันดาลใจ

องค์ประกอบ 3 ส่วนข้างต้นนี้คือคุณสมบัติที่ผู้ที่จะเป็นผู้นำ ผู้บริหาร และ บุคลากรควรมีไว้ เพื่อการปรับตัวและตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ในเนื้อหาสาระของการบรรยายช่วงบ่ายนี้สามารถนำไปปรับใช้กับภารกิจของ กฟผ. ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งหมายถึงเรื่อง ธรุกิจซ้อขายไฟ ธุรกิจการบำรุงรักษา เชื้อเพลิงที่ใช้ผลิต การพัฒนาด้านระบบส่งและจ่ายไฟ การพัฒนาโรงไฟฟ้า หรือ ภารกิจทางด้านอื่นๆขององค์กร

การบรรยายช่วงเย็น (16.00น. - 18.00น.)หัวข้อ: การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย อาจารย์ กิตติ ชยางคกุล

          ประเด็นสำคัญในหัวข้อการบรรยายนี้ คือ อาจารย์ได้อธิบายวิธีการจัดทำโครงการเพื่อการพัฒนา ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับภารกิจของ กฟผ. โดยมีหัวข้อโครงการให้พิจารณาด้วยกัน 6 โครงการ โดยแต่ละกลุ่มได้พิจารณาเลือกหัวข้อกิจกรรมและชื่อโครงการ เพื่อเตรียมนำเสนอในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 ต่อไป

นายภูวดา ตฤษณานนท์

       30/01/2556

ผู้นำ (Leader) มีความแตกต่างจากผู้จัดการ (Manager) โดยผู้นำจะต้องมีความสามารถในการบริหารด้วยและต้องมองภาพใหญ่ทั้งทางด้านโลกาภิวัฒน์และผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมของสถานะการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีนัยสำคัญต่อการบริหารงานในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ  คุณลักษณะของผู้นำส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์แต่สิ่งสำคัญ คือการเรียนรู้ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ทั้งทางด้านทักษะ ความรู้ และ ทัศนะคติ โดยอาจจะศึกษาได้จาก ตัวอย่างแม่แบบ(Role Model)  หรือมีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์  หรือการศึกษาและพัฒนาจากการอบรม และอ่านหนังสือตำราต่างๆ  ทั้งนี้ผู้นำจะเน้นศรัทธาแทนการสั่งการและเน้น Why มากกว่า How และที่สำคัญ ดังนั้น จะเป็นผู้นำที่ดีของ EGAT จะต้องมองภาพใหญ่ มี Vision มองอนาคตออก มีคุณธรรมและจริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากก็คือ Trust หรือความศรัทธาในผู้นำนั้น  จึงจะทำให้ผู้นำสามารถตัดสินใจและนำพา EGAT ไปสู่จุดมุ่งหมาย และประสบความสำเร็จได้

Leading Peopleต้องถามตัวเองว่า Who am I? เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange   เรามี Need และ Fear  Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งถ้าเราเป็น Leader  ที่ดีจะต้องมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก


นายภูวดา ตฤษณานนท์

เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

การบรรยายประจำวันที่ 30 ม.ค. 2556

การบรรยายช่วงเช้า (09.00น. - 12.00น.)หัวข้อ: Mind Mapping โดย อาจารย์ ขวัญฤดี ผลอนันต์

          Mind Mapping คือ เทคนิคการจดบันทึกที่พัฒนาขึ้นจากความรู้เรื่องสมองและความทรงจำของมนุษย์ การได้ศึกษาในวิชานี้ทำให้เราทราบถึงทักษะการฟังและการมองหรือสังเกต หากไม่มีเครื่องมือในการบันทึกจดจำ มนุษย์เรานั้นไม่สามารถจะจดจำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ Mind Mapping นั้นสามารถช่วยท่านในระบบการคิดคิดและการจำอย่างเป็นระบบ เทคนิคดังกล่าวสามารถนำมาประยุกตืใช้กับงานใน กฟผ.ได้ ยกตัวอย่างเช่น การวางแผนโครงการต่างๆ, การควบคุมต้นทุนของงาน เป็นต้น

การบรรายยช่วงบ่าย (13.00น. - 16.00น.)หัวข้อ: Creative Thinking and Value Creation โดย อาจารย์ ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

          Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์) นั้นมีหลักสำคัญ คือ ต้องคิดเชิงบวก เมื่อเราคิดเชิงบวกแล้วจะทำให้เรามีกำลังใจ มีพลังในการประดิษฐ์ คิดค้น หรือ กระทำสิ่งใหม่ๆ หรือ ทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลจากการคิด พัฒนาต่อยอดนั้น จะสามารถตอบรับความต้องการของตลาด ลูกค้า ได้เป็นอย่างดี

          Creative Thinking ประกอบด้วย องค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

1.    Expertise – ความชำนาญ

2.    Creative Thinking Skill – ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์

3.    Motivation – แรงบันดาลใจ

องค์ประกอบ 3 ส่วนข้างต้นนี้คือคุณสมบัติที่ผู้ที่จะเป็นผู้นำ ผู้บริหาร และ บุคลากรควรมีไว้ เพื่อการปรับตัวและตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ในเนื้อหาสาระของการบรรยายช่วงบ่ายนี้สามารถนำไปปรับใช้กับภารกิจของ กฟผ. ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งหมายถึงเรื่อง ธรุกิจซ้อขายไฟ ธุรกิจการบำรุงรักษา เชื้อเพลิงที่ใช้ผลิต การพัฒนาด้านระบบส่งและจ่ายไฟ การพัฒนาโรงไฟฟ้า หรือ ภารกิจทางด้านอื่นๆขององค์กร

การบรรยายช่วงเย็น (16.00น. - 18.00น.)หัวข้อ: การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย อาจารย์ กิตติ ชยางคกุล

          ประเด็นสำคัญในหัวข้อการบรรยายนี้ คือ อาจารย์ได้อธิบายวิธีการจัดทำโครงการเพื่อการพัฒนา ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับภารกิจของ กฟผ. โดยมีหัวข้อโครงการให้พิจารณาด้วยกัน 6 โครงการ โดยแต่ละกลุ่มได้พิจารณาเลือกหัวข้อกิจกรรมและชื่อโครงการ เพื่อเตรียมนำเสนอในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 ต่อไป

 นายภูวดา ตฤษณานนท์

      30/1/2556

       

ผู้นำ (Leader) มีความแตกต่างจากผู้จัดการ (Manager) โดยผู้นำจะต้องมีความสามารถในการบริหารด้วยและต้องมองภาพใหญ่ทั้งทางด้านโลกาภิวัฒน์และผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมของสถานะการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีนัยสำคัญต่อการบริหารงานในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ  คุณลักษณะของผู้นำส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์แต่สิ่งสำคัญ คือการเรียนรู้ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ทั้งทางด้านทักษะ ความรู้ และ ทัศนะคติ โดยอาจจะศึกษาได้จาก ตัวอย่างแม่แบบ(Role Model)  หรือมีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์  หรือการศึกษาและพัฒนาจากการอบรม และอ่านหนังสือตำราต่างๆ  ทั้งนี้ผู้นำจะเน้นศรัทธาแทนการสั่งการและเน้น Why มากกว่า How และที่สำคัญ ดังนั้น จะเป็นผู้นำที่ดีของ EGAT จะต้องมองภาพใหญ่ มี Vision มองอนาคตออก มีคุณธรรมและจริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากก็คือ Trust หรือความศรัทธาในผู้นำนั้น  จึงจะทำให้ผู้นำสามารถตัดสินใจและนำพา EGAT ไปสู่จุดมุ่งหมาย และประสบความสำเร็จได้

Leading Peopleต้องถามตัวเองว่า Who am I? เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange   เรามี Need และ Fear  Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งถ้าเราเป็น Leader  ที่ดีจะต้องมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก


นายภูวดา ตฤษณานนท์

เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

การบรรยายประจำวันที่ 30 ม.ค. 2556

การบรรยายช่วงเช้า (09.00น. - 12.00น.)หัวข้อ: Mind Mapping โดย อาจารย์ ขวัญฤดี ผลอนันต์

          Mind Mapping คือ เทคนิคการจดบันทึกที่พัฒนาขึ้นจากความรู้เรื่องสมองและความทรงจำของมนุษย์ การได้ศึกษาในวิชานี้ทำให้เราทราบถึงทักษะการฟังและการมองหรือสังเกต หากไม่มีเครื่องมือในการบันทึกจดจำ มนุษย์เรานั้นไม่สามารถจะจดจำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ Mind Mapping นั้นสามารถช่วยท่านในระบบการคิดคิดและการจำอย่างเป็นระบบ เทคนิคดังกล่าวสามารถนำมาประยุกตืใช้กับงานใน กฟผ.ได้ ยกตัวอย่างเช่น การวางแผนโครงการต่างๆ, การควบคุมต้นทุนของงาน เป็นต้น

การบรรายยช่วงบ่าย (13.00น. - 16.00น.)หัวข้อ: Creative Thinking and Value Creation โดย อาจารย์ ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

          Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์) นั้นมีหลักสำคัญ คือ ต้องคิดเชิงบวก เมื่อเราคิดเชิงบวกแล้วจะทำให้เรามีกำลังใจ มีพลังในการประดิษฐ์ คิดค้น หรือ กระทำสิ่งใหม่ๆ หรือ ทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลจากการคิด พัฒนาต่อยอดนั้น จะสามารถตอบรับความต้องการของตลาด ลูกค้า ได้เป็นอย่างดี

          Creative Thinking ประกอบด้วย องค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

1.    Expertise – ความชำนาญ

2.    Creative Thinking Skill – ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์

3.    Motivation – แรงบันดาลใจ

องค์ประกอบ 3 ส่วนข้างต้นนี้คือคุณสมบัติที่ผู้ที่จะเป็นผู้นำ ผู้บริหาร และ บุคลากรควรมีไว้ เพื่อการปรับตัวและตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ในเนื้อหาสาระของการบรรยายช่วงบ่ายนี้สามารถนำไปปรับใช้กับภารกิจของ กฟผ. ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งหมายถึงเรื่อง ธรุกิจซ้อขายไฟ ธุรกิจการบำรุงรักษา เชื้อเพลิงที่ใช้ผลิต การพัฒนาด้านระบบส่งและจ่ายไฟ การพัฒนาโรงไฟฟ้า หรือ ภารกิจทางด้านอื่นๆขององค์กร

การบรรยายช่วงเย็น (16.00น. - 18.00น.)หัวข้อ: การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย อาจารย์ กิตติ ชยางคกุล

          ประเด็นสำคัญในหัวข้อการบรรยายนี้ คือ อาจารย์ได้อธิบายวิธีการจัดทำโครงการเพื่อการพัฒนา ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับภารกิจของ กฟผ. โดยมีหัวข้อโครงการให้พิจารณาด้วยกัน 6 โครงการ โดยแต่ละกลุ่มได้พิจารณาเลือกหัวข้อกิจกรรมและชื่อโครงการ เพื่อเตรียมนำเสนอในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 ต่อไป

 นายภูวดา ตฤษณานนท์

        30/01/2556

ผู้นำ (Leader) มีความแตกต่างจากผู้จัดการ (Manager) โดยผู้นำจะต้องมีความสามารถในการบริหารด้วยและต้องมองภาพใหญ่ทั้งทางด้านโลกาภิวัฒน์และผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมของสถานะการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีนัยสำคัญต่อการบริหารงานในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ  คุณลักษณะของผู้นำส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์แต่สิ่งสำคัญ คือการเรียนรู้ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ทั้งทางด้านทักษะ ความรู้ และ ทัศนะคติ โดยอาจจะศึกษาได้จาก ตัวอย่างแม่แบบ(Role Model)  หรือมีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์  หรือการศึกษาและพัฒนาจากการอบรม และอ่านหนังสือตำราต่างๆ  ทั้งนี้ผู้นำจะเน้นศรัทธาแทนการสั่งการและเน้น Why มากกว่า How และที่สำคัญ ดังนั้น จะเป็นผู้นำที่ดีของ EGAT จะต้องมองภาพใหญ่ มี Vision มองอนาคตออก มีคุณธรรมและจริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากก็คือ Trust หรือความศรัทธาในผู้นำนั้น  จึงจะทำให้ผู้นำสามารถตัดสินใจและนำพา EGAT ไปสู่จุดมุ่งหมาย และประสบความสำเร็จได้

Leading Peopleต้องถามตัวเองว่า Who am I? เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange   เรามี Need และ Fear  Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งถ้าเราเป็น Leader  ที่ดีจะต้องมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก


นายสาเรศ อินทุเศรษฐ

สรุปสาระของหนังสือ 8K's + 5K's ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซึยน

หนังสือ “ 8K ‘s + 5K ‘s  ทุนมุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน” เกิดจากความตื่นตัวของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) ในช่วงเวลาอีกไม่ถึง ๓ ปีข้างหน้า หนังสือเล่มดังกล่าวได้รวบรวมแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากประสบการณ์ชีวิตของท่าน ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ซึ่งเสนอมุมมองการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถนำมาปรับใช้ในการเตรียมความพร้อมให้แก่ คนไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) ได้อย่างยั่นยืน

หนังสือดังกล่าวได้นำเสนอทฤษฎีทุน ๘ ประการ (8K’s) เป็นทุนพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และทฤษฏีทุนใหม่ ๕ ประการ (5K’s New) เป็นทุนที่สำคัญสำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์

สำหรับทฤษฎีทุน ๘ ประการ (8K’s) เป็นทุนพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย
  ๑. Human Capital ทุนมนุษย์ คือ ทุนเริ่มต้นของคนแต่ละคนที่เกิดมามีร่างกาย รูปร่างหน้าตา สติปัญญาที่แตกต่างกัน
  ๒. Intellectual Capital ทุนทางปัญญา คือ ทุนที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ที่ทำให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
  ๓. Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม คือ ทุนภายในส่วนลึกหรือสามัญสำนึกของจิตใจคน ซึ่งจะส่งผลต่อทุนทางปัญญาที่จะคิดวิเคราะห์ด้วยความดี มีศีลธรรม มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
  ๔. Happiness Capital ทุนแห่งความสุข คือ ทุนที่อยู่ภายในจิตใจของคน ในการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากแรงบันดาลใจ ที่จะส่งผลให้เกิดความสุขความอิ่มเอมใจในการกระทำสิ่งเหล่านั้น เป็นแรงผลักดันให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน
  ๕. Social Capital ทุนทางสังคม คือ ทุนที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือสังคมภายนอกในการหล่อหลอมตัวตนของแต่ละบุคคลให้เป็นไปในทางดีหรือทางเสื่อมขึ้นอยู่กับทุนทางจริยธรรมของแต่ละบุคคลที่จะมุ่งสร้างคุณงามความดี หรือจะกระทำความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้างและสังคม
  ๖. Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน คือ ทุนที่เกิดจากการกระทำของคนที่มุ่งหวังผลในระยะยาวโดยเริ่มต้นจากการกระทำความดีต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
  ๗. Digital Capital ทุนทางไอที คือ ทุนความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำเครื่องมือเครื่องใช้ด้านไอทีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมโดยรวมได้
  ๘. Talented Capital ทุนทางความสามารถพิเศษ คือ ทุนที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ทักษะความรู้ บ่มเพาะจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความชำนาญในด้านต่างๆ ตามแต่ความถนัดและทัศนคติของแต่ละบุคคล
 

ทฤษฏีทุนใหม่  ๕  ประการ (5K’s New) เป็นทุนที่สำคัญสำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์  ประกอบด้วย
  ๑. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ คือ ทุนในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เจาะลึกความรู้ทั่วไปภายใต้มิติเดียว ไปสู่การรอบรู้อย่างลึกซึ้งในหลากหลายมิติ
  ๒. Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์ คือ ทุนในการคิดดัดแปลง คิดประยุกต์ใช้ คิดขึ้นใหม่ และคิดพัฒนาโดยมุ่งให้เกิดความเจริญในทางบวก
  ๓. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม คือ ทุนในการพัฒนาต่อยอดจากของเดิมไปสู่สิ่งใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น
  ๔. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม คือ ทุนในการเรียนรู้ ค่านิยม แนวคิดหรือความเชื่อของคนที่เราติดต่อสัมพันธ์ด้วยเพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงความคิดของบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง
  ๕. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ คือ การบริหารจัดการ EQ ซึ่งจะส่งผลถึงทุนในด้านต่างๆ ให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืน
 

สิ่งสำคัญในหนังสือซึ่งเป็นจุดประสงค์ ที่ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ฝากไว้ คือ การลงมือพัฒนาทุนทั้ง ๑๓ ประการ ให้แก่คนไทย เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน ASEAN Citizen ได้อย่างง่ายดายและยั่งยืน


ผู้นำ (Leader) มีความแตกต่างจากผู้จัดการ (Manager) โดยผู้นำจะต้องมีความสามารถในการบริหารด้วยและต้องมองภาพใหญ่ทั้งทางด้านโลกาภิวัฒน์และผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมของสถานะการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีนัยสำคัญต่อการบริหารงานในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ  คุณลักษณะของผู้นำส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์แต่สิ่งสำคัญ คือการเรียนรู้ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ทั้งทางด้านทักษะ ความรู้ และ ทัศนะคติ โดยอาจจะศึกษาได้จาก ตัวอย่างแม่แบบ(Role Model)  หรือมีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์  หรือการศึกษาและพัฒนาจากการอบรม และอ่านหนังสือตำราต่างๆ  ทั้งนี้ผู้นำจะเน้นศรัทธาแทนการสั่งการและเน้น Why มากกว่า How และที่สำคัญ ดังนั้น จะเป็นผู้นำที่ดีของ EGAT จะต้องมองภาพใหญ่ มี Vision มองอนาคตออก มีคุณธรรมและจริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากก็คือ Trust หรือความศรัทธาในผู้นำนั้น  จึงจะทำให้ผู้นำสามารถตัดสินใจและนำพา EGAT ไปสู่จุดมุ่งหมาย และประสบความสำเร็จได้

Leading Peopleต้องถามตัวเองว่า Who am I? เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange   เรามี Need และ Fear  Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งถ้าเราเป็น Leader  ที่ดีจะต้องมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก 


ชวลิต อภิรักษ์วนาลี

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่  30 ม.ค. 56

ช่วงเช้า  เรื่อง  Mind Map - เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในการช่วยจำ  ช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้น  ช่วยในการตัดสินใจ  วางแผน  เป็นต้น

ช่วงบ่าย  เรื่องแรก - เป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังความคิด  การคิดบวก  คิดสร้างสรรค์  คิดแตกต่าง

ช่วงบ่าย  เรื่องหลัง - เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำโครงการเชิงนวัตกรรม  โดยทางกลุ่ม 1  เลือกทำเกี่ยวกับเรื่องทุนมนุษย์


ชวลิต  31 / 1 / 56  เวลา  00.02 น.

วันที่ 29 มกราคม 2556

เริ่มเปิดการอบรมวันแรกของ EADP รุ่นที่ 9 ท่าน อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ให้หลักการสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้นำแต่ละแบบ อีกทั้งยังให้ข้อควรปฏิบัติของผู้นำในประเทศไทย (กฟผ.) ที่ควรมุ่งเน้นที่ Integrity Leadership style โดยเน้นที่ความซื่อสัตย์และมีหลักการที่ถูกต้อง โปร่งใสและตรวจสอบได้ การสร้างผู้นำรุ่ใหม่ในอนาคต ที่ต้องให้ความสำคัญเนื่องจากคนรุ่นใหม่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากรุ่น Baby Broom เป็นอย่างมาก ผู้นำต้องมี Networking Balancing Style และต้องรู้จักบริหารแบบหลากหลายและเพิ่มความคิดแบบใหม่ๆ ท่านอาจารย์ยังให้หลักการสร้างผู้นำด้วย 5 E’s

  ในส่วนตัวของผม วิธีการเรียนรู้ของท่านอาจารย์ที่ให้ไว้ ที่จะนำมาปฏิบัติได้ คือ 4L’s, 2R’s, 2i’s, 4L’s และ 3 V’s ขอบคุณมากครับ จะนำไปประยุกต์ใช้ให้หมดเลยครับ

  สำหรับช่วงบ่ายท่านอาจารย์ พจนารถ ซีบังเกิดได้นำสิ่งดีๆ มาให้พวกเรานำไปใช้งานในเรื่อง Leading People ทำให้พวกเรารุ้จักวิธีการ D-D-G ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ปล่อยให้เกิดสูญหายของข้อมูล และไม่รับข้อมูลที่ไม่จำเป็นเข้ามามากเกินไป โดยเฉพาะการทำให้มีความเข้าใจในตัวเราเองให้ถูกต้อง โดยการทำความเข้าใจกับ ศูนย์ทั้ง 5 ของร่างกายและการหา ธาตุแท้ ของตัวเราเองจะทำให้เกิดการควบคุม พัฒนาให้เกิดประโยชน์ในการทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายคือ 6-Core Needs of Human Being ที่นำมาศึกษาทำความเข้าใจในธรรมชาติของความต้องการของมนุษย์

30 มกราคม 2556

  วันที่สองของการเรียนรู้จากท่านอาจารย์ ขวัญฤดี ผลอนันต์ ในเรื่องการใช้เครื่องมือ Mindmap เพื่อช่วยในการ จำ การเชื่อมโยง การจับประเด็นหลัก สำคัญๆ  การวางแผน ตัดสินใจ รวมทั้งเทคนิดการจำให้นานที่สุด คือวิธีการทบทวนอย่างน้อย 5 ครั้ง จะช่วยให้สามารถจดจำเหตุการณ์ได้อย่างยาวนาน โดยสรุปอาจารย์ได้มาสอนพวกเราให้รู้จักจัดระบบความคิดให้เป็นระบบ มากขึ้น

  ในช่วงบ่ายท่านอาจรย์ ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ นัก Creative นำเรื่องของ Creative Thinking and Value Creation โดยหลักของอาจารย์คือ “Positive Thinking” พยายามคิดห้เป็นบวกจะทำให้เกิดจินตนาการ เกิดความคิดอย่างสร้างสรร และเกิดการสร้างคุณค่าขึ้นมาได้ จากประสบการณ์ของท่านอาจารย์ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของเรื่องเล่าทำให้เกิดจินตนาการตามเรื่องราวเหล่านั้น โดยท่านอาจารย์ให้หลักการ Creativity ประกอบด้วย  3 ส่วน Expertise (การมีผู้รู้), Motivation , และ Creative Thinking Skills รวมทั้งสิ่งที่พวกเราจะต้องนำไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ คือ Visual Culture, Post Modern, Corporate Communication, Experiential Marketing, Value Exploration และความคาดหวังของท่านอาจารย์ต่อ EADP 9 คือ “ต้น EGAT” และ “มหาวิทยาลัย กฟผ.” ทั้งหมดที่ท่านอาจารย์ที่มาสอนคือ อย่าหยุดคิดบวกๆ (++) และการใช้จินตนาการ ในการสร้างสรร

  ช่วงสุดท้ายของวันนี้เป็นการให้แนวทางการเลือกโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาจากท่านอาจารย์ กิตติ ชยางคกุล โดยท่านอาจารย์มาช่วยพวกเราในเรื่องการเลือกโครงการของกลุ่มเพื่อจะไปนำเสนอในวันที่สุดท้ายของการอบรม ซึ่งวันนี้ได้แนวคิดการทำโครงการ โดยการใช้หลัก 3V’s ของท่านอาจารย์ จีระฯ รวมทั้งการประยุต์ใช้ Mindmap ในการระดมสมองด้วย


สรุปบทเรียน โครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า : EGAT Assistant Director Development Program รุ่น ๙ ปี ๒๕๕๖

หัวข้อ : การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

วิทยากร : ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๓๐ น.

สรุปประเด็นที่ได้จากบทเรียน : หัวข้อนี้ทำให้รับรู้และเข้าใจถึง

§  มุมมองและคุณสมบัติของผู้นำ จากผู้นำต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จทั้งอดีตและปัจจุบัน

§  ผู้นำและผู้บริหารแตกต่างกันอย่างไร  

§  ความแตกต่างของผู้นำแต่ละยุค

§  ผู้นำแยกตามประเภท

§  แนวทางการสร้างผู้นำ โดยใช้ทฤษฎี ๕ E’s

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง : พยายามหาแนวทางเพื่อให้มีลักษณะความเป็นผู้นำตามแนวทางดังกล่าว เพื่อสร้างศรัทธา (Trust) ต่อผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : สามารถเตรียมบุคลากรให้พร้อมที่จะเป็นผู้นำเพื่อทดแทนผู้นำที่จะเกษียณอายุตามวาระ

หัวข้อ : Leading People

วิทยากร : อ.พจนารถ ซีบังเกิด

วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๓.๓๐ – ๑๘.๐๐ น.

สรุปประเด็นที่ได้จากบทเรียน : หัวข้อนี้ทำให้รับรู้และเข้าใจถึง

§  วิธีการค้นหาตัวเองเพื่อจะได้ทราบถึงธาตุแท้ของตัวเอง

§  วิธีการรับข้อมูลและการจดจำของสมองของมนุษย์ 

§  ความกลัวของมนุษย์ (Fears) มีผลต่อองค์กรอย่างไร

§  ความต้องการของมนุษย์ (Needs)

§  วิธีการแก้ปัญหาที่เข้าใจถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมของแต่ละบุคคล

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง : ค้นหาตัวเองเพื่อคงธาตุแท้ที่ดีไว้ และพยายามปรับปรุงในสิ่งที่ยังบกพร่อง หรือไม่ทำในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : สามารถจัดบุคลากรให้เหมาะสมกับงานเมื่อคันพบหรือทราบธาตุแท้ของเขา และสามารถจัดการด้านสวัสดิการที่เหมาะสมเมื่อเข้าใจ Needs ของมนุษย์

หัวข้อ : Mind Map สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

วิทยากร : อ.ขวัญฤดี ผลอนันต์

วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.

สรุปประเด็นที่ได้จากบทเรียน : หัวข้อนี้ทำให้รับรู้และเข้าใจถึง

§  การทำงานของสมองและความแตกต่างของสมองซีกซ้ายและขวา

§  การจดจำด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน อาทิ การดูข้อความ, การฟัง และการดูภาพ 

§  ประโยชน์และเทคนิคการเขียน Mind Map

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง : ช่วยในการคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุมีผล และทำให้การวางแผนดำเนินการต่างๆ เป็นเรื่องง่าย

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : ช่วยในการระดมสมองโดยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนำ Mind Map ของตนมาเปรียบเทียบกันเพื่อหาข้อสรุปที่ดีที่สุด

หัวข้อ : Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วิทยากร : อ.ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.

สรุปประเด็นที่ได้จากบทเรียน : หัวข้อนี้ทำให้รับรู้และเข้าใจถึง

§  ประโยชน์ของการคิดบวก (Positive Thinking)

§  ตัวอย่างโครงการต่างๆ ตามหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ได้อาศัยงบประมาณจากรัฐ

§  โครงการที่ กฟผ. ควรส่งเสริมและดำเนินการ อาทิ สนับสนุนให้มีการใช้ Solar Cells โดยให้เงินกู้ยืม หรือโครงการต้น EGAT เป็นต้นไม้เทียมติดตั้งตามแหล่งท่องเที่ยวโดยติดตั้ง Solar Cells และให้บริการพลังงานไฟฟ้าสาธารณะ

§  กฟผ. หลายแห่งดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและดูแลสังคมได้ดี แต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกระบวนการผลิตและผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการผลิตนั้น

§  กฟผ. ควรมีโครงการ Green Energy สำหรับธุรกิจเฉพาะ อาทิ การท่องเที่ยว เป็นต้น

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง : ไปดูงานหมู่บ้านตัวอย่างที่ฟื้นฟูพื้นที่และอยู่ได้ด้วยตนเอง

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : ดำเนินการโครงการที่ลงทุนไม่มาก แต่ได้ผลค่อนข้างดีและตรงกับภารกิจ เช่น โครงการต้น EGAT ดังกล่าว

หัวข้อ : การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

วิทยากร : อ.กิตติ ชยางคกุล

วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๖.๐๐ – ๑๘.๐๐ น.

สรุปประเด็นที่ได้จากบทเรียน : หัวข้อนี้ทำให้รับรู้และเข้าใจถึง

§  การคิดเชิงนวัตกรรม

§  ปัจจัยต่อโครงการเชิงนวัตกรรม

§  โครงการที่มีการนำเสนอในปี ๒๕๕๕

§  กิจกรรมโครงการเชิงนวัตกรรมปี ๒๕๕๖ จำนวน ๖ เรื่องสำหรับ ๖ กลุ่ม

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง : มีโอกาสได้ค้นหาโครงการสำหรับ “กฟผ. ปี ๒๕๖๘”

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : สามารถคัดเลือกโครงการที่เป็นไปได้นำไป Implement เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านนวัตกรรมอย่างยั่งยืน


เรียน อาจารย์ ดร.จีระ

  Mind Map

  วันนี้ได้เรียนรู้ความรู้เกี่ยวกับสมอง  สมองด้านซ้ายจะใช้ในด้านรูปธรรมเช่นการคำนวณ สมองด้านขวาใช้ด้านนามธรรมเช่น ศิลปะ ดนตรี และการจะใช้สมองให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องใช้ร่วมกันทั้งซ้ายและขวาร่วมกัน การได้เล่นเกมความจำในห้องเรียนทำให้เข้าเห็นจริงในเรื่องนี้ จึงเข้าใจว่าการทำ Mind Map จึงช่วยให้เราจำเรื่องราวได้ดีมากกว่าวิธีเดิมๆ

  Creative Thinking

  การจะสามารถคิดสร้างสรรค์ได้ ต้องเริ่มจากการคิดบวกปราศจากอคติก่อนแล้วค่อยๆคิดอย่างเป็นระบบโดยอาจใช้ Mind Map มาช่วยโดยหาข้อมูลและสิ่งที่จะมากระตุ้นไปสู่ความคิดดีๆและหาผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เราต้องการมาช่วย เพื่อให้โครงการที่เราทำมีข้อมูลสนับสนุนอย่างน่าเชื่อถือ

  การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

  จะต้องวิเคราะห์ในเรื่องความเสี่ยง วิเคราะห์สถานการณ์ เข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ความคุ้มทุนรวมทั้งยังต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการและความเข้าใจในงบประมาณ

อติชาติ โซวจินดา


นายภูวดา ตฤษณานนท์

เรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

การบรรยายประจำวันที่ 30 ม.ค. 2556

การบรรยายช่วงเช้า (09.00น. - 12.00น.)หัวข้อ: Mind Mapping โดย อาจารย์ ขวัญฤดี ผลอนันต์

          Mind Mapping คือ เทคนิคการจดบันทึกที่พัฒนาขึ้นจากความรู้เรื่องสมองและความทรงจำของมนุษย์ การได้ศึกษาในวิชานี้ทำให้เราทราบถึงทักษะการฟังและการมองหรือสังเกต หากไม่มีเครื่องมือในการบันทึกจดจำ มนุษย์เรานั้นไม่สามารถจะจดจำอะไรได้ทุกอย่าง แต่ Mind Mapping นั้นสามารถช่วยท่านในระบบการคิดคิดและการจำอย่างเป็นระบบ เทคนิคดังกล่าวสามารถนำมาประยุกตืใช้กับงานใน กฟผ.ได้ ยกตัวอย่างเช่น การวางแผนโครงการต่างๆ, การควบคุมต้นทุนของงาน เป็นต้น

การบรรายยช่วงบ่าย (13.00น. - 16.00น.)หัวข้อ: Creative Thinking and Value Creation โดย อาจารย์ ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

          Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์) นั้นมีหลักสำคัญ คือ ต้องคิดเชิงบวก เมื่อเราคิดเชิงบวกแล้วจะทำให้เรามีกำลังใจ มีพลังในการประดิษฐ์ คิดค้น หรือ กระทำสิ่งใหม่ๆ หรือ ทำให้เกิดการพัฒนาและต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลจากการคิด พัฒนาต่อยอดนั้น จะสามารถตอบรับความต้องการของตลาด ลูกค้า ได้เป็นอย่างดี

          Creative Thinking ประกอบด้วย องค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

1.    Expertise – ความชำนาญ

2.    Creative Thinking Skill – ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์

3.    Motivation – แรงบันดาลใจ

องค์ประกอบ 3 ส่วนข้างต้นนี้คือคุณสมบัติที่ผู้ที่จะเป็นผู้นำ ผู้บริหาร และ บุคลากรควรมีไว้ เพื่อการปรับตัวและตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ในเนื้อหาสาระของการบรรยายช่วงบ่ายนี้สามารถนำไปปรับใช้กับภารกิจของ กฟผ. ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งหมายถึงเรื่อง ธรุกิจซ้อขายไฟ ธุรกิจการบำรุงรักษา เชื้อเพลิงที่ใช้ผลิต การพัฒนาด้านระบบส่งและจ่ายไฟ การพัฒนาโรงไฟฟ้า หรือ ภารกิจทางด้านอื่นๆขององค์กร

การบรรยายช่วงเย็น (16.00น. - 18.00น.)หัวข้อ: การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย อาจารย์ กิตติ ชยางคกุล

          ประเด็นสำคัญในหัวข้อการบรรยายนี้ คือ อาจารย์ได้อธิบายวิธีการจัดทำโครงการเพื่อการพัฒนา ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับภารกิจของ กฟผ. โดยมีหัวข้อโครงการให้พิจารณาด้วยกัน 6 โครงการ โดยแต่ละกลุ่มได้พิจารณาเลือกหัวข้อกิจกรรมและชื่อโครงการ เพื่อเตรียมนำเสนอในช่วงเดือนพฤษภาคม 2556 ต่อไป

    นายภูวดา ตฤษณานนท์

         31/1/2556

 

 

สรุปจากการได้เรียน

วันที่ 29 มกราคม 2556

-  ได้เรียนรู้มุมมองของผู้นำต่างๆทั่งโลก รวมทั้งในประเทศไทย  การเป็นภาวะผู้นำอยู่ที่มีอิทธิพลที่มองไม่เห็น อาจจะอยู่ที่การศรัทธา การเป็นผู้นำต้องมองให้กว้าง มองในทุกๆด้านที่เกิดขึ้นทั้งรอบตัวเราและรอบโลก ผู้นำไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่ควรจะต้องเป็นนักวิเคราะห์และนักคิดที่เก่งการเป็นผู้บังคับบัญชาต้องรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องการเป็นผู้นำต้องกล้าหาญ ซื่อสัตย์มีหลักการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องมี Networking ต้องมีควาหลากหลายในหลายๆด้าน

-  ได้เรียนรู้และวิเคราะห์ตัวของตัวเองว่าเป็นอย่างไร การเป็นตัวตนมาจากสภาพแวดล้มทั้งด้านบุคคล และด้านวัตถุ การดึงธาตุแท้ของบุคคลให้แสดงออกมา

ความรู้ที่ได้รับสามารถนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และนำไปถ่ายทอดให้ผู้ร่วมงานทราบ

วันที่ 30 มกราคม 2556

-  จากที่ไม่ได้เคยเรียนรู้เรื่อง Mind Mapping เลย พอได้มาเรียนรู้ถึงได้รู้ว่าถ้าเราใช้ Mind Map มาเขียนได้ทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวัน ซึ่งการเขียน Mind Map จะทำให้เราสามารถมองขั้นตอนการทำงานต่างๆบนแผ่นงานได้อย่างครบถ้วนก่อนเริ่มทำงาน

-  อาจารย์ได้สอนให้เริ่มต้นด้วยการคิดทุกวัน คิดในทางบวก คิดในเรื่องสร้างสรรค์ คิดอย่างเป็นระบบ คิดนอกกรอบ

-  ได้รู้ว่ารูปแบบและแนวในการคิดที่จะใช้ในการเขียนโครงการ

ความรู้ที่ได้รับจะเป็นแนวคิดในการวางแผนงานต่างๆได้อย่างเป็นระบบ ถ้าได้นำมาปฏิบัติจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานมาก


ชัยรัตน์ เกตุเงิน

วันนี้ผมได้รับความรู้พอสรุปได้ดังนี้

Mind mapping โดย อาจารย์ขวัญฤดี  ผลอนันต์

- สมองคนเรามีทั้งซีกซ้ายและขวา ซึ่งปรกติเราใช้เพียงซีกเดียวในการจดจำ และยังใช้ศักยภาพของสมองได้ไม่เต็มที่

- Mind Mapping เป็นอีกวิธีในการจำโดยใช้ศักยภาพของสมองทั้งสองซีก อย่างไรก็ตามคงต้องฝึกฝนการทำบ่อยบ่อยจนชำนาญ

Creative Thinkingโดยอาจารย์ ณรงค์ศักดิ์  ผ้าเจริญ

ให้ปล่อยวางเรื่องการเมือง ศาสนา และความเชื่อในด้านต่างๆ เพราะสิ่งดังกล่าวจะไปปิดกัน ความคิดสร้างสรรค์ให้มีจินตนาการก่อน

 แล้วค่อยเอาความรู้ด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้ให้กำหนดผลลัพธ์ ก่อน จากนั้นจึงหาวิธีการที่จะให้ได้ผลลัพธ์ ซึ่งอาจมีหลายวิธี

การคิดจะต้องมีการจำลองสถานการณ์อาจารย์ได้ย้ำว่า กฟผ. ควรเพิ่ม NETWORKING ให้มาก ๆ เพราะคนเหล่านี้จะช่วยอธิบายแทน กฟผ.

การเลือกโครงการต้นแบบเพื่อการพัฒนา กฟผในการพิจารณาโครงการควรจะต้องให้สอดคล้องกับ VisionและMissionขององค์กร

ชันรัตน์  เกตุเงิน

29มค56


ทศพร เนตยานุวัฒน์

สรุป  เรื่อง “8K’s+5K’s: ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน”

ทฤษฎีทุน 8 ประการ (8K’s) เป็นทุนพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย

1) K1  Human Capital ทุนมนุษย์ คือ ได้มาจากวิธีคิดของ Prof. Gary  Becker คือ
มนุษย์เริ่มมาเท่ากันจะพัฒนาหรือลงทุนให้เขาเหล่านั้นมีคุณค่าหรือแตกต่างจากบุคคลอื่นๆอย่างไร? 
ทุนเริ่มต้นของคนแต่ละคนที่เกิดมามีร่างกาย รูปร่างหน้าตา สติปัญญาที่แตกต่างกัน ต้องลงทุน
การลงทุนคือ การเสียสละทรัพยากรวันนี้เพื่อประโยชน์ในวันหน้า การลงทุนมีหลายชนิด
เช่น การศึกษา  โภชนาการ  การฝึกอบรม การเลี้ยงดูของครอบครัว เป็นต้น
ในทุนมนุษย์นี้ก็ยังแตกต่างกันไปในเรื่องของคุณภาพของทุนมนุษย์อีกด้วย

2) K2  Intellectual Capital ทุนทางปัญญา( การมองยุทธศาสตร์หรือการมองอนาคต ) คือ
ทุนที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ที่ทำให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็นและสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

ปัญหาที่น่าวิตกของสังคมไทย
คือ ระบบการศึกษา วิธีเรียนที่เน้นท่องจำมากเกินไป (การท่องจำควรมีแค่ 20 % ) ขาดการฝึกคิด  วิเคราะห์
การใช้เหตุและผล การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ ทำให้สังคมไทยมีทุนมนุษย์ที่คุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร  ทุนทางปัญญาจะช่วยคนไทยให้อยู่รอดในโลกของการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งการแข่งขัน โดยเฉพาะการจะเข้าสู่อาเซียนเสรี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  การมีทุนทางปัญญาจะทำให้คนไทยหาทางออกได้เสมอ

3) K3  Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม คือ
ทุนภายในส่วนลึกหรือสามัญสำนึกของจิตใจคน ซึ่งจะส่งผลต่อทุนทางปัญญาที่จะคิดวิเคราะห์ด้วยความดี มีศีลธรรม มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

4) K4  Happiness Capital ทุนแห่งความสุข คือ พฤติกรรมที่ตัวบุคคลพึงมีเพื่อทำให้ชีวิตมีคุณค่าและสอดคล้องกับงานที่ทำ ทุนที่อยู่ภายในจิตใจของคนในการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากแรงบันดาลใจ ที่จะส่งผลให้เกิดความสุข ความอิ่มเอมใจในการกระทำสิ่งเหล่านั้น
เป็นแรงผลักดันให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน

5) K5  Social Capital ทุนทางสังคม คือ
ทุนที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือสังคมภายนอกในการหล่อหลอมตัวตนของแต่ละบุคคลให้เรามี เครือข่ายกว้างขวางแค่ไหน? เพราะทุนทางสังคมหรือเครือข่ายเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้ทุนมนุษย์มีคุณภาพสูงขึ้น

6) K6  Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน คือ
ทุนที่เกิดจากการกระทำของคนที่มุ่งหวังผลในระยะยาว โดยมีแนวความคิดคล้ายๆทุนแห่งความสุข การที่ตัวเราจะมีศักยภาพในการมองอนาคตว่าจะอยู่รอดหรือไม่? 
เพราะคุณสมบัติของทุนแห่งความยั่งยืน คือ ต้องมองให้ออกว่าสิ่งที่จะทำในระยะสั้นคืออะไร
?
และที่สำคัญต้องไม่ขัดแย้งหรือสร้างปัญหาในระยะยาว เพื่อที่เราจะได้อยู่ได้ในระยะ

7) K7  Digital Capital ทุนทางไอที คือ
ทุนความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำเครื่องมือเครื่องใช้ด้านไอทีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมโดยรวมได้

8) K8  Talented Capital ทุนทางความสามารถพิเศษ คือ
ทุนที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ บ่มเพาะจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความชำนาญในด้านต่างๆ
ตามแต่ความถนัดและทัศนคติของแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2015 ที่กำลังจะมาถึงนี้ หากนำแนวทางในการสร้างและพัฒนาทุนมนุษย์ด้วยทฤษฎีทุน 8 ประการของอาจารย์จีระมาปรับใช้จะเป็นเข็มทิศในการสร้างและพัฒนาศักยภาพหรือคุณภาพของทุนมนุษย์ทั้งในระดับบุคคล ระดับองค์กร  สังคม และประเทศชาติของเราได้เป็นอย่างดี

นอกจากแนวคิดทฤษฎี 8K’s หรือทุน 8 ประการ เป็นพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ แล้ว
ยังมีทุนอีก 5 ประการที่มีความสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ทุนมนุษย์ของประเทศไทยมีคุณภาพเพียงพอที่จะอยู่รอด
สามารถแข่งขันในสังคมอาเซียนเสรีได้อย่างสง่างามและยั่งยืน

ทฤษฏีทุนใหม่ 5 ประการ (5K’s New) เป็นทุนที่สำคัญสำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัฒน์ประกอบด้วย

1. Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์ คือ
ทุนในการคิดดัดแปลง คิดประยุกต์ใช้ คิดขึ้นใหม่ และคิดพัฒนาโดยมุ่งให้เกิดความเจริญในทางบวก 
แนวคิดในการสร้างความคิดสร้างสรรค์ สรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้

1.1 วิธีการเรียนรู้ ฝึกให้รู้จักคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และเรียนรู้ข้ามศาสตร์

1.2 ต้องมีเวลาคิด มีสมาธิ

1.3 ต้องคิดเป็นระบบก่อน

1.4 ต้องอยากทำสิ่งใหม่ๆเสมอ

2. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ คือ
ทุนในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เจาะลึกความรู้ทั่วไปภายใต้มิติเดียว ไปสู่การรอบรู้อย่างลึกซึ้งในหลากหลายมิติ 
ควรเป็นคนที่มีข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และสำคัญอย่างเพียงพอหรือรู้บางเรื่องที่สำคัญๆ น่าจะดีกว่าคนมีข้อมูลมากหรือรู้ทุกเรื่อง  แต่ไม่รู้ในเรื่องที่จะจำเป็นต้องรู้

ทุนทางความรู้ที่ดีต้องอยู่บนหลักทฤษฎี 2R’s คือ

2.1 Reality  หมายถึง ความรู้ที่มาจากความเป็นจริง

2.2 Relevance  หมายถึง ตรงประเด็นตรงความต้องการของผู้รับบริการ

3. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม คือ ความสามารถทำสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่า ทุนในการพัฒนาต่อยอดจากของเดิมไปสู่สิ่งใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น
ทุนทางนวัตกรรมต้องมีองค์ประกอบ 3 เรื่อง คือ

3.1  มีความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์และนำมาผสมผสานความรู้

3.2  นำความคิดไปปฏิบัติจริง  เมื่อมีไอเดียใหม่ๆ ต้องนำมา

3.3  ทำให้สำเร็จ  การทำโครงการใหม่ๆ หรือบริหารโครงการต่างๆนั้น จะมีอุปสรรคมากมาย เราจะต้องทำให้สำเร็จ ( Execution & Get Thing Done )

4. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม คือ การมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของวัฒนธรรมซึ่งเป็นฐานรากของการดำรงชีวิตของมนุษย์  ประกอบด้วย ขนบธรรมเนียม  ศาสนา ประวัติศาสตร์ ประเพณี วิถีชีวิต 
ภูมิปัญญา  แนวทางปฏิบัติและความเชื่อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของประเทศ สิ่งเหล่านี้สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสร้างคุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มในสังคมยุกโลกาภิวัฒน์

5. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ คือ การรู้จักควบคุมอารมณ์ และบริหารอารมณ์ เช่น ไม่โกรธง่าย ไม่เครียดง่าย ไม่อ่อนไหว  หดหู่  ตกใจ ตื่นกลัวกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามากระทบตัวเรา  รู้จักใช้สติ ใช้เหตุผล  การมองโลกในแง่ดี ฯลฯ ทุนทางอารมณ์รวมไปถึงภาวะผู้นำด้วย  มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
คุณสมบัติของผู้นำ ที่เป็นแนวทางที่ดี ในการสร้างทุนทางอารมณ์ได้ดังต่อไปนี้คือ ความกล้าหาญ  ความเอื้ออาทร
การมองโลกในแง่ดี  การควบคุมตนเอง  และการติดต่อสัมพันธ์

  การเป็นผู้มีทุนทางอารมณ์ทำให้เรามีแรงบันดาลใจ มีพลังขับเคลื่อนผลงานและความเป็นเลิศอย่างเต็มที่ ซึ่งจะส่งผลไปถึงคนอื่นๆรอบตัวเราด้วยในโลกยุคไร้พรมแดน การมีทุนทางอารมณ์จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง
ช่วยให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินะุ์

สรุปการนำความรู้ที่ได้จากวันที่ 30 ม.ค. 2556  แบ่งเป็น 3 ช่วง คือช่วงที่ 1 อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์ บรรยายเรื่อง Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร ซึ่งทำให้ได้รับเครื่องมือในการจัดลำดับความคิด และให้เกิดจินตาการ คือ Mind Map มาใช้กับงาน คือ การบันทึกความรู้  การวางแผนงาน การติดตามงาน ตลอดจนใช้กับชีวิตประจำวัน  นอกจากนี้ยังจะได้ใช้สมองทั้ง 2 ซีก (ซีกซ้าย  ด้านตรรกะ และซีก ขวา ด้านจินตนาการ) ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ช่วงที่ 2 อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ เรื่อง Creative Thinkink and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน  ได้รับอย่างแรกที่ประทับใจ คือ เรื่องที่อาจารย์เล่าการถวายงานให้ ในหลวง โดยประทับใจเรื่อง ดูวัตถุประสงค์ มากกว่า เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ในการมีชีวิตเพื่ออะไร  ซึ่งจะได้นำมาใช้ในงานและชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังได้แนวคิดไม่ว่าจะทำอะไร ให้คิดบวกไว้ก่อน อาจารย์ให้ Key words มาหลายคำ เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ดูความต้องการของผู้ใช้ไฟก่อน (sense and response) ไม่ใช้ Make and sell  และต้องคิดจินตนาการทำสิ่งที่นอกกรอบ (คิดอย่างเด็ก ทำอย่างผู้ใหญ่) ให้ทำขึ้นมาก่อน ไม่ใช่คิดว่าจะไม่สำเร็จ  การทำต้องหาผู้เชี่ยวขาญมาร่วมทำ เป็นการสร้างเครือข่ายและประชาสัมพันธ์ไปในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็น social network ที่เป็นการสื่อสารที่ไปได้อย่างรวดเร็วและกว้างไกล นอกจากนี้การผลิตไฟฟ้าอย่าทำส่วนยอดปิรามิดมากไป ให้ดูส่วนฐานของปิรามิดต้องการอะไรบ้าง ทำเพื่อส่วนฐานบ้าง  มีการเล่าเรื่องราวสอดแทรกเกี่ยวกับไฟฟ้าสัมพันธ์กับธรรมชาติ ทำให้เกิดการปลูกฝังกับบุคคลโดยรอบ เกิดจิตสำนึกที่ดีต่อ กฟผ.

ช่วงที่ 3 อาจารย์ กิตติ ชยางคกุล เรื่อง การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา ได้ KEY ในการทำจากวิสัยทัศน์ของ กฟผ. คือ กิจการไฟฟ้า กับสากล ซึ่งได้นำมาเลือกหัวข้อในการทำโครงการของ EADP ให้เป็นโครงการที่เป็น นวัตกรรม เป็นไปได้ สามารถทำได้ใน 1ปี โดยกลุ่มนีเป็นกลุ่ม 1 ได้เลือกเรื่อง วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์เชิงนวัตกรรม เพื่อการสร้างและบริหารทุนมนุษย์ของ กฟผ. กับการพัฒนาที่ก้าวไกลและยั่งยืน  อาจารย์ แนะนำโครงการต้องมี 3 V คือ Value Add , Value Creation และ Value Diversity ทางกลุ่มได้ร่วมปรึกษา หาปัญหา จุดอ่อนจุดแข็ง โอกาศ และความเป็นไปได้ โดยในกรอบเคร่าๆ จะดำเนินการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากปัญหา Gap ช่วงอายุที่ห่างของผู้ปฏิบัติงานใหม่กับเก่า ทำให้การถ่ายทอดเป็นไปได้ยาก และความต้องการขององค์กรที่ต้องการให้บุคลการเข้ามาสามารถทำงานได้ทันที ดังนั้นในเบื้องต้นกลุ่มมีแนวทางวางโครงการการให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษามหาวิทยาลัย มีการ MOU กับมหาวิทยาลัย โดยการเรียนการสอนในช่วง 1- 3 ปีตามหลักสูตรมหาวิทยาลัย ปี 4  ให้มีการสอนโดยวิทยากร อาจารย์จาก กฟผ. เข้าร่วมสอนเพื่อให้เมื่อจบสามารถทำงานได้ทันที รายละเอียดต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง 


ทศพร เนตยานุวัฒน์

ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม  วันอังคารที่ 30 มค 2556

Mind Mapping โดย อ.ขวัญฤดี  ผลอนันต์

คือเทคนิคการจดบันทึกที่มีประโยชน์มากสามารถนำมากับการทำงานที่กฟผ.และชีวิตส่วนตัวได้อย่างดีมากเพราะดูง่ายเป็นระบบและจดจำได้ง่าย

Creative Thinking  and Valve Creation โดยอ.ณรงค์ศักดิ์  ผ้าเจริญ

คือการคิดบวกคิดอย่างสร้างสรรค์คิดอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆ สามารถนำมาใช้กับการทำงานที่ กฟผ.และชีวิตส่วนตัวได้  เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรค  สนุกกับการทำงาน คิดอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้กฟผ.เติบโตอย่างยั่งยืน

การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาโดยอ.กิตติ  ชยางคกุล

เพื่อให้แต่ละกลุ่มจัดทำโครงการเพื่อการพัฒนา

 

นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินะุ์

สรุปประเด็นจาก หนังสือ 8K’s + 5K’s ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เรียบเรียง โดย ราพร ชูภักดี ร่วมกับ เปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1  กุมภาพันธ์ 2555 สำนักพิมพ์ บริษัท มิสเตอร์ก็อปปี้(ประเทศไทย) จำกัด โทร . 66-2800-2290

  จากหนังสือเป็นการปรับเปลี่ยนตนเอง ให้เป็นคนคุณภาพ ทันและตอบกระแสโลกกาภิวัตน์ โดยอาศัยทุน 13 ทุน เป็นหลัก โดยใช้

1.  ทุน 8 K’s เป็นพื้นฐานคุณภาพทุนมนุษย์ ประกอบด้วย

K1- Human Capital ทุนมนุษย์ มาจากแนวคิดของ Prof. Gary Becker ที่กล่าวถึงมนุษญ์เริ่มมาเท่ากันจะพัฒนาให้มีคุณค่า หรือต่างกัน สามารถลงทุนได้ โดยใช้ทรัพยากรที่ตัวบุคคล ทำได้ตั้งแต่เล็กจนโต ได้แก่ การศึกษา โภชนาการ การฝึกอบรม การเลี้ยงดูของครอบครัว

K2- Intellectual Capital ทุนปัญญา ที่ต้องใช้การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้ สามารถฝึกฝน การเรียนรู้ สร้างวัฒนธรรมในการเรียรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยใช้ทฤษฎี 3 ทฤษฎี คือ

ทฤษฎี 4L’s

L1-Learning Methodology ต้องมีวิธีการเรียนรู้ที่ดี เน้นการวิเคราะห์กรณีศึกษา

L2- Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้

L3- Learning Opportunities สร้างโอกาสในการเรียนรู้ พบปะแลกเปลี่ยนกัน สร้างเครือข่ายและหุ้นส่วนทางปัญญา

L4- Learning Communities สร้างชุมชนในการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น โดยใช้ Social Medias แบบต่างๆ

ทฤษฎี 2R’s

Reality เรียนจากเรื่องที่เกิดจริง

Relevance ต้องตรงประเด็น เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรา

ทฤษฎี 2i’s

Inspiration การเรียนต้องจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียน เกิดความใฝ่รู้ มีเป้าหมายในการเรียน

Imagination การเรียนรู้ต้องทำให้เกิดจินตนาการ เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม

K3-Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม  สร้างปลูกฝังได้ทางครอบครัว สถาบันการศึกษา และศาสนา ทางศาสนาพุทธ ยึด ศีล สมาธิ และปัญญา

K4- Happiness Capital ทุนแห่งความสุข เป็นพฤติกรรมของตนที่ต้องมี เพื่อให้ชีวิตมีคุณค่าและสอดคล้องกับงานที่ทำ โดยต้องค้นหาตนเอง ต้องรู้งานที่ทำเป็นงานที่มีความหมาย (Meaning) มีเป้าหมาย (Purpose)  จึงทำงานได้อย่างมีความสุข ส่งผลให้งานมีคุณภาพ

K5- Social Capital ทุนทางสังคม ต้องมีเครือข่าย (Network) ทางสังคม โดยยึดหลัก 3 ข้อ เพื่อให้เกิดเครือข่ายที่มั่นคง คือ

ก.  อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ระยะสั้น

ข.  เน้นความไว้เนื้อเชื่อใจ ยอมรับกัน

ค.  เน้าความแตกต่างกันทางความรู้ ทักษะ และศักยภาพ เพื่อสร้างการรวมพลัง

นอกจากนี้ยังต้องมีทุนที่สนับสนุน 2 ทุน คือ ทุนในการหาข้อมูลข่าวสารและต้นทุนในการเจรจาต่อรอง  ซึ่งต้องทำการศึกษาเทคนิคการเจรจา เพื่อให้ได้ประสบผลรับทั้ง 2 ฝ่าย

K6- Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืนะต้องมองอนาคตว่าจะอยู่รอดได้ ทั้งนี้ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือ ความพอประมาณ มีเหตมีผล มีภูมิคุ้มกัน โดยอยู่บนพื้นฐานของความรู้และคุณธรรมจริยธรรม

K7- Digital Capital ทุนทาง ITต้องมีความรู้ความสามารถในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ

K8 – Talented Capital ทุนอัจฉริยะ ต้องมี คุณลักษณะ 3 ประการ คือ ทางความรู้ (Knowledge)  ทักษะ (Skills) และทัศนคติ (Attitude) ซึ่งสามารถพัฒนาได้ โดยใช้ ทฤษฎี 5E คือ

  Example การมีตัวอย่างที่เก่ง เป็นแบบอย่าง

  Experience เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์

  Education ได้จากการศึกษา พัฒนา ฝึกอบรม อ่านหนังสือ

  Evaluation ต้องมีการติดตามประเมินผล พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

2.  ทุน 5 K’s ใหม่ เป็นทุนต่อจาก  8 ทุนเดิม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งอาเชียน และเวทีโลกประกอบด้วย

2.1 Creativity Capital ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์ ต้องฝึกคิดนอกกรอบ คิดให้เป็น วิเคราะห์เป็น และเรียนรู้ข้ามศาสตร์

2.2 Knowledge Capital ทุนทางความรู้ ความรู้ต้องที่ได้ต้องอยู่บนหลักทฤษฎี 2 R’s คือ Reality ความรู้ที่มาจากความเป็นจริง และ Relevance ความรู้ต้องตรงประเด็นกับความต้องการของผู้รับบริการ

2.3 Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม เป็นความสามารถทำสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่า การเกิดนวัตกรรมต้องมี ความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และนำมาผสมผสานความรู้ การพัฒนาทุนทางนวัตกรรม ใช้ทฤษฎี 3 C คือ

ก.  Customers วิเคระห์ความต้องการของลูกค้าทั้งภาในภายนอก

ข.  Change Management บริหารความเปลี่ยนแปลง

ค.  Command and Control ลดการควบคุม สั่งการ ให้ทุกคนมีส่วนร่วม และทำงานเป็นทีม

2.4 Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม มีความรู้ ความเข้าใจ ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม ทั้งของตนเองและของผู้อื่น ซึ่งประกอบด้วย ขนบธรรมเนียม ประเพณี  ศาสนา ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญา แนวทางปฏิบัติ และความเชื่อ  ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม

2.5  Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ คือการรู้จักควบคุมอารมณ์และบริหารอารมณ์  สามารถพัฒนาสร้างได้คือ มีความกล้าหาญ ความเอื้ออาทร มองโลกในแง่ดี รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเอง และสามารถสื่อสารสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดี

3. ขั้นตอน การนำทุน 13 ทุนมาใช้ เพื่อรับกับโลกยุคโลกาภิวัตน์ มีวิธี คือ

3.1 ศึกษา เรียนรู้ สถานการณ์ เช่น เรียนรู้การเปิดเสรีอาเซียน

3.2 สำรวจตนเอง ครอบครัว องค์กร ชุมชน สังคม  นำมาวิเคราะห์ เพื่อหาโอกาส และลดความเสี่ยงวางแผนปรับใช้

3.3 พัฒนาทุนมนุษย์ โดยทฤษฎี 8K’s + 5K’s

3.4 ติดตามวัดผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


สุรชัย เจริญศักดิ์


            จากความตื่นตัวของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) ในช่วงเวลาอีกไม่ถึง ๓ ปีข้างหน้า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการบริหารทรัพยากรมนุษย์มากว่า ๓๐ ปี อย่างศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ จึงได้รวบรวมแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากประสบการณ์ชีวิตของท่านมาไว้ในหนังสือ “8K’s+5K’s : ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน” ซึ่งเสนอมุมมองการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถนำมาปรับใช้ในการเตรียมความพร้อมให้แก่ คนไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) ได้อย่างยั่นยืน

รายละเอียด

ทฤษฎีทุน ๘ ประการ (8K’s) เป็นทุนพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย
๑.  Human Capital ทุนมนุษย์ คือ ทุนเริ่มต้นของคนแต่ละคนที่เกิดมามีร่างกาย รูปร่างหน้าตา สติปัญญาที่แตกต่างกัน
๒.  Intellectual Capital ทุนทางปัญญา คือ ทุนที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ที่ทำให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
๓.  Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม คือ ทุนภายในส่วนลึกหรือสามัญสำนึกของจิตใจคน ซึ่งจะส่งผลต่อทุนทางปัญญาที่จะคิดวิเคราะห์ด้วยความดี มีศีลธรรม มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
๔.  Happiness Capital ทุนแห่งความสุข คือ ทุนที่อยู่ภายในจิตใจของคน ในการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากแรงบันดาลใจ ที่จะส่งผลให้เกิดความสุขความอิ่มเอมใจในการกระทำสิ่งเหล่านั้น เป็นแรงผลักดันให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน
๕.  Social Capital ทุนทางสังคม คือ ทุนที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือสังคมภายนอกในการหล่อหลอมตัวตนของแต่ละบุคคลให้เป็นไปในทางดีหรือทางเสื่อมขึ้นอยู่กับทุนทางจริยธรรมของแต่ละบุคคลที่จะมุ่งสร้างคุณงามความดี หรือจะกระทำความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้างและสังคม
๖.  Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน คือ ทุนที่เกิดจากการกระทำของคนที่มุ่งหวังผลในระยะยาวโดยเริ่มต้นจากการกระทำความดีต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
๗.  Digital Capital ทุนทางไอที คือ ทุนความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำเครื่องมือเครื่องใช้ด้านไอทีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมโดยรวมได้
๘.  Talented Capital ทุนทางความสามารถพิเศษ คือ ทุนที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ทักษะความรู้ บ่มเพาะจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความชำนาญในด้านต่างๆ ตามแต่ความถนัดและทัศนคติของแต่ละบุคคล


ทฤษฏีทุนใหม่ ๕ ประการ (5K’s New) เป็นทุนที่สำคัญสำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ ประกอบด้วย
๑.  Knowledge Capital ทุนทางความรู้ คือ ทุนในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เจาะลึกความรู้ทั่วไปภายใต้มิติเดียว ไปสู่การรอบรู้อย่างลึกซึ้งในหลากหลายมิติ
๒.  Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์ คือ ทุนในการคิดดัดแปลง คิดประยุกต์ใช้ คิดขึ้นใหม่ และคิดพัฒนาโดยมุ่งให้เกิดความเจริญในทางบวก
๓.  Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม คือ ทุนในการพัฒนาต่อยอดจากของเดิมไปสู่สิ่งใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น
๔.  Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม คือ ทุนในการเรียนรู้ ค่านิยม แนวคิดหรือความเชื่อของคนที่เราติดต่อสัมพันธ์ด้วยเพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงความคิดของบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง
๕.  Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ คือ การบริหารจัดการ EQ ซึ่งจะส่งผลถึงทุนในด้านต่างๆ ให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืน
 

ประโยชน์

สิ่งสำคัญที่ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ฝากไว้ คือ การลงมือพัฒนาทุนทั้ง ๑๓ ประการในข้างต้นให้แก่คนไทย เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน ASEAN Citizen ได้อย่างง่ายดายและยั่งยืน...ก่อนที่จะสายเกินไป พอสรุปได้ดังนี้

๑.  สามารถจุดประกายทางความคิดและสามารถต่อยอดไปสู่การปฏิบัติอย่างมีแนวทางสำหรับนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร

๒.  ปรับไปใช้กับตัวเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม หรือประเทศไทยของเรา เพนาะเป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ทุนมนุษย์ของสังคมไทยมีคุณภาพ เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน

๓.  AEC จะมีผลกระทบการเปลี่ยนโครงสร้างชีวิต การดำเนินการชีวิตและวิธีคิดต่างๆ ไปจากเดิม

๔.  ทฤษฎี 8K’s + 5K’s เป็นแนวคิดที่สามารถนำไปปรับใช้พัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพเป็นทั้งคนเก่ง คนดี และมีคุณธรรม


นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา

การอบรม ในวันที่ 30 มกราคม 2556 ได้เรียนรู้ในเรื่อง


· Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม จาก อ.ขวัญฤดี ผลอนันต์

· Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน จาก อ.ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

· การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา
จาก อ. กิตติ ชยางคกุล

     การทำงานทั้งของตัวเอง และขององค์กร ในยุคปัจจุบันและในอนาคต คงต้องมีการแนวทางการคิดอย่างเป็นระบบ โดยใช้ Mind Mapping การคิดเชิงบวก Creative Thinking and Value Creation และโครงการแบบนวัตกรรม ไปใช้ในการทำงานมากขึ้น ดังเช่น จะเห็นได้ว่าในกรณีของการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ในปัจจุบันมีความแตกต่างจากอดีต โดยปัจจุบันในองค์กรได้ให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ได้รับตำแหน่งมากขึ้น อาจด้วยบริบทที่เปลี่ยนไป หรือเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยในเรื่องความต่อเนื่องของบุคลากร (รุ่นต่อรุ่น) ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสได้รับตำแหน่งมากขึ้น ซึ่งหมายถึงคนรุ่นเก่า มีโอกาสในการรับตำแหน่งน้อยลง ดังนั้นองค์กรน่าจะมีการพิจารณาในการใช้กระบวนการการคิดอย่างเป็นระบบโดยใช้ Mind Mapping การคิดในเชิงบวก Creative Thinking and Value Creation และการเลือกหัวข้อโครงการแบบวัตกรรม เพื่อนำมาคิดโครงการในการที่จะหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดอย่างเป็นรูปธรรม ในการดำเนินการกับคนรุ่นเก่าซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร และสังคมโดยรวม เพื่อเป็นการให้เกียรติ รวมถึงอาจเป็นการชดเชยกับโอกาสในการรับตำแหน่งที่ลดลง




บุญส่ง จีราระรื่นศักดิ์

การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.  (ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมณ์)

  ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ. ในความคิด(อุดมคติ)ของผมหลังจากได้รับฟังการบรรยายของอาจารย์ ควรมีคุณสมบัติมองการไกล  กล้าหาญ เสียสละ อุทิศตน  มีธรรมาภิบาล  เอื้ออาธรผู้ใต้บังคับบัญชา มี Self Trust, Relationship Trust  , Organization  trust  และSocial Trust หากมีคุณสมบัติตามนี้แล้วจะสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับคนในองค์กรและภายนอก สามารถนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน

  “The key to successful leadership is influence not authority’’  K.Blanchard

Leading People  (อ.พจนารถ ซีบังเกิด)

  ธาตุแท้  ความกลัว 3ประการ และความต้องการ 6ประการ มีผลต่อบุคลิกภาพและภาวะผู้นำ หากได้ศึกษาเข้าไปในตัวตนถึง ธาตุแท้ (Who am I) สามารถจัดการกับความกลัว และเติมเต็มความต้องการที่พร่องของผู้นำได้  อาจด้วยการค้นหาด้วยตนเอง หรือโค้ชโดยผู้เชี่ยวชาญ  จะทำให้ผู้นำนั้นสามารถนำองค์กรให้ก้าวหน้าได้อย่างราบรื่น

  บุญส่ง จีราระรื่นศักดิ์


วุฒิไกร สร่างนิทร

วันที่ 29 มกราคม 2556  รู้สึกมีความดีใจที่ได้เข้ารับการอบรมรมในหลักสูตร EGAT Assistant Director Development Program (EADP) และทีภูมิใจที่สุดคือได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์  อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ หลังโด้รับฟังประวัติอาจารย์ฯแล้ว สรุปได้เลยหนทางแห่งการเรียนรู้ของข้าพเจ้ายังเหลืออีกยาวไกล อย่างไรก็ตามจะพยายามเรียนรู้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานให้ได้มากที่สุด

ความคาดหวังว่า หลังจากจบหลักสูตร โครงการ EGAT Assistant Director Development Program  ประการแรก ข้าพเจ้าจะมีเครือข่าย กับผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายฯในรุ่นนี้ ประการที่สอง ได้พัฒนาตามกรอบความจำเป็นขององค์กร และประการที่สาม คือได้เรียนรู้และแลกประสบการณ์กับผู้ร่วมโครงการทุกท่าน

ในการอบรม เริ่มวันนี้ หัวข้อแรกเรื่อง การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ. โดย  อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่านอาจารย์ได้แสดงออกถึงพลังและคลังแห่งความรู้ในตัวท่านให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ประจักษ์ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่กว่าการเรียนรู้ สรุปสิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ก็คือ คำว่า ผู้นำ หากต้องการก้าวต่อไป จะต้องรู้จักต่อความหมายคำว่า ผู้นำ และรู้วิธีการนำไปใช้อย่างเหมาะสมกับจริตตนเองต่อไป

สำหรับช่วงบ่ายเป็นการอบรม Leading People โดย อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด  ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ด้วยการสังเกตุ ตั้งแต่ท่านอาจารย์ได้รับการแนะนำ อาจารย์เป็นคนที่ดูเรียบง่าย การสอนดูเป็นธรรมชาติสบายๆไม่เหมือนกำลังทำงาน  แต่เด่นสดุดตา มีเอกลักษณ์ น่าสนใจ ทราบภายหลัง  อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด ได้ค้นพบตนเองและทำในสิ่งที่ตนเองชอบจึงดูทำอะไรก็ง่ายๆ อาจารย์ได้สอนวิธีที่ค้นหาตัวตนของตนเอง Who am I? และรู้ถึงวิธีการประยุกต์ด้วยการทำงานตาม Style ที่ตนเองถนัดซึ่งจะทำให้ตัวเราเพลิดเพลินมีความสุข นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้กระบวนการธรรมชาติการรับรู้ของคน การประมวลผลจากบางส่วนของข้อมูลรับรู้และประสบการณ์ ซึ่งแต่ละคนจะได้ผลลัพ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่อาจารย์เปรียบเทียบ ได้แก่  เรื่องลูก 8 คน ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ด้วยกันแต่มีนิสัยที่แตกต่างกันเป็นต้น นอกจากนี้อาจารย์ยังให้แนวคิดทุกคนไม่ต้องการเป็นคนชั่วแต่การกระทำที่ออกมาเนื่องจากข้อจำกัดของข้อมูล การกรองรับข้อมูลและสติปัญญา ซึ่งข้อคิดนี้สำคัญมากเพราะข้าพเจ้าจะนำไปใช้เป็นหนึ่งเครื่องมือในการบริหารต่อไป
วุฒิไกร สร่างนิทร

วันที่ 30 มกราคม 2556 วันนี้เป็นวันที่สองของการอบรม เริ่มปรับตัวเข้าสู่บรรยากาศของการอบรมแล้ว เริ่มคุ้นเคยกับ พี่ๆเพื่อนๆผู้บริหารที่เข้ารับการอบรม ซึ่งข้าพเจ้าให้ความสำคัญมากเพราะอนาคตในการทำงาน กฟผ.เราต้องพึ่งพากันและร่วมทางเดินไปด้วยกันอีกยาวไกล

ช่วงเช้าเป็นหัวข้อเรื่อง Mind Mapping สำหรับผู้บริหารและการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม โดย อาจารย์ ขวัญฤดี ผลอนันต์  ครั้งแรกนึกว่าเป็นการทำงาน QCC มีก้างปลา แต่ครั้งได้เรียนรู้กับอาจารย์เรื่อง Mind Mapping พบว่ามีความลึกซึ้งกว่านั้น เป็นเทคนิคการจดบันทึกที่พัฒนาขึ้นจากความรู้เรื่องสมองและความทรงจำของสมองคนเราจริงๆรจดบันทึก คนเราเมื่อพบเจอสิ่งใดจะเกิดการเรียนรู้ แต่หากทำซ้ำกันเกิน 100 ครั้งจะเกิดเป็นนิสัย  สำหรับสิ่งที่จะนำไปประยุกต์ใช้งานคือการทำ Mind Mapping บ่อยๆจะทำให้สมองถูกใช้งานไม่ห่อเหี่ยว-สมองไม่ผ่อ เป็นคนคิดได้เร็ว และที่สำคัญจะเป็นการพัฒนาจาก ความรู้ สู่ จิตนาการ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของสุดยอด ผู้นำ

ช่วงบ่าย ช่วงที่ 1 เป็นหัวข้อเรื่อง Creative Thing and Value Creation และการสอนการออกแบบเพื่อการพัฒนา กฟผ.ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย อาจารย์ ฌรงค์ ผ้าเจริญ อาจารย์ท่านเป็นคนที่สอนในแนวศิลปิน มีความคิดเชิงจิตนาการสูง คิดนอกกรอบ มองจากภาพใหญ่ลงสู่ภาพเล็ก เล็งเห็นความสำคัญในรายละเอียด มีความคิดที่แตกต่าง ให้ความสำคัญแบบเสมอภาค ขายแนวความคิด เช่น แนะนำให้ สร้างต้นไม้ กฟผ. เปลี่ยนโรงไฟฟ้าเป็นแหล่งเรียนรู้ สิ่งที่ได้จาการเรียนรู้กับอาจารย์ เราควรเคารพแนวความคิดของคนที่มีความเห็นแตกต่าง มีความเห็นนอกกรอบ ซึ่งในบางเรื่องอาจจะเป็นเครื่องมือนำความความสำเร็จสู่ กฟผ.ก็เป็นไปได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีทั่วไป

ช่วงบ่าย ช่วงที่ 2 เป็นหัวข้อเรื่อง การเลือกหัวข้อโครงการแบบวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย อาจารย์กิตติ ชยางคกุล ได้นำเสนอหัวข้อโครงการจำนวน 6 เรื่องสำหรับ 6 กลุ่ม ซึ่งกลุ่ม 4 ของข้าพเจ้าได้เลือกโครงการที่ 6 เรื่อง ภาพอนาคตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ปี 2525 และได้ข้อสรุปให้สมาชิกแต่ละท่านทำ Mind Mapping มาเสนอในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 56 นี้


บุญส่ง จีราระรื่นศักดิ์

Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร  (อ.ขวัญฤดี ผลอนันต์)

  เนื่องจากสมอง 2 ซีกของมนุษย์จะมีทักษะต่างกัน ซีกซ้ายมีทักษะในการคำนวณ การใช้เหตุผล การแก้ปัญหา

ซีกขวามีทักษะด้านจินตนาการ ความสามารถทางศิลปะ ในการจดบันทึกทั่วไป ส่วนใหญ่จะใช้สมองซีกซ้ายทำให้ไม่สามารถนำความคิดหลากหลายมาเชื่อมโยงกันได้ Mind Map จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยการจดบันทึกโดยใช้สมอง 2ซีกได้อย่างเต็มที่

  จากการทดลองทำ Mind Map รู้สึกว่าสามารถเชื่อมโยงและแตกแขนงความคิดในการบันทึกข้อมูลได้ดีมาก จดจำง่ายด้วยถ้าเพิ่มรูปภาพหรือสัญลักษณ์เข้าไปอีก อาจารย์มอบหมายให้ทำ 100แผ่น ตามทฤษฎี ทำบ่อยๆ จะเกิดทักษะ ผมก็จะพยายามครับ

Creative thinking and value  creation  (อ.ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ)

  หัวข้อนี้แม้จะอยู่ช่วงบ่ายแต่ไม่ง่วงเลย ฟังอาจารย์บรรยายเล่าเรื่องราวต่างๆจากประสบการณ์จริงๆของอาจารย์แล้วสนุก และมีสาระมาก รู้สึก get หลายอย่าง ความคิดบางอย่างเหมือนคิดเล่นๆ เป็นไปไม่ได้หรอกแต่กลับได้เต็มๆ

ดังนั้นอย่าหมิ่นความคิดใครแม้เด็กตัวเล็กๆ ส่วนใหญ่เรามักจะคิดแล้วติดทฤษฏี จึงทำให้ทฤษฏีตีกรอบความคิด ผมนึกถึงคำพูดไอสไตน์ที่ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ขึ้นมาทันที  อย่าเป็นหัวสี่เหลี่ยม คิดนอกกรอบบ้าง ฟังเด็กคิด หรือคนความรู้น้อยคิดบ้าง อาจจะได้ความคิดนอกกรอบดีๆขึ้นมา  อาจารย์บอกว่าโลกปัจจุบันเข้าสู่ยุค visual culture

อันนี้ผมเชื่อเลย สมัยก่อนอ.เชียงคานผมไปเที่ยวแค่แก่งคุดคู้ ในตัวเมืองเงียบมากไม่มีใครสนใจ มีใครไม่รู้ไปถ่ายรูป แล้วบรรยายภาพให้เห็นบรรยากาศบ้านไม้เก่าๆ การใช้ชีวิตที่ สงบ เนิบช้า แล้วpostให้เพื่อนๆดูในsocial media หลังจากนั้นก็กระตุ้นความอยากไปของหลายๆคนที่เข้ามาอ่าน  ไม่นานหลังจากนั้นผมไปเชียงคานอีกครั้ง โอ้โฮนี่มัน

Studio กลางแจ้งขนาดใหญ่นี่เอง มีมุมให้ถ่ายภาพสวยๆ เต็มไปหมด เดี่ยวนี้ชาวบ้านไม่ต้องไปทำนา หาปลาแล้ว เปิด เกสต์เฮ้าส์กันหมด แน่นตลอด ช่วงหนาวต้องจองก่อนหลายเดือนถึงจะได้  พออาจารย์พูดถึง  เพลินวาน ที่หัวหิน

แม้ไม่มีที่จอดรถ คนยังแน่นตลอด ผมเลยนึกภาพออก เพราะว่าโลกปัจจุบันเข้าสู่ยุค visual cultureแล้วจริงๆคงต้องไปคิดต่อเรื่องต้น EGATที่อาจารย์ฝากไว้

  อาจารย์พูดถึง  หมู่บ้านแม่กำปองที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านยั่งยืน หมู่บ้านแม่วาง-แม่วินที่ปลูกผักขายโครงการหลวง เป็นการจัดการความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้เกิดคุณค่าอย่างมาก ผมรูสึกว่าอยากไปดูงานมากครับ หลักสูตรนี้น่าจะพาไปบ้างนะครับ ไม่ได้ไปต่างประเทศ ไปที่นี่ยังดีครับ

การเลือกหัวข้อโครงการ (อ.กิตติ ชยางคกุล)

  กลุ่ม 2 เลือก  กลยุทธและแผนงานเชิงนวัตกรรมเพื่อพิสูจน์เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของ กฟผ.  ครับ

  บุญส่ง จีราระรื่นศักดิ์

  30/1/56

 


เรียน อาจารย์ดร.จีระ

  ผมขอสรุปความรู้ที่ได้เรียนวันนี้ดังนี้

  จากเรื่องผู้นำแห่งทศวรรษใหม่

1.ได้รู้วิธีการเรียนรู้ของ ดร.จีระ โดยใช้ 4L ,2R ,2I ,3L ,C&Eและ C-U-V

2.ผู้นำและผู้ตามต่างกันอย่างไร

  ผู้นำให้ความสำคัญเรื่องคนใช้วิธีสร้างศรัทธากับลูกน้อง มองอนาคตระยะยาวและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

  ผู้จัดการให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นระบบใช้วิธีควบคุมลูกน้อง มองผลงานระยะสั้น และมักจะไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

3.ผู้นำมีหลายแบบดังนี้

  Trust/Authority

  Charisma

  Situation

  Quiet Leader

4.คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ ในประเทศไทย

  Integrity Leadership Style

  Grooming Future Leader

  Global Network Leadership

  Balancing Style Leadership

  Leadership of Diversity And Innovations

5.การสร้างผู้นำ ใช้ 5 ทฤษฎี 5E

  Example

  Experience

  Education

  Environment

  Evaluation

 

ความรู้จากอาจารย์พจนารถ เรื่อง Leading People

1.ได้เรียนรู้ ศูนย์ทั้ง 5 ของมนุษย์ซึ่งประกอบไปด้วย ธาตุแท้ สติปัญญาร่างกาย ความรู้สึก และมโนธรรมลึกซึ้ง และ ทำให้รู้วิธีค้นหาตัวเอง

2.รู้ 6 Core Needs Of Human Beings

  Certainty/Security

  Uncertainty/Variety

  Connection & Love

  Significance

  Growth

  Contribution

3.Fears Of Human Being

  Not Good Enough

  Not Being Loved

  Not Belong To

อติชาติ โซวจินดา

 

ผู้นำ (Leader) มีความแตกต่างจากผู้จัดการ (Manager) โดยผู้นำจะต้องมีความสามารถในการบริหารด้วยและต้องมองภาพใหญ่ทั้งทางด้านโลกาภิวัฒน์และผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมของสถานะการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีนัยสำคัญต่อการบริหารงานในการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ  คุณลักษณะของผู้นำส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์แต่สิ่งสำคัญ คือการเรียนรู้ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ทั้งทางด้านทักษะ ความรู้ และ ทัศนะคติ โดยอาจจะศึกษาได้จาก ตัวอย่างแม่แบบ(Role Model)  หรือมีโอกาสได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์  หรือการศึกษาและพัฒนาจากการอบรม และอ่านหนังสือตำราต่างๆ  ทั้งนี้ผู้นำจะเน้นศรัทธาแทนการสั่งการและเน้น Why มากกว่า How และที่สำคัญ ดังนั้น จะเป็นผู้นำที่ดีของ EGAT จะต้องมองภาพใหญ่ มี Vision มองอนาคตออก มีคุณธรรมและจริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากก็คือ Trust หรือความศรัทธาในผู้นำนั้น  จึงจะทำให้ผู้นำสามารถตัดสินใจและนำพา EGAT ไปสู่จุดมุ่งหมาย และประสบความสำเร็จได้

Leading Peopleต้องถามตัวเองว่า Who am I? เพื่อให้รู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange   เรามี Need และ Fear  Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งถ้าเราเป็น Leader  ที่ดีจะต้องมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก 


วันที่ 29 มกราคม 2556

หัวข้อ  การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

ได้เรียนรู้ผู้นำ สามารถเรียนรู้ และฝึกฝนได้  สำหรับผู้นำที่ดี ต้องมีความรับผิดชอบ ต้องบริหารความหลากหลายให้ได้  รู้จักสร้างศรัทธา  รับฟังผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ใต้บังคับบัญชา มีเมตตา สร้างบรรยากาศให้เกิด Value Added Value Creation และ Value Diversity และข้อสำคัญ ผู้นำต้องอ่านหนังสือ (Leader/Reader)

หัวข้อ Leading People

ได้เรียนรู้ จะเป็นผู้นำที่ดี จะต้องค้นหาธาตุแท้ของตัวเอง มีข้อดีอะไรบ้าง ตั้งเป้าหมายว่า จะเป็นผู้นำแบบไหน (แบบมีสาระ) ติดอุปสรรคอะไร  จากนั้นเติมเต็ม Needs ในด้านบวก (เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตอาชีพของเรา) หัดชมครอบครัว  ผู้ใต้บังคับบัญชา การเข้าใจชีวิตมากขึ้น ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น เก่งขึ้น ถือว่าก้าวหน้า (มี Growth)


นายสาเรศ. อินทุเศรษฐ

           Mind-Mapping ถือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากสำหรับ การบริหาร การจัดการ หรือแม้กระทั่งการวางแผน เป็นเครื่องมือการแก้ปัญหา เพื่อสร้างแนวทางการแก้ไข และการปฏิบัติการได้อย่างชัดเจน

Mind-Mapping สามารถใช้ได้ทั้งเชิงลบ และเชิงบวก คุณอาจจะนำเอาปัญหามาตั้งเป็นหัวข้อ หรือจะนำเอาความคิดสร้างสรรค์มาตั้งเป็นหัวข้อก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการ

ข้อดีของการทำ Mind-Mapping

1.  ทำให้เห็นภาพรวมกว้าง ๆ ของหัวข้อใหญ่ หรือขอบเขตของเรื่อง

2.  ทำให้สามารถวางแผนเส้นทางหรือตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เพราะรู้ว่าตรงไหนกำลังจะไปไหนหรือผ่านอะไรบ้าง

3.  สามารถรวบรวมข้อมูลจำนวนมากลงไว้ในกระดาษแผ่นเดียวกัน

4.  กระตุ้นให้คิดแก้ไขปัญหา โดยเปิดโอกาสให้มองเห็นวิธีใหม่ ๆ ที่สร้างสรรค์

5.  สร้างความเพลิดเพลินในการอ่านและง่ายต่อการจดจำ

จะนำไปประยุกต์ใช้อย่างไร

1. ใช้ระดมสมองในการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน

2. ใช้นำเสนอข้อมูล นำไปใช้ในการนำเสนอต่อที่ประชุมต่างๆ รวมถึงงานเผยแพร่ข้อมูลของงานให้แก้หน่วยงานภายนอกหรือประชาชนทั่วไปได้รับทราบได้ เพราะจะสามารถมองภาพรวมได้ง่ายขึ้น

3. ใช้จัดระบบความคิดและช่วยความจำ ในกรณีที่งานมีปริมาณมากหรือมีขั้นตอนกระบวนการซ้ำซ้อน การใช้ Mind-Mapping จะช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น มิให้สับสน

4. ใช้วิเคราะห์เนื้อหาหรืองานต่าง ๆ

5. ใช้สรุปหรือสร้างองค์ความรู้ เพื่อนำไปถ่ายทอด หรือ ใช้สอนงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ปฏิบัติงานใหม่ได้

   Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน อาจารย์ได้ให้มุมมองความคิดโครงการซึ่งเป็นลักษณะความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นมุมมองความคิดที่แตกต่างจากมุมมองปกติ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแข่งขันในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุค Post Model เป็นยุคแห่ง สหวิทยาการ โลกสมัยใหม่เป็นโลกแห่งจินตนาการ ใครคิดแปลก คิดสร้างสรรค์ จะสามารถอยู่รอด และเป็นผู้ชนะ เรื่องข้อมูลเป็นเรื่องที่สำคัญ จำเป็นจะต้องใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ที่สำคัญจะต้องมี Network ซึ่งจะต้องร่วมมือกันเป็นเครือข่ายระหว่างองค์กร หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และสถานศึกษา กฟผ.ไม่จำเป็นจะต้องดำเนินการเองทั้งหมดสามารถใช้เครือข่ายดำเนินการก็จะสามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ สำหรับโครงการของ กฟผ.จำเป็นจะต้องได้รับความไว้วางใจ ความเชื่อใจจากประชาชน การทำแผนให้มองภายในองค์กรก่อนโดยเอาคน กฟผ.เป็นตัวตั้งจะต้องมีการคิด Innovation ใหม่ๆ 

วันที่  29 มกราคม 2556

หัวข้อที่ 1  การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.

ขอขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ ที่ให้ความรู้ในเรื่องแนวทางและกุญแจสำคัญของภาวะผู้นำ และการสร้างผู้นำในอนาคตขององค์กร  การสร้างโอกาสจากการเรียนรู้ร่วมกัน และแบ่งปันความรู้กัน การสร้างศรัทธา และคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่ดี อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างความเจริญเติบโตให้ กฟผ. อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

หัวข้อที่ 2  Leading People

ได้รับความรู้ความเข้าใจในการรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น เข้าใจกระบวนการการทำงานของศูนย์ทั้ง 5 ของมนุษย์  เข้าใจธาตุแท้ของตัวเองยิ่งขึ้น เป็น ประโยชน์ทั้งในด้านการบริหารจัดการงาน และชีวิตตนเอง มีแนวทางการตัดสินใจที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีทั้งต่อตนเองและผู้อื่น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อองค์กร  ขอขอบพระคุณอาจารย์นะค่ะ


วันที่  30 มกราคม 2556

หัวข้อที่ 1  Mind Mapping  สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

-  ได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของสมอง การฝึกคิด การเรียงลำดับความคิด การจับประเด็นสำคัญ การเชื่อมโยง

ข้อมูล สามารถนำไปใช้ในการวางแผน บริหารจัดการงาน และชีวิตส่วนตัว และยังสามารถนำไปแนะนำลูกให้ใช้ประโยชน์ในเรื่องการเรียนได้ด้วยค่ะ ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์มา ณ.ที่นี้ด้วยค่ะ

หัวข้อที่ 2  Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

-  ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการคิดที่เป็น Value คำนึงถึง Stakeholder เสมอ  ความรู้ในเรื่องของ Knowledge Base Society Creative Base Economy รวมทั้ง Competitive Advantage Experiental Marketing  และแนวโน้มวิถีชีวิตแบบใหม่ Visual Culture  ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการคิดและออกแบบโครงการของ กฟผ. ที่ช่วยเหลือสังคมได้ตรงกับความต้องการของประชาชน

หัวข้อที่ 3  การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

-  ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ Innovation Thinking Approach การโน้มน้าวและองค์ประกอบที่สำคัญของการนำเสนอโครงการที่มีความเหมาะสม สอดคล้อง  และตรง


เกรียงไกร ไชยช่วย

วันนี้ ช่วงเช้าได้เรียนรู้เรื่อง Mind map กับอาจารย์ ขวัญฤดี ผลอนันต์  ซึ่งเป็นเทคนิคการพัฒนาสมองทั้งสองซีกให้สมดุลย์กัน และดึงเอาศักยภาพของสมองที่มีอยู่เอามาใช้ให้ได้มากขึ้น  โดยการฝีกการเขียนหรือสรุปงานด้วยการใช้สัญญลักษณ์, เส้น, สีที่แตกต่างกัน  แทนการเขียนทั่วไปตามปกติ  เพราะสมองจะจดจำรูปภาพได้ดีกว่าตัวหนังสือจากการฝึกหัดรู้สึกได้เลยว่าดีมาก  จะช่วยงานในเรื่องความจำได้เยอะ ถ้ามีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง   

ช่วงบ่าย อาจารย ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ  ได้บรรยาย Creative thinking and value creation ได้ความรู้และเปิดมุมมองใหม่ๆ ได้มากครับ โดยเฉพาะในปัจจุบัน  การตอบสนองทางสังคม ควรเป็นsense @ response  มากกว่าที่จะเป็นแบบMade and sale  หรือประเด็นCorporate communication ก็เป็นโจทย์ที่น่าคิดสำหรับ กฟผ. ว่า ในภาวะปัจจุบัน เราทำได้ดีเพียงไร

ช่วงท้าย อาจารย์ กิตติ ชยางคกุล ได้มอบความรู้ในเรื่องการเลือกโครงการที่ดีนั้น ต้องตอบโจทย์  2R ให้ได้ คื อ 1.Relevance  ต้องเกี่ยวข้องกับEGAT  2.Realistic ต้องเอาไปใช้ได้จริง  และเมื่อทำแล้วก็ต้องมี Value added,มีValue creation  และมีValue diversity   ต้องขอบคุณอาจารย์ทั้งสามท่าน มา ณ โอกาสนี้ อีกครั้ง ครับ

  เกรียงไกร ไชยช่วย  31 มกราคม 2556


วันที่ 30 มกราคม 2556

หัวข้อ Mind Mapping สำหรับผู้บริหารและการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

Mind Map (เป็นเครื่องมือฝึกสมองชนิดหนึ่ง) เป็นแผนที่ทางความคิดที่จะเชื่อมกับจินตนาการ  ความรู้ที่มีอยู่แล้ว ถ้าจะเพิ่มความรู้ได้จะต้องมีจินตนาการ (ฝึกคิด) ด้วย   อะไรที่ต้อง จด คิด วางแผน สามารถทำเป็น Mind Map ได้หมด (Mind Map เป็นเครื่องมือที่ช่วยสรุปความ  จับประเด็น)  Mind Map ผสมกับเครื่องมืออื่นได้ เช่น ผัง แผนภูมิ ก้างปลา Flow Chart   สมองมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จำตัวเลข ตัวหนังสือ แต่สมองชอบจำ พวกภาพที่มีสีสรรมากกว่า (สัมพันธ์กับสมองซึกขวา)

การใช้งาน Mind Map

-  ทำให้การใช้เวลามีประสิทธิภาพมากขึ้น

-  ทำให้การสื่อสารในกลุ่ม  ในที่ประชุม เข้าใจง่ายขึ้น

-  ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากสมอง 2 ซีก ประสานกัน

  สมองซีกซ้าย -  จัดลำดับงาน  วิเคราะห์ (เกี่ยวกับรูปธรรม)

  สมองซึกขวา -  จินตนาการ มองอะไรที่เป็นภาพรวม (เกี่ยวกับนามธรรม)

  ความจำ (ของสมอง) ระหว่างเรียนรู้ จะเป็นรูปเรือหงส์ (เริ่มต้น และตอนท้าย จะจำได้แม่น

  ที่สุด)

-  การทำ Mind Map จะต้องหัดสร้างความสัมพันธ์ สร้างการเชื่อมโยงข้อมูล ทำบ่อย ๆ สมองจะจำได้มากขึ้น เช่น วางแว่นตาใกล้กับอะไร

-  การทบทวน สรุปความ จับประเด็น ตั้งแต่ต้น มันจะไปดึงความรู้เดิม (ที่มีอยู่แล้ว) มาได้มาก และจะเข้าไปสู่ ความทรงจำระยะยาว เช่น ประชุมเสร็จ ควรจะรีบสรุปความจับประเด็น

องค์ประกอบที่ช่วยในการจำของ Mind Map มีองค์ประกอบ 5 ส ดังนี้

1.  สัญญลักษณ์ (ภาพ, คำ)

2.  สั้น (keyword)

3.  เส้น  สาย

4.  สี

5.  สวย  สร้างสรรค์

หัวข้อ Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ.

  ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความคิดสร้างสรรค์ มาจาก ของเดิม ทุนเดิม (ทุนมนุษย์  ทุนวัฒนธรรม ทุนสิ่งแวดล้อม ความรู้ชุมชน) ที่มีอยู่แล้ว + ความคิดใหม่ + จินตนาการ

การออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

- Demand Management  ค้นหาลูกค้า คือใคร อยู่ที่ไหน

  (โรงงาน อุตสาหกรรม เกษตร ท่องเที่ยว)

- Value Exploration  ค้นหาความต้องการของลูกค้า

- Core Competencies  ความสามารถหลักของเรา

- Network Management  การจัดการเครือข่าย หาแนวร่วม

หัวข้อ  การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

อาจารย์ มอบหมายให้ทำโครงการเรื่อง “นวัตกรรมเพื่อการพัฒนากิจการของ กฟผ. ให้ก้าวไกลในเวทีอาเซียน 2015” และนำเสนอผู้บริหาร กฟผ. ประมาณเดือน พฤษภาคม 2556 โดยโครงการจะต้องมี   3 V คือ Value Added, Value Creation, Value Diversity และ 2 R คือ Reality และ Relevance


วันที่ 31 มกราคม 2556

เรียน  ท่านอาจารย์จีระ  หงส์ลดารมภ์

ได้เร่งรีบอ่านหนังสือ “8K’s + 5K’s : ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน ซึ่งอาจารย์จีระฯ ได้ถ่ายทอดแนวคิดและทฤษฎีเพื่อพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับการก้าวสู่การเปิดเสรีอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) ในปี 2558 แม้มีเวลาน้อยประกอบกับการอ่านของกระผมเป็นไปอย่างช้าๆ เพื่อจับประเด็นนำมาประยุกต์ใช้กับตนเองและองค์กรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และต้องรายงานตามกำหนดเวลา แต่ด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจและน่าติดตามจึงอ่านจนจบ (จำเป็นต้องอ่านข้ามบางหน้า) 

ทฤษฎีพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ ตามแนวคิดทฤษฎี 8K’s หรือทุน 8 ประการ เป็นพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ประกอบด้วย

K1Human Capitalทุนมนุษย์

K2Intellectual Capitalทุนทางปัญญา

K3Ethical Capitalทุนทางจริยธรรม

K4Happiness Capitalทุนทางความสุข

K5Social Capitalทุนทางสังคม

K6Sustainable Capitalทุนทางความยั่งยืน

K7Digital Capitalทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

K8Talented Capitalทุนทางความรู้, ทักษะ และทัศนคติ

   นอกจากแนวคิด 8K’s ทฤษฎีพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพมนุษย์ยังมีทุนอีก 5 ประการ ที่มีความสำคัญ ซึ่งช่วยให้ทุนของมนุษย์ของประเทศไทยมีคุณภาพเพียงพอสามารถแข่งขันในสังคมอาเซียน ได้อย่างสง่างามและยั่งยืน ทฤษฎี 5K’s (ใหม่) ประกอบด้วย

Creativity Capitalทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์

Knowledge Capitalทุนทางความรู้

Innovation Capitalทุนทางนวัตกรรม

Emotional Capitalทุนทางอารมณ์

Cultural capitalทุนทางวัฒนธรรม

   ทฤษฎี 8K’s และ 5K’s (ใหม่) เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างคุณภาพของทุนมนุษย์เพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน

การพัฒนาทุนมุนษย์ในกรอบของ AEC ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 10 ประเทศเกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงของการร่วมมือกัน 3 เรื่องใหญ่ ประกอบด้วย

-เศรษฐกิจและการค้า การลงทุน

-สังคมและวัฒนธรรม

-ความมั่นคงทางการเมือง 

นอกจาก 10 ประเทศแล้วยังมีอาเซียน+3 ที่มีจีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หรืออาเซียน+6 รวมถึง อินเดีย, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ซึ่ง AEC เปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติและเกิดการแข่งขันทางด้านแรงงานอย่างรุนแรง

ดังนั้นทฤษฎี 8K’s + 5K’s ของท่านอาจารย์จีระฯ เป็นทฤษฎีที่สำคัญที่องค์กร กฟผ. ต้องตระหนักและทำความเข้าใจ AEC อย่างถ่องแท้ พร้อมต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพเตรียมรับโอกาส/ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ 

กฟผ. มีบริษัทในเครือ เช่น RATCH, EGCO, EGATi หรือแม้แต่ กฟผ. เอง AEC ก็เป็นโอกาสในการแข่งขันเพื่อพัฒนาองค์กรและภาพอนาคต กฟผ. ตามวิสัยทัศน์องค์กร “เป็นองค์กรชั้นนำในกิจการไฟฟ้า ระดับสากล” 

กระผมเคยได้ฟังเสวนาของท่านกอบศักดิ์ฯ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ มหาชน จำกัด ซึ่งพอจับใจความได้ว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น ซึ่งสามารถพิมพ์เงินได้ แต่ไม่สามารถสร้างคนไปทำงานได้ เนื่องจากความเจริญทางเศรษฐกิจที่ถดถอย หรือแม้แต่ประเทศในยุโรป (EU) ที่จะเกิดในอนาคต

 ขอบคุณครับ

จากนายวีระ  วิสุทธิ์

ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมแหล่งพลังงาน สายงานเชื้อเพลิง


ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น

31 มกราคม 2556

บรรยายโดย ดร.กมล  ตรรกบุตร

  ศ.ดร.ปณิธาน  ลักคุณะประสิทธิ์

ดำเนินการอภิปรายโดย ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

ดร.กมล  ตรรกบุตร

-  เริ่มการบรรยายโดยปูพื้นฐานในด้านพลังงาน เรื่องแผนพัฒนาพลังงาน และสรุปสถานะของเรื่องแผ่นดินไหว

-  ในภาพรวมของประเทศไทยในเรื่องของพลังงานขั้นต้น พบว่า ในเรื่องพลังงานจากก๊าซธรรมชาติการผลิตพลังงานไฟฟ้าในปีนี้ยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติอยู่

-  การใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 70% มีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

-  ภาพรวมของโลกน้ำมันเหลืออีก 40 ปี

-  ก๊าซธรรมชาติเหลืออีก 70 ปี

-  ถ่านหินเหลืออีก 100 กว่าปี

-  แต่ถ้าเป็นยูเรเนียมเมื่อใช้แบบ Recycle สามารถใช้ได้หลายพันปี

-  การผลิตไฟฟ้า มี 5 generation  การพัฒนาจะเน้นเรื่องประสิทธิภาพและการใช้งาน

แผน Long Term ระยะยาว จะทำการรื้อถอนทั้งหมด

โรงไฟฟ้าอื่น ๆ ทำอะไรบ้าง

·  กรณีของคาซิวาซากิที่เป็นของโตเกียว ได้เอาประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของฟูโกชิมามาแก้ไข ตัวอย่างเช่น เอาเครื่องดีเซลมาใช้ทันที

·  ประเทศไทยได้ดำเนินการในขั้นต้นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เรียบร้อยแล้ว และได้รับความเห็นชอบจาก IAEA  ว่าให้เหลือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แค่ 2 โรงและให้เสร็จในปี 2526  มีการให้รายงานในเรื่องความเหมาะสมที่ได้ราคาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในปี 2563 และพบว่าโรงไฟฟ้า 4,000 เมกะวัตต์ของเวียดนามเริ่มทำแล้วคาดว่าจะเสร็จก่อน

บทสรุป

1. แนวทางการพึ่งพาในหลาย ๆ ประเทศเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากภาวะโลกร้อนจากการเผาเชื้อเพลิงที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก

2. ปัจจุบันมีการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติค่อนข้างมาก การซื้อไฟจากต่างประเทศ ทำให้ไม่มั่นคง

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

·  ในการอบรมรุ่นที่ 3, 4, 5 ของ กฟผ.นั้นให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานจากนิวเคลียร์มาก แต่พอมาในสมัยของคุณอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ เนื่องจากมีกรณีของสึนามิที่ญี่ปุ่น ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกติดลบกับนิวเคลียร์และไม่เอาพลังงานนิวเคลียร์เลย ประเด็นอยู่ที่เรื่องความไม่แน่นอน ดังนั้นในรุ่นนี้จึงจำเป็นต้องจัดการความไม่แน่นอนให้ได้ (Unpredicable + Uncertainty) แต่ปัญหาคือคนไทยไม่ค่อยมีการวางแผนระยะยาว แต่พอเจอปัญหาระยะสั้นจะตื่นเต้นกับสิ่งนี้

ดร.ปณิธาน 

·  เรื่อง Clean Energy ที่ดร.กมลเล่าให้ฟังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่อยากถามเรื่องผู้ที่เกี่ยวข้องจะจัดการเรื่อง Nuclear Waste ได้อย่างไร

การใช้ประโยชน์ได้มากกว่าตอนเป็นแท่งเชื้อเพลิง มีหน่วยงานที่สามารถเอาเชื้อเพลิงมาให้เราแล้วพอครบอายุก็จะกลับมา

โรงไฟฟ้าจะมีที่เก็บเหมืองใต้ดิน และมีระบบจัดการต่าง ๆ ดังนั้นภายใน 50 ปี  20 กก.ต่อแท่งจะเก็บไว้ก่อน มีการทำสัญญาในเรื่องการบริหารอย่างดี

·  ดร.จีระ ถามว่า นโยบายรัฐบาลปี 2026 เป็นนโยบายชัดเจน หรือเลื่อนไปอีก ทรัพยากรมนุษย์ที่มาทำเรื่องนี้จะมาจากไหน การจัดการกับ NGOs ต่อรองได้  เอาจริงไหม

แผนนี้ยังทำเรื่อย ๆ  การดำเนินงานลักษณะนี้กรมพลังงานไม่กล้าทิ้งและไม่กล้าออกหน้ามาก ตอนเราแผนนั้นเริ่มทำจากความเหมาะสม ได้ทดลองทำประชาพิจารณ์และทำโพล ได้ถามว่าความเห็นเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เห็นด้วยกี่เปอร์เซ็นต์ ผลคือเห็นด้วย 60%  แต่ถ้าที่ใกล้ ๆ เห็นด้วย 30 % แต่ถ้าในหมู่บ้าน 20 % รัฐบาลไทยบอกว่าให้ลองไปทำแบบสำรวจใหม่ แล้วถ้าผลสำรวจเป็นในมุมกลับกัน เช่นในหมู่บ้านเห็นด้วย 60% น่าจะสามารถยินดีให้ทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้  บางครั้งถ้ายังไม่มีคู่แข่งที่ชัดเจนรัฐบาลจะยังไม่ตัดสินใจ

ดร.จีระ เสนอว่า ถ้ามีความสามารถชัดเจน และนโยบายชัดเจนจะสามารถทำได้ แต่จากเหตุการณ์วิกฤตทำให้แนวทางสร้างโรงไฟฟ้าเกิดชะงักลง  ถ้าไม่มีไฟฟ้าจะทดแทนด้วยอะไร

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

1. ความจริงแล้วรัฐบาลเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่รัฐบาลไม่เข้มแข็งเนื่องจากเป็นประชานิยม ดังนั้นนโยบายจึงเป็นเรื่องยาก ส่วนเวียดนามจะสร้างหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับเรา อยากทราบว่าพลังงานทางเลือกที่เข้ามาใหม่คืออะไร เช่นฝรั่งเศส การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลดลง แต่เริ่มหันมาสนใจ Clean Coal มากขึ้น

ดร.กมล  เห็นด้วยในเรื่อง Clean Coal 100 % แต่ขึ้นอยู่กับว่าไปศึกษามากน้อยแค่ไหน ต้องมีระบบกำจัดที่มีต้นทุนมาก ตามแผนไม่ว่ามีโรงไฟฟ้ากี่โรงก็ตาม เน้นระบบเผาไหม้มีประสิทธิภาพสูง แต่การจัดการจะมีมากขึ้น  สิ่งสำคัญคือการยอมรับของประชาชนจะมาอันดับแรก

ดร.ปณิธานเรื่อง Clean Coal น่าจะมีการวิจัยในระดับประเทศ ให้มี R&D ร่วมกับสถาบันการศึกษาและหลายสถาบัน ศึกษาปัญหาต่าง ๆ ว่ามีอะไรบ้าง จะได้มีคำตอบ และมีอะไรที่ต้องเตรียมไว้เพื่อดำเนินการ และเตรียมเพื่อความปลอดภัยอย่างไร

2. พลังงานไม่ว่าได้ด้วยวิธีใดมีผลกระทบแน่นอน ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะจัดการของเสียที่เกิดขึ้นได้อย่างไร  ทำไมไม่เน้นเรื่องการจัดการให้เยอะขึ้น ให้การศึกษาประชาชนมากขึ้น และตอบแทนกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ  หมู่บ้านที่ได้รับการสร้างจะต้องได้รับผลประโยชน์คุ้มค่ากับผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนั้น ในเรื่องนี้ถ้ามีแนวโน้มในการจัดการ ผู้ได้รับผลกระทบคุ้มค่าจะดึงหลาย ๆ สิ่งเข้ามา อย่างเช่น Clean Coal ถ้าจัดการไม่ดี ก็เกิดผลกระทบเช่นกัน และก่อให้เกิดความสะสมเช่นกัน ประเด็นคือเราต้องยอมลงทุนในเรื่องนี้ ของถูกและดีไม่ค่อยมี ของดีก็ต้องแพงด้วย

ดร.จีระ  ในรุ่น 8 พูดถึงการถือหุ้นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย เปลี่ยนผู้รับผลกระทบมาเป็น Owner ด้วยนับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ พอมาถึงเรื่องอาเซียน น่าจะมีโครงการ 1-2 ที่รองรับอาเซียน  ดังนั้นในเรื่องอาเซียน อยากให้คิดทฤษฎีกระเด้ง ในรุ่น 9 อยากให้ซีเรียส เราร่วมมือกันคิดโปรเจคใหม่ ๆ และบริหารไปสู่ความเป็นเลิศ

ดร.กมล เรื่องกองทุนขณะนี้ กฟผ.มีอยู่แล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารในการจัดการบริหารกองทุนให้ดี

3. ที่ ดร.กมลอธิบาย กฟผ.มีการเตรียมพร้อมด้าน Infrastructure แล้วเนี่ย ในเรื่องหน่วยงานอื่นที่ต้องออกใบอนุญาตต่าง ๆ ความพร้อมในการให้ใบอนุญาตมีพร้อมหรือยังถ้า รัฐบาลมีนโยบายให้ออก  เราเตรียมความพร้อมเรื่องคนมากน้อยเพียงใด เช่นเวียดนามเมื่อเปิดแล้วอาจเอาคนของ กฟผ.ไปด้วยเช่นกัน

ดร.กมล ในแง่ของการพัฒนา ปลัดฯ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้ออกใบแจ้งแล้ว การออกใบอนุญาตอยู่ในเขตสีแดงเนื่องจากตั้งแต่ปี 2501 สิ่งที่มีอยู่แล้วเป็นเพียงระดับเล็กต้องขยายให้ครอบคลุมในวงกว้างเข้ามา หน่วยงานที่ทำพ.ร.บ.ต้องเข้ามาทำมากขึ้น  ปรากฏว่าในปี 2507 ได้เริ่มมีการพัฒนาแล้ว ในเรื่องของ AEC การประชุมหลายฝ่ายไม่พร้อมจะเริ่มปลายปี 2558 สิ่งที่เกี่ยวข้องจะนำมาปฏิบัติเช่นเรื่องของวิศวกรรม ทำงานที่คุยกันมาคุยกันแล้วจูนอัพให้เข้ากันได้  ดังนั้นการเจรจาจะทำให้สิ่งต่าง ๆ ผ่านไปได้

4. จากแนวทางด้านพลังงานไม่ว่าจะเป็นนิวเคลียร์หรือถ่านหินได้ถูกให้ลดสัดส่วน โรงไฟฟ้าถ่านหินมีขนาดเป้าหมายอยู่ที่กระบี่  ปัจจุบันมีแนวโน้มที่พอเป็นไปได้ไม่เหมือนจังหวัดอื่นที่ถูกประท้วงอย่างแรง ประเด็นกฟผ.เนี่ย ถ้าในอนาคตหา Size ไม่ได้ ปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ 47 % ถ้าหา Size ไม่ได้น่าเป็นห่วง ในอนาคตความเป็นไปได้ในการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ขึ้นมาได้อย่างเป็นรูปธรรมจะทำอย่างไร

5.การไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นที่ประเทศไทย เพราะว่าเรากลัวว่าไม่ดีพอ ตัวอย่างญี่ปุ่นมีมาตรการที่ดีมากและมีวินัยที่ดียังเกิดปัญหา สำหรับประเทศไทยจะมีมาตรการและวิธีการอย่างไรที่ทำให้เกิดได้

6. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เวลาบรรจุในแผน แต่ถึงเวลาแล้วสามารถเลื่อนได้ 3,5,6 ปี คำถามคือตอนเวลาบรรจุในแผนนั้นสำคัญที่สุดเราจึงบรรจุหรือไม่ การเปลี่ยนรัฐบาลยังเปลี่ยนแนวคิด และเปลี่ยนแผนได้ รัฐบาลเข้าใจในการสื่อสารที่ดีพอหรือไม่

ดร.กมล  การไฟฟ้าที่บรรจุสามารถเลื่อนได้เพราะความต้องการลดลง มีพลังงานทางเลือกเช่นการใช้ก๊าซ LNG แต่ปรากฏว่าราคาปัจจุบันต้องสร้างค่ากรอง สร้างที่เก็บ ดังนั้นการนำเสนอจึงกลายเป็นพลังงานทางเลือก ฝ่ายวางแผนของรัฐบาลบอกว่าถ้าบอกความจำเป็นที่จะเกิดขึ้น น่าจะเป็นการสร้างความเข้าใจได้อย่างดี แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เรื่อง Size ถ้าทำความเข้าใจกับประชาชนได้ ก็ให้ทำต่อได้เลย ให้ผลักดันในเรื่องพื้นที่ไหนสร้างได้ และไม่ได้ แล้วสื่อสารให้เข้าใจเพื่อให้ผลักดันนโยบายได้ ในภาพรวมแผนจำเป็นต้องระบุไว้ แต่จะได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับผู้บริหารนั้น ๆ ในการดูแลและตัดสินใจ

ศ.ดร.ปณิธาน  ลักคุณะประสิทธิ์

กฟผ.พร้อมรับภัยพิบัติขนาดใหญ่หรือยัง

·  บทเรียนที่ได้จากภัยธรรมชาติในต่างประเทศ  การเกิด Worst Case Scenario มีจุดอ่อนหรือไม่ จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ตัวอย่างเช่นการเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ Solar Storm แผ่นดินไหว  เราจะสร้างการรับมือได้อย่างไร 

·  อาคารบัญชาการ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัด Power Grid สำรองในอาคารเหล่านั้น

·  Business Continuity Management กรณีตัวอย่าง SCG เช่นสมัยการเกิดจลาจลทางการเมือง SCG เกิด Interruption  Business  ดังนั้น เราควรมีการเตรียมแผนรองรับเหตุการณ์เหล่านั้น ลักษณะนี้หน่วยงานใหญ่ ๆ ในต่างประเทศจะมีการทำ BCM  ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถกู้สถานการณ์ได้รวดเร็วหรือไม่  มีระบบสำรองทางการผลิตไฟฟ้า และสำรองไฟฟ้าอย่างไร

·  ทุกครั้งที่คิดโครงการหรือเขียนแผน เราต้องนึกถึง Worst Case Scenario และ Unexpected

ตัวอย่างภัยธรรมชาติใหญ่  ๆ

1. Superstorm เกิดขึ้นแถวทะเลแคริบเบียน มุ่งหน้าไปทางเหนือก่อนขึ้นฝั่งตะวันออก 1 อาทิตย์ แต่ปรากฏทิศทางเปลี่ยนไปมาตลอด นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์

2. วิกฤตินิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น บทเรียนที่ได้คือ โรงไฟฟ้าแม้จะอยู่แต่ถ้าระบบพังก็เกิดวิกฤติได้  นโยบายพลังงาน จะต้องให้ความรู้รอบด้านเศรษฐศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ทำอย่างไรให้ปลอดภัย  ข้อเสนอแนะคือการวิจัย  Energy มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ต้องดูข้อลบในสิ่งนั้น ๆ เพื่อเตรียมการบรรลุในสิ่งที่ต้องการ เราต้องสร้างศักยภาพในการรักษาความปลอดภัยเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติให้ได้ เราต้องเสริมสร้างศักยภาพทางด้านนี้ วัฒนธรรมความปลอดภัยของคนในชาติเริ่มตั้งแต่การขนส่งแท่งเชื้อเพลิง ทุกขั้นตอนขบวนการผลิตทำให้เกิดปัญหาได้ วิศวกรต้องมองภาพความปลอดภัยของคนในทุกระดับ ทั้งสังคม โรงเรียน ครอบครัว  ปัญหาคือกากนิวเคลียร์จะสลายไปเมื่อไหร่ แล้วของที่เก็บไว้ในใต้ดิน เรามั่นใจได้อย่างไรในกรณีเลวร้ายว่าไม่เกิดปัญหาการรั่วซึม  ตัวอย่างเช่นบังคลาเทศได้รับสารพิษจากสารหนูมาจากแหล่งน้ำใต้ดิน และ 10 ปีต่อมาชาวบ้านได้รับสารพิษจากสารหนูเป็นต้น  

3. น้ำท่วมก็สามารถก่อความเสียหายจำนวนมาก

4. แผ่นดินไหว นักธรณีวิทยาค้นพบรอยเลื่อน 14  รายที่ประเทศไทยสามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ แต่ระยะเวลาที่จะเกิดยังอีกนานประมาณ 1,000 ปี  อย่างไรก็ตามก็ต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลา เพราะในไทยเคยเกิดแผ่นดินไหว 5.1 หน่วยริกเตอร์ที่ก่อให้เกิดรอยร้าวในอาคารได้ ต้องระวังให้ดี

สรุปคือความไม่แน่นอนธรรมชาติ ทำให้เราต้องระวังคือ Unpredictable แค่ไหนที่เราต้องระวังไม่ใช่มากเกินความจำเป็นเช่นอุกกาบาตชนโลก  ดังนั้นเราต้องหามาตรการรองรับความปลอดภัยที่เกิดขึ้น

Hyogo Framework for Action

สร้างและออกแบบอาคารให้รองรับความปลอดภัย มีมาตรฐานรองรับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้อย่างดี

Resilience

การ Upgrade Infrastructure และโรงไฟฟ้า รวมถึง การอนุรักษ์ธรรมชาติ ฟื้นฟูสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ให้เหมาะสม

การ Upgrade ต้องเสริมสร้างบุคลากรให้มี Capacity Building

การสร้าง Capacity Building

ใน Capacity Building มีหลายเรื่องเข้ามาเช่นการคอรัปชั่น จะเป็นการฆ่าคนทางอ้อม ส่งผลหายนะต่อประเทศได้

สรุป การประเมินข้อมูลว่าอะไรจะเกิดหรือไม่ต้องใช้ข้อมูลในหลาย ๆ ด้านประกอบ และประเมินอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่

ดร.จีระ สรุป

Leadership อันหนึ่งที่น่าสนใจคือ Leadership of Uncertainty and Unexpected เพราะว่าในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเกิดความไม่แน่นอนถี่ขึ้นเรื่อย ๆ อยากให้ดูตัวอย่างที่ประเทศจีน ผู้นำของเขาจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก

ถ้ามีภัยธรรมชาติที่รุนแรงแล้วคาดไม่ถึง แล้วมากระทบเราต้องมีตัว P คือ Prepareness  

หัวข้อนี้จึงเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และ Human Resource ร่วมกัน และเรื่อง Safety Culture เป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อประเทศไทย 

อีกเรื่องคือเรื่อง Trend  ราคาขึ้นเรื่อย ๆ น่ากลัวมาก และในเรื่องเศรษฐศาสตร์พลังงาน

การแสดงความคิดเห็น

1. ตรงถนน Highway Engineering ถูกหรือไม่ การทำคอนกรีตกั้นเมื่อทำตอนกันน้ำท่วม ออกแบบถูกหรือไม่ เพราะเท่าที่เห็นรู้สึกไม่ค่อยมั่นคง ไม่มั่นใจในเรื่องโยธาว่าออกแบบถูกหรือไม่

ดร.ปณิธานตอบ เรื่องคอนกรีตขนาดใหญ่หนักและเกิดทรุดแน่นอน การแก้ปัญหาอย่างหนึ่งก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งตามมา ต้องดูผลร้ายที่ตามมาด้วย แน่นอนว่าการป้องกันน้ำท่วมมาต้องทำ เขื่อนชั่วคราวหรือถาวรก็ต้องทำ แต่อย่างไรก็ตามน้ำท่วมต้องแก้ที่สาเหตุคือการเกิดปริมาณน้ำที่มาก

ดร.จีระ บอกว่าการตัดไม้ของประเทศเพื่อนบ้านก็มีผลกระทบกับน้ำท่วมเช่นกัน สิ่งแวดล้อมเวลากระทบเขาก็กระทบเราเช่นกัน

2. จากการที่อาจารย์ยกตัวอย่างเกี่ยวกับรอยเลื่อน ประเทศไทยกับอินโดนีเซีย หรือญี่ปุ่นแตกต่างกันอย่างไร แผ่นดินไหวมีผลกระทบ 2 อย่าง คือความกลัว และธุรกิจ บางทีข่าวออกไปไม่ชัดเจน อย่างคนที่จองท่องเที่ยวมายกเลิกการจอง ผู้บริหารที่อยู่เขื่อน พอมีข่าวแผ่นดินไหว สื่อมวลชนจะสัมภาษณ์ทันที แต่พอข่าวถึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาก

ดร.ปณิธาน บอกว่าเมื่อปี 25-26 เกิดแผ่นดินไหวใกล้กับรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ แต่ในเรื่องการกักเก็บน้ำไม่ได้ทำให้เกิดรอยเลื่อน ตัวอย่างกรณีเกิดแผ่นดินไหว 6.3 หน่วยที่อิตาลี มีนักธรณีวิทยาจากอิตาลีถูกชาวบ้านไปฟ้องนักธรณีวิทยารู้ว่ามีโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวที่จะมีความรุนแรง 6.3 ริกเตอร์แต่ทำไมไม่เตือนชาวบ้าน นักธรณีวิทยาถูกตัดสินจำคุก  ดังนั้นข้อมูลที่ถูกต้องต้องบอกในสิ่งที่รู้  แม้ว่าบางส่วนทำให้เกิดเศรษฐกิจเสีย แต่อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยชาวบ้าน แต่อย่างไรก็ตามอย่าสร้างข่าวลือ


ภัทรกฤช เตชะศิกานต์

สรุปการเรียนวันที่ 30 มกราคม 2556

  ช่วงเช้า อ.ขวัญฤดี ผลอนันต์ มาให้ความรู้เรื่อง Mind Map และสมองของคนเรา ทำให้เข้าใจในการเขียนและนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และที่ทำงานได้เป็นอย่างดี รวมทั้งให้ใช้สีต่างๆ ในการเขียนเพื่อจะได้จำง่ายขึ้น

  ช่วงบ่ายเป็นเรื่อง Creative thinking and value creation อ.ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ ได้ให้แนวทางความคิดในการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

  ช่วงเย็น อ.กิตติ ชยางคกุล มาให้ความรู้เรื่องโครงการนวัตกรรม เพื่อการพัฒนารวมทั้งห่วงใยสังคม นอกจากนั้นมีการให้การบ้านแต่ละกลุ่มไปทำ


ภัทรกฤช เตชะศิกานต์

         ผมได้อ่านหนังสือ 8K’s + 5K’s ของอาจารย์ จีระ หงส์ลดารมภ์ ทำให้คิดได้ว่า มนุษย์ที่มีคุณภาพจะต้องมีทุน 8 ประการ คือ

1.  Human Capital   ทุนมนุษย์

2.  Intellectual Capital   ทุนทางปัญญา

3.  Ethical Capital  ทุนทางจริยธรรม

4.  Happiness Capital   ทุนทางความสุข

5.  Social Capital   ทุนทางสังคม

6.  Sustainable Capital   ทุนทางความยั่งยืน

7.  Digital Capital  ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

8.  Talented Capital   ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ

ส่วนอีก 5K’s เป็นทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการ เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัฒน์ ได้แก่

1.  Creativity Capital   ทุนแห่งการ สร้างสรรค์

2.  Knowledge Capital   ทุนทางความรู้

3.  Innovation Capital   ทุนทางนวัตกรรม

4.  Emotional Capital   ทุนทางอารมณ์

5.  Cultural Capital  ทุนทางวัฒนธรรม

อาจารย์จีระ ได้ย้ำว่า “ปัญหาที่น่าวิตกของสังคมไทยคือ ระบบการศึกษา วิธีเรียนที่เน้นท่องจำมากเกินไป (การท่องจำควรมีแค่ 20%) ขาดการฝึกคิด/วิเคราะห์ ขาดการใช้เหตุและผล การคิดนอกกรอบ การคิดสร้างสรรค์ การศึกษาเช่นนี้จึงเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้สังคมไทยมีทุนมนุษย์ที่คุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร ทุกวันนี้ทุกคนต่างเรียนเพื่อให้ได้ปริญญาทั้งๆที่มีการปัญญาอาจจะไม่ได้มาจากปริญญาก็ได้ บ่อยครั้งปริญญาไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะขาดปัญญาจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาให้คนไทยใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญญาโดยเฉพาะในยุคอาเซียนเสรีทุนทางปัญญาเป็นทุนที่ได้จากการเรียนรู้ การเรียนรู้ที่ว่านี้รวมทั้งการเรียนรู้ในระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษา ผู้ที่เรียนรู้จากทุกสิ่งที่พบเห็น และจากการกระทำ เรียนรู้จากตัวเองและการศึกษาโดยเฉพาะการเรียนรู้แบบท่องจำ”

สรุปก็คือ ท่ามกลางสภาพแวดล้อม (External Environment) หรือสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเรา ไม่ว่าเป็น ภัยธรรมชาติ ปัญหาการเงินระหว่างประเทศหรือแม้แต่ปัญหาการเปิดอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนจะต้องสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้แก่ Change – การเปลี่ยนแปลง, Uncertainty – ความไม่แน่นอน, Unpredictability - ไม่สามารถคาดเดาได้

การสร้างทุนมนุษย์และเก็บเกี่ยวให้เกิด Standard คือ การมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ,Best Practices คือ การมีวิธีการทำงานที่ดีที่สุดในเรื่องนั้น ๆ,Benchmarking คือ สามารถวัดและเปรียบเทียบกับคนอื่นได้,Quality คือ มีคุณภาพ และExcellent คือ มีความเป็นเลิศ

ดังนั้น ผมจะต้องเริ่มต้นเรียนรู้ดังนี้

-  เรียนรู้การเปิดเสรีอาเซียน หรือ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” อย่างเข้าใจและรู้จริง

-  สำรวจ SWOT ขององค์กรว่าคืออะไร  

-  วิเคราะห์ขีดความสามารถขององค์กรเพื่อรองรับ AEC ว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง เพื่อพร้อมแข่งขันได้ในทุกสถานการณ์

-  ต้องพัฒนาทุนมนุษย์ขององค์กร ให้ใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในยุคอาเซียนที่มีการแข่งขันสูง หากทำได้ดังนี้ สังคมไทยจะเกิดพลังในการขับเคลื่อนในการพัฒนาสังคมไทยและประเทศไทยอย่างสมบรูณ์


ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารของข้าพเจ้า

31 มกราคม 2556

บรรยายโดย คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์

บทเรียนที่ 1 เรื่องการเจรจาต่อรอง

-  การกล้าพูดกับเจ้านายตนเอง ได้เล่าถึงประสบการณ์การร่างหนังสือ แล้วโดนหัวหน้าแก้ที่ร่างจดหมาย แต่สามารถเจรจาจนทำความเข้าใจได้และผ่านมาด้วยดี

บทเรียนที่ 2 เรื่อง Visibility การปรากฏตัวให้เจ้านายเห็น

-  ประสบการณ์จากการทำตามแบบอย่างที่หัวหน้าแนะนำ เรื่องการไหว้และเคารพผู้ใหญ่  หรือปรากฏตัวให้เจ้านายเห็น โดย ไม่ต้องกลัวหรือหลบหน้า

-  ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ สามารถเป็นบุคคลที่มีความรู้ในงานและกล้าแสดงออกสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน

-  การมีมารยาท อธิบายอะไรด้วยเหตุด้วยผล เอางานเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง

บทเรียนที่ 3  เรื่อง  Gender  Sensitivity

-  การเข้าใจเรื่องความแตกต่างทางเพศ

-  การเรียนรู้ที่จะอยู่กับเพศตรงข้าม

หลักการของผู้นำ

1. เราต้องเรียนรู้ในการพึ่งตนเองให้ได้ และสุดท้ายคุณต้องเป็นเถ้าแก่ที่เปิดออฟฟิตทุกวัน สามารถจัดการได้ด้วยตนเองทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น

วิธีการ  1. เตรียมความพร้อมตลอด ตั้งแต่เรื่องการแต่งตัว  ข้อมูล

2. การคบคนที่มีความสำคัญ

2. เรื่องวินัย ฝึกตนให้มีวินัยอยู่เสมอ

3. ต้องรู้จักตนเอง จุดอ่อน จุดแข็งของตนเองอยู่ตรงไหน ข้อควรระวังคืออย่าหลอกตนเอง จงซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต้องรู้ว่ามีฝีมือตรงไหน บางเรื่องต้องถนอม และถ่อมตัวไว้ก่อน เช่นนักรบ จะไม่ลงดาบกับคนธรรมดา

วิธีการ   1.ต้องไม่ให้คนอื่น Under Estimate คือไปแข่งกับคนกระจอก

  2. ต้องไม่ให้คนอื่น Over Estimate คือเอาไปแข่งกับคนเก่ง แล้วเราจะแพ้

  3. ต้องฝึกปรือตนเองเสมอให้เป็นเจ้ายุทธจักร แต่อย่าลืมว่า เหนือฟ้าต้องมีฟ้า

  4. หมั่นวิเคราะห์ตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้ทราบว่าฝีมือของเรานั้นอยู่ตรงไหน วิธีการคือ เติมจุดแข็งของเรา ฝึกปรือฝีมือให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ  และเมื่อเป็นเบอร์หนึ่งแล้วให้ Maintain ความรู้ในสิ่งต่าง ๆ ให้ดี  บางครั้งอย่าสนใจตรง Weakness มากนัก แต่เน้นไปที่ Strength จะดีกว่า  เรื่อง Weakness  เมื่อเรารู้ให้หาทางหลบมุมให้ได้ แล้วเอาเวลาทั้งหมดเน้นไปที่ Strength

  5. รู้ Limitation ของตนเอง รู้ว่าเพดานสูงสุดอยู่ตรงไหน ต้องรู้เท่าทันเกมส์ต่าง ๆ ของคนอื่น และต้องรู้ตนเองตลอดเวลา

4. ต้องรู้จัก Give & Take  ต้องรู้จัก Give มาก ๆ  เริ่มจากการให้คำแนะนำสิ่งดี ๆ ให้คนอื่น ๆ ตลอดเวลา

การให้ - ให้ให้น้ำใจ ความจริงใจ ความเกื้อหนุน คำแนะนำต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องให้เป็นสิ่งของ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยลืม ตัวอย่างเช่นเวลาป่วย หรือมีความทุกข์ คุณควรมีน้ำใจต่อเขา แล้วเขาจะไม่เคยลืม

ให้น้ำใจ ความช่วยเหลือไม่เกินขอบเขต

การรับ – บางครั้งรับไม่ได้ เช่นรับของต้องไม่ขัดกับ Integrity และ ความซื่อสัตย์สุจริต การรับให้พยายามรับแต่น้อย ตัวอย่างเช่นญี่ปุ่นให้ 3 ครั้งจะไม่รับ แต่ครั้งที่ 4 จะรับ

อย่างไรก็ตามการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร คุณมี Image มีภาพพจน์ที่สร้างเพื่อตนเอง แต่เมื่อไรก็ตามที่ภาพลักษณ์กระจายออกไปแล้วก็ควรอยู่กับภาพลักษณ์นั้น ให้แน่วแน่และรักษาเกียรติของคุณไว้ให้ดี รักษาศักดิ์ศรีความเป็นพนักงานกฟผ.ไม่รับในสิ่งที่ไม่เหมาะสม

เรื่องคนดูหมิ่น ทันทีที่นิ่งเฉย หมายถึงยอมรับที่ถูกด่า เราต้องไม่บ้าดีเดือด ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด ต้องฟังให้ชัด จะยอมปล่อยให้คนดูถูกองค์กรเราไม่ได้ เพราะดูถูกองค์กร หมายถึงดูถูกเรา

สอนลูกน้องให้มีศักดิ์ศรี รักองค์กร ภูมิใจในองค์กร แต่ในที่สาธารณะเมื่อมีการมาด่า ต้องแก้ตัว ชี้แจงจะยอมให้การด่าออกมาลอย ๆ ไม่ได้

5. รักษาเกียรติแห่งตนในการสมศักยภาพเกียรติแห่งการเป็นคนของเรา

การแสดงความคิดเห็น

1. คุณหญิงทิพาวดีทำงานกับการเมืองค่อนข้างเยอะ มีหลายสิ่งที่การเมืองต้องการแล้วเราไม่ตอบสนองคุณมีวิธีการอย่างไร

ตอบ  ต้องสร้าง Reputation ว่าคุณพร้อมที่จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เขาเข้าใจว่าเขาไม่สามารถสั่งได้ เมื่อจะไปสู่เบอร์หนึ่งต้องมีความพร้อม เพราะมีคนตามเยอะ

2. จากที่คุณหญิงทิพาวดี พูดเหมือนยอมหักไม่ยอมงอ แต่จิ้งจกปัจจุบันเริ่มเยอะขึ้นจากสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็นอย่างไร

ตอบ  คุณหญิงทิพาวดี ไม่ได้ยอมหักไม่ยอมงอ ขอแนะนำว่าทุกคนสามารถเป็นต้นอ้อได้ คือไม่ได้เปลี่ยนหลักการเดิม แต่สามารถโอนไปโอนมา หมายถึงคนที่เป็นนายเราเขามีอำนาจเหนือเรา มี Authority เหนือเรา เราต้องยอมรับ Authority เขา การเป็นต้นอ้อหมายถึงความยืดหยุ่น เขาสามารถมั่นใจในตัวเราได้ จุดยืนต้นอ้อยังเคลียร์อยู่ ความซื่อสัตย์  เป็นต้นอ้อได้ ทำเท่าที่ทำได้ แล้วใช้ความสามารถอธิบายและหว่านล้อม

สรุปคือ ในการทำงานใด ๆ คุณต้องรู้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน  โรงไฟฟ้ามีสัญญาณ มีเหตุให้เราเห็น เราจะ Say Yes /No ต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ให้จริง ๆ ยึดปฏิบัติตามนโยบาย ไม่ขัดขืนคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่สั่งการตามกฎหมาย ถ้าทำจะผิดระเบียบอย่างไร

กรณีการเลื่อยขาเก้าอี้

ไม่ว่าคุณอยู่ตรงไหนก็แล้วแต่คุณต้องระมัดระวังข้างหลังคุณไว้

วิธีการระมัดระวัง คือ จริงใจกับคนรอบข้าง และหาคนเก่ง ๆ ไว้รอบตัว ดังนั้นคนที่เป็นมือเป็นแขนของคุณไม่ใช่คู่แข่งของคุณ การมอบอำนาจให้คนอื่น ต้องมีอะไรบางอย่างเป็นของตัวเองไว้บ้าง ไม่เช่นนั้นถ้าเขารวมหัวกันกินหมู่ ก็จะเอาตัวไม่รอด ดังนั้น ต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางป้องกันคนที่ตามหลังเช่นรอได้ไหม กี่ปี ให้ Handle อย่างมีศักดิ์ศรี อย่าระแวง ถ้าเป็นเบอร์หนึ่งแสดงว่าเราแน่จริง แต่ถ้าเขาเลื่อยขาหรือแทงข้างหลังเราได้จริงแสดงว่าเขาเก่งกว่าเรา ดังนั้นเมื่อเราเป็นนาย เราอยู่ในสภาพที่เหนือกว่าเยอะ เช่นถ้าเขาอยากไปเมืองนอก ให้เลย ให้ตามที่เขาอยากได้ ให้เยอะ ๆ จน Busy จนไม่มีเวลามายุ่งกับเรา งานทำอย่างไรก็ไม่มีวันหมด ถ้าจะทำจริง ๆ แล้ว  เอาเขามา Involve เพราะลูกน้องอยากเห็นความกลมเกลียวไม่อยากเห็นคนทะเลาะกัน ฝึกตนเหมือนพระพุทธรูป ใช้วิธีไม่ต้องเคลื่อนหน้า แต่เรามองเห็น เราต้องล้อมรอบด้วยคนฉลาด เก่งและภักดีกับเรา เพราะทุกคนดูแลตัวเขา ตราบใดที่เราอยู่เขามีความสุข และได้ตำแหน่ง เมื่อเป็นเบอร์หนึ่งให้เป็นเบอร์หนึ่งที่สมศักดิ์ศรี ฉลาด สะอาด ยุติธรรม

สิ่งที่สำคัญ  คือความกล้าทางคุณธรรม ต้องรู้จักลุกขึ้นมาต่อสู้เชิงคุณธรรมให้กับสังคม ทำเป็นตัวอย่าง คือไม่ยอมคนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

มุมมองของเจ้านาย

1. ชอบลูกน้องที่อ่อนน้อมถ่อมตน ดังนั้นลูกน้องถ้าประสบความสำเร็จระดับหนึ่งต้องรักษามารยาทให้ดี เวลาพูดกับคนมีอำนาจให้ระมัดระวังคำพูดและวิธีการ ดังนั้นเวลาเราไปพบเจ้านายต้องเตรียมตัวให้ดี ใช้คำพูดเรียบร้อย แต่งตัวให้เหมาะเจาะ และรู้จริง  และต้องมีศิลปะการพูดโน้มน้าวใจต้องมีความสุภาพ ตัวอย่างเช่นคุณหญิงทิพาวดี จะพูดใช้ท่านตลอด มีความอ่อนน้อมกับเจ้านายตลอด ให้เกียรติเจ้านาย แสดงความรู้สึกว่าเป็นผู้น้อยตลอด ฟังเจ้านายพูดเยอะ ๆ แล้วฟังเยอะ ๆ  เวลาไม่เห็นด้วย ไม่ควรพูดว่าไม่เห็นด้วยทันที แต่อาจใช้วิธีการพูดอย่างไรไม่ให้น่าเกลียด เช่นสิ่งนี้เป็นนโยบายหลัก ขอกราบเรียนเสนอว่า หรือจะทำนโยบายนี้ให้สำเร็จมีขั้นตอนอย่างไร เช่น ทำได้แต่ต้องแก้กฎหมายเป็นต้น เขาจะรู้สึกดีว่าทำได้ ไม่มีอะไร Impossible ตัวอย่างเลขาธิการ ก.พ. ต้องรักษาความเป็นกลางให้ได้

2. พบเจ้านายต้องไปก่อนเวลาตลอดเวลาเพื่อไปสังเกตการณ์ล่วงหน้า ว่าจะต้องเคารพใครอย่างไรบ้าง

3. ต้องเตรียมตัวอย่างดี ต้องศึกษาความสำเร็จของท่าน ต้องพูดทุกคำที่มีความหมาย

4. การวางแผนล่วงหน้า

การปฏิรูประบบราชการ

1. ต้องผ่าโครงสร้าง ทำกระทรวงให้เล็กลง

2. ตีเหล็กเมื่อร้อน

3. ต้องมีแผนการ มีความคิด

การแสดงความคิดเห็น

1. อยากให้สอนแนวทางความคิดว่าเราควรจะเตรียมตัวอย่างไร  ถึงเรียกว่าปฏิรูปราชการด้วยความปรารถนาดี

ตอบ  ตำแหน่งผู้บริหาร อธิบดี รองอธิบดี รองปลัด ปลัด  สิ่งที่ต้องเตรียมคือเตรียม Skill สำหรับการบริหาร มีการแข่งขันกันแล้วขึ้นบัญชีนักบริหาร เมื่อตำแหน่งว่างจะนำ 3 คนในบัญชี Rule of Three ส่งไป กรรมการจะเลือกจาก 1 ใน 3 ถ้าไม่พอใจจะมีการเปิดสรรหาให้ได้คนเก่งสุด ดีสุดมาดำรงตำแหน่งเรียกว่า ระบบ SES แต่มีหลายคนไม่ Happy กับระบบ ข้อเท็จจริงทำตั้งแต่สมัยนายกฯชวน โครงการฯ นี้เสนอโดยสมัยท่านชวนเป็นนายกฯ คุณอภิสิทธิ์เสนอ จนกระทั่งเปลี่ยนนายกฯ เป็นทักษิณ สรุปคือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำมายาวมาก ที่เกิดปัญหาคือหลังจากที่คุณทักษิณเชื่อว่าระบบนี้ดี และเห็นด้วย มีมติ ครม. ให้วันที่ 1 ก.ค เกษียณขอให้คัดเลือกคนเข้าดำรงตำแหน่งแทนคนเกษียณภายใน 1 ต.ค. ทันที  ที่เป็นปัญหาคือกระทรวงการคลังคนที่ได้เป็นอธิบดีของกระทรวงเป็นรองอธิบดี ติดกรณีปัญหาอยู่

การเพิ่มเติมการประเมินผล

สรุป คืออะไรก็ตามสามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นบทเรียนของคุณหญิงทิพาวดีที่ให้คือ เมื่อเหตุการณ์เกิดแล้ว ทุกท่านต้องสามารถ Handle ด้วยตัวเอง  คุณหญิงทิพาวดีจะไม่มีวันยอมในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และจะสู้ตามครรลอง  ทุกอย่างต้องมีความหวัง หลายคนล้วนเจอบทเรียนด้วยกันทั้งสิ้น ทุกอย่างเหมือนเกมส์ของชีวิตที่ต้องสู้ต่อไป 


เฉลิม จรัสวรวุฒิกุล

สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน
วันที่
31 ม.ค. 56

หัวข้อ ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

     ได้ทบทวนและเพิ่มความรู้กรณีแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 มี.ค.54 ซึ่งมีผลต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์   ฟูกูชิมา ไดอิชิ  ซึ่งมีผลกระทบต่อนโยบายการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย  และวิทยากรได้กระตุ้นเตือนให้ตะหนักถึงพิบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นโดยคาดไม่ถึง เช่น ภัยจากแผ่นดินไหว พายุ น้ำท่วม เพื่อให้เฝ้าระวัง และกำหนดแผนฉุกเฉินรองรับ

หัวข้อ ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

     ได้รับฟังประสบการณ์จริงจากชีวิตการทำงานของผู้บริหารภาคราชการที่มีความสามารถและมีชื่อเสียง  ซึ่งมีแนวคิดและมุมมองที่ดีและน่าสนใจ สามารถนำไปเป็นแบบอย่าง  อุทธาหรณ์ และปรับใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี 
ทั้งในส่วนของการดำรงตนอย่างมีเกียรติในเรื่องของความซื่อสัตย์ การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับชีวิตการทำงาน  การทำงานและนำเสนองานกับผู้บังคับบัญชา  การปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชา  ซึ่งทุกเรื่องที่ได้รับฟังล้วนน่าสนใจอย่างมาก




นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร

บทเรียนที่ได้รับจาการอบรมในวันที่ 30 มกราคม 2556 ช่วงเช้าคือ การทำ Mind
Map ซึ่งมีประโยชน์มากในการหาภาพรวมของแต่ละกิจกรรมตั้งแต่
แกนหลัก กิ่งแก้ว กิ่งก้อย ทำให้เรามองเห็นภาพของแต่ละเรื่องเชื่อมโยงกันอย่างไร
ช่วงบ่าย คือ Creative Thinking and Value Creation อ.ณรงค์ศักดิ์ฯ
ได้พยายามสร้างบรรยาการขอการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในรูปแบบต่างๆ เช่น
ภาพสไลเดอร์เหมืองแม่เมาะ ต้นไม้พลังงานไฟฟ้าของ กฟผ.ตามอุทธยานต่างๆ
ซึ่งก็ทำให้คิดคล้อยตามอย่างน่ามหัศจรรย์ในแต่ละเรื่อง แต่ก็ทำให้เราคิดวิเคราะห์ว่าบางเรื่องที่เราไม่ทำไม่ใช่เราคิดไม่ออกแต่ยังมีอะไรให้
กฟผ.ทำก่อนอีกตั้งเยอะ บางเรื่อง พรบ.กฟผ.ก็ทำไม่ได้
ช่วงเย็นทราบว่ามีการบ้านกลุ่มเพิ่มเรื่อง นวัตกรรมเพื่อการพัฒนากิจการของ
กฟผ.ให้ก้าวไกลในอาเซียน 2015 (ออกมาก่อนไปงานศพครับ)



 

HW. สรุปสาระการเรียนวันที่ 31/1/56

เรื่องผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของประเทศไทย

  - ทำให้รับทราบสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงสัดส่วนของโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ

  - เรียนรู้พื้นฐานกว้างๆของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เช่นโรงนิวเคลียร์แบ่งเป็นกี่ประเภท การแตกตัวของยูเรเนียม การป้องกันรังสี

  - รับทราบสถานการณ์ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมาไดอิชิ และสถานการณ์ใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่น

  - ในประเทศไทย มติ ครม. เลื่อน COD ของโรงนิวเคลียร์ โรงแรกใน ปี 2026

 

  เรื่อง กฟผ. พร้อมรับภัยพิบัติขนาดใหญ่หรือยัง

  - ให้ กฟผ. เตรียมตัวพร้อมรับกับการเกิดแผ่นดินไหว โดยให้เตรียมแผนสำหรับเรื่องไฟฟ้าดับ น้ำท่วมโรงไฟฟ้า แผนอพยพคน หรือแม้แต่การออกแบบ STRUCTURE ให้รองรับกับแผ่นดินไหว

  - สำหรับเรื่องผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทยนั้น ให้พิจารณาว่าศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติของประเทศไทย เช่น ทีมงานและอุปกรณ์ในการกู้ภัย , เตือนภัย มีความพร้อมหรือยัง วัฒนธรรมของคนในชาติเรื่องความปลอดภัยดีพอหรือยัง รวมทั้งเรื่องกากนิวเคลียร์จะกำจัดอย่างไรยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ความเห็นของอาจารย์ คือ ให้มีการทำวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญ ให้ครอบคลุม ทุกด้านก่อน แล้วค่อยสรุปว่าควรจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือยัง

  เรื่อง ภาวะผู้นำและประสบการณ์ของข้าพเจ้า

-  อาจารย์เล่าเรื่องที่เป็นกรณีศึกษาไว้หลายกรณีที่เป็นเรื่องของผู้นำที่ต้องมีความซื่อสัตย์และจริยธรรม

-  ผู้นำต้องมีลักษณะ 3 อย่าง คือ

1.  พึ่งตนเอง ยืนด้วยตัวเอง

2.  รู้จักตนเอง ข้อจำกัดของตัวเอง อย่าหลอกตัวเอง

3.  รู้จัก give และ take แต่ต้อง give มากๆ

อติชาติ  โซวจินดา


สิ่งที่ได้เรียนรู้ ในวันที่ 31 มกราคม 2556

หัวข้อ  ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เลื่อนออกไปอีก 3 ปี  มีกำหนดเดินเครื่องปี พศ.2568  และต่อมาแผน PDP2010 ได้ปรับลดจำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จาก 3 โรง เป็น 2 โรง

ได้ข้อคิดว่า ในการออกแบบโครงการต่างๆของ กฟผ. ควรคำถึงภัยพิบัติที่คาดไม่ถึง และวัฒนธรรมความปลอดภัยของคนในชาติ

หัวข้อ  ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฒสวรรค์

อาจารย์ได้ให้บทเรียนในการเป็นผู้นำจากประสบการณ์ของอาจารย์ ดังนี้

ต้องพึ่งตนเอง (well prepare)

รู้จักตนเอง  (จุดแข็ง  จุดอ่อน และข้อจำกัด) และหมั่นวิเคราะห์ตวเองอยู่เสมอ

รู้จักให้และรับ อย่างมีเหตุผล

รักษาเกียรติแห่งตนและเกียรติขององค์กร

ต้องรู้จักที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม โดยยังรักษาจุดยืนของตนเอง

ต้องยอมรับในอำนาจบังคับบัญชา

ต้องรู้จักขอบเขตในอำนาจหน้าที่ของตน

ต้องจริงใจและมีน้ำใจกับคนรอบข้าง


ความรู้ที่ได้เพื่อมาปรับใช้กับการทำงาน ของวันที่ 31 มค.

ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นต่อนโยบาย รฟ.นิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

อ.ดร. กมล / อ.ดร. ปณิธาน

-  ใฝ่หาความรู้และเตรียมตัวรับมือกับภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้

-  แบบอย่างความมีวินัยของคนญี่ปุ่นในการฟื้นฟูประเทศหลังเกิดซินามิ

-  น่าจะมีการส่งเสริม / ผลักดัน  Safety Culture ให้เป็นส่วนนึงของวัฒนธรรม กฟผ.

-  การทำแผน Business Continuity Management เป็นเรื่องที่น่าสนใจติดตาม


ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

ได้ประสบการณ์จากการทำงานของคุณหญิงมากมาย และประทับใจความมุ่งมั่นของคุณหญิงมากครับ

-  ให้มีความกล้าทำที่เป็นคุณธรรม และไม่ทนกับสิ่งไม่ถูกต้อง

-  Focus ที่เรื่องงานเป็นหลัก ไม่มีเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง

-  ต้องพึ่งตนเองให้ได้

-  หมั่นวิเคราะห์ตัวเองและให้เติม / พัฒนา จุดแข็งของตัวเองเสมอ อย่าไปเสียเวลาพัฒนาจุดด้อย

-  รักษาเกียรติ/ศักดิ์ศรี ของตัวเอง และองค์กร


วันที่ 31 มกราคม 2556 สิ่งที่ได้วันนี้

  ผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อ นโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ. ต้องทำความเข้าใจอีกนานกว่าจะมั่นใจ เพราะตอนนี้ยังมีพลังงานทางเลือก เช่น นำเข้า LNG นำเข้าถ่านหินสะอาด  พลังงานจาก Green  ใช้พลังงานอย่างเหมาะสม แต่เมื่อไหร่ต้นทุนสูงขึ้นจนต้องนำพลังงานนิวเคลียร์มาพิจารณา

  ประสบการณ์การบริหารภาวะผู้นำของ คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์  แนะนำว่าตนต้องพึงตนเอง ใช้ปัญญาในการจัดการ ต้องเตรียมตัว ครบคนดีมีความรู้เพื่อเป็น Network วิเคราะห์ตนเองแล้วหาจุดเด่น รู้จักให้มีน้ำใจ  รักษามาตรฐาน สร้างความกลมเกลียว กล้าหาญทางคุณธรรม อ่อนน้อมถ่อมตนมีมารยาท ระวังคำพูด แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย แค่นี้ก็จะประสบความสำเร็จ  เยอะนะครับ ถ้าจะรุ่งต้องทำ  น่าสนใจมากถ้าเชิญคุณหญิงมาบรรยายให้ทั้งไฟฟ้าฟัง


สมเกียรติ พนัสชัย

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่  30 มกราคม 2556

08.00-12.00 น.

“Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร”

ได้เข้าใจหลักการและเทคนิคในการจัดทำแผนที่ความคิดด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Mind Mapping จาก อ.ขวัญฤดี  ผลอนันต์ ด้วยเทคนิค 5 ส.

-  สัญลักษณ์

-  สั้นๆ

-  เส้นสาย

-  สีสัน

-  สร้างสรรค์+สวยงาม

การนำ Mind Mapping ไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆเช่น 

-  การสร้างความคิด

-  การกำหนดระยะเวลาของงานต่างๆ

-  การช่วยจำ

-  การสื่อสาร

-  การสร้างสรรค์ความคิด

-  การทำงานเป็นทีม

-  การวางแผน

-  การตัดสินใจ

-  การจดรายงานการประชุม 

เทคนิคการทำให้จำได้ดี

-  ให้ทำซ้ำและทบทวน

-  สร้างความสัมพันธ์และเชื่อมโยงของข้อมูล

-  สร้างความเด่นความแปลงให้จดจำง่ายๆ

และสุดท้าย “จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้” ของไอสไตน์

13.00-16.00 น.

“Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน” โดย อ.ณรงค์ศักดิ์  ผ้าเจริญ นับเป็นชั่วโมงที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ได้รับทราบแนวคิดที่ใหม่ๆในการคิดการมอง ของนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ

-  หลักการตลาดสมัยใหม่ต้อง Sense and Response คือสำรวจหาคุณค่าที่แท้จริงที่ผู้บริโภคต้องการ (Value Exploration) ก่อนการตัดสินใจผลิตสินค้า/บริการเพื่อตอบสนอง  ไม่ใช้การ Make and Sale แบบเดิมๆ

-  การคิดสร้างสรรค์ต้องคิดแบบเชิงบวก และความคิดสร้างสรรค์หากไม่มีการลงมือกระทำก็จะไม่ใช่ Creativity และให้คิดแบบเด็กและทำแบบผู้ใหญ่ อย่าคิดแบบผู้ใหญ่แต่ทำแบบเด็ก

-  Corporate Communication เป็นการสื่อสารภาพลักษณ์องค์การให้สังคมภายนอกได้รับรู้แต่ไม่ใช่งาน CSR หรืองาน PR อาจจะได้จากการบอกเล่าสิ่งที่ดีต่อๆกันไป หรือนำเสนอโดยบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือในสังคมก็ได้

-  การพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องไม่ทำร้ายหรือทำลายธรรมชาติ พลังงานทางเลือก การตั้งกองทุนเพื่อพัฒนา การตั้งมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาโดยใช้องค์ความรู้ที่ กฟผ. มี ก็อาจจะเป็นแนวทางหนึ่ง

16.00-17.00 น.

“การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวตกรรมเพื่อการพัฒนา” โดย อ.กิตติ ชยางคกุล

ใช้หลัก 2R และ 3V คือ

-  Reality มองความจริง

-  Relevance ตรงประเด็น

-  Value Added

-  Value Creation

-  Value Diversity

สุดท้ายได้รับหัวข้อโครงการมาหนึ่งโครงการคือ “ภาพอนาคตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในปี 2025” ต้องทำการบ้านอยู่ 2 ประเด็นคือ

1.  ภาพ กฟผ. อีก 10 ปีหลังจากเปิดเสรี ASEAN

2.  ต้องทำอย่างไรจึงจะไปถึงจุดนั้นได้...เฮ้อ !


สมเกียรติ พนัสชัย

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่  31 มกราคม 2556

08.00-12.00 น.

Panel discussion “ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.”

ดร.กมล  ตรรกบุตร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ศ.ดร.จิระ  หงส์ลดารมภ์

1.  ทราบพลังงานและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย

2.  ทราบความรู้เรื่องเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และเชื้อเพลิงที่ใช้งานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้าที่ต่ำที่สุดแต่ก็จะมีค่าลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสูงที่สุดและในภาพรวมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์ก็ยังมีราคาต่อหน่วยที่ถูกที่สุด

3.  ได้รับทราบข้อมูลความเสียหายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาไดอิชิ ของญี่ปุ่นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 11 มี.ค.54 การฟื้นฟูระบบสาธารณูประโภคต่างๆของประเทศญี่ปุ่นที่ทำได้รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง

4.  จากเหตุการณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาไดอิชิทำให้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เลื่อนโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของไทยออกไปอีก 3 ปีเป็นเดินเครื่องโรงแรกในปี 2026 ทำให้ความพยายามที่จะลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้าต้องปรับเปลี่ยนโดยยอมนำเข้า LNG มาผลิตไฟฟ้าทดแทนถ่านหิน และพลังนิวเคลียร์ ที่ถูกชะลอออกไป

5.  จากเหตุการณ์ภัยพิบัติจากธรรมชาติ แผ่นดินไหว Super Strom ต่างๆทำให้ต้องกลับมาทบทวนความพร้อมในการรับมือของประเทศไทย และของ กฟผ. ว่ามีการเตรียมความพร้อมหรือยังเป็นต้นว่า

-  ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างพื้นฐานสามารถรับไหวหรือไม่

-  มีแผนรับมืออย่างไรโดยการจัดเตรียมแผนต้องนึกถึง Worse Case และ Unexpected

-  มีระบบสำรองพิเศษไว้กรณีที่ระบบหลักเสียหายโดยเฉพาะการจ่ายไฟให้กับจุดสำคัญๆต่างๆ

-  มีการจัดทำ Business Continuity Management หรือไม่

13.00-16.00 น.

“ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า” โดยคุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์

นับเป็นการรับฟังสิ่งที่มีคุณค่ามากๆเนื่องจากท่านเล่าประสบการณ์จากการทำงานจริงของท่านมาถ่ายทอดให้กับพวกเราในห้องได้รับฟังนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน

1.  ในการทำงานเราต้องพึงพาตนเองให้ได้ และมีการเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าให้ดีๆ(Well Prepare)

2.  ต้องรู้จัก จุดแข็ง(Strength) จุดอ่อน(Weakness) และ ข้อจำกัด(Limitation) ของตนเอง ขอให้มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง หมั่นวิเคราะห์ตนเองอยู่เสมอเพื่อ เติมจุดแข็ง บริหารจุดอ่อน และทบทวนข้อจำกัดของเรา

3.  เราควรที่จะ Give มากกว่า Take และต้อง Give ก่อน Take และการ Take ต้องพิจารณาให้รอบครอบ

4.  เราต้องรักษาเกียรติแห่งความเป็นคนไว้

5.  เราควรที่จะสร้าง Image Representation ของตัวเราไว้

6.  ต้องยอมรับใน Authority

7.  เราต้องรู้ใน อำนาจ บทบาท และ หน้าที่ของเรา 


ชวลิต อภิรักษ์วนาลี

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่  31 ม.ค. 56

ช่วงเช้า  มี 2 เรื่อง  ได้แก่  เรื่องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์  ซึ่งให้ความรู้เพิ่มจากเดิมที่รู้บ้างเล็กน้อย  ที่สำคัญ คือ บรรยายโดยพี่กมล  ส่วนอีกเรื่อง กล่าวถึงเรื่องภัยพิบัติรุนแรง  มาตรการป้องกันและการบรรเทาปัญหา  อันนี้ เอามาปรับใช้ได้หลายส่วนสำหรับสำนักงานไทรน้อย  ซึ่งหน่วยงานเพิ่งทำการย้ายไปทั้งหมดในวันที่  16 ม.ค. 56  

ช่วงบ่าย  เรื่องประสบการณ์การบริหารงานของคุณหญิงทิพาวดี  อันนี้ต้องยอมรับว่า  ท่านแน่มาก  มีหลายเรื่องที่น่าจะนำมาทดลองใช้ได้  เช่น  การหาทีม  (  จะเป็นการสร้างอาณาจักรหรือไม่  น่าหมิ่นเหม่เหมือนกัน  )  เพื่อป้องกันการถูกแทง  เป็นต้น  แต่อย่างไรก็ตาม  ฟังดูบรรยากาศการทำงาน ที่ EGAT น่าจะเอื้อให้มีความสุขมากกว่าการทำราชการมาก  (  คิดถูกแล้วที่อยู่ที่ EGAT  )

ชวลิต  31 / 1 / 56  เวลา  21.19 น.

นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

ขอต่อท้ายเพิ่มเติมอีก คือ การนำการนำ ทฤษฎี 8K’s + 5K’s มาใช้กับองค์กร
คือ  กฟผ. ในการพัฒนามนุษย์
ต้องนำมาใช้ทั้ง 13 ทุน โดยแบ่งการพัฒนา แต่ละทุนจะพัฒนาด้านใดบ้าง ให้มีการสำรวจ
วิเคราะห์ข้อมูลบุคลากรของ กฟผ. ถ้าพบว่าไม่เต็มในข้อใด ให้จัดเสริมเติม ทั้งนี้
ครอบคลุมบุคลากรที่เข้าใหม่ ให้มีการพัฒนาทั้ง 8 ทุนซึ่งเป็นฐาน และใช้อีก 5
ทุนในการมุ่งสู่สากล

 

อีกประเด็นที่เห็นพนักงานของ กฟผ.
จะมีศักยภาพด้านวิชาการมาก ไม่สนใจศาสตร์อื่น ทำแต่งานอย่างเดียว
แต่ด้านศาสตร์อื่นยังไม่ทราบเช่น ด้านจิตวิทยา ด้านสังคมศาสตร์
ควรจัดเติมในส่วนนี้ขึ้นมา เพราะปัจจุบันเป็นสหวิทยาแล้ว ต้องรู้ทุกเรื่อง
อีกเรื่องที่ควรดำเนินการคือ เรื่องทุนทางสังคม ต้องมี Network หรือเครือข่าย
ซึ่ง กฟผ. ต้องมีการส่งเสริมส่งบุคลากรเข้า อบรมร่วมกับราชการ เอกชน
เพื่อสร้างเครือข่ายที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน โดยควรทำในทุกระดับ ทั้งนี้ต้องใช้ทฤษฎี
2R กำกับในการดำเนินการมิฉะนั้นจะทำแบบหลงทาง



 

 


 

นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

สรุป ความรู้ที่ได้จากวันพฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2556 แบ่งเป็น 2 ช่วง

โดยช่วงแรก เป็นการบรรยาย เรื่อง “ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของกฟผ.”โดย ดร. กมล ตรรกบุตร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ดำเนินรายการโดย
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

จากที่ได้รับฟังข้อมูล Fact เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียส์ เมื่อมองไปข้างหน้า
แล้วคงหลีกหนีไม่พ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เติบโต จนพลังงานไม่พอกับความต้องการ
และราคาหน่วยจะถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และแนวคิดเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัยของตนในชาติ
ศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ของประเทศไทย การทำอย่างไรให้คนยอมรับ

    •   ประเด็นต่างๆข้างต้นเป็นสิ่งที่ กฟผ. จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการยอมรับ ซึ่งต้องอาศัยเรื่องทุนทางสังคม ในการสร้างเครือข่าย การให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่ต้น
      ในที่นี้จะขอเสนอวิธีการในการดำเนินการเรื่อง กฟผ. กับ การจัดการกับภัยพิบัติ  โดยรวม ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย แผ่นดินไหว วินาศกรรม เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ทราบ ทุกหน่วยงานใน กฟผ. มีการดำเนินการและแผนรองรับเป็นความมั่นคงด้านการจ่ายไฟ แต่การดำเนินการเป็นแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปัจจุบัน มีวิชาเรื่องการจัดการภัยพิบัติ แล้วหลักการเบื้องต้นของการจัดการภัยพิบัติก็คือ การสร้างความสามารถในการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติในช่วงก่อนเกิดเหตุในระหว่างเกิดเหตุ และสร้างความสามารถในการฟื้นคืนจากภัยให้กลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว
      แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมี พรบ.
      ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ .2550 และคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
      (หลังเกิดเหตุการณ์ซึนามิ)  แต่ กฟผ. จะต้องมีการดำเนินการเป็นแบบเชิงรุก
      ไม่ต้องรอรัฐบาล แต่ต้องเข้าไปดำเนินการ โดยอาศัยวิธี คือ

1. เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ มาเป็นที่ปรึกษา ดำเนินการตามหลักวิชาการ (ข้ามศาสตร์)

2. ให้ภาคท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนป้องกันแผนตอบโต้ แผนฟื้นฟู (Network)

3. ประสานงานดำเนินการทั้งภาครัฐ เอกขน ท้องถิ่นในการซ้อมตามแผน

4. ปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยแก่ประชาชนให้ตระหนัก และเป็นนิสัย โดยสอดแทรกไปตั้งแต่โรงเรียน ซึ่งทาง กฟผ.มีโครงการโรงเรียนสีขาว อยู่แล้ว

5. ประชาสัมพันธ์ถึงความเตรียมความพร้อม


ช่วงบ่าย บรรยายเรื่อง ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า
โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

ในช่วงนี้อาจารย์แนะนำประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ซึ่งผมจะได้นำมาใช้ ซึ่งมีเรื่อง


1. การพึ่งตนเอง

2. ต้องรู้จักตนเอง รู้จุดแข็ง จุดอ่อน วิเคราะห์ตนเองตลอดเวลา จุดอ่อนให้หลีกเลี่ยงไม่ต้องเสียเวลาไปพัฒนา
ให้ใช้เวลานั้นไปเสริมจุดแข็งให้ดียิ่งขึ้น ต้องรู้จักถ่อมตน อย่าหลงตนเอง

3. รู้จักให้ มากกว่ารับ การใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ เงินทอง ให้น้ำใจจะดีกว่า การรับ รับแต่น้อย
4. ต้องมีอัตลักษณ์ของตนเอง (ที่ดี) ถ้าไม่มีให้สร้าง ใช้ FIRM C ของ กฟผ. 
ถ้ามีแล้วไม่ต้องเปลี่ยนแต่ให้รักษาไว้ ยึด
“รักเกียรติของตนไว้ เพื่อสถานภาพความเป็นคน”

5. ปฏิบัติตามนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

6. มีความกล้าทางคุณธรรม Moral courage ไม่เพิกเฉยถ้าเห็นสิ่งผิด และทำตนเป็นแบบอย่าง

7. เทคนิคในการเป็นผู้นำ คือจริงใจกับคนรอบข้างหาคนดี คนเก่งไว้รอบตัว

8. การทำตนให้หัวหน้าชอบ อาจารย์ให้เทคนิค คือ
อ่อนน้อมมีมารยาท ระมัดระวังคำพูด ไม่พูดซ้ำซาก ไม่ใช้คำพูดว่า ไม่กับหัวหน้า ต้องมีศิลปะในการโน้มน้าวจิตใจ

9. อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องต่อสู้ให้ตลอด




นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

ขอเพิ่มเติมเรื่อง การนำ ทฤษฎี 8K’s + 5K’s มาใช้กับองค์กร คือ  กฟผ. ในการพัฒนามนุษย์ ต้องนำมาใช้ทั้ง 13 ทุน โดยแบ่งการพัฒนา แต่ละทุนจะพัฒนาด้านใดบ้าง ให้มีการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลบุคลากรของ กฟผ. ถ้าพบว่าไม่เต็มในข้อใด ให้จัดเสริมเติม ทั้งนี้ ครอบคลุมบุคลากรที่เข้าใหม่ ให้มีการพัฒนาทั้ง 8 ทุนซึ่งเป็นฐาน และใช้อีก 5 ทุนในการมุ่งสู่สากล

อีกประเด็นที่เห็นพนักงานของ กฟผ. จะมีศักยภาพด้านวิชาการมาก ไม่สนใจศาสตร์อื่น ทำแต่งานอย่างเดียว แต่ด้านศาสตร์อื่นยังไม่ทราบเช่น ด้านจิตวิทยา ด้านสังคมศาสตร์ ควรจัดเติมในส่วนนี้ขึ้นมา เพราะปัจจุบันเป็นสหวิทยาแล้ว ต้องรู้ทุกเรื่อง อีกเรื่องที่ควรดำเนินการคือ เรื่องทุนทางสังคม ต้องมี Network หรือเครือข่าย ซึ่ง กฟผ. ต้องมีการส่งเสริมส่งบุคลากรเข้า อบรมร่วมกับราชการ เอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน โดยควรทำในทุกระดับ ทั้งนี้ต้องใช้ทฤษฎี 2222222 2 2R กำกับในการดำเนินการมิฉะนั้นจะทำแบบหลงทาง  


นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

สรุป ความรู้ที่ได้จากวันพฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2556 แบ่งเป็น 2 ช่วง

โดยช่วงแรก เป็นการบรรยาย เรื่อง “ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.โดย ดร. กมล ตรรกบุตร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

จากที่ได้รับฟังข้อมูล Fact  เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียส์ เมื่อมองไปข้างหน้า แล้วคงหลีกหนีไม่พ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เติบโต จนพลังงานไม่พอกับความต้องการ และราคาหน่วยจะถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และแนวคิดเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัยของตนในชาติ ศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ของประเทศไทย การทำอย่างไรให้คนยอมรับ

  ประเด็นต่างๆข้างต้นเป็นสิ่งที่ กฟผ. จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการยอมรับ ซึ่งต้องอาศัยเรื่องทุนทางสังคม ในการสร้างเครือข่าย การให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่ต้น ในที่นี้จะขอเสนอวิธีการในการดำเนินการเรื่อง กฟผ. กับ การจัดการกับภัยพิบัติ  โดยรวม ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย แผ่นดินไหว วินาศกรรม เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ทราบ ทุกหน่วยงานใน กฟผ. มีการดำเนินการและแผนรองรับเป็นความมั่นคงด้านการจ่ายไฟ แต่การดำเนินการเป็นแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปัจจุบัน มีวิชาเรื่อง การจัดการภัยพิบัติ แล้วหลักการเบื้องต้นของการจัดการภัยพิบัติก็คือ การสร้างความสามารถในการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติในช่วงก่อนเกิดเหตุ ในระหว่างเกิดเหตุ และสร้างความสามารถในการฟื้นคืนจากภัยให้กลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมี พรบ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ .2550 และคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ  (หลังเกิดเหตุการณ์ซึนามิ)  แต่ กฟผ. จะต้องมีการดำเนินการเป็นแบบเชิงรุก ไม่ต้องรอรัฐบาล แต่ต้องเข้าไปดำเนินการ โดยอาศัยวิธี คือ

1.  เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ มาเป็นที่ปรึกษา ดำเนินการตามหลักวิชาการ

2.  ให้ภาคท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนป้องกันแผนตอบโต้ แผนฟื้นฟู

3.  ประสานงานดำเนินการทั้งภาครัฐ เอกขน ท้องถิ่นในการซ้อมตามแผน

4.  ปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยแก่ประชาชนให้ตระหนัก และเป็นนิสัย โดยสอดแทรกไปตั้งแต่โรงเรียน ซึ่งทาง กฟผ.มีโครงการโรงเรียนสีขาว อยู่แล้ว

5.  ประชาสัมพันธ์ถึงความเตรียมความพร้อม

ช่วงบ่าย บรรยายเรื่อง ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

ในช่วงนี้อาจารย์แนะนำประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ซึ่งผมจะได้นำมาใช้ ซึ่งมีเรื่อง

1.  การพึ่งตนเอง

2.   ต้องรู้จักตนเอง รู้จุดแข็ง จุดอ่อน วิเคราะห์ตนเองตลอดเวลา จุดอ่อนให้หลีกเลี่ยงไม่ต้องเสียเวลาไปพัฒนา ให้ใช้เวลานั้นไปเสริมจุดแข็งให้ดียิ่งขึ้น ต้องรู้จักถ่อมตน อย่าหลงตนเอง

3.  รู้จักให้ มากกว่ารับ การใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ เงินทอง ให้น้ำใจจะดีกว่า

4.  ต้องมีอัตลักษณ์ของตนเอง (ที่ดี) ถ้าไม่มีให้สร้าง ใช้ FIRM C ของ กฟผ.  ถ้ามีแล้วไม่ต้องเปลี่ยนแต่ให้รักษาไว้ ยึด “รักเกียรติของตนไว้ เพาอสถานภาพความเป็นคน”

5.  ปฏิบัติตามนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

6.  มีความกล้าทางคุณธรรม Moral courage ไม่เพิกเฉย ถ้าเห็นสิ่งผิด และทำตนเป็นแบบอย่าง

7.  เทคนิคในการเป็นผู้นำ คือจริงใจกับคนรอบข้าง หาคนดี คนเก่งไว้รอบตัว

8.  การทำตนให้หัวหน้าชอบ อาจารย์ให้เทคนิค คือ อ่อนน้อมมีมารยาท ระมัดระวังคำพูด ไม่พูดซ้ำซาก ไม่ใช้คำพูดว่า ไม่กับหัวหน้า  ต้องมีศิลปะในการโน้มน้าวจิตใจ

9.  อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องต่อสู้ให้ตลอด


นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

ขอเพิ่มเติม การนำ ทฤษฎี 8K’s + 5K’s มาใช้กับองค์กร คือ  กฟผ. ในการพัฒนามนุษย์ ต้องนำมาใช้ทั้ง 13 ทุน โดยแบ่งการพัฒนา แต่ละทุนจะพัฒนาด้านใดบ้าง ให้มีการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลบุคลากรของ กฟผ. ถ้าพบว่าไม่เต็มในข้อใด ให้จัดเสริมเติม ทั้งนี้ ครอบคลุมบุคลากรที่เข้าใหม่ ให้มีการพัฒนาทั้ง 8 ทุนซึ่งเป็นฐาน และใช้อีก 5 ทุนในการมุ่งสู่สากล

อีกประเด็นที่เห็นพนักงานของ กฟผ. จะมีศักยภาพด้านวิชาการมาก ไม่สนใจศาสตร์อื่น ทำแต่งานอย่างเดียว แต่ด้านศาสตร์อื่นยังไม่ทราบเช่น ด้านจิตวิทยา ด้านสังคมศาสตร์ ควรจัดเติมในส่วนนี้ขึ้นมา เพราะปัจจุบันเป็นสหวิทยาแล้ว ต้องรู้ทุกเรื่อง อีกเรื่องที่ควรดำเนินการคือ เรื่องทุนทางสังคม ต้องมี Network หรือเครือข่าย ซึ่ง กฟผ. ต้องมีการส่งเสริมส่งบุคลากรเข้า อบรมร่วมกับราชการ เอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน โดยควรทำในทุกระดับ ทั้งนี้ต้องใช้ทฤษฎี   2R กำกับในการดำเนินการมิฉะนั้นจะทำแบบหลงทาง  


สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน วันที่ 31 ม.ค. 56

·  หัวข้อ ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของกฟผ.   โดย ดร.กมล ตรรกบุตร  ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์

ทำให้ได้รับรู้ ถึงกลไกโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เข้าใจถึงสาเหตุแห่งภัยพิบัติที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมา ไดอิชิ ของประเทศญี่ปุ่น และการฟื้นฟู ที่เป็นข้อมูลที่เห็นว่า ควรต้องมีการทำความเข้าใจ และมั่นใจ ให้กับชุมชนให้ได้ทราบ เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่เป็นทางเลือกที่สำคัญของประเทศไทยในขณะนี้  ไม่ได้น่ากลัว จนต้องต่อต้านไม่ให้สร้างในประเทศไทย  ซึ่งอาจต้องปรับปรุงกลไกดูแลชุมชนขนานกันไปด้วย หรือแม้ว่าจะยังไม่สามารถชี้ชวนให้เกิดแนวร่วมในประเทศไทยได้ในขณะนี้  หากเราได้ศึกษาและเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคคลกร และเทคโนโลยีไว้ก่อน ก็อาจเป็นประโยชน์ในกลุ่มอาเซียน ที่จะรวมกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจได้ นอกจากนั้น ยังทำให้ได้คิดว่า บนการบริหารความเสี่ยงต่างๆ บนความไม่แน่นอน และคาดเดาไม่ได้ ก็ย่อมมีต้นทุน ที่ต้องหาสมดุล (Balancing) ด้วยการสื่อสารความเข้าใจกันในทุกกลุ่มคนที่ร่วมกันเป็นเจ้าของประเทศ

  นอกจากนั้นวิทยากรยังชี้ให้เห็น ถึงการคิดป้องกันความเสี่ยง จากเหตุความไม่แน่นอนต่างๆ ที่คาดเดาไม่ได้ แต่คิดป้องกัน โดยได้ย้ำให้ต้องคิดถึง Safety Culture ที่ต้องมีแผนบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ เหล่านั้นไว้ด้วย จากบทเรียนของภัยพิบัติของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคมได้ว่า ด้วยบทบาทหน้าที่ของ กฟผ. สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ในระดับหนึ่ง ที่จะนำไปสู่นโยบายโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทยในอนาคต

·  หัวข้อ ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

วิทยากรได้ให้ข้อคิดและแนวทาง ที่กลั่นมาจากประสบการณ์ที่โชกโชนและฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ในการบริหารงานในวงการราชการมาได้ ที่เป็นข้อคิดที่ดีสำหรับผู้นำ โดยท่านย้ำให้พึ่งพาตนเองให้มากที่สุด เตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ (Well prepare) ด้วยจุดแข็งชองตนเองที่ต้องฝึกฝนให้เพิ่มพูน  โดยไม่จำเป็นต้องลบจุดอ่อน หรือปมด้อยของตนเอง ซึ่งต้องหมั่นวิเคราะห์ตนเองอยู่เสมอให้รู้ขีดจำกัดของตนเอง (Limitation) กล้าแสดงออก (Visibility) มีมารยาท มีเหตุผล รู้จักถ่อมตน โดยให้ยืดเอางานเป็นที่ตั้งอย่างไม่มีอคติ  และยึดมั่นในคุณธรรม


ชัยรัตน์ เกตุเงิน

สรุปความรู้ทีได้ในวันที่31/1/56

  วันนี้ช่วงเช้าได้ฟังดร.กมล และศ ดร.ปณิธาน สอนเรื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และการเตรียมคามพร้อมเรื่องของภัยพิบัติขนาดใหญ่แล้วมีคามรุ้สึกว่าถ้านโยบายของรัฐบาลยังเป็นเช่นนี้  โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็หาอนาตคที่ชัดเจนค่อนข้างยากถึงกฟผ.จะเตรียมความพร้อมด้าน INFARSTRUTURE พร้อมแค่ไหนก็ตามก็ต้องคอยกระตุ้นหน่วยงานภาครัฐให้เตรียมความพร้อมด้วยเช่นกัน  ส่วนภาคบ่ายคุณหญิงทิพาวดี ได้มาสอนเรื่องประสบการณ์ในการทำงานที่เอาตัวรอดและเอาตัวไม่รอดก็ทำให้ผมได้เข้าใจคำว่า” ระบบ” “ชนิดของนาย” “ความรอบคอบในการทำงาน”มากขึ้น   ขอบคุณครับ

 ชัยรัตน์  เกตุเงิน


ชัยรัตน์ เกตุเงิน

สรุปหนังสือเรื่อง ทุนมนุษย์

         ในปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าอาเซียนได้เข้ามามีบทบาทกับประเทศไทยทั้งในเรื่องของการค้า การบริการ การผลิต และอื่นๆ เมื่ออาเซียนได้มีแนวคิดในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) ในปี 2558 ทำให้สมาชิกทั้ง10 ประเทศต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายๆด้าน จึงกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์และสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

  ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนจึงจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนดังกล่าวด้วย โดยการเตรียมพร้อมควรจะเริ่มต้นจาก “ มนุษย์ ” นั้นคือ ประชาชนในประเทศนั้นเอง ซึ่งอนาคตของประเทศนั้นจะเป็นอย่างไรก็ย่อมขึ้นอยู่กับคนในประเทศว่ามีศักยภาพมากน้อยเพียงใด  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้เสนอมุมมองการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถนำมาปรับใช้ในการเตรียมความพร้อมให้แก่คนไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) โดยการนำแนวคิด/ทฤษฎีทุน 8 ประการ (8K’s) และ ทฤษฏีทุนใหม่ 5 ประการ(5K’s New) มาเป็นแนวทางสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ทุนมนุษย์ทั้ง 13 ทุน จะเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของคนไทยในการรองรับการเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน โดยแนวความคิดดังกล่าวนี้ สามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ให้เป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนเก่ง คนดี และมีคุณธรรมไปพร้อมๆกัน อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้เป็นกรอบในการวางแผนพัฒนาบุคลากรในองค์กรได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังจะช่วยเสริมสร้างให้หน่วยงานและองค์กรมีภูมิต้านทานพร้อมรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นหากหน่วยงานหรือองค์กรใดได้นำแนวคิด “ 8K’s+5K’s” ไปปฏิบัติอย่างจริงจังก็เชื่อได้ว่าจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนต่อไปในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานหรือองค์กร รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วย

  จากความตื่นตัวของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) ในช่วงเวลาอีกไม่ถึง ๓ ปีข้างหน้า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการบริหารทรัพยากร มนุษย์มากว่า ๓๐ ปี อย่างศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ จึงได้รวบรวมแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากประสบการณ์ชีวิตของท่านมา ไว้ในหนังสือ “8K’s+5K’s : ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน” ซึ่งเสนอมุมมองการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถนำมาปรับใช้ในการเตรียมความ พร้อมให้แก่ คนไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) ได้อย่างยั่นยืน

ทุน 8+5 ประการประกอบด้วย

ทฤษฎีทุน ๘ ประการ (8K’s) เป็นทุนพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย
๑. Human Capital ทุนมนุษย์ คือ ทุนเริ่มต้นของคนแต่ละคนที่เกิดมามีร่างกาย รูปร่างหน้าตา สติปัญญาที่แตกต่างกัน
๒. Intellectual Capital ทุนทางปัญญา คือ ทุนที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ที่ทำให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
๓. Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม คือ ทุนภายในส่วนลึกหรือสามัญสำนึกของจิตใจคน ซึ่งจะส่งผลต่อทุนทางปัญญาที่จะคิดวิเคราะห์ด้วยความดี มีศีลธรรม มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
๔. Happiness Capital ทุนแห่งความสุข คือ ทุนที่อยู่ภายในจิตใจของคน ในการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากแรงบันดาลใจ ที่จะส่งผลให้เกิดความสุขความอิ่มเอมใจในการกระทำสิ่งเหล่านั้น เป็นแรงผลักดันให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน
๕. Social Capital ทุนทางสังคม คือ ทุนที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือสังคมภายนอกในการหล่อหลอมตัวตนของแต่ละบุคคลให้เป็นไปในทางดีหรือทาง เสื่อมขึ้นอยู่กับทุนทางจริยธรรมของแต่ละบุคคลที่จะมุ่งสร้างคุณงามความดี หรือจะกระทำความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้างและสังคม
๖. Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน คือ ทุนที่เกิดจากการกระทำของคนที่มุ่งหวังผลในระยะยาวโดยเริ่มต้นจากการกระทำ ความดีต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
๗. Digital Capital ทุนทางไอที คือ ทุนความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำเครื่องมือเครื่องใช้ด้านไอทีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมโดยรวมได้
๘. Talented Capital ทุนทางความสามารถพิเศษ คือ ทุนที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ทักษะความรู้ บ่มเพาะจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความชำนาญในด้านต่างๆ ตามแต่ความถนัดและทัศนคติของแต่ละบุคคล
ทฤษฏีทุนใหม่ ๕ ประการ (5K’s New) เป็นทุนที่สำคัญสำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ ประกอบด้วย
๑. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ คือ ทุนในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เจาะลึกความรู้ทั่วไปภายใต้มิติเดียว ไปสู่การรอบรู้อย่างลึกซึ้งในหลากหลายมิติ
๒. Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์ คือ ทุนในการคิดดัดแปลง คิดประยุกต์ใช้ คิดขึ้นใหม่ และคิดพัฒนาโดยมุ่งให้เกิดความเจริญในทางบวก
๓. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม คือ ทุนในการพัฒนาต่อยอดจากของเดิมไปสู่สิ่งใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น
๔. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม คือ ทุนในการเรียนรู้ ค่านิยม แนวคิดหรือความเชื่อของคนที่เราติดต่อสัมพันธ์ด้วยเพื่อให้เข้าใจและเข้าถึง ความคิดของบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง
๕. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ คือ การบริหารจัดการ EQ ซึ่งจะส่งผลถึงทุนในด้านต่างๆ ให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืน


ชัยรัตน์  เกตุเงิน

วุฒิไกร สร่างนิทร

วันที่ 31 มกราคม 2556

ในการอบรมวันนี้ หัวข้อแรก เรื่อง ผลกระทบแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของประเทศไทย โดย  อาจารย์ ดร.กมล ตรรกสูตร  ต้องยอมรับว่า อาจารย์ได้นำเสนอข้อมูล เหตุการณ์โรงไฟฟ้าฟูกูชิมา ไออิชิ ญี่ปุ่น ได้อย่างละเอียด มีข้อมูลแบบเชิงลึกและ Updated เป็นที่น่าสนใจมาก ใคร่ขอขอบคุณอาจารย์ มา ณ โอกาสนี้ด้วย จากการเรียนรู้วันนี้ พอที่จะคาดหมายได้ว่า หากไม่มีพลังงานใหม่เกิดขึ้นอีก  10-20  ปีข้างหน้า เกือบทุกประเทศทั่วโลกคงจะหนีไม่พ้นที่จะเลือกเชื้อเพลิงนิวเคลียร์มาผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก อย่างไรก็ตามการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เรื่องการยอมรับฯยังเป็นประเด็นปัญหาหลักที่ทุกประเทศจะต้องให้ความสำคัญ ควบคู่ไปกับเรื่องความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่จะต้องดูแลและพัฒนาให้ปลอดภัยยิ่งๆขึ้นไป

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทย ข้าพเจ้าใคร่ขอร่วมแสดงความคิดเห็น คือประเทศไทยยังมีข้อจำกัดอีกหลายมิติ ปัญหาการไม่ยอมรับ การประชาสัมพันธ์ที่เกายังไม่ถูกที่คัน การให้ความรู้ความเข้าใจที่ไม่กว้างและไม่ลึกพอ การเมืองแบบปัดแข้งปัดขา ผลประโยชน์อยู่เหนือหลักการ กฎหมายที่ให้อิสระเสรีมากเกินขอบเขตและปัญหาอื่นๆ ดังนั้น หากต้องการเห็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทยจริงๆ ปัญหาเหล่านื่ รัฐจะต้องจัดเจ้ามือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม โดยด่วน  แต่หากภาครัฐละเลยไม่จริงจัง ประเทศไทยอาจจะเสียตำแหน่งผู้นำด้านพลังงานใน AEC ได้ เมื่อถึงเวลานั้นคงจะไม่ใช่เฉพาะประเทศเวียตนามที่จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก่อนประเทศไทย แม้แต่ สปป.ลาว ก็อาจจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก่อนประเทศไทยก็เป็นไปได้ ขอให้หันมองย้อนในอดีต เช่น ประเทศไทยเคยมีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าเขื่อนผามองที่กั้นแม่น้ำโขง มานานนับกว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบันยังสร้างไม่ได้ แต่ สปป.ลาว.เริ่มสร้างโรงไฟฟ้าไชยบุรีกั้นแม่น้ำโขงแล้วและจะมีอีกหลายโรงไฟฟ้าตลอดลุ่มแม่น้ำโขง ระบบ 3 G ประเทศไทยพึ่งจะเริ่มต้น  ส่วน สปป.ลาว ระบบ 3 G ได้ใช้งานมาหลายปีแล้ว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประเทศไทยตั้งเป้าปี 2026 ขณะที่ วันนี้ สปป.ลาว ยังไม่มีแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และเมื่อถึงปี 2026  ข้าพเจ้าไม่แน่ใจประเทศไหนจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก่อนกัน ?

ในการอบรมหัวข้อที่ 2 เรื่อง กฟผ.พร้อมรับภัยพิบัติขนาดใหญ่หรือยัง โดย  อาจารย์ ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ อาจารย์ได้บรรยาย ให้เห็นถึง ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วโลกในยุคปัจจุบันเริ่มมีทั้งความหลากหลายและความรุนแรงมากขึ้น จนเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง สิ่งที่ได้จากการอบรมหัวข้อเรื่องนี้คือ เราทุกคนจะต้องตั้งมั่นอยู่ด้วยความไม่ประมาท ทั้งทางด้านภัยพิบัติจากธรรมชาติและภัยพิบัติจากความผิดพลาดทางเทคนิค

ในการอบรม ช่วง หัวข้อที่ 3 เรื่อง ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า โดย  อาจารย์ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ หลังจบชั่วโมงของอาจารย์ ข้าพเจ้า ขอกล่าว ชื่นชม และยอมรับนักบริหาร คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ผูนำที่เป็นผู้หญิงท่านนี้ อาจารย์ได้ถ่ายทอดเล่าประสบการณ์ในชีวิตการทำงานตั้งแต่สมัยเริ่มเข้าทำงาน การบริหารงานภายใต้แรงกดดัน ในระหว่างที่อาจารย์ถ่ายทอดประสบการณ์ข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึง ความกล้าหาญ ความมีจิตวิญญาณของผู้นำที่เป็นบริหาร(ไม่ใช่นักวิชาการ) รับรู้ถึง อาจารย์เป็นคนเก่ง คนฉลาด มีการคาดคะเนเหตุการณ์ในอนาคตโดยรวบรวมเหคุปัจจัยและสิ่งแวดล้อมจากปัจจุบัน เมื่อถึง สภาวะวิกฤติ อาจารย์จะมีกระบวนคิดอย่างเป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผลและเด็ดขาด สิ่งที่ได้จากการอบรมเรื่องนี้ ข้าพเจ้าจะต้องกลับมาทบทวนตนเอง ในเรื่องกระบวนการคิด การตัดสินใจ การทำงานให้เป็นระบบและลอกเลียนแบบในงานบริหารบางเรื่องเพื่อการทำงานของข้าพเจ้าต่อไป

สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน วันที่ 30 ม.ค. 56

Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม โดย    อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์

รับทราบกระบวนการทำงานของสมองที่เกี่ยวกับการจำและได้เรียนรู้วิธีการสร้างแผนที่ความคิด(Mind map) ซึ่งหากจัดเรียงลำดับข้อมูลโดยทำในรูปความสัมพันธ์เชื่อมโยงจะทำให้จดจำได้มากขึ้นรวมทั้งการใช้สีสันยิ่งทำให้จำได้ดียิ่งขึ้น โดยเห็นว่าหากฝึกทำบ่อยๆจะช่วยเพิ่มพูนกระบวนการคิด การทำงาน การบรรยาย การวางแผน หรือการตัดสินใจโดยจะเห็นประเด็นหลัก และประเด็นรองๆได้ครบถ้วนจากการดูที่กิ่งแก้วและกิ่งก้อย

Creative Thinking and Value Creationและการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนากฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โดย  อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

การทำโครงการบางครั้งไม่ต้องอาศัยเงินโฆษณา แต่อาศัยการบอกต่อ หรือ Networking จะมีประสิทธิภาพกว่า ได้ความรู้ว่าในเมืองไทยมีหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลที่ 1 ของโลกอยุ่ด้วย สำหรับการที่จะเกิดสังคมความคิดสร้างสรรค์ได้นั้นต้องมีพื้นฐานมาจากสังคมความรู้ก่อน ทั้งนี้ความคิดสร้างสรรค์ต้องเริ่มมาจาก

การคิดบวก และคิดอย่างเป็นระบบ รวมถึงไม่ต้องยึดติดกับทฤษฎีหรือกรอบ โดยอาจารย์ได้เสนอแนวคิดให้กฟผ.ทำโครงการหลายอย่าง อาทิเช่น เปลี่ยนโรงไฟฟ้าให้เป็นแหล่งเรียนรู้ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยกฟผ.

แนวคิดพลังงานไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ตลอดจนการท่องเที่ยว อีกทั้งยังระบุว่ากฟผ.ยังขาดในด้านCorporate Communicationทำให้ขาดการรับรู้ในเรื่ององค์กรกฟผ.เองจากบุคคลภายนอกควรหาผู้รู้ที่มีประสบการณ์มาช่วย

การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย  อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

การเลือกทำโครงการต้องตอบโจทย์  2R คือต้องเอาไปใช้ได้จริงและตรงประเด็นซึ่งควรเป็นเรื่องใหม่ รวมทั้งต้องประกอบด้วย 3 V (value added value creation และ value diversity)

โดยอาจารย์กำหนดหัวข้อโครงการมาให้ทำเป็นการบ้านโดยกลุ่มที่ 5 ได้หัวข้อนวัตกรรมเพื่อการพัฒนากิจการของกฟผ.ให้ก้าวไกลในเวทีอาเซียน 2015 ทั้งนี้มีความเห็นว่าถ้ามีการกำหนดหัวข้อในการจัดทำหรือรูปแบบเนื้อหาควรมีอะไรบ้างเรียงลำดับให้เป็นมาตรฐานในการจัดทำสไลด์บรรยาย เพื่อเวลาบรรยายทั้ง 6 กลุ่มจะได้มีทิศทางเดียวกัน


สมคิด พงษ์ชวนะกุล

หัวข้อ : ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

  จากเหตุการณ์เกิดแผ่นดินไหว และเกิดสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้แสดงความเสียหายกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา ซึ่งทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด ทำให้ไฟฟ้าไม่พอกับความต้องการ แต่ชาวญี่ปุ่นก็สามารถผ่านเหตุการณ์ไปได้ และสามารถฟื้นฟูความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว เพราะชาวญี่ปุ่นมีวินัยมาก ในขณะเดียวกันก็กระทบถึง กฟผ. คือ โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องชะลอออกไป

  สามารถนำไปใช้กับ กฟผ. คือ ต้องมองความเสี่ยงให้กว้าง แม้บางสิ่งที่เราคาดไม่ถึง เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างภายนอกสามารถสร้างผลกระทบต่อองค์กรได้ ต้องมีการเตรียมแผนรองรับ เพื่อให้กิจการสามารถดำเนินต่อไปได้ ไม่ขาดช่วง หรือล้มละลาย

หัวข้อ : ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

  จากการรับฟังประสบการณ์การบริหารงานของท่าน ได้หลักคิดและแนวปฏิบัติหลาย ๆ อย่าง เช่น ไม่กลัวซะอย่าง คุณก็จะสามารถสู้อะไรได้อีกเยอะ  ต้องรู้จักตัวเอง  หมั่นวิเคราะห์ตัวเองอยู่เสมอ  ต้องพร้อมเสมอ  มีจุดยืนที่ชัดเจนในความถูกต้องและยืนหยัด  การทำงานใดต้องรู้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน  ต้องรู้จักให้และรับ  ต้องมีความกล้าทางคุณธรรม ไม่ยอมกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแบบอย่างที่ดี

               


พลศรี สุวิศิษฏ์อาษา

วันที่ 31 มกราคม 2556

ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น
ต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ. (ดร.กมล)

ปัจจุบันไทยใช้ Natural Gas เป็นสัดส่วนมากถึง 67% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ ซึ่งสูงเกินไป

เชื้อเพลิงในโลก Oil, NG, Coal จะหมดภายใน 40, 60 และ180 ปี ตามลำดับ

Uranium235 จะใช้ได้ 100 ปี แต่ เมื่อใช้แล้ว จะกลายเป็น Uranium238 และ
Plutonium239 ซึ่งสามารถใช้ได้เหมือน Uranium235 ดังนั้นจะมีให้ใช้อีก 6000 ปี

1 kg Coal ผลิตไฟฟ้าได้
1 kWh แต่ Uranium 1 kg จะผลิตไฟฟ้าได้ถึง
300,000 kWh => จึงมีต้นทุนต่ำกว่า

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ไม่ได้มีอันตรายมากมายอย่างที่คิดเนื่องจาก Technique ก้าวหน้าไปมากปัจจุบันรุ่น 3+

ในไทยก็มีมานานกว่า 20 ปี จากขนาด 1 MW และขยายเป็น 2 MW ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ บางเขน มีแผนจะขยายเป็น 40 MW ที่นครนายก แต่ถูกต่อต้านมาก

ที่ญี่ปุ่นเกิดจากภัยธรรมชาติแต่ไม่ได้ร้ายแรงมากอย่างที่บางคนเข้าใจ
สามารถกู้สถานการณ์ได้ในเวลาไม่กี่เดือนก็ปกติ แต่ยังต้องทำการรื้อถอนซึ่งคงต้องใช้เวลานาน 10-20 ปี

ส่วนของไทย ครม.ให้เลื่อนออกไป 3 ปี และเมื่อ มิ.ย. 55 ได้ปรับแผนลดลงเหลือเพียง
2 Unit ในปี 2026, 2027 โดยมีแผนนำเข้า LNG แทน และซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน

ศ.ดร. ปณิธาน

ภัยพิบัติทุกครั้งแม้จะเกิดความสูญเสียมาก แต่ก็ให้บทเรียนที่สำคัญ

ศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่

ความแข็งแรงของโครงสร้างไหวหรือไม่

ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ ทั้งเรื่อง นโยบาย งบประมาณ การปรับปรุง มองการณ์ไกล
และที่สำคัญต้องเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง

ผู้นำต้องไม่ประมาท ต้องมองและคาดการณ์อนาคตให้ดี และเตรียมการในการรองรับ

ภาวะผู้นำและประสบการณ์บริหารงานของข้าพเจ้า (คุณหญิงทิพาวดี)

หัวหน้าต้องพร้อมที่จะทำงานด้วยตนเอง

คบคนที่มีความสำคัญ (Networking)

รู้จักตนเอง Strange Weakness Limited ให้เน้นการนำ Strange มาใช้

ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ

Give & Take คำปรึกษา, ความช่วยเหลือ, น้ำใจ, จริงใจ อย่ารับสินบน รักษาเกียรติแห่งตน

นายภูวดา ตฤษณานนท์


สรุปหนังสือ 8K’s + 5K’s ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน โดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์

                ความสำเร็จที่เกิดขึ้นของแต่ละบุคคลล้วนไม่ใช่ความบังเอิญ หากแต่ว่ามีรากฐานสำคัญมาจากการพัฒนาและเรียนรู้ในสิ่งต่างๆมาใช้กับตนเองหรือผู้นำในอนาคตที่เราคาดหวังไว้ โดยคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 8 ข้อ

K1 Human Capital ทุนมนุษย์

                เป็นรากฐานที่สำคัญประการแรก โดยมีแนวคิดดังนี้

  • มนุษย์เกิดมาเท่ากัน จะพัฒนาให้ความรู้เราอย่างไร
  • ต้องลงทุนในด้าน ทรัพยากรมนุษย์ เพื่อประโยชน์ในอนาคต
  • การลงทุนต้องต่อเนื่องตั้งแต่เยาวืวัยจนถึงผู้ใหญ่ เพราะการแสวงหาความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด

K2 Intellectual Capital ทุนทางปัญญา

                ทุนมนุษย์นั้นมีคุณภาพซึ่งไม่ได้วัดหรือประเมินจากการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่จสำเร็จได้จากการใช้ความคิด การใช้ปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหา มองอนาคตเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ ทุนทางปัญญษนี้จะนำพาให้หน่วยงานจนถึงระดับประเทศอยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้

K3 Ethical Capital ทุนทางคุณธรรมและจริยธรรม

                ทุนทางคุณธรรมนี้จะแสดงออกมาในรูปของการเป็นคนดี คิดดี ทำดี เสียสละเพื่อส่วนรวม ทุนนี้ส่วนใหญ่จะได้รับการถ่ายทอด และสั่งสอนจากบรรพบุรุษ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการทำงาน การประกอบธุรกิจ เป็นต้น

K4 Happiness Capital ทุนแห่งความสุข

                ทุนแห่งความสุข คือ พฤติกรรมที่ตัวบุคคลพึงมีเพื่อทำให้ชีวิตมีคุณค่าและสอดคล้องกับงานที่ทำ ทำงานโดยไม่คิดถึงผลประโยชน์ตอบแทน แต่ทำเพื่อให้เกิดความสุขในการทำงานและได้แบ่งปันผู้อื่น

K5 Social Capital – Networking

                เป็นคุณสมบัติสำคัญที่มนุษย์พึงมี เมื่อมีสังคมก็จะเกิด Network ตามมา ยิ่งทำมาก Network ฏ้ยิ่งมากและสามารถเกื้อหนุนและสนับสนุนงานภายในองค์กร

K6 Sustainable Capital ทุนแห่งความยั่งยืน

                เป้นทุนที่มองไกลในอนาคตเพื่อความยั่งยืนในภารกิจขององค์กร

K7 Digital Capital ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT

                ทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพจะต้องมีทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนภารกิจต่างๆ เพื่อให้ได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว

K8 Talented Capital ทุนอัจฉริยะ

                การพัฒนาทุนอัจฉริยะมาจาก ทฤษฎี 5 E ได้แก่  Example, Experience, Education, Environment and Evaluation.

                เมื่อเราพัฒนาทุนมนุษย์ทั้ง 8 ประการได้แล้ว ในปัจจุบัน เมื่อโลกมีความเจริญก้าวหน้ามีการเปลี่ยนแปลง มีการแข่งขันโดยเฉพาะในยุคอาเซียนเสรี เราต้องต่อยอดสร้างคุณภาพมนุษย์อีก 5 ประการ คือ ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์

ทุนทางความรู้   ทุนทางนวัตกรรม   ทุนทางอารมณ์   และทุนทางวัฒนธรรม

เมื่อท่านผู้บริหารของ กฟผ. ที่รับการพัฒนาจากท่าน ศ.ดร. จีระ ตามแนวความคิด 8K’s + 5K’s แล้วจะทำให้ กฟผ. มีผู้นำองค์กรที่มีแนวคิด สามารถนำ กฟผ.ให้เป็นองค์กรชั้นแนวหน้าอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป

นายภูวดา ตฤษณานนท์

       31/1/2556

 

 

 

 

31/1/56 (09.00 น. – 12.00 น.)

สรุปการบรรยายหัวข้อ: ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

โดย ดร. กมล ตรรกบุตร และ ศ.ดร. ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์

                วิทยากรได้อธิบายถึงเหตุการณืแผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นที่มีผลกระทบต่อรฟ. นิวเคลียร์ในประเทศไทยอย่างมาก ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาก้ตาม โดยสรุปแล้วหาก กฟผ. ไม่สามารถทำให้ชุมชนและประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยอมรับในการสร้าง รฟ. แล้ว ก็คงจะเป็นเรื่องที่ลำบากและเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงานด้านผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงานที่มีคุณภาพและมั่นคงขอ     ประเทศ

ภาคบ่าย (13.00 น – 16.00 น.)

หัวข้อวิชาภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ วิทยากรได้บรรยายถึงหลักในการทำงานจากประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาซึ่งสามารถสรุปเนื้อหาสาระได้ดังนี้

1.    การทำงานต้องคำนึงถึงงานเป็นตัวตั้ง

2.    อย่ากลัวผุ้บังคับบัญชาจนงานเสียหาย เพราะไม่กล้าแสดงความคิดเห็น

3.    การทำงานต้องพึ่งตัวเองเป็นหลัก ต้องเริ่มต้นฝึกฝนตั้งแต่เริ่มทำงาน

4.    ต้องมี Networking หรือ เครือข่ายที่เป็นบุคคลสำคัญเพื่อสร้างความเกรงใจ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการทำงาน

5.    งานจะประสบความสำเร็จได้ต้องมี Give and Take (ให้และรับ)

6.    ต้องมีความกล้าหาญในการมีคุณธรรม

7.    ต้องมีความภาคภูมิใจในหน่วยงาน อย่าปล่อยให้ผู้ใดมาหมิ่นศักดิ์ศรีของหน่วยงานได้

 

นายภูวดา ตฤษณานนท์

      31/01/56

วันที่ 31 ม.ค. 56

ช่วงเช้า บรรยายโดย ดร.กมล ตรรกบุตร ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น”

จะเห็นว่าความต้องการการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ากำลังสำรองจะมีอยู่จริง แต่ก็จะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใกล้จะปลดระวางและหรือต้องมีการซ่อมแซมดังนั้นถ้าความต้องการมีมากขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ก็จะไม่เพียงพอในอนาคตได้รับทราบจากอาจารย์ว่าขณะนี้ประเทศเวียดนามกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งตามแผนจะเสร็จในปี 2020 อีก 7 ปีข้างหน้าเวียดนามจะเป็นคู่แข่งสำคัญ ที่มีต้นทุนไฟฟ้าราคาถูก สำหรับ โรงไฟฟ้าฟูกูชิมาเป็นโรงแบบ BWR ซึ่งเป็นโรงที่อาจมีความเสี่ยงหากเกิดภัยพิบัติถ้าเป็นแบบ PWR จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า จริงๆในประเทศไทยถ้าจะมีความพร้อมคงจะต้องมองทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล กฟผ. ชุมชนผู้ออกใบอนุญาต ในแต่ละส่วนต้องเตรียมความพร้อมสำหรับความรู้และบุคลากร ดังนั้นคงเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องให้มีความชัดเจนที่จะก้าวไปข้างหน้าว่าพร้อมหรือไม่ ถ้าจะมีโรงไฟฟ้านิงเคลียร์

  ศ.ดร.ปณิธานลักคุณะประสิทธิ์ กฟผ. พร้อมรับภัยพิบัติขนาดใหญ่หรือยัง ”

อาจารย์ ได้ยกตัวอย่างของกรณีหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดินไหวการก่อการร้าย หรือกรณี หากเกิดเหตุการณ์ที่ไฟฟ้าดับและหน่วยงานความมั่นคงมีแผนเตรียมไฟฟ้าสำรองบ้างหรือไม่สิ่งที่อาจารย์ได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำ ควรมองการไกลเพื่อประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้องหรือใกล้เคียงในสิ่งที่จะเกิดขึ้นแต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การป้องกันความเสี่ยงต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ก็จะต้องมีการลงทุนต้นทุนที่ลงไปจะทำให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งก็ต้อง Balance ให้พอเหมาะพอควรที่จะมีผลกระทยในด้านอื่นๆตามมา


วันที่ 31 ม.ค. 56

ช่วงบ่าย บรรยายโดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า ”

อาจารย์ ได้พูดถึงคุณลักษณะผู้นำโดยมีทฤษฏี 8H’s ต้องมีอัตลักษณ์ของตน มีความเชื่อมั่นสามารถสื่อสารได้ดี ต้องมีการตัดสินใจในทันเหตุการณ์ ต้องเสียสละ รับผิดชอบรู้จักใช้คน ยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง มีความพอดี อาจมีอารมณ์ขันบ้าง มีมารยาทรวมทั้ง ผู้นำควรมีความคิด คิดอย่างไร เช่น คิดถึงผลลัพธ์ คิดแก้ปัญหาคิดระยะยาวมองการณ์ไกล คิดสร้างสิ่งหใม่ๆ คิดเพื่คนรุ่นหลัง  อาจารย์ ได้ยกตัวอย่างที่อาจารย์ถูกกล่าวหาในการประพฤติมิชอบ สมัยอยู่ กพ. ซึ่งต้องต่อสู้จนพ้นผิดแต่ก็ได้บทเรียนของชีวิตหลายๆด้าน และนำมาสอนให้พวกเรารู้จักการระวังตนเองให้มีความละเอียดถี่ถ้วน รอบคอบ และโปร่งใส ขอบคุณครับ

สรุป วันที่30 ม.ค. 2556

Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร
และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

โดย อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์

 

สรุปเนื้อหาที่ได้จากการอบรม

  อ.ขวัญฤดี ได้อธิบายถึง ข้อจำกัดในการจำจากการอ่านตามปกติเพราะสมองไม่ชอบจำตัวหนังสือ  แต่หากจำจากการดูเป็นภาพจะทำให้สามารถจำได้ง่ายและจำได้มากกว่า

  การทำ Mind Map มีประโยชน์หลายอย่างทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวัน

· ทำให้มองภาพรวมได้ชัดเจนและสรุปเรื่องได้ดี
- คิดแตกแขนงได้มากมาย

· สามารถเรียนรู้ได้ทุกวัย

· ไอน์สไตน์ บอกว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้เพราะความรู้มีอยู่แล้วแต่จะเพิ่มพูนเรื่อยๆถ้าฝึกใช้จินตนาการสร้างความรู้  ……Mind Map เป็นเครื่องมือหนึ่งที่อาจช่วยสร้างจินตนาการได้

· คนประสบความสำเร็จใช้สมอง 2 ซีกพร้อมๆกันเหมือนหยิน-หยาง

· สมองซีกซ้าย เกี่ยวกับเรื่องวิชาการ ภาษา วิทยาศาสตร์
เหตุผล คิดเลข จัดลำดับ มองแยกส่วน

· สมองซีกขวา เกี่ยวกับเรื่องผ่อนคลาย จินตนาการ อารมณ์
ดนตรี ศิลปะ มองภาพรวม

· การใช้สมองบ่อยๆเป็นการบำรุงสมอง

· สามารถฝึกสมองได้ โดยคิดเลขในใจ เล่นเกมโซโดกุ อักษรไขว้ หมากฮอส เป็นต้น

· ในการประชุมนานๆ ถ้ามีการพักเบรกจะทำให้กลับมาจำได้ดีขึ้น

· การทบทวนเป็นระยะ ทำให้จำได้ดีขึ้น

- การทำ Mind Map เป็นรูปสีจะทำให้จำได้ดีขึ้น

การนำไปใช้ประโยชน์ ....สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานเช่น สรุปประเด็นในการประชุมแต่ละครั้ง 
ซึ่งจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นและจำได้มากขึ้น......รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาต่างๆได้
 
...สำหรับประโยชน์ที่บ้านก็มีมากเช่น
นำไปสอนลูกให้เป็นเครื่องมือในการทบทวนการเรียนก่อนสอบ  หรือสามารถนำไปวางแผนไปเที่ยวหรือจัดงานต่างๆโดยจะทำให้ไม่ลืมกิจกรรมต่างๆที่ต้องทำเป็นต้น




วันที่ 30 มกราคม 2556

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

1. 9.00 -12.00 น. Mind Mapping สำหรับผู้บริหารและการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

  โดย  อ.ขวัญฤดี  ผลอนันต์

-  Mind Mapping เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับการจดจำ,การจัดหมวดหมู่ ,การวางแผนโครงการ ซึ่งจะทำให้มีการมองในภาพรวมทั้งโครงการก่อน ถึงจะลงรายละเอียดในแต่ละส่วนประกอบของโครงการ สำหรับประโยชน์ที่จะนำมาใช้ในการทำงานนั้น ก็คือการเขียนแผนงาน/โครงการ ซึ่งจะทำให้เกิดภาพรวมและรายละเอียดครบถ้วน

2. 13.00 -16.00 น. Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อ

  การพัฒนา กฟผ,ให้เติบโตอย่างยั่งยืน  โดย อ.ณรงค์ศักดิ์  ผ้าเจริญ

-  ความรู้ที่ได้รับเป็นเรื่อง การคิดบวก และทำแบบสร้างสรรค์ กฟผ.ควรทำอย่างไรกับ NGO กฟผ.ควรสร้าง Brand/โครงการอะไร เพื่อให้ประชาชน/ชุมชน เห็นสิ่งที่กฟผ.ทำต่อสังคม กฟผ.เป็นแหล่งความรู้ พนักงานควรนำความรู้ที่มีไปทำประโยชน์อะไรให้กับสังคม

3. 16.00 -18.00 น. การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา โดย อ.กิตติ  ชยางกุล

-  ความรู้ที่ได้รับเป็นการคิดโครงการที่คนสนใจนำไปใช้ได้จริง ต้องทำโครงการที่เกี่ยวกับกฟผ.ปัญหาของกฟผ.ในอนาคตคือ หาที่สร้างโรงไฟฟ้าใหม่ไม่ได้ เพราะสร้างที่ไหนก็จะถูกต่อต้าน จะทำอย่างไร ทำโครงการอะไรเพื่อให้ชุมชน/ประชาชน สนับสนุน เห็นดีเห็นงาม กับกฟผ. ในการสร้างโรงไฟฟ้า 


Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร(.ขวัญฤดี ผลอนันต์)

Mind Map เป็นเครื่องมือที่จะช่วยการจดบันทึกโดยใช้สมองทั้ง 2 ซีก อย่างเต็มที่ เป็นการยกระดับ การรู้จำ-การรู้คิด การเชื่อมโยงและการจัดกลุ่ม เป็นเครื่องมือที่นำไปสู่วิธีเชื่อมโยงคิดไปได้ทุกเรื่อง  เราสามารถใช้เครื่องมือตัวนี้ช่วยในการจดจำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระบบได้ง่ายขึ้น ในทุกเรื่อง

Creative Thinking  and Valve Creation (อ.ณรงค์ศักดิ์  ผ้าเจริญ)

Creative Thinking (การคิดเชิงสร้างสรรค์)  ต้องคิดเชิงบวก เมื่อเราคิดเชิงบวกแล้วจะทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์มีกำลังใจ มีพลังใน คิดค้น หรือ กระทำสิ่งใหม่ๆ ทำให้เกิดการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และคุณสมบัติสิ่งหนึ่งที่ผู้ที่จะเป็นผู้นำ ควรมีไว้ เพื่อการปรับตัวและตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาก็คือ Creative Thinking ประกอบด้วย องค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

1. Expertise – ความชำนาญ

2. Creative Thinking Skill – ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์

3. Creativity – ความสามารถในการสร้างสรรค์


วันที่ 31 มกราคม 2556

ความรู้ที่ได้รับในวันนี้

1. 9.00 -12.00 น. ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ. โดย ดร.กมล  ตรรกบุตร และ ศ.ดร.ปณิธาณ  ลักคุณะประสิทธิ

-  ความรู้ที่ได้รับ จะเกี่ยวกับ ลักษณะของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประเภทต่างๆ การเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีการรั่วไหลของกัมมันตรังสี การมีหน่วยงานเข้าฟื้นฟูความเสียหายอย่างรวดเร็ว การพัฒนาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในรุ่นที่ 4 ที่ทำให้สามารถยืดการใช้เชื่อเพลิงนิวเคลียร์ของโลกออกไปอีก  6000 ปี  นโยบายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของประเทศไทยต้องเลื่อนออกไปแล้วประมาณ 6 ปี และยังไม่แน่ว่าจะเลื่อนอีกหรือไม่

-  กฟผ.พร้อมรับภัยพิบัติขนาดใหญ่หรือยัง มีหน่วยงานเข้าช่วยเหลือหรือยัง ถ้าเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ ประเทศมีรอยเลื่อนที่ยังไม่ตายอยู่ สามารถเกิดแผ่นดินไหวได้ โรงไฟฟ้ามีแผนรองรับการเกิดภัยภิบัติหรือไม่/อย่างไร

2. 13.00 -16.00 น. ภาวะผู้นำและประสพการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า  โดย คุณหญิง ทิพาวดี  เมฆสวรรค์

-  ความรู้ที่ได้รับ จะเกี่ยวกับ การปฏิบัติตนอย่างไรในการทำงาน ต้องมีข้อมูลอะไรในตัวของเรา ต้องคาดการณ์ล่วงหน้า มีการเตรียมการ/แนวทาง/โครงการงานในหน้าที่ไว้ เมื่อจำเป็นก็หยิบขึ้นมาใช้ได้ มีเทคนิคในการทำงานกับเจ้านาย/ลูกน้อง ต้องรู้จักการให้และรับ ต้องยึดมั่นในหลักการ ทำงานตามระเบียบ/กฏหมาย ต้องสร้างภาพพจน์ของตัวเรา ต้องยืนบนจุดยืนที่มั่นคงอย่างสม่ำเสมอ


ผลกระทบของแผ่นดืนไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

  แผนพัฒนาพลังงานPDP2010 : REVISION 3  ในภาพรวมของประเทศไทยในเรื่องของพลังงานขั้นต้น พบว่า ในเรื่องพลังงานจากก๊าซธรรมชาติการผลิตพลังงานไฟฟ้าในปีนี้ยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ประมาณ 70% และมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ในภาพรวมของโลก น้ำมันมีเหลือใช้อีก 44ปี  ก๊าซธรรมชาติเหลืออีก 64ปี ถ่านหินเหลืออีก 185ปี แต่ถ้าเป็นยูเรเนียมเมื่อใช้แบบ Recycleสามารถใช้ได้อีกมากกว่าพันปีขึ้นไป

ประเทศไทยได้ดำเนินการในขั้นต้นของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เรียบร้อยแล้ว และได้รับความเห็นชอบจาก IAEA  ว่ามีความพร้อมในขั้นต้นแล้วตามแนวทางที่ IAEA กำหนดไว้โดยมติ ครม. ของไทยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงแรกของไทยจะ COD ปี 2026 จะนำเข้า LNG มาทดแทนแผนการสร้างโรงไฟฟ้าทั้ง Coal&NPP  จากแนวทางด้านพลังงานไม่ว่าจะเป็นนิวเคลียร์หรือถ่านหินได้ถูกให้ลดสัดส่วนลง 

  วิกฤตินิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ฟูโกชิมา ไดอิชิ เนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดเนื่องจากมีกรณีของสึนามิที่ญี่ปุ่น ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกติดลบกับนิวเคลียร์และไม่เอาพลังงานนิวเคลียร์เลย  จะเห็นว่าเป็นความไม่แน่นอนในการสร้างโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์

  ดังนั้นในการที่จะดำเนินนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.  จำเป็นต้องมีการเตรียมการในการจัดการความไม่แน่นอนให้ได้

ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารของข้าพเจ้า

ประสบการณ์จริงในการทำงานของผู้บริหารในหน่วยงานราชการที่มีความสามารถและเป็นผู้บริหารระดับสูง  ซึ่งผ่านประสบการณ์และสถานะการณ์ต่างๆ มามากทำให้ได้แนวคิดและมุมมองที่ดี สามารถนำไปเป็นแบบอย่าง  และปรับใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะการรักษาอัตลักษณ์ของตนเอง มีความเชื่อมั่นในตนเอง  มีการสื่อสารที่ดี  การยอมรับข้อผิดพลาดและความเสียสละ ในบทบาทของผู้บริหาร  รวมทั้งการทำงานที่ยึดมั่นในความถูกต้องมีจรรยาบรรณในอาชีพของตน การรักษาระยะห่างของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการทำงานเพื่อยึดมั่นในคุณธรรม 


สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันที่ 31 ม.ค. 56

-  โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ เป็นโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด แต่ผลกระทบจากการเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำให้คนไทยเกิดความวิตกกังวล รัฐบาลจึงชะลอโครงการออกไป การจะสร้างได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

-  กฟผ. จะต้องมีแผนปฏิบัติการรับมือภัยพิบัติต่างๆที่คาดไม่ถึง เช่น แผนการอพยพชาวบ้าบ เตรียมระบบสำรองการผลิตไฟฟ้า ฯลฯ

-  ประสบการณ์ในการทำงานของคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เรื่องการกล้าเจรจาต่อรอง การมีมารยาท กล้าแสดงออก เอางานเป็นที่ตั้ง เป็นตัวอย่างของการบริหารงานที่ดี จึงทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน

-  การเป็นผู้นำ ต้องพึ่งตนเอง รู้จุดอ่อนจุดแข็ง อย่าหลอกตัวเอง รู้ Limitation ของตนเอง รู้จัก Give & Take


Creative
Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนากฟผ.ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

30 มกราคม 2556

โดย
อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ


  อ.ณรงค์ศักดิ์ได้ยกตัวอย่างในช่วงการถวายงานในหลวง ...ทำให้ต้องย้อนกลับมาพิจารณาว่าเป้าหมายต่างๆที่ตั้งไว้นั้นจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงหรือไม่?
ต้องยึดวัตถุประสงค์เป็นหลักในการทำงาน

  กระบวนการคิดสร้างสรร

-  จะต้องเริ่มจากการคิดบวกก่อนเสมอ 

-  การคิดต้องเป็นการคิดที่มีคุณค่า(value)ด้วย  ไม่ฟุ้งฃ่าน(thinking without value)

-  การคิดต้องคิดอย่างเป็นระบบ(ให้ศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือหมวก 6 ใบของ ดร.เดอโบโน)

-  การคิดต้องคิดถึงคุณค่าแท้ (Value Exploration) ที่ผู้มีส่วนได้เสียต้องการ

-  ตัวอย่างของสังคมที่เป็น knowledge based society และมีการคิดบวก  คิดเป็นระบบ 
จนกลายเป้นความคิดสร้างสรรค์ .....คือหมู่บ้านแม่กำปอ
โดยเริ่มจากการได้เครื่องปั่นไฟเพียงตัวเดียวไปสูบน้ำขึ้นไปบนเขา(หัวโล้น)เพื่อปลูกพืชที่ตลาดต้องการ
จนขยายตัวเป็นป่าชุมชน ทำให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี
ไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่นอีกต่อไป...เป็นหมู่บ้านตัวอย่างที่ได้รางวัลที่
1 ของโลกในด้านหมู่บ้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและมีคนไปชม  ท่องเที่ยว จำนวนมาก  ....สื่อมวลชนได้ไปทำข่าวหลายครั้ง 

  ข้อแนะนำจาก อ.ณรงค์ศักดิ์ ที่เกี่ยวกับ กฟผ.

-  แบ่งเงินไปสนับสนุนเกี่ยวกับไฟฟ้าชุมชนบ้าง
นอกเหนือจากการที่ทำการสนับสนุนเรื่องอื่นๆเป็นเงินจำนวนมากเช่นกีฬายกน้ำหนัก เป็นต้น
...โดยนำไปสนับสนุนหมู่บ้านต่างๆให้ทำเช่นเดียวกับหมู่บ้านแม่กำปอ  น่าจะได้ประโยชน์และสามารถโฆษณา(ปากต่อปาก)
ได้เป็นอย่างดีโดยที่ กฟผ.ลงทุนให้แต่ละหมู่บ้านไม่มากเมื่อเทียบกับการสนับสนุนรายการอื่นๆที่ผ่านมา

-  กฟผ.ควรให้ความรู้แก่ NGOs แทนที่จะปฏิเสธไปก่อนเมื่อคิดว่าไม่ถูกต้อง  เพราะ NGOs มีความคิดแบบตะวันตก  ควรชี้แจงว่าทำไมจึงสร้างโรงไฟฟ้า จะมีเครือข่ายมหาศาล (Green Networking)

-  กฟผ.ควรผลิตพลังงานไฟฟ้าให้นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ
ควรสร้าง EGAT Tree  สำหรับให้ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ โดยมีโซล่าร์เซลอยู่บนต้น
ให้คนนำความคิดเห็นมาหยอด เพื่อนำความคิดมาทำต่อ
ควรให้เด็กในชุมชนเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเล่าเรื่องเกี่ยวกับต้น EGAT ทำให้เด็กมีรายได้ทุนการศึกษาหลายปี

-  กฟผ.ควรตั้งโรงเรียนและ/หรือ มหาวิทยาลัยเพราะมีองค์ความรู้เฉพาะอยู่แล้วอย่าให้ความรู้หายไปพร้อมกับการเกษียณ




สรุปบทเรียน โครงการพัฒนาผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า : EGAT Assistant Director Development Program รุ่น ๙ ปี ๒๕๕๖

หัวข้อ : ผบกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

วิทยากร : ดร.กมล ตรรกบุตร

  ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหว

  ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมย์

วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.

สรุปประเด็นที่ได้จากบทเรียน : หัวข้อนี้ทำให้รับรู้และเข้าใจถึง

§  สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย

§  หลักการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

§  เหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเลทางทิศตะวันออกของประเทศญี่ปุ่นที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกอย่างรุนแรงถึง ๘.๙ ริกเตอร์สเกล ทำให้เกิดสึนามิที่มีความสูงถึง ๑๐ เมตร ที่ส่งผลต่อกิจการหลายอย่างโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมา ไดอิชิ และการจัดการของญี่ปุ่นหลังเหตุการณ์

§  แผนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๙

§  การเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ของประเทศไทยโดยเฉพาะ กฟผ.

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง : มีความรู้ความเข้าในเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่พอจะอธิบายและช่วยประชาสัมพันธ์ในข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณะได้

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : การเตรียมการในเรื่องของความพร้อมทั้งทางด้านการก่อสร้าง การเดินเครื่องและบำรุงรักษา การประชาสัมพันธ์ทั้งในระดับประเทศและพื้นที่ รวมทั้งการรับมือสภาวะวิกฤติหรือฉุกเฉิน


หัวข้อ : ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า

วิทยากร : คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.

สรุปประเด็นที่ได้จากบทเรียน : หัวข้อนี้ทำให้รับรู้และเข้าใจถึง

§  ประวัติการทำงานของวิทยากร

§  เทคนิคการบริหารงานในตำแหน่งผู้บริหาร โดยมีจุดยืนเป็นของตนเอง เปรียบกับต้นอ้อที่เอนไปตามแรงลมแต่ต้นยังอยู่ที่เดิม

§  การตัดสินใจในสถานการณ์ถูกกดดันจากฝ่ายการเมือง

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง : นำเอาเทคนิควิธีการต่างๆ ของวิทยากรไปปรับใช้

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร : กฟผ. อาจถูกกดดันจากฝ่ายการเมืองได้ในอนาคต สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของอดีตผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำมาหาแนวทางป้องกัน ไม่เฉพาะกรณีของวิทยากร ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ด้วยที่มีประวัติเข่นเดียวกัน


นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

ขอเพิ่มเติมการนำมาใช้ การนำ ทฤษฎี 8K’s + 5K’s มาใช้กับองค์กร คือ  กฟผ. ในการพัฒนามนุษย์ ต้องนำมาใช้ทั้ง 13 ทุน โดยแบ่งการพัฒนา แต่ละทุนจะพัฒนาด้านใดบ้าง ให้มีการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลบุคลากรของ กฟผ. ถ้าพบว่าไม่เต็มในข้อใด ให้จัดเสริมเติม ทั้งนี้ ครอบคลุมบุคลากรที่เข้าใหม่ ให้มีการพัฒนาทั้ง 8 ทุนซึ่งเป็นฐาน และใช้อีก 5 ทุนในการมุ่งสู่สากล

อีกประเด็นที่เห็นพนักงานของ กฟผ. จะมีศักยภาพด้านวิชาการมาก ไม่สนใจศาสตร์อื่น ทำแต่งานอย่างเดียว แต่ด้านศาสตร์อื่นยังไม่ทราบเช่น ด้านจิตวิทยา ด้านสังคมศาสตร์ ควรจัดเติมในส่วนนี้ขึ้นมา เพราะปัจจุบันเป็นสหวิทยาแล้ว ต้องรู้ทุกเรื่อง อีกเรื่องที่ควรดำเนินการคือ เรื่องทุนทางสังคม ต้องมี Network หรือเครือข่าย ซึ่ง กฟผ. ต้องมีการส่งเสริมส่งบุคลากรเข้า อบรมร่วมกับราชการ เอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน โดยควรทำในทุกระดับ ทั้งนี้ต้องใช้ทฤษฎี  2R กำกับในการดำเนินการมิฉะนั้นจะทำแบบหลงทาง  


นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

สรุป ความรู้ที่ได้จากวันพฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2556 แบ่งเป็น 2 ช่วง

โดยช่วงแรก เป็นการบรรยาย เรื่อง “ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.”โดย ดร. กมล ตรรกบุตร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

จากที่ได้รับฟังข้อมูล Fact  เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียส์ เมื่อมองไปข้างหน้า แล้วคงหลีกหนีไม่พ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เติบโต จนพลังงานไม่พอกับความต้องการ และราคาหน่วยจะถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และแนวคิดเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัยของตนในชาติ ศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ของประเทศไทย การทำอย่างไรให้คนยอมรับ

  ประเด็นต่างๆข้างต้นเป็นสิ่งที่ กฟผ. จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการยอมรับ ซึ่งต้องอาศัยเรื่องทุนทางสังคม ในการสร้างเครือข่าย การให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่ต้น ในที่นี้จะขอเสนอวิธีการในการดำเนินการเรื่อง กฟผ. กับ การจัดการกับภัยพิบัติ  โดยรวม ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย แผ่นดินไหว วินาศกรรม เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ทราบ ทุกหน่วยงานใน กฟผ. มีการดำเนินการและแผนรองรับเป็นความมั่นคงด้านการจ่ายไฟ แต่การดำเนินการเป็นแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปัจจุบัน มีวิชาเรื่อง การจัดการภัยพิบัติ แล้วหลักการเบื้องต้นของการจัดการภัยพิบัติก็คือ การสร้างความสามารถในการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติในช่วงก่อนเกิดเหตุ ในระหว่างเกิดเหตุ และสร้างความสามารถในการฟื้นคืนจากภัยให้กลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมี พรบ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ .2550 และคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ  (หลังเกิดเหตุการณ์ซึนามิ)  แต่ กฟผ. จะต้องมีการดำเนินการเป็นแบบเชิงรุก ไม่ต้องรอรัฐบาล แต่ต้องเข้าไปดำเนินการ โดยอาศัยวิธี คือ

1.  เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ มาเป็นที่ปรึกษา ดำเนินการตามหลักวิชาการ

2.  ให้ภาคท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนป้องกันแผนตอบโต้ แผนฟื้นฟู

3.  ประสานงานดำเนินการทั้งภาครัฐ เอกขน ท้องถิ่นในการซ้อมตามแผน

4.  ปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยแก่ประชาชนให้ตระหนัก และเป็นนิสัย โดยสอดแทรกไปตั้งแต่โรงเรียน ซึ่งทาง กฟผ.มีโครงการโรงเรียนสีขาว อยู่แล้ว

5.  ประชาสัมพันธ์ถึงความเตรียมความพร้อมในหลายช่องทาง ออก social medias ในเชิงท่องเที่ยว

ช่วงบ่าย

 บรรยายเรื่อง ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

ในช่วงนี้อาจารย์แนะนำประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ซึ่งผมจะได้นำมาใช้ ซึ่งมีเรื่อง

1.  การพึ่งตนเอง

2.   ต้องรู้จักตนเอง รู้จุดแข็ง จุดอ่อน วิเคราะห์ตนเองตลอดเวลา จุดอ่อนให้หลีกเลี่ยงไม่ต้องเสียเวลาไปพัฒนา ให้ใช้เวลานั้นไปเสริมจุดแข็งให้ดียิ่งขึ้น ต้องรู้จักถ่อมตน อย่าหลงตนเอง

3.  รู้จักให้ มากกว่ารับ การใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ เงินทอง ให้น้ำใจจะดีกว่า

4.  ต้องมีอัตลักษณ์ของตนเอง (ที่ดี) ถ้าไม่มีให้สร้าง ใช้ FIRM C ของ กฟผ.  ถ้ามีแล้วไม่ต้องเปลี่ยนแต่ให้รักษาไว้ ยึด “รักเกียรติของตนไว้ เพาอสถานภาพความเป็นคน”

5.  ปฏิบัติตามนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

6.  มีความกล้าทางคุณธรรม Moral courage ไม่เพิกเฉย ถ้าเห็นสิ่งผิด และทำตนเป็นแบบอย่าง

7.  เทคนิคในการเป็นผู้นำ คือจริงใจกับคนรอบข้าง หาคนดี คนเก่งไว้รอบตัว

8.  การทำตนให้หัวหน้าชอบ อาจารย์ให้เทคนิค คือ อ่อนน้อมมีมารยาท ระมัดระวังคำพูด ไม่พูดซ้ำซาก ไม่ใช้คำพูดว่า ไม่กับหัวหน้า  ต้องมีศิลปะในการโน้มน้าวจิตใจ

9.  อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องต่อสู้ให้ตลอด


นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร

สรุปบทเรียนวันที่
31 มกราคม 2556

ช่วงเช้า
ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ
กฟผ.ซึ่ง ดร.กมล ตรรกบุตร ได้นำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย,พลังงานนิวเคลียร์และสถานภาพโรงไฟฟ้าฟูกูชิมาไดอิชิ ญี่ปุ่น มาเล่าให้เราฟังทำให้หลายท่านคิดว่าญี่ปุ่นยังแย่เลยแต่การบริหารจัดการสถานการณ์ที่เลวร้ายให้กลับมารวดเร็วมาก
และสำหรับบ้านเราจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่ ผมว่าจะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้าด้วยพลังใดๆ
กฟผ.ก็เหนื่อยเหมือนกันเพราะความเข้าใจถึงความสำคัญยังมีน้อย จากนั้น ศงดร.ปณิธาน 
ลักคุณะประสิทธิ์ ได้กรุณามากระตุ้นให้
กฟผ.พร้อมรับภัยพิบัติขนาดใหญ่หรือยัง? ก็ทำให้เราคิดตามว่าเขื่อนโรงไฟฟ้า ของเราปลอดภัยจากผลกระทบของภัญธรรมชาติจริงหรือเปล่า

ช่วงบ่าย คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์ ได้กรุณามาเล่าประสบการณ์จริง
ตั้งแต่เริ่มรับราชการจนกระทั่งมีตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการ ได้เล่าตั้งแต่วิธีทำให้นายรู้จัก
การป้องกันถูกเลื่อยขาเก้าอี้พวกเรารู้สึกสนใจมาก และหลักการในการทำงานที่ดี
การบริหารตนเองให้ผ่านพ้นจากอำนาจทางการเมือง อยากจะเป็นใหญ่เป็นโต
ต้องพึ่งตนเองได้ ต้องหมั่นวิเคราะห์ตนเองอยู่เสมอ ต้องรู้จัก GIVE&TAKE อย่างมีเหตุผล รักษาเกียรติแห่งความเป็นคนของเราไว้




นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

ขอเพิ่มเติมการนำมาใช้ 

การนำ ทฤษฎี 8K’s + 5K’s มาใช้กับองค์กร คือ  กฟผ. ในการพัฒนามนุษย์ ต้องนำมาใช้ทั้ง 13 ทุน โดยแบ่งการพัฒนา แต่ละทุนจะพัฒนาด้านใดบ้าง ให้มีการสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลบุคลากรของ กฟผ. ถ้าพบว่าไม่เต็มในข้อใด ให้จัดเสริมเติม ทั้งนี้ ครอบคลุมบุคลากรที่เข้าใหม่ ให้มีการพัฒนาทั้ง 8 ทุนซึ่งเป็นฐาน และใช้อีก 5 ทุนในการมุ่งสู่สากล

อีกประเด็นที่เห็นพนักงานของ กฟผ. จะมีศักยภาพด้านวิชาการมาก ไม่สนใจศาสตร์อื่น ทำแต่งานอย่างเดียว แต่ด้านศาสตร์อื่นยังไม่ทราบเช่น ด้านจิตวิทยา ด้านสังคมศาสตร์ ควรจัดเติมในส่วนนี้ขึ้นมา เพราะปัจจุบันเป็นสหวิทยาแล้ว ต้องรู้ทุกเรื่อง อีกเรื่องที่ควรดำเนินการคือ เรื่องทุนทางสังคม ต้องมี Network หรือเครือข่าย ซึ่ง กฟผ. ต้องมีการส่งเสริมส่งบุคลากรเข้า อบรมร่วมกับราชการ เอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายที่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน โดยควรทำในทุกระดับ ทั้งนี้ต้องใช้ทฤษฎี  2R กำกับในการดำเนินการมิฉะนั้นจะทำแบบหลงทาง  

นายกิติพันธ์ เล็กเริงสินธุ์

สรุป ความรู้ที่ได้จากวันพฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2556 แบ่งเป็น 2 ช่วง

โดยช่วงแรก เป็นการบรรยาย เรื่อง “ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.”โดย ดร. กมล ตรรกบุตร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

จากที่ได้รับฟังข้อมูล Fact  เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียส์ เมื่อมองไปข้างหน้า แล้วคงหลีกหนีไม่พ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่เติบโต จนพลังงานไม่พอกับความต้องการ และราคาหน่วยจะถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และแนวคิดเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัยของตนในชาติ ศักยภาพในการรับมือกับภัยพิบัติขนาดใหญ่ของประเทศไทย การทำอย่างไรให้คนยอมรับ

  ประเด็นต่างๆข้างต้นเป็นสิ่งที่ กฟผ. จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการยอมรับ ซึ่งต้องอาศัยเรื่องทุนทางสังคม ในการสร้างเครือข่าย การให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่ต้น ในที่นี้จะขอเสนอวิธีการในการดำเนินการเรื่อง กฟผ. กับ การจัดการกับภัยพิบัติ  โดยรวม ไม่ว่าจะเป็น อุทกภัย แผ่นดินไหว วินาศกรรม เป็นต้น ซึ่งเท่าที่ทราบ ทุกหน่วยงานใน กฟผ. มีการดำเนินการและแผนรองรับเป็นความมั่นคงด้านการจ่ายไฟ แต่การดำเนินการเป็นแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปัจจุบัน มีวิชาเรื่อง การจัดการภัยพิบัติ แล้วหลักการเบื้องต้นของการจัดการภัยพิบัติก็คือ การสร้างความสามารถในการเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติในช่วงก่อนเกิดเหตุ ในระหว่างเกิดเหตุ และสร้างความสามารถในการฟื้นคืนจากภัยให้กลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมี พรบ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ .2550 และคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ  (หลังเกิดเหตุการณ์ซึนามิ)  แต่ กฟผ. จะต้องมีการดำเนินการเป็นแบบเชิงรุก ไม่ต้องรอรัฐบาล แต่ต้องเข้าไปดำเนินการ โดยอาศัยวิธี คือ

1.  เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ มาเป็นที่ปรึกษา ดำเนินการตามหลักวิชาการ

2.  ให้ภาคท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนป้องกันแผนตอบโต้ แผนฟื้นฟู

3.  ประสานงานดำเนินการทั้งภาครัฐ เอกขน ท้องถิ่นในการซ้อมตามแผน

4.  ปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยแก่ประชาชนให้ตระหนัก และเป็นนิสัย โดยสอดแทรกไปตั้งแต่โรงเรียน ซึ่งทาง กฟผ.มีโครงการโรงเรียนสีขาว อยู่แล้ว

5.  ประชาสัมพันธ์ถึงความเตรียมความพร้อม

ช่วงบ่าย

 บรรยายเรื่อง ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า โดยคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

ในช่วงนี้อาจารย์แนะนำประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ ซึ่งผมจะได้นำมาใช้ ซึ่งมีเรื่อง

1.  การพึ่งตนเอง

2.   ต้องรู้จักตนเอง รู้จุดแข็ง จุดอ่อน วิเคราะห์ตนเองตลอดเวลา จุดอ่อนให้หลีกเลี่ยงไม่ต้องเสียเวลาไปพัฒนา ให้ใช้เวลานั้นไปเสริมจุดแข็งให้ดียิ่งขึ้น ต้องรู้จักถ่อมตน อย่าหลงตนเอง

3.  รู้จักให้ มากกว่ารับ การใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ เงินทอง ให้น้ำใจจะดีกว่า

4.  ต้องมีอัตลักษณ์ของตนเอง (ที่ดี) ถ้าไม่มีให้สร้าง ใช้ FIRM C ของ กฟผ.  ถ้ามีแล้วไม่ต้องเปลี่ยนแต่ให้รักษาไว้ ยึด “รักเกียรติของตนไว้ เพาอสถานภาพความเป็นคน”

5.  ปฏิบัติตามนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

6.  มีความกล้าทางคุณธรรม Moral courage ไม่เพิกเฉย ถ้าเห็นสิ่งผิด และทำตนเป็นแบบอย่าง

7.  เทคนิคในการเป็นผู้นำ คือจริงใจกับคนรอบข้าง หาคนดี คนเก่งไว้รอบตัว

8.  การทำตนให้หัวหน้าชอบ อาจารย์ให้เทคนิค คือ อ่อนน้อมมีมารยาท ระมัดระวังคำพูด ไม่พูดซ้ำซาก ไม่ใช้คำพูดว่า ไม่กับหัวหน้า  ต้องมีศิลปะในการโน้มน้าวจิตใจ

9.  อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องต่อสู้ให้ตลอด


ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประขาคมอาเซียน

  อาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์

  พัฒนามนุษย์ไม่ใช่เรื่องงาน ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องทำทุกฝ่าย ตั้งแต่บุคคล คลอบครัว องค์กร ชุมชน ถ้าทุนมนุษย์มีคุณภาพสังคมไทยก็จะพัฒนาไปบนพื้นฐานความยั่งยืน ความสุข ความสมดุล ของสังคม คนไทยต้องพัฒนาให้ทันโลก ยกระดับในการแข่งขันพร้อมรับ AEC จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับสังคมไทยที่ต้องเริ่มพัฒนาทันที  อาจารย์จีระได้ผลักดันให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์จนเกิดกระแสเปลี่ยนแปลงวิธีคิดระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างเรียกว่า แรงงานสัมพันธ์  จนทำให้เกิดแนวคิดไตรภาคี เพื่อประโยชน์ในการหาข้อยุติของข้อปัญหาพิพาท

  พื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ ตามแนวคิดทฤาฏี 8K’s หรือทุน 8 ประการ ประกอบด้วย

K1 Human Capital : ทุนมนุษย์ ได้จากการศึกษาอบรม

K2 Intellectual Capital : ทุนปัญญา คือการมองยุทธศาสตรหรือการมองอนาคต ต้องสอนให้คิดเป็น ต้องมีปัญญาในการแก้ไข เน้นคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา โดยใช้วัฒนธรรมการเรียนรู้ 4L คือ Learning Methodology : เรียนรู้ที่น่าสนใจ Learning Environment : สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ Learning Opportunities : สร้างโอกาศในการเรียนรู้ และ Learning Communities : สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ซึ่งตอนนี้ กฟผ.ก็นำมาใช้ในขบวนการ KM.

K3 Ethical Capital : ทุนทางจริยธรรม คือต้องมีศีล สมาธิ ปัญญา และต้องอยู่บนความถูกต้อง  มีจินตนาการนวัตกรรม สรุป ความดีคู่ความเก่ง

K4 Happiness Capital : ทุนแห่งความสุข ทำให้ชีวิตมีคุณค่าและ คิดบวก

K5 Social Capital : ทุนสังคม ต้องมีเครือข่ายแนวร่วมความสัมพันธ์ที่ดี ต้องยอมรับเชื่อใจ เข้าใจในหลากหลายวัฒนธรรมความแตกต่างซึ่งต้องบริหารให้ได้

K6 Sustainable Capital : ทุนแห่งความยั่งยืน ทำงานงานใช้เวลาสั้นแต่อยู่ยั่งยืน ไม่ทำลาย คิดเป็นระบบ มีศีลธรรม การจายความเจริญและพึ่งพาตนเอง

K7 Digital Capital : ทุนทางเทคโนโลยี่สารสนเทศ เพื่อการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง พัฒนางานงาน แบ่งปัน สื่อสารข่าวและข้อมูล

K8 Talented Capital : ทุนความรู้ ทักษะและทัศนคติ เป็นทุนอัจฉริยะแต่ต้องทั้งดีหมดขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

ต่อยอดสร้างคุณภาพทุนมนุษย์เพื่อศักยภาพในการแข่งขันยุคอาเซียนเสรี ด้วยทฤษฏี 5K’s

ประกอบด้วย

  1.Creative Capital ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์ มาจากการใช้จนตนาการแล้วค่อยใช้ควารู้เข้าช่วยสร้างสรรค์งาน ต้องคิดบวก คิดเป็นระบบ

  2. Knowledge Capital ทุนทางความรู้

  3. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม ต้องคิดใหม่ สร้างสรรค์ นำไปปฏิบัติ ทำให้สำเร็จ

  4. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม ต้องสามารถบริหารความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

  5. Emotion Capital ทุนทางอารมณ์ คิดบวก จินตนาการ

  เมื่อพอมีความรู้จากหนังสือเล่มนี้ สำรวจตัวเองว่าเรามีจุดอ่อนจุดแข็งอะไรบ้าง จัดลำดับความสำคํญ หาแนวทางการพัฒนา ลงมือทำ ตั้งใจทำเอาชนะอุปสรรค ทำสำเร็จ ทดสอบวัดผล พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สรุปง่ายๆ

1.  ศึกษา เข้าใจ

2.  สำรวจตัวเอง วางแผนสู่การปรับใช้

3.  ลงมือทำ

4.  เอาชนะอุปสรรค-ทำสำเร็จ

5.  วัดผล

6.  ทำต่อเนื่อง


หัวข้อ
1การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ ที่ กฟผ.  โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

 

1ผู้นำจะต้องมีQutationซึ่งจะเป็นวาทะหรือมุมมองใจการจุดประกายในการที่นำองค์กรเป็นการสร้างพลังหรือMotivationคนในองค์กร

 

2 จะกำหนดObjective ขององค์กรที่จะเด็นให้ชัดเจน

 

3ผู้นำต้องมองภาพกว้าง
และติดตามสถานการณ์ทั้งภายและภายนอกให้ทัน
ซึ่งยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยบแปลงที่รวดเร็วและมีความสลับซับซ้อน เป็นยุค
IT สิ่งที่จะต้งเน้นคือ

  - ทำอย่างไรไห้เกิด Sustainable development

  - มีความคิที่ฉลาดรอบรู้

  -ต้องมี Ethic and Moral

  -ต้องสร้างCreative Thanking and Value และคิดนอกกรอบ

  -สร้างInnovative และรักษาสินทรัพย์ทางปัญญา และบุคคล

และมีการเรียนรู้ผู้นำประเภทต่าง
จากการทำ
Workshop โดยSharingมุมมอง ที่เป็นการนำBalancing, ,activity, Transparency ,Integrity leader มีอุปสรรคและจะคำเนินการอย่างไร
ซึ่งจะนำไปปรับใช้ในการจัดการ

 

หัวข้อที่2 
Leading People
โดย อ.พจนารถ  ซีบังเกิด

Who am I ? ทำให้เรารู้ว่าในการดำรงชีวิต
เราจะรับรู้เรื่องราวต่างๆมากมาย แต่ข้อมูลที่ผ่านเข้ามาจากสภาพแวดล้อมนั้น
จะมากกว่าการรับรู้หลายแสนเท่า แต่ถูกกรองผ่านศูนย์ต่างภายในร่างกายมนุษย์
ไม่ว่าจะเป็นศูนย์สติปัญญา ศูนย์ความรู้สึก ศูนย์ภาษากาย และธาตุแท้ที่เชื่อมโยงกัน
และถูกกลั่นกรองความรับรู้ออกมาตามความต้องการของมนุษย์
6 ประการ  1ความแน่นอน Certainly  2 ความหลากหลาย uncertainly 3ความรักและการเชื่อมโยงผูกพัน 4ความสำคัญ Significant ซึ่งความรับรู้ทั้ง 4 จะนำไปสู่ความรับรู้ตัวตน
ที่นำไปสู่วุฒิภาวะที่สูงขึ้นนั้นคือ ความต้องการที่
5 การก้าวไป Growth และ 6
การอุทิศตน
แบ่งปัน
contribution

 

หัวข้อ
3 Mind mapสำหรับผู้บริหาร 
อ.ขวัญฤดี ผลอนันท์
  บรรยาย 30 มค 2556

Mind Map เป็นเครื่องมือหนึ่ง
ที่จะสามารถช่วยในการจดบันทึกรายละเอียดที่มีความหลากหลาย และเชื่อมโยงความสัมพันธ์
กับ
Theme หรือ ศูนย์กลาง ซึ่งนำไปใช้งาน จัดวางแผนงาน
วิเคราะห์ ได้อย่างที่มีข้อมูลที่ต้องการครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ

 

หัวข้อ 4 Creative Thankink and Value
creative 
อ.ณรงศักด์ ผ้าเจริญ

สรุปในการบรรยาย
ในการที่จะดำเนินธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จ
จะต้องมีความได้เปรียบของการแข่งขันทางธุรกิจ(
Competitiveness advantage)ดังนั้นจะต้องปรับความดิดของผู้นำในองค์กรให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์จะต้อง
มีความยึดหยุ่น รู้เท่าทันเทคโนโลยี 
มีการจัดการเชิงกลยุทธ มี
Team work ที่คี  มีความเป็นNetwork มีความรู้ และนำไปสู่ความคิดสร้างสรร  สร้างนวัตกรรมใหม่ และ มีDifferentiation

 

หัวข้อ 5โครงการแบบ นวัตกรรม เพื่อการพัฒนา  โดย อ. กิตติ ชยางคกุล

การบรรยายในการขับเคลื่อน
นวัตกรรมนั้นจะต้องมีการสร้าง

-การสร้างแรงจูงใจ-กำหนดบริบทในการดำเนินการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง

การสื่อสาร 
  รวมทั้งผู้มีส่วนใช้ประโยชน์

โดยการดำเนินโครงการต้องมี
Policy Vision
Mission  Objective 
การกำหนดstrategic ทำFramework และงบประมาณ

อย่างแท้จริงจากปวงชน  ทางกลุ่ม3 ได้รับมอบหมาย โครงการ เรื่อง
นวัตกรรมทางสังคม ของ กฟผ.ที่สร้างศรัทธา

 

หัวข้อ 6ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น
ต่อนโยบายโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ในอนาคตของ กฟผ.  โดย ดร.กมล ตรรกบุตร

ได้เรียนรู้พลังงานไฟฟ้าปัจจุบันเราพื่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก
และในอนาคตก็จะหมดไป และจำเป็นต้องหาพลังงานอื่นเข้ามาทดแทน ซึ่งพลังงานนิวเคลียร์
เป็นพลังงานทางเลือกที่สำคัญ

และในแผนPDP2010 มี่การเลื่อนการก่อสร้างถึง3ครั้งที่จะมีการสร้างในปี2026 จากเหตุการณ์สินามิที่ญี่ปุ่นย่อมส่งผลกระทบต่อแผนงานแน่นอน
อันเนื่องจากความไม่มั่งใจของประชาชน และรัฐบาลในยุคนโยบายนี้เป็นประชานิยมย่อมไม่กล้าตัดสินใจ
ดังนั้น กฟผ.ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอ
จำเป็นต้องหาแผนสำรอง เช่นพลังงานทางเลือกอื่น เช่น ถ่านหินสะอาดคุณภาพสูง  และ
Asean Grid เป็นการเชื่อมโยง ระบบกำลังไฟฟ้าทั้งอาเซียน
เช่นเดียวกับยุโรป

 

  การบรรยาย โดย ศ.ดร.ปณิธาน

  อาจารย์ได้ให้ข้อคิดถึง Crisis ที่เกิดขึ้นไม่จะเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่อาจคาดการณ์ได้นั้น

จะต้องมีการจัดแผนรองรับอย่างเป็นระบบ
ที่ผ่านมาจะมีภัยธรรมชาติ หรืออุบัติภัยรุนแรง เกิดขึ้นหลายประเทศ
และเราจะพบว่าในบางประเทศที่ประสบภัยบ่อยเช่น
ญี่ปุ่นจะมีแผนเตรียมรับสถานการณ์ที่ดี ทั้งแผ่นดินไหว ตึกถล่ม สินามิ น้ำท่วม
ภูเขาไฟระเบิด แผนสามารถป้องกัน ลดความสูญเสียชีวิต และฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นในฐานะผู้นำจะต้องเตรียมความพร้อม

 

หัวข้อ7ภาวะผู้นำ และประสบการณ์การบริหารงาน  โดย อ.คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

ท่านได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานของท่านที่เริ่มจากตำแหน่งงานเล็กระดับซี6 ที่ กพ.

จนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานซึ่งต้องผ่านอุปสรรคมากมายเพราะสัมผัสกับบุคคลหลายกลุ่มทั้งในวงราชการเอง
การเมือง และสื่อมวลชน ท่านมีความเป็นตัวเองสูง มีความมุ่งมั่น

มีมารยาทที่กับผู้พบปะ
นับว่าท่านเป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นผู้นำประเภท
Integrity /Transparency leader ได้เป็นอย่างดี

  ท่านได้ได้แนะนำคุณสมบัติผู้นำที่ท่านนำมาใช้ในการทำงาน

1 ต้องเป็นที่พึ่งของตังเองให้ได้เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ

2 ฝึกสมอง รู้ทันสถานการณ์ และมีความหลากหลาย

3 ต้องฝึกลูกน้อง

4สร้างNetwork กับคนสำคัญๆ ทั้งนักวิชาการ และผู้บริหารทีหลากหลาย

5 ต้องรู้จักตังเองในเรื่องจุดแข็ง และจุดอ่อนและต้องรักษาเกียรติตัวเอง มีImageที่ดี

6 ต้องรู้จักGive ในที่นี้คือความจริงใจ












ความรู้ที่ได้ในการเรียนของวันที่ ๓๐ ม.ค.๒๕๕๖

Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม

โดย    อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์

·  โทนี่ ฟูซาน เจ้าของผู้คิดค้น

หลักการ แนวคิด Mind Map

ใช้สมองสองซีก สีสันและรูปภาพ ทำให้จดจำได้ดีขึ้น เส้น เส้นแขนง ทำให้สรุปเรื่องและเข้าใจการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบได้ดี ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันได้ทุกวัย สามารถพัฒนาต่อเนื่องให้ดีขึ้นได้ดี

ได้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น อ่านตัวเลข-อักษร จำนวน 16 คำ ให้จำให้ได้ภายใน 16 วินาที

จำรูปภาพ จำนวน 16 ภาพ ให้จำให้ได้ภายใน 16 วินาที ซึ่งภาพทั้ง 16 ภาพ เป็นภาพของ 16 คำ จะเห็นว่าสามารถจำภาพได้มากกว่า

ให้ฟังแล้วจำ จะเห็นว่าช่วงแรกและช่วงท้ายจะจำได้มากกว่าช่วงกลาง

ได้แนวคิด ความรู้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าฝึกใช้จินตนาการสร้างความรู้ การใช้สมองคิดเป็นการบำรุงสมอง

·  สมองซีกซ้าย เกี่ยวกับเรื่องวิชาการ  วิทยาศาสตร์ เหตุผล คิดเลข

·  สมองซีกขวา เกี่ยวกับเรื่องผ่อนคลาย จินตนาการ อารมณ์ ศิลปะ 

ทดลองเขียน Mind Map โดย กำหนดให้

  เริ่มจากตรงกลาง (แก่นแกน) ก่อน

· ต่อมาดูที่กิ่งแก้ว (ประเด็นหลัก)

· ต่อมาดูที่กิ่งก้อย(ประเด็นรอง)


Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

30 มกราคม 2556

โดย  อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

·  นักวิจัย อาจารย์ นักธุรกิจ ได้รับรางวัลสุดยอดซีอีโอ เพราะความคิดที่แตกต่าง

เป็นการนำเสนอผลงานและแนวคิดการคิดเชิงบวก และข้อเสนอแนะ ที่มีต่อ กฟผ.

ประทับใจในการ ถวายงานในหลวง ถวายสิทธิบัตร 3 ใบคือ·  ในหลวง  ตรัสว่า เราทำหลายอย่างเกี่ยวกับหญ้าแฝก แต่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 คือรักษาหน้าดิน ถ้าชาวบ้านไม่ทราบว่าหญ้าแฝกชนิดไหนใช้ทำอะไร ก็จะถอนกันหมด จะเห็นว่าพระองค์ท่านมองถึงผลกระทบที่จะตามมาไปอีกหลายชั้นมาก

มีการยกตัวอย่าง ให้คิดอย่างเป็นระบบ แต่ต้องเริ่มต้นจากการคิดบวกก่อน

บ้านแม่กำปองได้รางวัลที่ 1 ของโลกในด้านหมู่บ้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ก่อนคิดต้องมี Value Exploration คุณค่าแท้ที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการ

แนะนำให้ กฟผ.

ควรส่งเสริมให้พนักงานมีข้อเสนอแนะ ข้อคิดดีๆ

ควรอ่านหนังสือ International Marketing เพราะกฟผ.ต้องคิดถึงไซต์งานใหม่เมื่อมี AEC

ต้องมีการหาเครือข่ายคือคนเก่งๆมาร่วมมือ

ควรทำให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองไฟฟ้าสีเขียว มีหลังคาโซล่าร์เซลทุกบ้าน

ควรตั้งโรงเรียน กฟผ. มหาวิทยาลัย กฟผ. เพราะมีองค์ความรู้มาก 


นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา

การอบรม ในวันที่ 31 มกราคม 2556 ได้เรียนรู้ในเรื่อง

· ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ. จาก ดร.กมล ตรรกบุตร

· ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ. จาก                                ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์

 

       แม้ว่าพลังงานนิวเคลียร์จะมีเหตุผลในความจำเป็นที่ควรจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ซึ่งหน่วยงาน กฟผ. คงจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบงานโรงไฟฟ้าฯ ดังกล่าว อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อสังเกตุในหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าฯ ในประเทศ โดยในปัจจุบันแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังคงถูกเลื่อนกำหนดการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกไป


     โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นสิ่งใหม่ของประเทศ ซึ่งผมมีแนวคิดว่าแนวทางการปฏิบัติ หรือบทเรียนต่างๆ ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างฯ แห่งแรกของประเทศเหล่านั้น
เป็นสิ่งที่น่าศึกษา และนำมาผสมผสานกับบทเรียนการสร้างการยอมรับโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ของ
กฟผ. เอง ในประเด็นต่างๆ ที่ครอบคลุมในทุกด้าน นอกเหนือจากกระบวนการการดำเนินงานตามขั้นตอนปกติ
เช่น ด้านเทคโนโลยี ด้านสังคม ด้านเศรษฐศาสตร์ และด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น น่าจะเป็นวิธีหนึ่งในการช่วยให้เกิดการยอมรับการสร้างโรงไฟฟ้าฯ ของประชาชน และชุมชนได้ง่ายขึ้น และเร็วขึ้น




ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมวันพฤหัสที่ 31 มค.56


จาก ดร.กมล ตรรกบุตร และ ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์

หัวข้อ ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ

สิ่งที่ได้รับสามารถนำไปใช้กับ กฟผ.

-ปรับปรุงแผนฉุกเฉินเดิมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น แผ่นดินไหว .น้ำท่วม ฯลฯ

-จะเห็นได้ว่า รฟ.นิวเคลียร์รุ่นใหม่จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆปลอดภัยขึ้น  ปัญหาคือการไม่ยอมรับจากประชาชน  นโยบายหนึ่งที่จะช่วยได้คือต้องผลักดันเงินผลตอบแทนให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก รฟ.ให้ได้รับสมน้ำสมเนื้อ


จากคุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์

หัวข้อ ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า

สิ่งที่ได้รับสามารถนำไปใช้กับ กฟผ.ได้  ได้เห็นถึงภาวะผู้นำ ความเก่ง ความกล้า ของคุณหญิง

การต่อสู้เพื่อความถูกต้อง  ซึ่งผมจะจำไว้เป็นแบบอย่าง


ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม  วันอังคารที่ 29 มค. 56 


จาก ศ.ดร.จิระ  หงส์ลดารมภ์

การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ 

การเรียนรู้เพื่อ HRเป็นเลิศ มี 4L , 2R , 2I , 3L ,C&E และ C-U-V

สิ่งที่ผู้นำควรมีควรทำ  -  อ่านเยอะๆ เรียนรู้ตลอดเวลา

                                  -  มี Network


จาก อ.พจนารถ  ซีบังเกิด

การค้นหาตัวตนของเราว่าจะเป็น Leader แบบไหน

Need มี 6 แบบ  Fear มี 3 แบบ อยู่ที่ว่าจะใช้เป็นเพื่อนหรือจะใช้บั่นทอน


การเลือกหัวข้อโครงการแบบนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา

30 มกราคม 2556

โดย  อาจารย์กิตติ ชยางคกุล

· ข้อกำหนด  ควรทำโครงการใหม่ แล้วเป็นที่สนใจสามารถนำไปใช้ได้จริง

  ควรทำโครงการเชิงนวัตกรรม

   ต้องทำโครงการเกี่ยวกับ กฟผ. เป็นกิจการไฟฟ้า และระดับสากล

   โครงการต้องชัดเจนไม่ต้องความคิดบรรเจิดมาก แต่ต้องนำไปใช้ได้จริง แต่ต้องทำภายใต้ Theme ต่อไปนี้

แนะนำสิ่งที่ต้อคำนึงถึง

-  จะทำให้เพื่อนในกลุ่มมาร่วมกันทำโครงการอย่างไร

-  มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

-  เกี่ยวข้องกับใคร

-  สื่อสารภายในกลุ่มอย่างไร

-  ให้มีส่วนร่วมกันอย่างไร

-  ใครเป็นหุ้นส่วนในแต่ละโครงการ

โครงการภายใต้ Theme

·  นวัตกรรมเพื่อการพัฒนากิจการของ กฟผ.ให้ก้าวไกลในเวทีอาเซียน 2015

·  วิสัยทัศน์และกลยุทธ์เชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างและบริหารทุนมนุษย์ของ กฟผ. กับการพัฒนาที่ก้าวไกลและยั่งยืน

·  กลยุทธและแผนงานเชิงนวัตกรรมเพื่อพิสูจน์เส้นทางสู่ความเป็นเลิศของ กฟผ. (SEPA)

·  นวัตกรรมทางสังคมของกฟผ. สร้างศรัทธาที่แท้จริงจากปวงชน

·  นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ ของ กฟผ.

· ภาพอนาคตการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในปี 2025


31/มกราคม/2556

  วันนี้ อาจารย์ ดร.กมล ตรรกบุตร มาเล่าถึงผลกระทบต่อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทย อันเนื่องมาจากการเกิดแผ่นดินไหวและเกิดซึนามิที่โรงไฟฟ้าฟูกูชิมา ที่ญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2553 ทำให้รัฐบาลต้องเลื่อนโครงการออกไปจาก ปี 2566 เป็น 2569 เนื่องจากความกังวลใจและการต่อต้านของชาวบ้านในพื้นที่เป้าหมายที่จะทำการสร้างโรงไฟฟ้า จากกรณีดังกล่าวทำให้ ผู้บริหาร กฟผ. จะต้องหันมาพิจารณายุทธศาสตร์การทำความเข้าใจกับมวลชน รวมทั้งแผนการเตรียมความพร้อมทรัพยากรที่เกี่ยวข้องในการที่จะดำเนินการก่อสร้าง ติดตั้งระบบ ทดสอบ และ Operation โรงไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและปลอดภัย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อคนในประเทศ และนักลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการด้านโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ประเทศในอาเซียน อาทิ เวียตนาม ที่เริ่มมีการขยับโครงการแล้วและมีแนวโน้มจะล้ำหน้าประเทศไทย ด้วย

  ในความเห็นของผมในระหว่างรอโครงการใหญ่ กฟผ.น่าจะทำ โรงไฟฟ้าต้นแบบขนาดเล็ก ด้วยพลังงานทางเลือกอื่นๆ เพื่อนำมาทดแทน โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ กรณีไม่ได้รับการอนุมัติให้สร้าง

  ในส่วนของท่านอาจารย์ ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ นำเรื่องภัยพิบัติที่เกิดจากแผ่นดินไหว ซึนามิ เล่าให้พวกเราฟัง รวมทั้งภัยธรรมชาติอื่นที่อาจมีผลต่อโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่ง กฟผ.จำเป็นต้องมีแผนฉุกเฉินในการรองรับเหตุการณ์ Unexpected and Unthinkable เพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งในปัจจุบัน กฟผ.เองก็มีแผนเฝ้าระวังเขื่อนชื่อว่า  DAM Safety Management รวมทั้งแผนรองรับกรณีฉุกเฉินสำหรับเขื่อน คือ แผนการแจ้งเตือน และแผนการเคลื่อนย้าย

  ในช่วงบ่ายได้วิทยากรมากประสบการณ์ด้านการทำงานในวงราชการ คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ มาเล่าประสบการณ์และหลักในการทำงานในหัวข้อ “ภาวะผู้นำและประสบการณ์บริหารงานของข้าพเจ้า” ซึ่งได้ข้อคิดจากคุณหญิงฯ มาประยุกต์ใช้ได้หลายเรื่องเลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องการคงไว้ซึ่งหลักการที่ถูกต้องในการทำงาน ไม่ต้องเกรงกลัวอำนาจที่ไม่ถูกต้อง แต่ต้องไม่เป็นบุคคลประเภท “ยอมหักไม่ยอมงอ” แต่ต้องรู้จักทำตัวเป็น “ต้นอ้อ” แม้จะอ่อนโอนแต่ยังอยู่ในหลักการที่ถูกต้อง การที่จะเป็นผู้นำที่ดี คุณหญิงฯ ให้หลักดังนี้

1.  Well Prepare เตรียมความพร้อมด้านต่าง สามารถพึงตนเองได้

2.  Give & Take ต้องรู้จักให้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของหรือเงินทอง เป้นความช่วยเหลือจากเล็กไปหาใหญ่ตามความเหมาะสมและถูกต้อง รวมทั้งต้องรู้จักรับพิจารณาให้ดี รับให้น้อยที่สุด

3.  ต้องรู้จักตนเอง การจุดแข็งให้เจอแล้วพัฒนารักษาไว้ให้เป็นจุดเด่นจนเป็นสัญญลักษณ์ เช่น เป็นคนที่ซื่อตรง ยึดความถูกต้อง หลีกเลี่ยงทีนำจุดอ่อนไปปะทะกับคนอื่น

4.  การรู้เท่าทันคนอื่น

5.  มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่สามารถทำงาน ช่วยเหลือเราได้ ไม่ระแวง แต่ระวัง

เหล่านี้เป็นประเด็นที่เก็บรวบรวมมได้จากการฟังเรื่องเล่า ซึ่งคุณหญิงฯ ได้นำมาให้พวกเราเรียนรู้และนำไปปรับใช้ตามสถานะของตัวเอง ขอบคุณมากครับ

ชนฏ ศรีพรวัฒนา


บุญส่ง จีราระรื่นศักดิ์

ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น  ( ดร.กมล  ตรรกบุตร  และ ศ.ดร.ปณิธาน  ลักคุณะประสิทธิ์)

  ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและพึ่งพาการซื้อไฟจากต่างประเทศ ค่อนข้างมาก ทำให้ระบบไฟฟ้าไม่มั่นคงเนื่องจากไม่กระจายสัดส่วนประเภทของโรงไฟฟ้า  และในPDPมีแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์แค่ 2 โรงเสร็จในปี 2026 ซึ่งอาจต้องเลื่อนไปอีกจนอาจไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นที่ประเทศไทยได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้เนื่องจากรัฐบาลที่แล้วไม่เห็นด้วยและจากทำโพล ได้ถามความเห็นประชาชนเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ผลคือเห็นด้วย 60%  แต่ถ้ามาสร้างใกล้ ๆบ้าน เห็นด้วยเพียง 30 % นอกจากนี้กรณีผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลประชาชนยิ่งเกิดความกลัว  ซึ่งอาจถูกประท้วงอย่างรุนแรงหากยังเดินหน้าที่จะก่อสร้างต่อไป  อาจต้องปรับPDPเป็น Clean Coalมากขึ้น

  ผมเห็นด้วยว่าน่าจะมีการวิจัยในระดับประเทศ เกี่ยวกับทางเลือกในการแก้ปัญหาสถานการณ์ไฟฟ้าในประเทศ ร่วมกับสถาบันการศึกษาอย่างจริงจังก่อนที่จะเกิดปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ

   บทเรียนที่ได้จากภัยธรรมชาติในต่างประเทศ  เช่นแผ่นดินไหว  เราจะรับมือได้อย่างไร

  เราควรมีการเตรียมแผนรองรับเหตุการณ์เหล่านั้น โดยจัดทำBusiness Continuity Management โดยเฉพาะหน่วยงานใหญ่ ๆ อย่างกฟผ. เช่นเดียวกับในต่างประเทศ  นักธรณีวิทยาค้นพบรอยเลื่อน 14  รอยที่ประเทศไทยที่อาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้(แต่ระยะเวลาที่จะเกิดอาจยังอีกนานประมาณ 1,000 ปี) แต่เมื่อมีข่าวลือก็จะเกิดความกลัว โดยเฉพาะรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ กฟผ.ต้องมีข้อมูลชี้แจงว่าเขื่อนศรีนครินทร์ปลอดภัยแน่นอน

ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารของข้าพเจ้า  (คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์)

ต้องพึ่งตนเอง  สามารถจัดการได้ด้วยตนเองทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น เตรียมความพร้อมตลอด  ต้องรู้จักตนเอง รู้จุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง อย่าหลอกตนเอง จงซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต้องรู้ว่ามีฝีมืออยู่ตรงไหน หมั่นวิเคราะห์ตนเองอยู่เสมอ เติมStrength จะดีกว่าแก้ เรื่อง Weakness รู้ Limitation ของตนเอง รู้ว่าเพดานสูงสุดอยู่ตรงไหน

รู้จัก Give & Take  ต้องรู้จัก Give ให้มาก  ให้คำแนะนำสิ่งดี ๆ ให้คนอื่นไม่จำเป็นต้องให้เป็นสิ่งของควรมีน้ำใจต่อเขา แล้วเขาจะไม่เคยลืม  การรับ บางครั้งรับไม่ได้ เช่นรับของต้องไม่ขัดกับ Integrity และ ความซื่อสัตย์สุจริต

ต้องมี ความกล้าหาญทางคุณธรรม ต้องรู้จักลุกขึ้นมาต่อสู้เชิงคุณธรรมให้กับสังคม

เจ้านายชอบลูกน้องที่อ่อนน้อมถ่อมตน ลูกน้องจะประสบความสำเร็จต้องรักษามารยาท แต่งตัวให้เรียบร้อย  เวลาพูด กับคนมีอำนาจให้ระมัดระวังคำพูดและวิธีการ ต้องเตรียมตัวให้ดี ใช้คำพูดสุภาพ มีศิลปะการพูดโน้มน้าวจูงใจ

บทเรียนของคุณหญิงทิพาวดีที่ให้คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติในชีวิต ต้องเข้มแข็ง ไม่ท้อ ต้องต่อสู้ ด้วยตัวเอง  สู้ตามครรลองที่ถูกต้อง อย่างมีความหวัง ทุกอย่างเหมือนเกมส์ของชีวิตที่ต้องสู้

  บุญส่ง จีราระรื่นศักดิ์  31/1/56


สุทธิชัย จูประเสริฐพร

สรุปความรู้จากการหนังสือ 8K’s + 5K’s ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน

โดย ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

·ผู้เขียนมีเจตนารมณ์ คือ การสร้างทุนมนุษย์ในประเทศไทยให้มีคุณภาพเพราะ  ทุนมนุษย์”
 หรือ “ทรัพยากรมนุษย์” เป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดของสังคม

· แนวคิดทฤษฎี 8K’s หรือ ทุน 8 ประการเป็นพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพประกอบด้วย

K1 Human Capital ทุนมนุษย์

K2 Intellectual Capital ทุนทางปัญญา

K3 Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม

K4 Happiness Capital ทุนทางความสุข

 ทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ คือการมีปัญญา คิด วิเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหา และสร้างความก้าวหน้า ความสำเร็จในชีวิตได้
นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดต้องเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสาธารณชน สร้างทุนแห่งความสุข

K5 Social Capital ทุนทางสังคม หรือเครือข่าย

ยึดแนวทางการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเครือข่าย คือ อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
สร้างการรวมพลังให้ได้จริงๆ

K6 Sustainable Capital ทุนทางความยั่งยืน

มีปัจจัยในการสร้าง 6 ปัจจัย คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน

(1) ต้องให้ระยะสั้นสร้างความสำเร็จ และสมดุลเพื่อให้ระยะยาวอยู่รอด

(2) ต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติไม่ถูกทำลาย

(3) ต้องมีคุณธรรม และจริยธรรม

(4) ต้องคิดเป็นวิทยาศาสตร์

(5) ต้องให้ความเจริญเพิ่มขึ้นอย่างกระจาย

(6) ต้องเป็นการพัฒนาที่พึ่งตัวเอง


K7 Digital Capital ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพจะต้องมีความรู้ความสามารถที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศใช้ให้เกิดการพัฒนาด้านต่างๆ
ได้

K8 Talented Capital ทุนอัจฉริยะ

คนที่ประสบความสำเร็จต้องมีทักษะ ความรู้ ทัศนคติ การพัฒนาภาวะผู้นำด้วย “ทฤษฎี 5 E” คือ Example, Experience, Education, Environment, Evaluation

 

·  แนวคิดทฤษฎี 5K’sเป็นแนวคิดทุนใหม่ ประกอบด้วย

K1 (ใหม่) Creativity Capital ทุนแห่งความคิดสร้างสรรค์

(1) วิธีการเรียนรู้ ฝึกให้รู้จักคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และเรียนรู้ข้ามศาสตร์

(2) ต้องมีเวลาคิด มีสมาธิ

(3) ต้องคิดเป็นระบบ

(4) ต้องอยากทำสิ่งใหม่ๆ เสมอ


K2 (ใหม่) Knowledge Capital ทุนทางความรู้ ที่ดีต้องอยู่บนหลักทฤษฎี 2R’s คือ Reality
ความเป็นจริง Relevance ตรงประเด็น

K3 (ใหม่) Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรมต้องมีองค์ประกอบ 3 เรื่อง คือ

(1) มีความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และนำมาผสมความรู้

(2) นำความคิดไปปฏิบัติจริง

(3) ทำให้สำเร็จ


K4 (ใหม่) Cultural Capital  ทุนของวัฒนธรรม คือ การมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของวัฒนธรรมซึ่งเป็นฐานของการดำรงชีวิตของมนุษย์ ประกอบด้วย

- ขนบธรรมเนียมประเพณี

- ศาสนา

- ประวัติศาสตร์

- ประเพณี

- วิถีชีวิต

- ภูมิปัญญา

- แนวทางปฏิบัติ

- ความเชื่อ

 

K5 (ใหม่) Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ คือ ความกล้าหาญ ความเอื้ออาทร มองโลกในแง่ดี รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง และสามารถสื่อสารสร้างความสัมพันธ์ภาพที่ดีกับผู้อื่นได้

·เครื่องมือที่สำคัญในการสร้างคุณภาพของทุนมนุษย์เพื่อรองรับการเป็นเสรีอาเซียน ประกอบด้วย

(1) ต้องรู้จริงว่า “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คืออะไร?”

(2) ข้อตกลงทางการร่วมมือกัน (เศรษฐกิจ การค้าง การลงทุน สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงทางการเมือง)

(3) เสรีในการขายสินค้าและบริการ

(4) ค้นหาตัวเอง ต้องคิด วิเคราะห์ว่าอะไรเกิดขึ้นเตรียมพร้อมฉกฉวยโอกาส และหลีกเลี้ยงการถูกควบคุมอย่างไร?

(5) การปรับตัว ต้องเข้าใจและศึกษาให้ถ่องแท้ว่าโอกาสที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง และเราจะฉกฉวยอย่างไร

(6) การรักษาภูมิปัญญา และรากเหง้าของความเป็นไทย

(7) ต้องพัฒนา “คนไทย” ให้ “สื่อสาร” ภาษาอังกฤษ + ภาษาอาเซียนได้

(8) สร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้


ทฤษฎี 2 R’s   ทฤษฎี 4 L’s

- Reality  

- Learning Methodology  

- Relevance  -  Learning Environment

ทฤษฎี 2 I’s    

- LearningOpportunities 

- Inspiration  - Learning Communities

- Imaginaton

(9)  การพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์

(10) การบริหารความเสี่ยงโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

·  รู้ให้จริงเรื่อง AEC กับผลกระทบต่อตัวเรา ตามความรู้และประสบการณ์จากนักคิด นักปฏิบัติ
กับแนวคิดทฤษฎีทุนมนุษย์ 8K’s และ 5K’s (ใหม่) จะช่วยให้การนำแนวทางทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จ


บทเรียนที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนี้สามารถนำหลักการและแนวคิดที่กล่าวมาของบุคคลสำคัญหลายๆ
ท่าน ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาบุคลากรของ กฟผ. เพื่อก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ขององค์กรคือ”เป็นองค์กรสมรรถนะสูง”
HIGH PERFORMANCE ORGANIZATION

*********************************




ความรู้และแนวทางการไปประยุกต์ใช้ วันที่ 29 มกราคม 2556

1.  ทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

     1.1.  ได้ทราบถึงวัตถุประสงค์การพัฒนาศักยภาพคุณภาพชีวิตในการเป็นผู้นำ

     1.2.  ได้ทราบถึงวิธีการเรียนรู้เพื่อความเป็น HR ที่เป็นเลิศ เช่น 4L’s 2R’s 2i’s เป็นต้น

     1.3.  ได้ทราบถึงวิธีการเรียนสำหรับหลักสูตรสร้างผู้นำ

2.  การนำไปประยุกต์ใช้

     2.1.  ทราบถึงแนวทางการบูรณาการ ความรู้ ความคิดไปสู่การปฏิบัติจริง

     2.2.  ได้ทราบถึงผู้นำได้เรียนรู้อย่างไรจากหลักสูตรนี้และไปประยุกต์ใช้อย่างไร เช่น ความคิดบางส่วนของผู้ว่าการ                  สมัยที่เรียน EADP

3.  การสร้างผู้นำแห่งศตวรรษใหม่ ที่ กฟผ. โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

3.1.  การเรียนรู้ที่ได้รับทราบถึงแนวคิดของผู้นำในยุคต่างๆ ก่อนที่จะเป็นผู้นำในต่างๆ ตามสายอาชีพนั้นๆ

     3.2.  โลกของการเปลี่ยนแปลงในยุคต่างๆ จนถึงปัจจุบันโดยเฉพาะ ยุคที่ 4 (Fourth Wave)

     3.3.  ความหมายของผู้นำและผู้จัดการ (รวมถึงสิ่งที่เป็นความต่าง)

4.  การนำไปประยุกต์ใช้

     4.1.  สามารถนำ leadership of Balancing มาแก้ไขหรือปรับปรุงการบริหารการจัดการในชีวิตประจำวัน

     4.2.  วิธีการพัฒนาผู้นำแบบใหม่ (Apprenticeship Model) ในหลายๆ หัวข้อ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น เน้นการฝึกปฏิบัติจริง และฝึกจากการจำรองตามสถานการณ์

นั่งเรียนหัวข้อวิชานี้แล้วก็ได้เรียนรู้ว่าผู้นำในยุคต่างๆ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

ความรู้และแนวทางการไปประยุกต์ใช้ วันที่ 29 มกราคม 2556

1.  Leading People ของ อ.พจนารถ ซีบังเกิด

     1.1.  ความรู้ที่ได้รับได้ทราบถึงกระบวนการทางความคิดและการรับรู้ รวมถึงการตัดสินใจในเรื่องที่มีเหตุการณ์ต่างๆ (My Stories … My World)

     1.2.  ความหมายและรายละเอีดของ 6 Core Needs of Human Begins

     1.3.  ความหมายของ Universal Fears 3 ประการ

     1.4.  ความหมายของ Who Am I?

     1.5.  ธาตุแท้ของฉันและการค้นหา


ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารของข้าพเจ้า

31 มกราคม 2556

โดย คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์

1เรื่องการเจรจาต่อรอง

การกล้าพูดกับเจ้านาย ได้เล่าถึงประสบการณ์การร่างหนังสือ สมัยนั้นเข้าทำงานใหม่ๆ

2 เรื่อง Visibility การปรากฏตัวให้เจ้านายเห็น-รู้จัก

การไหว้และเคารพผู้ใหญ่ ปรากฏตัวให้เจ้านายเห็น

มีความรู้ในงานและสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน

เอางานเป็นตัวตั้ง มีความรู้ในงาน

เรื่อง  Gender Sensitivity

การเข้าใจเรื่องความแตกต่างทางเพศ

การเรียนรู้ที่จะอยู่กับเพศตรงข้าม

หลักการของผู้นำ

1.  การพึ่งตนเองให้ได้

2.  เตรียมความพร้อมตลอด ตั้งแต่เรื่องการแต่งตัว  ข้อมูล

3.  การคบคนที่มีความสำคัญ

4.  เรื่องวินัย ฝึกตนให้มีวินัยอยู่เสมอ

5.  ต้องรู้จักตนเอง จุดอ่อน จุดแข็งของตนเองอยู่ตรงไหน อย่าหลอก

ต้องรู้จัก Give & Take

การให้ - ให้ให้น้ำใจ ความจริงใจ ความเกื้อหนุน คำแนะนำต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องให้เป็นสิ่งของ

การรับของ – บางครั้งรับไม่ได้ เช่นรับของต้องไม่ขัดกับความซื่อสัตย์สุจริต การรับให้พยายามรับแต่น้อย

เรื่องคนดูหมิ่น ทันทีที่นิ่งเฉย หมายถึงยอมรับที่ถูกด่า เราต้องไม่บ้าดีเดือดา

สอนลูกน้องให้มีศักดิ์ศรี รักองค์กร ภูมิใจในองค์กร

สิ่งที่สำคัญ  คือความกล้าทางคุณธรรม ต้องรู้จักลุกขึ้นมาต่อสู้เชิงคุณธรรมให้กับสังคม ทำเป็นตัวอย่าง คือไม่ยอมคนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

มุมมองของเจ้านาย

1.ชอบลูกน้องที่อ่อนน้อมถ่อมตน

2. พบเจ้านายต้องไปก่อนเวลา

 3. ต้องเตรียมตัวอย่างดี ต้องศึกษาความสำเร็จของท่าน ต้องพูดทุกคำที่มีความหมาย

4.การวางแผนล่วงหน้า


Mind Mapping สำหรับผู้บริหาร และการวางแผนโครงการเชิงนวัตกรรม (30 มกราคม 2556)

(อาจารย์ขวัญฤดี ผลอนันต์)

       Mind Mapping เป็นเครื่องมือในการจดบันทึกโดยการใช้สมองทั้ง 2 ซีกอย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อได้ฟังแล้วก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่า แค่การเขียนภาพโยงใยคล้ายกิ่งก้านสาขาของรากไม้จะทำให้ใช้สมองได้ทั้ ง 2 ซีก (ตามทฤษฎี) แต่ที่พบสิ่งหนึ่งแน่ๆ ก็คือได้เขียน ลำดับเหตุการณ์ความคิด ได้มองในภาพรวม แบ่งแยกลำดับความสำคัญ กิจกรรมไหนควรทำก่อนทำหลัง งานใดควรอยู่ในกลุ่มใด และยังได้ทักษะการวาดรูปและการลงสี ซึ่งอาจารย์บอกว่าถ้าทำถึง 100 แผ่นจะทำให้ฝึกสมองและความจำจะดีขึ้น ซึ่งจะลองทำบ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน

Creative Thinking and Value Creation และการออกแบบโครงการเพื่อการพัฒนา กฟผ. ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

(อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ)

      Creative Thinking and Value Creation เป็นเรื่องที่เคยได้รับการอบรมและมีความคิดมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เมื่อมาเจอชื่อหลักสูตรซึ่งสอดคล้องกับการออกแบบโครงการก็รู้สึกน่าสนใจ แต่เมื่อได้รับการแจกเอกสารการสอน แปลกใจมากมีแต่รูปภาพที่เป็นเรื่องราวเชิงความคิดและภาพของอาจารย์ในกิจกรรมต่างๆ แต่เมื่อนั่งฟังไปเรื่อยๆ เมื่อถึง Holistic Framework ก็ทำให้เข้าใจในเนื้อหาขึ้นในระดับหนึ่ง

       แต่ที่ได้ความคิดความอ่านที่เห็นว่ามีประโยชน์จริงๆ คือในเรื่องที่อาจารย์เล่าว่า ในหลวงท่านมีพระราชดำรัสว่า ท่านทั้งหลาย (ผู้นำเสนอโครงการ SME หญ้าแฝก) ท่านลืมวัตถุประสงค์ ท่านมุ่งแต่เป้าหมาย และอาจารย์ได้อธิบายว่า วัตถุประสงค์ในความหมายของพระองค์ท่านคืออะไร ทำให้ผมได้คิดและตระหนักถึงว่า วัตถุประสงค์การเป็นผู้บริหารหรือผู้นำมีค่าและยั่งยืนกว่าเป้าหมาย


วันที่ 31 มกราคม 2556

หัวข้อ  ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2554 เกิดแผ่นดินไหวระดับ 8.9 ริกเตอร์ และเกิด Tsunami ที่มีระดับน้ำสูงกว่า 10 เมตร ที่ชายฝั่งประเทศญี่ปุ่น

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมา ไดอิชิ อยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากที่สุด จึงเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ขณะนั้นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หน่วยที่ 4 – 6 หยุดซ่อมบำรุงตามตารางกำหนดเวลา  ส่วนหน่วยที่ 1 – 3 ที่เดินเครื่องอยู่ตามปกติ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวทั้ง 3 หน่วย ก็ดับเครื่องโดยอัตโนมัติ เครื่องยนต์ดีเซลสำหรับระบบปั้มน้ำฉุกเฉินเพื่อระบายความร้อนให้แก่ปฏิกรณ์ก็เดินเครื่องโดยอัตโนมัติ ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เกิดแผ่นดินไหวซ้ำ (After Shock) และ Tsunami ที่กระแทกเข้ามา ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลจมน้ำและดับลงอย่างกะทันหัน แบตเตอรี่สำรองก็ทำงานได้เพียง 8 ชั่วโมง ก็หมดลง ทำให้ปฏิกรณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หน่วยที่ 1 – 3 เกิดความร้อนสูงมาก จนเกิดการระเบิดขึ้น ส่งผลต่ออาคารคลุมปฏิกรณ์เสียหาย

จากอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกูชิมา ไดอิชิ ทำให้ประเทศไทยต้องทำการปรับแผน PDP ใหม่ โดย กพช. และ ครม. มีมติให้เลื่อนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ออกไป 3 ปี และให้นำเข้า LNG มาทดแทน รวมทั้งกำหนดนโยบายซื้อไฟจากประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงของระบบ  ภัยธรรมชาติ เป็นสิ่งที่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ ภัยพิบัติทุกครั้งนำความสูญเสียสู่มนุษย์ชาติ ความเสียหายจะมากถ้าไม่เตรียมรับมือให้ดี การรับมือกับภัยธรรมชาติจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยของคนในทุกระดับ  การลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานให้มีมาตรฐาน มีกำลังคน  เครื่องจักรกล ระบบสำรอง การผลิตไฟฟ้า/การจ่ายไฟฟ้า  มีระบบ IT อย่างเพียงพอเมื่อเกิดภัยพิบัติจะทำให้กู้สถานการณ์ได้รวดเร็ว

หัวข้อ  ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า

  - ทำต้วให้เจ้านายรู้จัก  สร้างภาพลักษณ์ที่ดี เช่น การไหว้  ทักทาย

  - ไม่ต้องกลัวนาย  แต่ต้องมีมารยาท อธิบายอย่างมีเหตุมีผล เอางานเป็นที่ตั้งอย่าเอา

  ตัวเองเป็นที่ตั้ง

คุณลักษณะผู้นำ

1.  พึ่งตนเองได้  ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ (well prepare) เมื่อเกิดภาวะจำเป็น   หยิบอะไร ไม่ทัน หรือ เวลาเร่งรีบ หาอะไรไม่ได้ มีแต่สมองที่อยู่กับตัวเรา จึงต้องฝึกคิด (ถึงเวลาจะคิดได้เร็ว) ฝึกวางแผนรับสถานการณ์อยู่เสมอ

2.  รู้จักคบกับคนสำคัญ (Networking)

3.  ต้องรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเอง อย่าหลอกตัวเอง ต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง พวกเราอายุเยอะแล้ว อย่าไปเสียเวลากับการปรับปรุงจุดอ่อน ให้เอาเวลาไปเสริมจุดแข็งดีกว่า

4.  วิเคราะห์ตัวเองอยู่เสมอ เพื่อจะได้รู้ฝึมือว่าอยู่ระดับไหน

5.  ให้มากกว่ารับ

  การให้ น้ำใจ เกื้อหนุน คำแนะนำ ความช่วยเหลือที่ไม่เกินขอบเขต

  การรับ ให้รับแต่น้อย หรือรับไม่ได้ เนื่องจากไม่เหมาะสม

6.  รักษาเกียรติของตัวเองและองค์กรไว้

7.  สร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อทำให้ตนเองเกิดความมั่นใจ และไม่มีใครมาสั่งให้เราทำสิ่งที่ไม่ดีเปรียบเสมือนต้นอ้อ จุดยืนเหมือนเดิม แต่เอนเอียงได้ ตามกระแสลม

8.  นายชอบลูกน้อง ที่อ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาท แต่งตัวให้เรียบร้อยเวลาพบเจ้านาย ต้องเตรียมตัว อย่าประมาท หลีกเลี่ยงคำว่า “ไม่”

9.  ไปพบเจ้านายต้องไปก่อนเวลา นั่งรอ จะได้เห็นสภาพแวดล้อม


วันที่  31  มกราคม  2556

หัวข้อ  ผลกระทบของแผ่นดินไหวญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

  โดย  ดร.กมล  ตรรกบุตร

ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ได้รับความรู้อย่างมากจากการเสวนา (Panel Discussion) ในเรื่อง

-  พลังงานและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย สัดส่วนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโลก แนวทางที่ปลอดภัยในการออกแบบ และการก่อสร้างไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และแนวทางการป้องกันหากเกิดปัญหาการทำงานของระบบ รวมทั้งแนวทางการให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการยอมรับ

-  การวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ฟูกูชิยา ไดอิช เพื่อนำมาวางแผน  Road Map การก่อสร้างโรงไฟฟ้าของ กฟผ.

หัวข้อ  ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

  โดย  ศ.ดร.ปณิธาน  ลักคุณะประสิทธิ์

ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ได้รับความรู้อย่างดียิ่งด้านสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น

-  การวางแผนเตรียมการรับมือกับภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย หรือ  เหนือความคาดหมาย (The unexpected หรือ unthinkable) ซึ่งต้องครอบคลุมทุกด้านที่  เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายถึงความไม่ประมาทนั่นเอง

-  วิสัยทัศน์ใน The Hyogo Framework for Action 2005-2015 ที่สามารถนำมาปรับใช้กับ กฟผ. ได้โดยเป็นการเน้นการปฏิบัติอย่างจริงจังไม่ใช่เพียงแค่วางแผน แต่ไม่ค่อยสนใจการปฏิบัติเท่าใดนัก

-  การวางแผน Upgrade โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะให้มีความสามารถต้านทาน (Reselliance)   ต่อภัยพิบัติธรรมชาติได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการฟื้นตัวได้อย่างมีวินัยและรวดเร็ว หลังจากการเกิด  ภัยพิบัติธรรมชาติ

-  ตัวอย่างการมีภาวะผู้นำ Leadership ที่ต้องรู้จักการประเมินสถานะการณ์ได้อย่างถูกต้องและมีความมุ่งมั่น ทำการปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้ได้

-  การดำเนินการด้าน Business Continuity Plan and Management ซึ่งต้องมีการวางแผนและ  ซ้อมการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง 

หัวข้อ  ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า

  โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

ขอขอบพระคุณอาจารย์อย่างยิ่งที่ได้รับความรู้อย่างเต็มที่จากการถ่ายทอดประสบการณ์จริงที่เข้มช้นในการบริหารงานโดยอาศัยคุณลักษณะผู้นำตามทฤษฎี 8H's คือ Heritage Head Hand Heart Health Harmony Happiness Home ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาตนเองเพื่อให้เป็นผู้บริหารที่ดี มีความประทับใจในตัวอย่างความเป็นผู้มีหลักการที่แน่วแน่ การพึ่งตนเอง การตัดสินใจในทันการณ์ ความกล้าหาญ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง และการเป็นนักสู้ที่มีจิตใจเข้มแข็ง สามารถเผชิญ และรับมือกับปัญหาได้อย่างมีสติ ซึ่งเป็นที่มาของบทสรุปที่กล่าวว่า ผู้นำที่แท้จริงคือ "ผู้บุกเบิก"


8 K’ s + 5K’s  โดย  ศิริภา  ชูจันทร์

  ทุนมนุษย์ของคนไทย

  รองรับประชาคมอาเซียน

  ศาสตราจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  นักทรัพยากรมนุษย์

พันธุ์แท้ หรือ HR CHAMPION  ได้ให้นิยามคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์เป็นแนวคิดทฤษฏี 8K’s หรือทุน 8 ประการเป็นพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ประกอบด้วย

K1  Human Capital  ทุนมนุษย์

K2  Intellectual Capital   ทุนทางปัญญา

K3  Ethical Capital  ทุนทางจริยธรรม

K4  Happiness Capital   ทุนทางความสุข

K6  Sustainable Capital  ทุนทางความยั่งยืน

K7  Digital Capital   ทุนทางเทคโนโลยสารสนเทศหรือ IT

K8  Talented Capital   ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ

ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นมากสำหรับสังคมไทย ในการนำแนวคิดทฤษฎี  8K’s มาเป็นแนวทางเพื่อการพัฒนายุทธศาสตร์ในระดับประเทศ ระดับชุมชน ระดับองค์กร ครอบครัว และตัวเราเอง เพื่อเตรียมพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย รองรับการเปิดเสรีอาเซียน

-  รากฐานของ Human Capital คือแนวคิดที่ริเริ่มโดย Prof.Gary Becker นักเศษฐศาสตร์เขียนทฤษีทุนมนุษย์จาก University of Chicago ซึ่งได้รับรางวัล Nobel สาขาเศษฐศาสตร์ เมื่อปี 1992

K1  ทุนมนุษย์  (Human Capital) เป็นการสร้างทุนมนุษย์ข้อแรกที่ได้จากการศึกษา หรือโภชนาการ  ซึ่งเป็นที่มาของคุณภาพของทุนมนุษย์แบบถาวร Quality of Human Capital หรือสมรรถนะ (Competencies) หรือ ทักษะ (Skill)

K2  ทุนทางปัญญา  (Intellectural Capital)  คือการมองยุทธศาสตร์ หรือการมองอนาคต  ซึ่งมีแนวคิดมาจากการวิเคราะห์ว่าทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพไม่ได้วัดจากระดับของการศึกษาเท่านั้น แต่เพราะความสามารถของมนุษย์ในการคิด/วิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหา และหาทางออก


เรียน  อาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์

ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

โดย ดร.กมล ตรรกบุตร

วันที่ 31 มกราคม 2556

1.  ตามแผน PDD 2010 Rev.3 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ถูกเลื่อนออกไปที่ปี 2026 และ 2027 จำนวน 2 หน่วย รวม 2000 MW. และ กฟผ. ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ประมาณ 70%

2.  ประมาณการแหล่งเชื้อเพลิงของโลก

-  น้ำมันเหลืออีก 40 ปี

-  ก๊าซธรรมชาติอีก 70 ปี

-  ถ่านหิน 100 กว่าปี

-  นิวเคลียร์แบบ Recycle ใช้ได้อีกหลายพันปี

3.  ปฏิกรณ์นิวเคลียร์รูปแบบต่าง ๆ

-  ปฏิกรณ์แบบน้ำเดือด

-  ปฏิกรณ์แบบน้ำภายใต้ความดัน

4.  ประมาณการต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูงกว่าโรงไฟฟ้าอื่น ๆ แต่ต้นทุนทางด้านเชื้อเพลิงต่ำกว่า โดยเทียบเชื้อเพลิงจากถ่านหิน 1 Kg ผลิตได้ 3 Kw.h ยูเรเนียมเข้มข้น 3-4% 1 Kg ผลิตได้ 300,000Kw.h

5.  บทสรุป

-  หลายประเทศกำหนดแนวทางการลดการพึ่งพานิวเคลียร์

-  มติ ครม.ของไทยเลื่อนการ COD โรงแรกเป็นปี 2026 ทั้งที่ IAEA ให้ความเห็นชอบแล้ว

-  แผน PDP ใหม่ ให้นำเข้า LNG

-  คงนโยบายซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้านมากขึ้น ส่งผลกระทบความมั่นคงระบบ

กฟผ. พร้อมรับภัยพิบัติขนาดใหญ่หรือยัง

ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์

1. จากบทเรียนภัยธรรมชาติที่ผ่านมาของโลก เช่น

- Sandy Super Storm 2012 ในแถบทะเลแคริบเบียน

- วิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น

- น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยปี 2554 ที่ก่อให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก

- แม้แต่แผ่นดินไหว 5.9 ริกเตอร์ อ.ศรีสวัสดิ์ และ 7.2 ริกเตอร์ ในประเทศพม่า สามารถก่อให้เกิดรอยร้าวในอาคารได้

2. เนื่องจากความไม่แน่นอนของภัยพิบัติ (Uncertainty) และไม่สามารถคาดเดาได้ (Unpredictable) ต้องมีมาตรการรองรับความปลอดภัยที่เกิดขึ้น

3. ผู้นำต้องให้ความสนใจในการ Managing of Uncertainty/Unpredictable และ Safety Culture

ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหาร

โดย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์

1.  การเจรจาต่อรอง

-  ต้องมีความกล้าพูดกับหัวหน้า

-  เจรจาอย่างมีเหตุผล สุภาพ/มีมารยาท และต้องมีการเตรียมตัวเองให้พร้อมเสมอ (Well Prepare)

2.  ต้องรู้จักตัวเอง

-  รู้จุดอ่อน จุดแข็ง

-  หมั่นวิเคราะห์ตนเอง

-  ควรหลีกเลี่ยงจุดอ่อน เน้นจุดแข็ง

-  ต้องรู้ขอบเขต/หน้าที่ของตนเอง

3.  Give & Take

-  การให้ ให้ด้วยน้ำใจ ให้คำแนะนำ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของ

-  การรับ ต้องรับไม่ขัด Integrity/ความซื่อสัตย์ สุจริต

-  มีศักดิ์ศรี และเกียรติแห่งความเป็นคน

4.  ต้องมีความกล้าทางคุณธรรม (Moral Courage)

ต้องสู้เชิงคุณธรรมให้กับสังคม ทำเป็นตัวอย่าง และไม่ยอมกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 

ขอบคุณครับ

นายวีระ  วิสุทธิ

ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมแหล่งพลังงาน

สายงานเชื้อเพลิง


จากแนวคิดทางการตลาดสู่การปรับใช้กับการทำงานของ กฟผ.

1 กุมภาพันธ์ 2556

บรรยายโดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์  บุณยเกียรติ

การตลาดมีความสำคัญอย่างไร

จะใช้ประโยชน์เพื่อตัวเรา เพื่อนเรา ครอบครัวเรา และประเทศได้อย่างไร

ตัวอย่างของการตลาดที่เราเห็นประจำวันช่วงนี้ คือ การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ  การคุยมากไปก็เหมือนกับการสร้างภาพ

สิ่งแรกที่ท่านสนใจคือ ลูกค้า (Public)ที่กำหนดเรา มีดังนี้

1.  คนทั่วไป general public

2.  Government  ต่างประเทศมองว่า รัฐบาลเป็นตัวจัดสรรอำนาจ แต่ไทยมองว่ารัฐบาลเป็นเจ้าของ  จากวาระจร ทำให้EGAT ได้ประโยชน์เยอะมากจากการทำ Government relation

3.  Media คือการใช้สื่อช่วยประชาสัมพันธ์ หรือโปรโมท นับว่ามีอิทธิพลมากในปัจจุบัน แต่กลุ่มที่มีอำนาจมากกว่าคือกลุ่มโฆษณาที่มาออกสื่อ วิธีการสำคัญคือใช้คำพูดกับสื่ออย่างถูกต้องส่วนใหญ่จะเน้นตอบประเด็นสำคัญในช่วงแรก ๆ

4.  Finance แหล่งเงินของรัฐบาล และแหล่งเงินนอกระบบ (Still the show like EGAT ตัวอย่างที่ EGAT กลายเป็นพระเอกที่ให้ญี่ปุ่นยืมไฟฟ้า)

สิ่งที่อยากฝากสำหรับ EGAT คือ เงินนอกงบประมาณอยู่ที่ไหน เราต้องเรียนรู้การมีวินัยทางการเงิน

การจัดการเรื่องเงินเล็กใหญ่อย่างไร ให้ปรึกษาผู้จัดการ Bank

-   เริ่มต้นด้วยการรู้จักผู้จัดการสาขา Bank ที่บ้านก่อน  แล้วสอบถามแนวทางการตัดสินใจเรื่องเงินว่าตัดสินใจผิดหรือถูก

5. NGO เป็นกลุ่มหนึ่งที่ฉลาด ในอนาคต EGAT ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ใหญ่มากคือ NGO ประเด็นคือจะเอาเงินมาจากไหน  ถ้าสามารถเชื่อมสัมพันธ์ได้จะเป็นมหามิตรที่ดี แต่ถ้าไม่สามารถเชื่อมสัมพันธ์ได้จะกลายเป็นมหาศัตรู

6. PEER คือ เพื่อนฝูงที่เป็นนักธุรกิจด้วยกัน  เพื่อนรัฐวิสาหกิจของท่านเอง อย่างเช่น  ท่านมีเสา Power Line ที่ใหญ่ที่สุดเลย มี Communication System ที่ดีที่สุดแล้วในเมืองไทย  อย่างที่ 2 คือ like of way ของ EGAT ต้องใช้ Power Line ของ EGAT ในการทำรถไฟฟ้าความเร็วสูง สิ่งที่ท่านควรทำ คือควรทำความสนิทกับ รฟท. และ CATs เพราะรางไฟฟ้าส่วนใหญ่จะตรงกับรางรถไฟ วิธีการ คือการไป Re-union บ่อย ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

7. INTERNAL เป็นส่วนสำคัญที่สุด เช่น สหภาพของกฟผ.เอง ควรเป็นกลุ่มแรกที่เรานึกถึง

สิ่งดี ๆ ใน EGAT นั้นดีอย่างไร และท่านเผยแพร่อย่างไร

·  อย่างไรก็ตาม องค์กรไม่ใช่แค่ Marketing อย่างเดียว

·  ผู้จัดการที่ดีที่สุดจะรู้ 5 อย่าง แต่จะจัดการที่ดีที่สุดอย่างใดอย่างหนึ่ง

(เปรียบเหมือนรถมี 4 ล้อและยางอะไรอีก 1 ล้อ)

1. ยางหน้าขวา คือ ขายเป็นหรือไม่ คือการตลาด

2. ยางหน้าซ้าย ผลิต คือ โรงงาน ตัวอย่างเช่น Starbuck ขาย  The Third Place จุดประสงค์คือเป็นที่ ๆ นั่งแล้วคุยกันแต่บังเอิญ Serve กาแฟ เพราะฉะนั้น EGAT คือสถานที่ทำอะไร ไม่ใช่แค่ผลิตไฟฟ้า ที่ทำให้เรายืนยืด ณ ปัจจุบันนี้ ตัวอย่าง โรงไฟฟ้าที่ลาว และพม่า ล้วนได้รับเงินจาก EGAT  

สรุปคือ โรงงานเป็นรูปธรรมของ EGAT แต่ Power ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

3. ยางหลังซ้าย คือ บัญชี คือการเงิน ให้ดู 1. ฐานะ  2.ความมีฝีมือ 3. ความมีชีวิตชีวา (C/F) Cash Flow Statement  สิ่งที่สำคัญในปัจจุบันคือความมีชีวิตชีวา ต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารการเงินให้ดี

4. ยางหลังขวา คนทำงานเป็นทีมได้ คือ HR ให้ดูตัวอย่าง Manager เมืองนอกจะเป็นลักษณะ Invisible  ลูกน้องสามารถทำงานได้แม้ไม่มีหัวหน้าอยู่ สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพด้วย แต่ในเมืองไทย Manager ส่วนใหญ่ต้องเข้ามาดูงานอย่างใกล้ชิด

สรุป HR คือหัวหน้าหน่วย มันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงไม่เหมือนก่อน

5. ยางอะไหล่ 3 เรื่อง

- KM คือประสบการณ์ที่จะต้องใช้การจัดการความรู้ หรือการจัดการประสบการณ์ที่ทันกับมือสามารถจัดการคนอื่นมาให้ความรู้ได้

- Information คือข้อเท็จจริงอะไร 3 เรื่องที่ต้องรู้ ให้วัดว่าวันที่สำคัญที่สุดคือเรียกไปทำ Project นั่นเป็นวันที่แจ้งเกิดแล้ว

  การรู้จัก Hero ว่าเป็นอย่างไรจะรู้วัฒนธรรมองค์กรของที่นั่นเนื่องจากเป็น Power  ให้ตั้งสติว่าเมื่อทำโครงการฯ ต้องรู้ Informationอะไร 3 เรื่องถึงทำงานให้สำเร็จ

-  Knowhow คือเครื่องมืออะไรที่ต้องเอาไป

สรุปคือท่านเก่งอะไรให้ทำสิ่งนั้น

·  ล้อ 1 คือขายของเป็น คือการตลาด เป็นเรื่องของเศรษฐศาสตร์

·  Supply  (อุปทาน คือ สินค้า + บริการที่คนต้องการ)

·  Demand  (อุปสงค์ คือความต้องการของคน)

·  การเป็นสังคมเกษตรคือสิ่งที่จับต้องได้หมด

-  Price จะอยู่ที่ Supply เป็นคนสั่ง ไม่ใช่อยู่ที่ Demand เป็นคนพูด

-  นา สวน ไร่ เป็น  Factory

-  Solution คือหลักค้ำประกันอนาคต คือการทำตลาดเป็น หรือการทำ Physibility Study คือใช้หลักการตลาดเป็น

·  หัวใจคือ การตลาดเป็นเรื่องของเศรษฐศาสตร์ ประสบการณ์ที่ใช้ไฟได้เรียก Brand Experience การสร้าง Brand คือการสร้างความไว้วางใจคือ Trust  เช่น เรื่องบางเรื่องจากคนธรรมดาคือค่าน้ำมันลงดังนั้นเวลา Deal กับผู้บริโภค 7 กลุ่มต้องนึกถึงคน 67 ล้านคน

EGAT คุณค่าคือ Better  Leaving Standard

ถ้าองค์กรนี้จะเปลี่ยนเป็นองค์กรทางการตลาด

·  ต้องมองจาก Outside in หรือเรียกว่า Demand Focus นั้นทำอย่างไร

Demand Focus

1. Mass Communication สื่อสารมวลชน เป็น 1 ใน 3 เท่านั้น ส่วนที่เสียมากคือ High Cost แพงมาก ต้องจ่ายก่อน แต่ไม่รู้ว่าได้กลับมาคุ้มหรือเปล่า

2. SCM – Supply Chain Management เรา Manage Natural  Resource อย่างไร  EGAT มีปัญหาคือคนผลิตไม่ได้เห็นการตลาด และการตลาดไม่ได้เห็นคนผลิต สรุปคือต้องทำการบ้านก่อนว่าผู้บริโภคต้องการอะไร  โฆษณาเป็นสัญญา แต่ Delivery เป็นกรอบให้ทำตามสัญญา  

3. Retail – EGAT ต้องทำเป็น One stop shop แล้วตอบข้อมูลได้หมด  อยากให้ดูตัวอย่างสิงคโปร์ เป็นลักษณะ No wrong door ไม่มีการเข้าผิดที่

  Retailing คือ Contact Point ซึ่งแปลว่า Marketing  

สรุปคือ

1. EGAT หรือองค์กรใดที่ท่านจะไปทำในอนาคตต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีก 6 คน คือ Demand Focus คนใช้ประโยชน์เป็นใคร

2. เราต้องรู้จักลูกค้าคือใคร มีใครบ้าง

3. ความเป็นความตายขององค์กรไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ให้อโหสิ

4. หน้าร้านของ EGAT ต้อง Look Good อย่าเบื่อ อยากให้ดูตัวอย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ลำปางเป็นตัวอย่างของ Winner ให้ทำแม่เมาะมี Demand Focus

สรุปการตลาดต้องศึกษาถึง

1.  Demand Focus ใน 3 เรื่อง

2.  ทำตามสัญญา

3.  เสนอหน้า

4.  รู้สิ่งที่มาก่อนหลัง


วันที่ 31 มกราคม 2556

-  ได้เรียนรู้โรงไฟฟ้านิวเครียร์แบบต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็น Generation III+ และพัฒนาเป็น Generation IV ซึ่งโรงไฟฟ้านิวเครียร์จะมีความปลอดภัยมากขึ้น มีระบบป้องกันรังสีรั่วไหล 5 ชั้น และมีการทดสอบผนังอาคารปฏิกรณ์โดยใช้เครี่งบินวิ่งชนโรงไฟฟ้านิวเครียร์มีต้นทุนต่อหน่วยถูกมาก ประเทศรอบๆเราเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเครียร์แล้ว แต่ในประเทศไทยยังมีปัญหารนโยบายรัฐและความยอมรับของประชาชน

-  ส่วนอาจารย์ ศ.ดร.ปณิธาน ได้เตือนแผนรับภาวะฉุกเฉินกรณีมีภัยพิบัติจากธรรมชาติ ซึ่งบัจจุบันนี้เกิดภาวะโลกร้อน อาจจะทะให้เกิดภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงเกิดขึ้นได้ ต้องต้องมีการวางแผนการจัดการกับความไม่แน่นอนที่อสจจะเกิดขึ้น

-  ส่วนประสบการณ์ของคุณหญิงทิพาวดี ก็จะเป็นข้อคิดในการนำไปใช้ในการทำงาน เช่น ต้องรู้จักตัวเอง วิเคราะห์ตัวเองว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอะไร ต้องรู้จักการ Give & Take ฯลฯ


เรียน  อาจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

เรื่อง  8K’s + 5K’s ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน

  การก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่กำลังจะมาถึงในปี 2015 นี้ ทำให้ประเทศไทยต้องมีการปรับตัว โดยเร่งพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ อย่างรีบด่วนและเป็นระบบโดยใช้ทฤษฎี 8K’s และ 5K”s ของอาจารย์ ดร.จีระ เป็นแนวทาง มิเช่นนั้นเราอาจจะอยู่ในสถานะของผู้เสียเปรียบ

 

8K’s ทฤษฎีพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์

จากประสบการณ์การทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนานด้านทรัพย์พยากรมนุษย์ ศาสตรจารย์ ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์

ได้ให้นิยาม คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์เป็นแนวคิดทฤษฎี 8K’s หรือ ทุน 8 ประการซึ่งเป็นพื้นฐานของทรัพยากรมนุษย์ที่คุณภาพ ดังนี้

  K1-ทุนมนุษย์ (Human Capital) หมายถึง การลงุนในเรื่องการศึกษารวมทั้งในเรื่องโภชนาการ, การฝึกอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ตั้งแต่เยาว์วัย เป็นการสร้างทุนขั้นแรก

  K2-ทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) หมายถึง ความสามารถในการคิด ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากระบบการศึกษาที่ต้องสอนให้คน คิเดป็นมากกว่าการท่องจำ

  K3- ทุนทางธรรมและจริยธรรม (Ethical Capital) หมายถึง ความเป็นคนดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีจิตสาธารณะ มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปลูกฝั่งตั่งแต่เล็กๆ

  K4- ทุนแห่งความสุข (Happiness Capital) หมายถึง พฤติกรรมที่ตัวบุคคลพึงมี เพื่อทำให้ชีวิตมีคุณค่าและสอดคล้องกับงานที่ทำ ซึ่งทุนนี้จะเกิดขึ้นได้จากความตระหนักในชีวิตของบุคคลนั้นๆที่ได้ผ่านประสบการณ์ของชีวิตมาพอสมควร ทำให้ค้นพบตัวเองว่า ความสุขการใช้ชีวิตอย่างสมดุลคืออะไร

  K-5 ทุนทางสังคม (Social Capital) หมายถึง ความสามารถในการมีเครือข่าย ซึ่งจะทำให้มีความสามารถในการหาข้อมูลข่าวสารและความสามารถในการต่อรองสูง ความสามารถเหล่านี้จะได้มาจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเครือข่าย โดยมีหลักการว่าความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องเกิดจากความสุขจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจ

  K6- ทุนแห่งความยั่งยืน (Sustainable Capital) หมายถึง ความสามารถในการมองอนาคต ต้องมองให้ออกว่าสิ่งที่จะทำในระยะสั้นและต้องไม่ขัดแย้งหรือสร้างปัญหาในระยะยาว

  K7- ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ IT (Digital Capital) หมายถึง ความสามารถที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดการพัฒนาด้านต่างๆ

  K-8 ทุนอัจฉริยะ (Talented Capital) หมายถึง จะต้องมีทักษะความรู้และทัศนคติที่ดี

  5K’s แนวคิดทุนใหม่ 5 ประการทฤษฎี 5K’s (ใหม่)

  การที่เราจะมีความสามารถในการแข่งขันในโลกไร้พรหมแดน นอกจากจะมีทุนจากทฤษฎี 8K’s แล้ว ยังต้องมีทุนจาก 5K’s (ใหม่) ด้วย คือ

  1.ทุนความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Capital) วิธีจะทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ คือ ต้องฝึกให้รู้จักคิด วิเคราะห์ ต้องมีสมาธิ ต้องคิดเป็นระบบ และต้องอยากทำในสิ่งใหม่ๆเสมอ

  2.ทุนทางความรู้ (Knowledge Capital) จะต้องมีความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และข้ามศาสตร์ การมีทุนความรู้จะนำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วม (Value Creation) มูลค่าเพิ่ม (Value Added) และ มูลค่าเพิ่มจากความหลากหลาย (Value Diversity)

  3.ทุนทางนวัตกรรม (Innovation Capital) คือความสามารถทำสิ่งใหม่ๆที่มีคุณค่า นวัตกรรม มีหลายรูปแบบ เช่น สินค้าใหม่ การบริการใหม่ การจัดการแบบใหม่ หรือ นวัตกรรมทางสังคม เช่น กิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน การจะสร้างหรือพัฒนาทุนทางสังคมนั้นจะใช้ “ทฤษฎี 3G” ประกอบไปด้วย

  - Customer ความต้องการของลูกค้า

  - Change Management บริหารการเปลี่ยนแปลง

  - Comment and Control ลดการควบคุม สั่งการ แต่เน้นการมีส่วนร่วม

  4.ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) คือการมีความรู้ ความเข้าใจ ในวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของประเทศตัวเอง รวมทั้งวัฒนธรรมของประเทศอื่นๆด้วย สิ่งเหล่านี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ได้

5.ทุนทางอารมณ์ (Emotional Capital) คือการรู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่โกรธง่าย ไม่เครียดง่าย ไม่ตกใจ ตื่นกลัว รู้จักใช้สติ เหตุผล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข

  สรุปถึงแม้หน่วยงานจะมีความตื่นตัว เรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ดังนั้น การให้ความรู้และเตรียมความพร้อม ลดความเสี่ยงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเริ่มจาก การเรียนรู้ว่า “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” คืออะไร แล้วสำรวจตัวเองว่ามีโอกาสอย่างไร แล้วลดการเสี่ยง สร้างความเข้มแข็งให้ตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประชาชาติ โดยนำ ทฤษฎี 8K’s + 5K’s มาเป็นแนวทาง

อติชาติ  โซวจินดา  Home Work  EADP 9  เรื่อง 8k+5k


นายภัทรกฤช เตชะศิกานต์

วันที่ 31 มกราคม 2556

  ช่วงเช้า อ.กมล ตรรกบุตร
ได้มาให้ความรู้เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ทำให้ผมได้รู้ว่าทั่วโลกมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวนเท่าไร
ประเทศใดมากที่สุดและประเภทของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบปฏิกรณ์แบบน้ำเดือด (
BWR)
กับปฏิกรณ์แบบน้ำภายใต้ความดัน (PWR) แตกต่างอย่างไร
รวมทั้งกล่าวถึงโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น เช่นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาไดอิชิ ที่เกิดความเสียหายจากผลของแผ่นดินไหว
และกู้วิกฤติได้อย่างไร ประเทศไทยเราพึ่งพาก๊าชธรรมชาติมากซึ่งซื้อจากต่างประเทศ
ความมั่นคงก็ไม่เสถียรภาพถ้าต่างประเทศไม่ส่งก๊าซให้เรา

  ดังนั้น พวกเราควรจะมาช่วยกันคิดว่าจะเดินอย่างไรเพื่อให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้นภายใต้ความปลอดภัยทุกอย่างที่ทำให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อใจกฟผ.

  อ.ปณิธานได้มาให้ความรู้เรื่องผลกระทบของภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาไดอิชิ
และกฟผ. มีแผนปฏิบัติการรับมือเหตุการณ์ร้ายแรงเหล่านั้นอย่างไร
หน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนการจัดการเพื่อการดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องหรือไม่
ถ้ามีการผลิตและการจ่ายไฟฟ้าจะกู้กลับคืนมาภายหลังประสบภัยพิบัติได้รวดเร็วเพียงไร

  ตอนบ่าย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
ให้เกียรติมาบรรยาย
ภาวะผู้นำและประสบการณ์บริหารของข้าพเจ้า” สอนให้เรารู้ว่า ต้องเตรียมพร้อมทุกๆ ด้าน เช่น

-พึ่งตนเอง

-รู้จักตนเองอย่าหลอกตัวเองและซื่อสัตย์ต่อตนเอง

-หมั่นวิเคราะห์ตนเองอย่างสม่ำเสมอ

-GIVE ANDTAKE อย่างมีเหตุผล

- รักษาเกียรติของตนเอง




ภัทรกฤช เตชะศิกานต์

วันที่ 31 มกราคม 2556

  ช่วงเช้า อ.กมล ตรรกบุตร ได้มาให้ความรู้เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทำให้ผมได้รู้ว่าทั่วโลกมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวนเท่าไร ประเทศใดมากที่สุดและประเภทของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบปฏิกรณ์แบบน้ำเดือด (BWR) กับปฏิกรณ์แบบน้ำภายใต้ความดัน (PWR) แตกต่างอย่างไร รวมทั้งกล่าวถึงโรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น เช่นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาไดอิชิ ที่เกิดความเสียหายจากผลของแผ่นดินไหว และกู้วิกฤติได้อย่างไร ประเทศไทยเราพึ่งพาก๊าชธรรมชาติมากซึ่งซื้อจากต่างประเทศ ความมั่นคงก็ไม่เสถียรภาพถ้าต่างประเทศไม่ส่งก๊าซให้เรา

  ดังนั้น พวกเราควรจะมาช่วยกันคิดว่าจะเดินอย่างไรเพื่อให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้นภายใต้ความปลอดภัยทุกอย่างที่ทำให้ประชาชนศรัทธาและเชื่อใจ กฟผ.

  อ.ปณิธาน ได้มาให้ความรู้เรื่องผลกระทบของภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาไดอิชิ และกฟผ. มีแผนปฏิบัติการรับมือเหตุการณ์ร้ายแรงเหล่านั้นอย่างไร หน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนการจัดการเพื่อการดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ถ้ามีการผลิตและการจ่ายไฟฟ้าจะกู้กลับคืนมาภายหลังประสบภัยพิบัติได้รวดเร็วเพียงไร

  ตอนบ่าย คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ ให้เกียรติมาบรรยาย “ภาวะผู้นำและประสบการณ์บริหารของข้าพเจ้า” สอนให้เรารู้ว่า ต้องเตรียมพร้อมทุกๆ ด้าน เช่น

-  พึ่งตนเอง

-  รู้จักตนเอง อย่าหลอกตัวเองและซื่อสัตย์ต่อตนเอง

-  หมั่นวิเคราะห์ตนเองอย่างสม่ำเสมอ

-  GIVE ANDTAKE อย่างมีเหตุผล

-  รักษาเกียรติของตนเอง


อ่านหนังสือ 8K's + 5K's

 จากการได้มีโอกาสอ่านหนังสือเรื่อง8K’s+5k’s  ทุนมนุษย์ของคนไทยรองรับประชาคมอาเซียน ของศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมรมภ์ และประกอบกับได้อ่านคำนิยมของบุคคลสำคัญต่างๆ พอสรุปประเด็นสำคัญของหนังสือเรื่องดังกล่าวได้ดังนี้

  ในปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าอาเซียนได้เข้ามามีบทบาทกับประเทศไทยทั้งในเรื่องของการค้า การบริการ การผลิต และอื่นๆ เมื่ออาเซียนได้มีแนวคิดในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) ในปี 2558 ทำให้สมาชิกทั้ง10 ประเทศต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายๆด้าน จึงกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์และสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

  ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนจึงจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนดังกล่าวด้วย โดยการเตรียมพร้อมควรจะเริ่มต้นจาก “ มนุษย์ ” นั้นคือ ประชาชนในประเทศนั้นเอง ซึ่งอนาคตของประเทศนั้นจะเป็นอย่างไรก็ย่อมขึ้นอยู่กับคนในประเทศว่ามีศักยภาพมากน้อยเพียงใด  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้เสนอมุมมองการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถนำมาปรับใช้ในการเตรียมความพร้อมให้แก่คนไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) โดยการนำแนวคิด/ทฤษฎีทุน 8 ประการ (8K’s) และ ทฤษฏีทุนใหม่ 5 ประการ(5K’s New) มาเป็นแนวทางสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ทุนมนุษย์ทั้ง 13 ทุน จะเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของคนไทยในการรองรับการเป็นสมาชิกประชาคมอาเซียน โดยแนวความคิดดังกล่าวนี้ สามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ให้เป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนเก่ง คนดี และมีคุณธรรมไปพร้อมๆกัน อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้เป็นกรอบในการวางแผนพัฒนาบุคลากรในองค์กรได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังจะช่วยเสริมสร้างให้หน่วยงานและองค์กรมีภูมิต้านทานพร้อมรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นหากหน่วยงานหรือองค์กรใดได้นำแนวคิด “ 8K’s+5K’s” ไปปฏิบัติอย่างจริงจังก็เชื่อได้ว่าจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนต่อไปในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์แก่หน่วยงานหรือองค์กร รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วย

  จากความตื่นตัวของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC) ในช่วงเวลาอีกไม่ถึง ๓ ปีข้างหน้า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการบริหารทรัพยากร มนุษย์มากว่า ๓๐ ปี อย่างศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ จึงได้รวบรวมแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากประสบการณ์ชีวิตของท่านมา ไว้ในหนังสือ “8K’s+5K’s : ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน” ซึ่งเสนอมุมมองการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถนำมาปรับใช้ในการเตรียมความ พร้อมให้แก่ คนไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) ได้อย่างยั่นยืน

ทุน 8+5 ประการประกอบด้วย

ทฤษฎีทุน ๘ ประการ (8K’s) เป็นทุนพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย
๑. Human Capital ทุนมนุษย์ คือ ทุนเริ่มต้นของคนแต่ละคนที่เกิดมามีร่างกาย รูปร่างหน้าตา สติปัญญาที่แตกต่างกัน
๒. Intellectual Capital ทุนทางปัญญา คือ ทุนที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ที่ทำให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
๓. Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม คือ ทุนภายในส่วนลึกหรือสามัญสำนึกของจิตใจคน ซึ่งจะส่งผลต่อทุนทางปัญญาที่จะคิดวิเคราะห์ด้วยความดี มีศีลธรรม มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
๔. Happiness Capital ทุนแห่งความสุข คือ ทุนที่อยู่ภายในจิตใจของคน ในการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากแรงบันดาลใจ ที่จะส่งผลให้เกิดความสุขความอิ่มเอมใจในการกระทำสิ่งเหล่านั้น เป็นแรงผลักดันให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน
๕. Social Capital ทุนทางสังคม คือ ทุนที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือสังคมภายนอกในการหล่อหลอมตัวตนของแต่ละบุคคลให้เป็นไปในทางดีหรือทาง เสื่อมขึ้นอยู่กับทุนทางจริยธรรมของแต่ละบุคคลที่จะมุ่งสร้างคุณงามความดี หรือจะกระทำความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้างและสังคม
๖. Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน คือ ทุนที่เกิดจากการกระทำของคนที่มุ่งหวังผลในระยะยาวโดยเริ่มต้นจากการกระทำ ความดีต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
๗. Digital Capital ทุนทางไอที คือ ทุนความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำเครื่องมือเครื่องใช้ด้านไอทีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมโดยรวมได้
๘. Talented Capital ทุนทางความสามารถพิเศษ คือ ทุนที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ทักษะความรู้ บ่มเพาะจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความชำนาญในด้านต่างๆ ตามแต่ความถนัดและทัศนคติของแต่ละบุคคล
ทฤษฏีทุนใหม่ ๕ ประการ (5K’s New) เป็นทุนที่สำคัญสำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ ประกอบด้วย
๑. Knowledge Capital ทุนทางความรู้ คือ ทุนในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เจาะลึกความรู้ทั่วไปภายใต้มิติเดียว ไปสู่การรอบรู้อย่างลึกซึ้งในหลากหลายมิติ
๒. Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์ คือ ทุนในการคิดดัดแปลง คิดประยุกต์ใช้ คิดขึ้นใหม่ และคิดพัฒนาโดยมุ่งให้เกิดความเจริญในทางบวก
๓. Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม คือ ทุนในการพัฒนาต่อยอดจากของเดิมไปสู่สิ่งใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น
๔. Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม คือ ทุนในการเรียนรู้ ค่านิยม แนวคิดหรือความเชื่อของคนที่เราติดต่อสัมพันธ์ด้วยเพื่อให้เข้าใจและเข้าถึง ความคิดของบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง
๕. Emotional Capital ทุนทางอารมณ์ คือ การบริหารจัดการ EQ ซึ่งจะส่งผลถึงทุนในด้านต่างๆ ให้พัฒนาไปอย่างยั่งยืน

ชัยรัตน์  เกตุเงิน
 


ช่วงเช้าได้รับความรู้เรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ จากดอกเตอร์ กมล ตรรกบุตร  ทำให้ทราบว่าปัจจุบันทั่วโลกมีมากกว่า 430โรง  ใน 31 ประเทศ  โดยสหรัฐอเมริกามีมากสุดถึง 104 โรง  ตามด้วย ฝรั่งเศส 58 โรง  ญี่ปุ่นที่ประสบกับภัยพิบัติครั้งใหญ่จากการระเบิดที่ฟูกูชิมา เมื่อ สองสามปีที่ผ่านมา ตามมาเป็นลำดับที่3  คือ 55โรง  กำลังเริ่มทะยอยเดินเครื่อง หลังจากหยุดตรวจสอบและปรับปรุงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ 

จากนั้น ศ. ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์  ได้บรรยายถึงภัยพิบัติของธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยในระยะหลังนี้  และได้ตั้งประเด็นถึงความพร้อม ของ กฟผ.ในการเตรียมรับมือ  เพราะในอนาคตอันใกล้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้จากปัญหา Global warming   ผู้นำจึงต้องตระหนัก  และมีการเตรียมพร้อมที่ดีในการรับมือในกรณีเกิด Worst case scenario 

ช่วงบ่ายได้รับความรู้เรื่อง ภาวะผู้นำ จากประสบการณ์โดยตรง ของคุณหญิง ทิพาวดี เมฆสวรรค์ ได้แง่คิดหลายอย่าง สรุปได้ ดังนี้

  1.ต้องวางตัวให้สมกับ position 

  2.ต้องให้ มากกว่ารับ  (โดยเฉพาะความจริงใจ  แลงะน้ำใจ)

  3.เมื่อเป็นหัวหน้าต้องรักลูกน้องทุกคน ระวังได้แต่อย่าระแวง

  4.มีMoral  courage ต้องกล้าหาญในคุณธรรม ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง

  5. ต้องรู้จัก Flexible  ต้องเป็นเหมือนต้นอ้อ  คือ ลู่ลม  แต่ยึดมั่นที่จุดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

  6.Always well-prepared 

  7.อ่อนน้อม  แต่ไม่อ่อนแอ  

8.  มีart of persuasion  เช่น ทำไม่ได้ครับท่านถ้าไม่แก้กฏหมาย  กับ  ทำได้ครับท่านถ้าแก้กฎหมาย  ความหมายเดียวกัน  แต่คนละอารมณ์  

จะพยายามนำไปปรับใช้ครับ  ท่านอาจารย์ 

คุณเกรียงไกร  ไชยช่วย



การบริหารความขัดแย้ง การตัดสินใจ การเจรจาต่อรอง

1 กุมภาพันธ์ 2556

บรรยายโดย รศ.สุขุม นวลสกุล

การบริหารความขัดแย้ง

·  แต่ก่อนเมื่อพูดถึงความขัดแย้งมักมองในด้านไม่ดี เช่น กรณีการเลือกตั้งมีทั้งฝ่ายเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เป็นรัฐบาลแล้วจะรอดหรือไม่รอด แต่จริง ๆ แล้วความขัดแย้งมีในด้านดีด้วย เช่น เรื่องความแตกต่างทางความคิด ทำให้เกิดความหลากหลาย การเป็นนักบริหารที่ดีต้องมองให้กว้าง คือมีทั้งเหมือนกันและไม่เหมือนกัน อย่างหนึ่งเป็นอุปสรรคขัดแย้ง อีกอย่างหนึ่งนำสู่การพัฒนาที่ดีกว่า

·  ความขัดแย้งสามารถทำให้อีกฝ่ายยอมรับในผลที่เกิดขึ้นได้ ในด้านการบริหารนั้น ความขัดแย้งมี 2 แบบคือเป็นประโยชน์ในด้านการพัฒนา และเป็นปัญหาอุปสรรค การบริหารคือการสนับสนุนสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น เป็นการระวังไม่ให้ความไม่ดีเกิดขึ้น ในแง่การบริหารคนเป็นนักบริหารต้องสนับสนุนให้เกิดความขัดแย้งในทางที่ดี และป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในทางที่ไม่ดี

ความขัดแย้ง

1. ส่วนรวม      2. ส่วนตัว

·  ความขัดแย้งในส่วนรวมเป็นเรื่องดี คนเป็นนักบริหารต้องทำให้เกิดขึ้น เพราะทำให้มีทางเลือกขึ้น อย่าไปพอใจในความเงียบ และความไม่สงบ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือความขัดแย้งส่วนตัว  และต้องระวังมากคือ คนไทยชอบทำให้ความขัดแย้งส่วนตัวเป็นความขัดแย้งส่วนรวมได้

·  ก่อนออกความเห็นอย่าไประรานความเห็นคนอื่นด้วย เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งส่วนตัวซึ่งอาจรามไปเป็นความขัดแย้งส่วนรวมได้ หรือความขัดแย้งสามารถขยายจากเรื่องส่วนรวมเป็นส่วนตัวได้ เช่นเรื่องการเมือง คนพูดการเมืองไม่นิ่ง  กรณีความหวังใหม่เป็นรัฐบาลต้องกู้ IMF เป็นเจ้าแรก  ฝ่ายค้านตีว่าจดหมายขอกู้ไม่ได้ผ่านสภา แต่รัฐบาลความหวังใหม่ทำไม่ได้ตาม IMF จากการกู้ 3 งวด ทำให้ความหวังใหม่ลาออก  ต่อมาประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลกู้ IMF รอบ 2 สามารถกู้ได้ครบ 6 งวด ทำตามที่สัญญากับ IMF ได้ กลายเป็นลูกรัก IMF  เกิดการโจมตีเรื่องกฎหมายขายชาติ 33 ฉบับจากไทยรักไทย  แต่เมื่อไทยรักไทยเป็นรัฐบาลไม่ได้แก้กฎหมายเอากฎหมายออกมาใช้ พอประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ก็มาว่าไทยรักไทยขายชาติ  แสดงให้เห็นว่า เมื่อไม่ชอบแล้วหรืออะไรก็ตามจะไม่เห็นด้วยอยู่ดี ระวังอย่าเอาความขัดแย้งเรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องส่วนตัว

ถ้าบรรยากาศกำลังเครียด ๆ ไม่ควรให้คนกำลังโมโหพูด ถ้าจะชี้ให้พูดให้ชี้คนใจเย็น ๆ พูด

·  แม้ว่าตัวเราเองไม่ได้มีอารมณ์ขันมากมาย ขอให้ดูสมาชิกให้ดี แต่สิ่งสำคัญคือระวังอย่าให้ความขัดแย้งเรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องส่วนตัว  สิ่งที่พึงระวังคือ เวลาประชุมนั่งเงียบแต่ไปพูดลับหลังเยอะเลย  พยายามให้เขาพูดในที่ประชุมเยอะขึ้น ตั้งคำถามมากขึ้น จะทำให้พูดลับหลังน้อยลง ดังนั้นเวลาระดมความคิดอะไรต่าง ๆ ชี้เอาให้พูดตรงนี้ แล้วฟัง กับแสดงความเคารพในตัวเขา

·  การบริหารความขัดแย้งต้องสนับสนุนความขัดแย้งเรื่องส่วนรวม ระวังความขัดแย้งส่วนตัว ไม่ดึงเอาความขัดแย้งส่วนรวมเป็นส่วนตัว

ความขัดแย้ง 3 ประเภท

1. ระหว่างบุคคล & บุคคล ต้องยืนยันการบริหารไม่ให้เกิดความขัดแย้งใช้แนวกันดีกว่าแก้ หมายถึงโกรธกันแล้วดีกันยาก ใครเป็นนักบริหารอย่าให้มาเป็นหัวหน้า บางครั้งแตกกันเกินสามัคคีแล้ว ถ้าเราเป็นหัวหน้าที่เขาแตกสามัคคีกันมากแล้วแต่เราไม่สามารถแก้ได้ไม่ใช่ความผิด ดังนั้นเมื่อเราต้องใช้การบริหารแบบกันดีกว่าแก้

หัวหน้าต้องระวัง วางตัวให้ดีอย่าให้ลูกน้องเกิดการอิจฉาริษยา เปิดช่องว่างเอารัดเอาเปรียบกัน เพราะลูกน้องหวังความเมตตา หวังความรักอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นนอกเวลาหรือในเวลางาน  ลูกน้องมีกี่คนต้องจำให้ได้ อย่าให้ใครรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง ต้องแผ่เมตตาให้ความเสมอภาคกัน อย่าให้รู้สึกว่าตัดหางปล่อยวัด  แต่เมื่อไรก็ตามที่ลูกน้องรู้สึกไม่ถนัดในงานนั้น ๆ ลองหางานอื่นให้ลูกน้องทำ แต่อย่าตัดหางปล่อยวัด ลูกน้องคนไหนทำดี ทำเด่นต้อง Record ไว้ด้วย อย่าทำให้รู้สึกอิจฉาริษยา อย่าให้เอารัดเอาเปรียบกัน เพราะฉะนั้นหัวหน้าต้องทันเกมส์ หมายความว่า หัวหน้าต้องสอดส่ายสายตาดูไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกัน

2. ระหว่างบุคคล & องค์การ เช่น โรงงาน Sanyo ปลายปี 40  เช่นมีกฎระเบียบออกมาแต่ลูกน้องไม่เข้าใจ ข้างบนไม่ชอบอธิบายว่าข้างบนต้องการอะไร ซึ่งเป็นความจำเป็นอย่างมากที่ข้างบนต้องบอกกฎเกณฑ์ นโยบายใหม่ ๆ ให้ข้างล่างขานรับ หัวหน้าต้องเป็นตัวกลางในการเป็นโฆษก อย่าวางตัวเป็นผู้ประกาศข่าว ทำหน้าที่ลดความขัดแย้ง สามารถอธิปรายได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลอะไร  โฆษกเป็นพรแสวงไม่ใช่พรสวรรค์ ต้องให้ความสำคัญกับการหาคำตอบ ดังนั้นสิ่งที่หัวหน้าพึงเป็นอย่างยิ่งคือต้องให้ความสำคัญกับการประชุม เอาเหตุผลไปถ่ายทอดต่อ วิธีง่าย ๆ คือ อย่าหลับในที่ประชุม  คนเป็นหัวหน้าจะลดความขัดแย้งระหว่างลูกน้องกับองค์กรได้เพราะเป็นโฆษก

3. ระหว่างหน่วยงาน & หน่วยงาน ปัญหาเกิดจากความไม่เข้าใจบทบาท และหลงหน่วยงาน คนที่เป็นหัวหน้าหน่วยงานของแต่ละหน่วยงานต้องเข้าใจบทบาทของหัวหน้าคือประสานงานไม่ใช่ประสานงา ดังนั้นเวลาประสานงานเมื่อลูกน้องมีปัญหากับหน่วยงานอื่นมาปรึกษาเราต้องติดเบรค อย่าเหยียบคันเร่ง การขึ้นมาเป็นหัวหน้าต้องไปทำความรู้ ความเข้าใจกับหน่วยงานอื่นบ้างอย่ายึดติดกับหน่วยงานเดียว คนเป็นหัวหน้าต้องมีสมาคมกับหน่วยงาน และรับฟังปัญหากับหน่วยงานอื่น อย่าคิดว่าหน่วยงานเราวิเศษกว่าหน่วยงานอื่น เวลาทำงานกับหน่วยงานอื่น ถ้าพอทำได้พอเปลี่ยนแปลงได้ทำเลย อย่าถืออย่างนั้น แล้ววันหนึ่งเวลาเราขอเขาบ้าง เขาก็จะมีน้ำใจกับเราเช่นกัน  

การตัดสินใจ

  1. แม่นกฎระเบียบ

  2. ลดความเกรงใจ

  3. ไม่โอ้อวด

นักบริหารอย่าตัดสินใจช้า ต้องตัดสินใจเร็ว

-  การตัดสินใจจะเร็วขึ้น ถ้าเป็นคนแม่นกฎระเบียบ ดังนั้นกุนซือทางกฎหมายจึงเป็นเรื่องสำคัญ

-  บางครั้งการรีรอ คือการเกรงใจไม่อยากปฏิเสธ เพราะว่าการปฏิเสธเหมือนไม่ใช่คนสำคัญหรือมีอำนาจต่าง ๆ

องค์ประกอบการตัดสินใจ

-  ข้อมูล ต้องเป็นคนเปิดรับข้อมูล ทนฟังการวิพากษ์วิจารณ์ได้ คนเป็นนักบริหารต้องเปิดรับข้อมูล อย่าคิดแค่เราได้ยินสิ่งที่เราอยากฟัง

-  ประสบการณ์ ไม่ต้องรอเวลา ประสบการณ์แสวงหาได้  แต่ก่อนเน้นอาวุโส ปัจจุบันนี้เน้นความสามารถ  ตัวอย่างที่แสวงหาประสบการณ์ได้เช่น ตอนไปจีนสมัยอาจารย์สุขุมเป็นคณบดีรัฐศาสตร์ได้รับมอบหมายเป็นเลขาฯ นำคณะเดินทางไปจีน วิธีการหาประสบการณ์คือ การหาหนังสือเกี่ยวกับประเทศจีนมาอ่าน เสมือนหนึ่งเคยไปจีนมาแล้ว สามารถทราบถึงของฝากที่ถูกใจ มี 2 อย่างคือ 1. หัวโขน  2. ทุเรียน  และทุกเช้าจะ Brief ให้ฟังว่าเจออะไร อะไรบ้าง

เพราะฉะนั้นการเป็นผู้บริหารต้องอ่านและทำความเข้าใจเพื่อการตัดสินใจได้ดีมากขึ้น

-  การคาดการณ์ การตัดสินใจนี้มีผลกระทบอะไร  เราจะดูหมอไม่ว่าแต่อย่าให้หมอดูตัดสินใจแทน  สมัยก่อนเวลาได้ข่าวปฏิวัติรัฐประหาร เขาจะเงี่ยหูฟังว่าใครปฏิวัติ ตัวอย่างเช่นฉลาดจะปฏิวัติ เขาก็จะมาดูว่าพลเอกฉลาดขึ้นกับพระองค์ไหน

-  ผลกระทบ

-  สถานการณ์

การวิเคราะห์การตัดสินใจ

-  ถูกต้อง – เวลามีปัญหา แก้ปัญหาการตัดสินใจ ต้องวางพื้นฐานบนความถูกต้อง ต้องรู้ว่าควรจะปรึกษาใคร  คนจะปรึกษาเบื้องต้นในหน่วยงานเราคือใคร นอกหน่วยงานเราคือใคร 

-  ถูกใจ - เมื่อไรเราพบสิ่งที่ถูกต้องแล้ว สิ่งที่เราทำต่อไปคือวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกใจคนไหม

-  ถูกจังหวะ – ทำที่ไหนก็ได้ต้องรอจังหวะ  จังหวะจะเปิดเมื่อคนเข้าใจ

1.มาตามธรรมชาติ มาตามบรรยากาศ มาตามกระแส

2. มาตามที่เราบุก สร้างความเข้าใจให้ได้ เช่นการบริหารแบบนายกฯ พบประชาชน

ตัวอย่างปัญหา EGAT คือเพราะ คนกลัวเรื่องพลังงาน  อย่างเหตุผลที่ม.เกษตรฯ อ้างการมีโทรเวย์บนมหาวิทยาลัย วิธีการคือเราต้องทำงานเชิงรุก สร้างความเข้าใจให้กับคนมากขึ้น  ให้คนได้ข้อมูลจากเราก่อนแทนที่จะได้ข้อมูลที่หลัง

การเจรจาต่อรอง

-  เป็นการพูดคุยเพื่อหาข้อตกลงจากความคิดหรือผลประโยชน์ที่ต่างกัน

-  คนที่มาเจรจาต่อรองเพราะมีความคิดไม่ตรงกัน ผลประโยชน์ไม่ตรงกัน การเมืองที่แตกกันเราเห็นมามากหลายครั้ง ที่ปัจจุบันรุนแรงเพราะมันมีวิธีที่เร้าอารมณ์ในการล้างสมอง ล้างความคิด ยังเป็นวิธีการอยู่

การเตรียมการ

-  เราต้องรู้ว่าคนที่เราเจรจาคือใคร –  อะไร

-  เป้าหมาย – อ่านใจล่วงหน้า

หลักการเจรจา สิ่งที่เขากลัวมากที่สุดคือความเสียเปรียบ

ดังนั้นหลักคือ ความเชื่อมั่น กลัวเสียเปรียบ (ทำให้เข้าใจ  ใช้ปิยวาจา หาสิ่งจูงใจ ให้ข้อสรุป)

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

1. อาจารย์คิดว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ นานแค่ไหน

ตอบ อาจารย์สุขุมเป็นคนใต้ ความจริงมีความขัดแย้งมาโดยตลอดแต่ไม่มีครั้งไหนหนักใจเท่าครั้งนี้ซึ่งรุนแรงที่สุด แต่ก่อนมีความขัดแย้งแต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่อาศัย เพิ่งมีปัญหามาตอนหลังที่เดือดร้อน มันค่อย ๆ สืบเนื่องมาจากการเลิก สอบต.ช่วงนั้น ทำให้อิทธิพลของทหารหายไป ตำรวจกลายเป็นคนรักษารายได้ จึงได้มีการเลิก สอบต.  การเลิก สอบต.มีข้อดีคือ

แต่ก่อนใครจบโรงเรียนปอเนาะ หรืออิสลาม ไม่ค่อยมีคนดูแล มีรายได้ 3,000 – 4,000 บาทก็อยู่ได้ พอเลิก สอบต. คนที่เคยจบปอเนาะไม่มีงานทำ ต่อมามีอิสลามสากลจ้างคนพวกนั้นเป็นนักรบศาสนา สอนวิธีการรบต่าง ๆ และสร้างความวุ่นวาย 

ตราบใดที่มีมุสลิมตะวันออก ตะวันตก ตราบนั้นมีสงครามศาสนา

2. สื่อมวลชนปัจจุบันกับปัญหาความขัดแย้งมีความคิดเห็นอย่างไร

ตอบ ปัจจุบันมีสื่อเลือกค่ายขึ้นมา ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง บางคนอ่านเฉพาะสื่อในข้างของตัวเองเท่านั้น แต่ในแง่ดีแม้ว่ายังไม่เรื่องความขัดแย้งอยู่ปีที่แล้ว 2555 ไม่มีเลือดตกยางออก หมายถึงคนเริ่มเข็ดขยาด เพราะได้ไม่คุ้มเสีย 


นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร

บทเรียนที่ได้รับจากการอบรมวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

ภาคเช้า  HR FROM THE OUTSIDE IN โดย...ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์  บุณยเกียรติ ได้กรุณาสอนถึงเรื่อง "PUBLIC" 7 ประการที่ควรคำนึงถึงได้แก่ General,Media,Finance,NGO,PEER,International ได้เปรียบเทียบ EGAT เป็นรถ ล้อที่ 1 ขายเป็นหรือเปล่า ล้อที่ 2 ผลิต ล้อที่ 3 เรื่องเงินๆทองๆ ล้อที่ 4 คนทำงานเป็นทีม ล้อที่ 5 ยางอะไหล่ เรื่อง KM ,Information,Infrastructure ก่อนจะดำเนินการต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ และสอนเรื่อง DEMAND,SUPPLY,PRICE ทำให้เราสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์จัดทำโครงการต่างๆ ต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ END USER คำนึงคนก่อนหน้านี้และคนถัดไป

ภาคบ่าย การบริหารความขัดแย้ง การเจรจาต่อรองและเทคนิคการตัดสินใจของผู้บริหารมืออาชีพ โดย..อ.สุขุม นวลสกุล สรุปได้ว่าการเป็นนักบริหารต้องบริหารความขัดแย้งในเรื่องส่วนรวมให้เกิดขึ้นเพื่อการพัฒนาและบริหารความขัดแย้งส่วนตัวไม่ให้เกิดเพราะจะทำให้ขาดความร่วมมือ การเป็นนักบริหารที่ดีต้องมีการตัดสินใจซึ่งต้องมีปัจจัยประกอบการตัดสินใจ(แม่นกฎระเบียบ,ลดความเกรงใจ,ไม่โอ้อวด) การเจรจาต่อรอง ไม่ใช่เพื่อเอาชนะเพราะจะทำให้กลายเป็นความขัดแย้ง ต้องคำนึงถึงคนที่เราเจราคือใคร ต้องการอะไร

วันที่ 31 มกราคม 2556

หัวข้อ  ผลกระทบของแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นต่อนโยบายพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคตของ กฟผ.

กฟผ.ควรเตรียมแผนงานเพื่อลดผลกระทบและป้องกันความเสี่ยงหากต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคต รวมทั้งต้องมีแผนด้านมวลชนสัมพันธ์และการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยดำเนินการลงพื้นที่ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี  รวมทั้งควรศึกษาหาแหล่งพลังงานทดแทนควบคู่กันไปโดยด่วนหากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

หัวข้อ  ภาวะผู้นำและประสบการณ์การบริหารงานของข้าพเจ้า

คุณสมบัติผู้บริหารที่ดีในความเห็นของผู้สอนคือ ต้องสู้งาน ไม่กลัวที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีมารยาท พึ่งพาตัวเอง เตรียมพร้อมตลอดเวลา มีทีมงานที่ดี รู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเอง และพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

หัวข้อ  จากแนวคิดทางการตลาดสู่การปรับใช้ในการทำงานของ กฟผ.

การทำธุรกิจต้องคำนึงถึงผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มองตลาดอย่าง Outside looking in ต้องมีความเข้าใจเรื่อง Supply Chain management ,  Demand Supply focus, Stakeholder, Information และปัจจัยจากภายนอกเช่น การเมือง,NGO ซึ่งเป็นผลกระทบที่สำคัญ รวมทั้งต้องสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสื่อและกลุ่มคนต่างๆที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อ  การบริหารความขัดแย้ง การเจรจาต่อรองและเทคนิคการตัดสินใจของผู้บริหารมืออาชีพ

ความขัดแย้งมีทั้งความขัดแย้งกับบุคคบ กับองค์กร และกับหน่วยงานต่างๆ  ห