สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ EADP รุ่น 9 ทุกท่าน
ในวันที่ 29 มกราคม 2556 นี้ จะเป็นพิธีเปิดหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 9 (ปี 2556) หรือ EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2013
แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 9 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ
จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 5 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม
"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา
สิ่งที่ผมและคน "กฟผ." ต้องระลึกถึงเสมอ คือ ผู้นำของเรา ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าการ กฟผ. และอดีตผู้ว่าการฯ อีก 2 ท่าน คือ ท่านไกรสีห์ กรรณสูต ท่านสมบัติ ศานติจารี และผู้ว่าฯ สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ท่านผู้ว่าคนปัจจุบันที่เป็นลูกศิษย์รุ่น 2 ของผม ทุกท่านน่าชื่นชมที่มีปรัชญาและความเชื่อว่า "คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร" สูตรสำเร็จของการพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรในยุคนี้ คือ ผู้นำหรือ CEO+SMART HR+ Non-HR และผมเชื่อว่าการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ใน กฟผ. อย่างต่อเนื่องจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ กฟผ. เติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอน
สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 9 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
..............................................................................................
ติดตามข้อมูลย้อนหลังได้ที่
รุ่น 8: http://ec2-50-17-211-118.compute-1.amazonaws.com/posts/481480
รุ่น 7: http://www.gotoknow.org/blogs/posts/438578
รุ่น 6: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/339639
รุ่น 5: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/266888
รุ่น 4: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/179282?page=2
รุ่น 3: http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/95849
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/109820 (Study Tour in Sydney)
รุ่น 2: http://gotoknow.org/blog/chirakm/32392 (Study Tour in Melbourne)
อื่น ๆ http://gotoknow.org/blog/casestudies
ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และ ดร.กมล ตรรกบุตร
คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
ขอแสดงความยินดีกับ คุณพนา สุภาวกุล ประธานรุ่นหญิงEADP9
ปฐมนิเทศ โครงการพัฒนาสมรรถนะ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (รุ่นที่ 9)EGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2013
วันที่ 29 มกราคม 2556
คำกล่าวรายงานโดย คุณภาวนา อังคณานุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากร
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
เรียนท่านรองผู้ว่าการบริหาร
ท่านวิทยากร
ท่านผู้บริหารและผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน
ในนามของฝ่ายพัฒนาบุคลากร ขอขอบพระคุณท่านรองผู้ว่าการบริหาร วันนี้ท่านมีภารกิจมาก ท่านให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการ EGAT Assistant Director Development Program (EADP) ในโอกาสนี้ ดิฉันขอเรียนรายงานความเป็นมาของโครงการอบรมดังนี้
สืบเนื่องจากผู้บริหารระดับสูงได้พิจารณาข้อมูลเพื่อวางแผนบุคลากรของกฟผ. และพบว่า ภายในปี 2558 ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายขึ้นไปของกฟผ. จะมีการเกษียณอายุถึงร้อยละ 70 ข้อมูลนี้เป็นมาเมื่อเวลา 3 ปีและปัจจุบันข้อมูลได้มีการปรับเปลี่ยนระดับผู้อำนวยการฝ่ายที่จะเกษียณในอีก 3 ปีข้างหน้า ปัจจุบันเป็นร้อยละ 50 ของผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารจึงได้มอบหมายให้อพบ. เร่งรัดพัฒนาผู้บริหารทุกระดับ เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่บุคลากรของกฟผ.
สำหรับการพัฒนาบุคลากรให้มีจำนวนที่เหมาะสมทันต่อความต้องการขององค์กรนั้น อพบ.จะเน้นการสร้างคนให้มีความเก่งที่สอดคล้องกับภาคกิจทางยุทธศาสตร์ของกฟผ. เป็นคนดีที่เป็นที่ยอมรับของสังคมรอบด้านและเป็นคนที่ทำงานอย่างมีความสุขโดยยึดหลักของผู้ว่าการที่ให้ไว้ของคุณลักษณะของคน 5 ประการ ไม่ว่าจะเป็น การมีธรรมะ คำนึงถึงผู้อื่น ใฝ่รู้เพื่อความเป็นเลิศ มองภาพรวมและคิดเชิงธุรกิจ
สำหรับโครงการ EGAT Assistant Director Development Program เป็นโครงการที่จัดขึ้นสำหรับผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายและเทียบเท่า ซึ่งพัฒนาตามกรอบความจำเป็นขององค์กรโดยมุ่งเน้นการสร้างเสริมและพัฒนาความรู้ ทักษะ ทัศนคติและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านซึ่งจะทำให้ผู้บริหารกฟผ.ได้รับแนวคิดและแนวทางในการบริหารจัดการที่ทันสมัยสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมทั้งนี้เพื่อปรับมุมมองและวิธีการปฏิบัติให้เข้ากับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ ตามสมรรถนะ ตามตำแหน่งงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในระดับปัจจุบันและในอนาคตที่จะมีตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น
โครงการนี้ยังมุ่งเน้นสนับสนุนให้ผู้บริหารที่เข้ารับการอบรมได้มีการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างผู้เข้ารับการอบรมด้วยกัน อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการสานประโยชน์และสนับสนุนการดำเนินงานต่อไปในอนาคต
สำหรับปีนี้ มีผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าที่มีคุณสมบัติเข้ารับการอบรมในโครงการนี้รวมทั้งสิ้น 39 ท่าน
ระยะเวลาดำเนินการโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม 2556 แบ่งจัดอบรมเป็นช่วง รวมทั้งสิ้นจำนวน 16 วัน ประกอบด้วย 3 หลักสูตร
1.หลักสูตรผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 29-31 มกราคม และ 1กุมภาพันธ์ 2556, 26 – 29 มีนาคม 2556 และ 15-18 พฤษภาคม 2556 รวมทั้งสิ้น 12 วัน ณ สำนักงานกลางกฟผ.
2.หลักสูตรรักษ์กาย – รักษ์ใจ กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และ 1 มีนาคม 2556 รวม 2 วัน ณ สถานที่ภายนอก
3.หลักสูตรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 27-28กุมภาพันธ์ 2556 รวม 2 วัน ณ กองพัฒนาด้านเทคโนโลยีระบบส่ง ศูนย์ฝึกอบรมท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี
ครั้งนี้ได้รับเกียรติจากมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ภายใต้การอำนวยการโครงการของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และกรุณาให้เกียรติบรรยายในโครงการนี้ด้วย
ขอเรียนเชิญท่านรองผู้ว่าการบริหารให้เกียรติกล่าวเปิดอบรมโครงการ EADP ประจำปี 2556 และกรุณาให้โอวาทผู้เข้ารับการอบรม
พิธีเปิด โดย คุณพิบูลย์ บัวแช่ม รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
เรียนศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
ผู้บริหารและผู้เข้ารับการอบรม
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานเปิดการอบรมโครงการ EGAT Assistant Director Development Program (EADP) ในวันนี้
การที่จะผลักดันให้กฟผ.เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงได้นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารกฟผ.ทุกระดับไม่เพียงแต่เพื่อภารกิจที่ต้องรับผิดชอบในปัจจุบันเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจที่อาจได้รับการมอบหมายในอนาคตอีกด้วย ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล บูรณาการความรู้กับการทำงานร่วมกัน ตลอดจนหาแนวทางในการบริหารจัดการที่ทันสมัยและนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติอีกประการหนึ่งของการเป็นผู้บริหารคือการเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้ ผู้บริหารต้องหมั่นติดตามความก้าวหน้า กระแสความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจกระทบการทำงานของกฟผ.
การจัดอบรมโครงการ EADP ครั้งนี้ จึงนับว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ใช้ข้อมูลหรือมุมมองใหม่ๆที่ได้รับจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เข้าอบรมด้วยกันและผู้ทรงคุณวุฒิมาประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการตามสถานการณ์ อีกทั้งมีโอกาสเสริมสร้างพัฒนาสมรรถนะ ความสามารถ ตาม Success Profile ทั้งในด้านกรอบแนวคิดเชิงธุรกิจ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การสร้างทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารและพัฒนาบุคลากร การเสริมสร้างจริยธรรม เครือข่ายสังคม Social Network และ Social Media สำหรับผู้บริหาร การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน
นอกจากจะได้รับความรู้และประสบการณ์แล้ว ผมหวังว่า ทุกท่านจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างเครือข่าย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เข้ารับการอบรมตลอดจนวิทยากรดังที่ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบุคลากรได้กล่าวไปแล้ว
ผมขอขอบคุณศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์เป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติมาอำนวยการหลักสูตรและให้การบรรยายในครั้งนี้และครั้งที่ผ่านๆมา
ผมได้มีโอกาสเรียนกับศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เหมือนกับชีวิตนี้ถูกกำหนดมา ผมได้รับการไว้วางใจจากกฟผ.ให้มาเป็นรองผู้ว่าการบริหาร หนังสือเล่มแรกที่ผมหยิบขึ้นมาอ่านคือ HR Champions และผมก็เผื่อแผ่ให้เพื่อนผมที่ทำงานด้านทรัพยากรบุคคลซึ่งถือว่าเป็นคนใหม่ ผมได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ประมาณปี 2550 ได้มีโอกาสเปิดโลกกว้าง ท่านพาผมไปเข้า Camp ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หลังจากนั้นปีถัดมาก็ได้ไปมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ผมได้รับความรู้ มุมมอง โลกทัศน์ ผมเข้าใจว่าการที่จะเรียนรู้ (How to learn) เป็นอย่างไร ผมได้นำความรู้จากอาจารย์มาใช้จริงในการบริหาร ผมเป็นวิศวกรคนหนึ่ง เข้าใจระบบดี ถูกฝึกมาให้ทำงานเป็นระบบ ในช่วง 2 ปีสุดท้ายที่มาทำงานบริหารดูแลพวกเราและกฟผ. ผมจะทำความรู้ที่ได้จากศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ผสมผสานกับความรู้เรื่องระบบที่ผมมี ผมเชื่อมั่นว่า คนกับระบบ ถ้าผสมผสานบูรณาการแล้ว จะทำให้กฟผ.ไปสู่ความเป็นเลิศแน่นอน
ผมขอให้ผู้เข้ารับการอบรมในวันนี้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ผมจะสนับสนุนและเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆอีกหลายเรื่อง นำกลยุทธ์ที่ผู้ว่าการมอบหมายให้ตลอดจนบริบทของสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปมาปรับใช้กับกระบวนการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และกลยุทธ์ต่างๆด้วย ผมคิดว่า มีปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนไป อยากให้เข้าใจบริบทที่เปลี่ยนไป กฟผ.เริ่มมีคู่แข่งแล้ว ปัญหาอุปสรรคที่ใหญ่หลวงของกฟผ.ก็ยังมี เพราะโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 5,000-6,000 เมกกะวัตต์ ถ้ากฟผ.ไม่สามารถส่งลูกหลานไปแข่งขันเพื่อจะพัฒนาสร้างโรงไฟฟ้าได้ ความเจริญก้าวหน้าของกฟผ.ก็จะไม่มี เราในฐานะผู้บริหารต้องเข้าใจและช่วยกันผลักดัน
ขณะนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการอบรม EADP ในปี 2556 ครับ และขอให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ทุกประการ
ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้
และ Learning Forum หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
และ ประธาน Chira Academy
· แต่ก่อนนี้ สมัยที่ท่านพิบูลย์เรียน ก็จัดคล้ายๆมหรสพทางวิชาการ วันนี้ผมจะทำรายการโทรทัศน์ด้วย ออกช่อง TGN
· ลูกศิษย์ผมได้เป็นผู้ว่าการกฟผ.และรองผู้ว่าการกฟผ.แล้วหลายรุ่น เช่นรุ่น 1 ท่านสมบูรณ์ อารยะสกุล ท่านวิวัฒน์ ท่านนพพล รุ่น 3 ดร.กมล ตรรกบุตร อยากให้เรามีความภาคภูมิใจในการเป็นรุ่น
· กฟผ.ผิดกับโลกภายนอกที่องค์กรส่วนใหญ่ ผู้หญิงจะเป็นผู้นำ แต่กฟผ. ผู้ชายยังเป็นผู้นำอยู่ ผมจะพยายามให้เกิดความสมดุลขึ้น
· ผมต้องการจะทำโครงการรุ่น 9 ให้ดีที่สุด จะเห็นได้ว่าเราทำร่วมกันตลอดเวลา
· หลักสูตรนี้ เวลาจะผ่านไปเร็ว ผมได้นำคนเก่งมาช่วย ผมมีหน้าที่เชื่อมโยง ขอให้นำประโยชน์สูงสุดจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เน้น 2R’s ค้นหาความจริง
o เราอยู่ตรงไหน สถานการณ์การไฟฟ้าเป็นอย่างไร
o เราจะไปไหน
o เราจะไปอย่างไร
o จะเอาชนะอุปสรรคอย่างไร กฟผ.ต้องจัดการกับ NGOs ให้ได้
· สมัยที่ท่านสุทัศน์และท่านสมบูรณ์เรียน จะมีการแปรรูปกฟผ.เข้าตลาดหลักทรัพย์ แล้วกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ ตอนหลังๆ เขาไม่ให้เราสร้างโรงไฟฟ้า เราก็ต้องจัดการจัด NGOs ให้ได้ รุ่น 3-5 ผมนำผู้นำ NGOs เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น รุ่นนี้ต้องรู้จักชุมชนให้มากขึ้น
· ในรุ่น 9 นี้ ผมจะแบ่งผู้นำ 39 คนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ทำหนังสือประวัติความเป็นมาที่กฟผ.จัดการ NGOs ที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ อีกกลุ่มหนึ่งให้ทำหนังสือความสำเร็จและไม่สำเร็จของ International Corporation รวมทั้ง EGAT ด้วย
· ในรุ่นนี้จะมีอีก 2 ตัวเสริมขึ้นมา
o เรื่องแรกคือนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ต้องทำให้ Regulator พึ่งพากฟผ.มากขึ้น EGATi ควรทำเรื่องการจัดการปัจจัยภาคการเมืองและนโยบายด้วย
o อีกเรื่องคือ กฟผ.เป็นองค์กรหลักของประเทศต้องแสดงภาพลักษณ์เกี่ยวกับความโปร่งใส รุ่น 9 ควรมี Unity ในการรวมตัวกัน ให้แสดงบทบาทที่ดีต่อประชาชนบ้างในเรื่องการต่อต้านคอรัปชั่น ปกป้องประเทศเรา
· เรื่องนโยบายพลังงานน่าจะมีบทบาทมากขึ้น
· จอห์น เอฟ เคนาดี้ พูดว่า อย่าถามว่าทำอะไร คุณได้อะไรจากการพัฒนาประเทศ
· โอกาสที่อยู่ด้วยกันในครั้งนี้ขอให้สลับงานประจำออกไปบ้าง
· ในหลักสูตรนี้สาระสามารถหาความรู้ได้จากอินเตอร์เน็ต ประสบการณ์ และการดึงเอาความเป็นเลิศออกมา และการใช้ Social Media ขอให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น
วัตถุประสงค์
1) เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของ กฟผ. และเทียบเท่าให้มีความรู้
ทักษะ ภาวะผู้นำและทัศนคติที่พร้อมสำหรับการทำงานเชิงรุก
2) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต การดูแลร่างกาย – จิตใจให้มีความสุข มีสมดุลย์ พร้อมที่จะใช้ศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่และมีความสุข
3) เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ (ทั้งภายในและภายนอก) ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร
4) เพื่อสร้างโอกาสจากการเรียนรู้ (Learning Opportunities) เมื่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น และการปะทะกันทางปัญญา
5) เพื่อฝึกการคิดโครงการเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนางานของ กฟผ. ให้ก้าวไกล เป็นที่ยอมรับของประชาชนและสังคม
6) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เห็นความสำคัญของการมีวัฒนธรรมในการเรียนรู้ ผลักดันการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และสังคมแห่งการเรียนรู้ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะพัฒนาองค์กรและประเทศไทยไปสู่ความเป็นเลิศได้อย่างยั่งยืน
ทฤษฎีการเรียนรู้ 4Ls
• Learning Methodologyมีวิธีการเรียนรู้ที่ดี
• Learning Environmentสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
• Learning Opportunities สร้าง/เกิดโอกาสจากการเรียนรู้
• Learning Communitiesสร้าง/เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ 2 R’s
· Reality - มองความจริง
· Relevance - ตรงประเด็น
ทฤษฎีการเรียนรู้ 2 I’s
• Inspiration – จุดประกาย
• Imagination - สร้างแรงบันดาลใจ
ทฤษฎีการเรียนรู้ 3 L’s
· Learning from pain เรียนรู้จากความเจ็บปวด
· Learning from experiences เรียนรู้จากประสบการณ์
· Learning from listening เรียนรู้จากการรับฟัง
C & E Theory
• Connecting
• Engaging
C-U-V
• Copy
• Understanding
• Value Creation/Value added
วิธีการเรียน
• การเรียนเป็นทีม (Teamwork)
• การทำ Workshop
• อ่านบทความดี ๆ ทุกวัน
• การทำการบ้าน (Assignment) ผ่าน Blog
• การร่วมวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Brain storming) จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง (Case study& Best Practice) เช่นที่ผ่านมามีการศึกษา เรื่อง Social Innovation, Change Management ฯลฯ
• มีการวัดและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (Evaluating) ตลอดโครงการฯ
• ทุกวันจะมีการเขียนรายงานสรุปว่า“วันนี้ได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการเรียนรู้ – Lesson learn ของเรา คืออะไร?”
วิธีการประเมินผล
1) การประเมินผลผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตามข้อกำหนดของ กฟผ. คือ
1.1) ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนมีระยะเวลาในการเข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า
ร้อยละ 80 ของระยะเวลารวมของหลักสูตร
1.2) ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 90 จะต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบหลังจบหลักสูตร
(Post – test) และได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
เกณฑ์การทดสอบหลังจบหลักสูตร ประกอบด้วย
1. การทำงานที่ได้รับมอบหมาย (Assignment) 20% (อ่านหนังสือและบทความ)
2. การร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่าน Blog 20%
3. รายงานและการนำเสนอผลงานต่อผู้บริหาร 30%
4. การจัดกิจกรรม CSR 30%
อ่านหนังสือ
งานเดี่ยว ส่งผ่านทาง Blog : chiraacademy
1. เรื่อง 8K’s และ 5K’s ส่งวันที่ 31 ก.พ. 56 ต้องรีบอ่าน ถ้าสำเร็จในอนาคต จะช่วยจัดการกับผู้นำได้อย่างไร
2. เรื่อง Mindset ส่งวันที่ 24-25 ก.พ. 56 (หนังสือเรื่องนี้เป็นนวัตกรรมจาก รุ่น 5 Mindset คือการฝังรากในความเชื่อบางอย่าง เป็นการวิเคราะห์คุณสมบัติของมนุษย์)
งานกลุ่ม (เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานต่างประเทศ เราจะจัดการกับทรัพยากรมนุษย์ในต่างประเทศอย่างไร)
1. Global HR Competencies
2. HR Outside in
ร่วมแสดงความคิดเห็นสิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการฯ
1.การคาดหวังในสิ่งที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในห้องเรียน ความรู้ที่ได้จากอินเตอร์เน็ต การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการใช้ Social Media มากขึ้น
2. การใช้ Social Media มากขึ้น และคาดหวังเป็นผู้อำนวยการที่ดีต่อไป
3. คาดหวังจะทำงานอย่างมีความสุข ได้ยินผู้บริหารพูดถึงอาจารย์มามากก็อยากได้รับความรู้
4. ได้รับความรู้เกี่ยวกับอะไรที่ยังไม่ได้รู้ เช่นเรื่องการบริหารจัดการ และได้ฟังวิทยุอาจารย์จีระตอนเช้าวันอาทิตย์ก็ชื่นชอบ
5. ทราบจากรุ่นก่อน ๆ ว่า การบ้านเยอะมาก แต่คิดว่าเป็นผลดีถ้าสามารถช่วยให้เป็นฝ่ายฯ จะยินดีมาก และยินดีที่จะเล่น Facebook มากขึ้น
6. ความเป็นผู้นำต้องเรียนรู้อะไรบ้างที่ต้องมาปรับปรุงตัว
ดร.จีระ เสริมว่า
· ผู้นำบางครั้งอยู่ที่ประสบการณ์
· มีตัวอย่างเช่น ผู้นำนักการเมืองจะให้ไปดูที่โรงพยาบาลแผนกฉุกเฉิน
· ทุกวินาทีที่สอนคือภาวะผู้นำ ไม่ได้เกี่ยวกับ Lecture
การพัฒนาภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่ กฟผ.
29 มกราคม 2556
บรรยายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
Quotations
· อิทธิพลสำคัญกว่าการสั่งการ
· ผู้นำที่ดีต้องมองอะไรให้กว้างไว้ก่อน Think Global Act Local อยากให้คนในห้องนี้มองกว้าง และมีความน่าสนใจมากขึ้น
ตัวอย่างการมองโลกาภิวัตน์
- Information Technology เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ เช่น Nanotechnology , Biotechnology
- เรื่องการค้าเสรี , WTO , FTA, AEC 2015, ฯลฯ
- เรื่องการเงินเสรี อัตราแลกเปลี่ยน
- บทบาทของจีน อินเดีย และละตินอเมริกา
- เรื่องอิทธิพลของประชาธิปไตย และ human right
- เรื่อง Global warming , ภัยธรรมชาติ
- เรื่องสงคราม และการก่อการร้าย
- เรื่องน้ำมันหมดโลก และพลังงานทดแทน
- เรื่องโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก เอดส์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
· โลกและการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคต่าง ๆ ถึงปัจจุบัน
จากยุคที่ 1 ยุคเกษตรกรรม สู่ยุคอุตสาหกรรม สู่ยุค Information Technology ปัจจุบันเรากำลังก้าวสู่ยุคที่ 4 หรือ Fourth Wave ซึ่งในอนาคตเราจะต้องเน้น
§ sustainability+
§ wisdom+
§ creativity+
§ Innovation+
§ intellectual capital.
· ผู้นำต่างจากผู้จัดการ ผู้นำสามารถเพิ่มผลผลิตได้ดีกว่า
ผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร
ผู้นำ
• เน้นที่คน
• Trust
• ระยะยาว
• What , Why
• มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์
• เน้นนวัตกรรม
• Change
ผู้จัดการ
• เน้นระบบ
• ควบคุม
• ระยะสั้น
• When , How
• กำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน
• จัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ
• Static
ชนิดของผู้นำ
• -Trust / Authority
• - Charisma
• - Situational
• - Quiet Leader ผู้นำไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง คิดเก่งก็พอ เช่น กฟผ.เน้นเรื่องการจัดการเทคโนโลยี กับ Stakeholders
เรื่อง Trust หรือ ศรัทธาของการเป็นผู้นำเกิดได้แก่ทุก ๆ คน ไม่ใช่แค่มีตำแหน่งเท่านั้น
Trust มี 3 ขั้นตอน
§ สร้าง (Grow)
§ ขยาย (Extend)
§ ดึงกลับ ถ้าหายไป (Restore)
Trust มีหลายประเภท
(1) Self Trust – ตัวเองต้องมีก่อน สัญญาจะทำอะไรกับตัวเองต้องสำเร็จตามสัญญา
(2) Relationship Trust – ความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร แต่สังคมภายนอกยังอ่อนอยู่
(3) Organization Trust – กฟผ. Reliability สูง
(4) Social Trust – สังคมไว้ใจจริงหรือไม่
วิธีการได้มาซึ่ง Trust ระหว่างบุคคล (Relationship Trust)
1) พูดจริงทำจริง ชัดเจน ไม่คลุมเครือ
2) ยกย่องนับถือเพื่อนร่วมงาน (Respect)
3) ทำงานด้วยความโปร่งใส
4) มีปัญหาที่ไม่ดี แก้ให้ดี ถูกต้อง
5) เน้น Results มากกว่าทำโดยไม่รู้ว่าผลสำเร็จคืออะไร
6) ต้องปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา
7) รับความจริงหรือรู้ศึกษาความจริง (Reality)
8) มีความชัดเจนต่อความคาดหวังของผู้ร่วมงาน และของตัวเอง
9) รับฟังอย่าสั่งการข้างเดียว
10) รักษาคำมั่นสัญญา (Commitment)
วิธีการได้มาซึ่ง Organization Trust ในที่นี้หมายถึงชุมชนของเรา
1) มี VISION – MISSION – Strategies + Core Value
2) ไปสู่ความสำเร็จด้วยทุกกลุ่ม (Alignment)
3) มี Shared Vision
วิธีการได้มาซึ่ง Social Trust หมายถึงสังคมวงกว้างออกไป
üมีบทบาทที่ดีต่อส่วนรวม สร้างความปรองดอง
ความมั่นคงของคนในประเทศ
· ในต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันตก มีหัวข้อวิจัยมากมายเกี่ยวกับผู้นำ
· สำหรับตะวันออกยังมีน้อยอยู่จึงมักจะใช้ Role Model เป็นหลัก
** สิ่งสำคัญคือ Role Model ด้านผู้นำของกฟผ. ชื่นชมใคร ซึ่งเป็น Brand ของการไฟฟ้าต่อไป
8 Rules of Leadership (Nelson Mandela)
1. กล้าหาญ
2. ต้องรุกได้ แต่ต้องตั้งรับ และไม่ประมาท
3. การนำอยู่ข้างหลัง จะต้องแน่ใจว่า คนที่เรายกย่องให้มีบทบาทอยู่ข้างหน้า ต้องให้เขามีความรู้สึกว่า เขาได้นำอย่างน่าภูมิใจ และสมศักดิ์ศรี
4. ถ้าจะจัดการบริหารศัตรู ต้องรู้จักศัตรูให้ดี
5. การจะอยู่อย่างผู้นำควรใกล้ชิดกับเพื่อน แต่กับคู่แข่ง หรือคนที่เราไม่ชอบ ต้องใกล้ชิดมากกว่า
6. มีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ อย่างมีเกียรติและสง่างามเสมอ
7. ไม่เน้น ถูกหรือผิด แบบ 100% หรือ ขาวหรือดำ 100% มีการประนีประนอมที่เหมาะสม แต่รักษาหลักการไว้ และหาทางตกลงกันได้แบบ Win - Win
8. รู้ว่าจังหวะไหน จะ "พอ" หรือ จะ "ถอย"
8 Rules of Leadership (Obama)
1. สร้างศรัทธาและความมั่นใจ Trust และ Confidence แก่ผู้ร่วมงานและแนวร่วม
2. เป็นผู้นำต้องรู้ว่า จะพาประเทศไปทางไหนโดยสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Communicate your Vision Effectively)
3. สร้างให้คนส่วนใหญ่ เข้าถึงประวัติ ความสำเร็จ ความสามารถที่สะสมมาในอดีต สร้างชื่อเสียง (Build Strong Reputation)
4. สร้าง Networks ในทุกๆ แห่ง โดยเฉพาะในจุดที่ตัวเองอาจจะไม่มีโอกาสได้สัมพันธ์มาก่อน (Make Friends in Unusual Places)
5. ทุกคนที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่มีแค่ High performance ของความสำเร็จของบางกลุ่ม แต่ต้อง All hands คือการให้ทุกๆ คนมีส่วนได้ส่วนเสีย ก็คือการสร้างทีมงานที่ทุกคนทำงานร่วมกัน
6. สร้างความหลากหลายให้เป็นมูลค่าเพิ่ม (Diversity to value added)
7. ใช้ Technology ให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน เช่นการสร้าง Social Network ก็ให้คน 2 ล้านคน ช่วยสนับสนุนการเงินในช่วงหาเสียง
8. สร้างขวัญกำลังใจให้แก่เพื่อนร่วมงานทุกคน (Motivation and inspiration)
ขอให้ดูตัวอย่าง ลีโอนาโด ดาร์วินซี
คุณสมบัติของผู้นำของฮิลลารี คลินตัน
qเรียนรู้ตลอดชีวิต
q อย่าพอใจกับปริญญาเท่านั้น
q อย่าพอใจกับการเรียนในห้อง (Formal Learning)
q สนุกกับการคิดนอกกรอบ
q สนุกกับการคิดข้ามศาสตร์
ถึงจะเก่งอย่างไร? ก็ต้องรับฟังคนอื่น
คุณสมบัติของผู้นำ
ของท่านผู้ว่าฯ เกษม จาติกวณิช หรือ “Super K”
1. ผู้นำต้องมีความรู้
2. ผู้นำต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชารักและเคารพ
3. ผู้นำต้องสร้างจิตวิญญาณในการทำงานเป็นทีม
4. ผู้นำต้องรู้จักมอบหมายงาน
5. ผู้นำต้องฟังความเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ
6. ผู้นำต้องรู้จักให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่โอ้อวดและยกตนข่ม
7. ผู้นำต้องมีความเมตตา โอบอ้อมอารีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
4 E’s Leadership ( Jack Welch )
• Energy มีพลัง
• Energize สามารถกระตุ้นให้คนอื่นมีพลัง
• Edgeเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ
• Executionลงมือทำให้เกิดความสำเร็จ
4 Roles of Leadership (Stephen Covey)
- Path finding การค้นหาเส้นทางความก้าวหน้า/การพัฒนา
- Aligning กำหนดทิศทางไปในแนวทางเดียวกัน
- Empowering การมอบอำนาจ
- Role Model การเป็นแบบอย่างที่ดี
ทฤษฎีล่าสุดของ Jack Welch
Leader / Teacher
กรณีศึกษาผู้นำจีน 5 รุ่นประยุกต์กับ EGAT?
รุ่นที่ 1 (1949 - 1976)
เป็นผู้นำรุ่นบุกเบิกมี เมาเซตุง (Mao Tse-tung) หรือ โจว เอ็นไล (Zhou En lai) เป็นหลัก รุ่นนี้ คือ
ü รุ่นเปลี่ยนแปลงการปกครอง ชนะการปฏิวัติมา เป็นผู้บุกเบิก
ü ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างจะมาก
üต้องสร้างระบบให้แน่น เพราะระบบเดิมยกเลิกหมด เช่น
o ทรัพย์สินทุกอย่างเป็นของรัฐไม่ใช่ของบุคคล
o เศรษฐกิจ คือ รัฐเป็นคนกำหนด
รุ่นที่ 2 (1976 - 1992) คือ เติ้ง เสี่ยว ผิง (Deng Xiaoping)
üเป็นช่วงที่การเมืองนิ่งแล้ว แต่ระบบเศรษฐกิจแบบรัฐเป็นผู้กำหนด จะไม่สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชาติได้ เพราะประชากรมาก – คาดหวังสูง จึงต้องมีเติ้งเสี่ยวผิงมาเป็นผู้นำ
üเน้นทฤษฎีไปสู่ Practical เป็นผู้ที่พูดว่า “แมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนูเป็น” คือ เป็น 1 ประเทศ 2 ระบบ นำเอาทุนนิยมเข้ามา – เชิญต่างประเทศเข้ามาลงทุน ทำให้จีนขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็ว เพราะคนจีนขยันและเคยทำการค้ามาก่อน วันนี้จีนเติบโตมากกลายเป็นมหาอำนาจ
รุ่นที่ 3 (1992 - 2003) คือ เจียง ซี มิน (Jiang Zemin)
üเป็นผู้นำประเทศสู่โลกภายนอก
üเศรษฐกิจแข็งแรงขึ้น แต่ต้องมีบทบาทในโลก
üจัดประชุม APEC 2003 ในจีน
üนำจีนเข้า WTO
üเปิดประเทศทางเศรษฐกิจมากขึ้น
üส่งความช่วยเหลือไป Africaและประเทศด้อยพัฒนา
รุ่นที่ 4 (2003 – 2013) คือ หู จิ่นเทา (Hu Jintao)
üเห็นความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับ 2 ของโลก จีนมีอิทธิพลต่อโลกมากขึ้นทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ
üแต่เริ่มมีปัญหาเสรีภาพในประเทศ และความเหลื่อมล้ำ
รุ่นที่ 5 (2013 – 2023) คือ สิ จินผิง (Xi Jinping)
üผู้นำรุ่น 5 จะต้องเก่งเรื่องประชาธิปไตยเปิดแบบจีนที่โลกยอมรับ มีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และดูแลการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปทุกกลุ่มและทุกภูมิภาคของจีนไม่ให้เหลื่อมล้ำ ให้เศรษฐกิจจีนสมดุลกับโลกภายนอก โดยเฉพาะค่าเงินหยวน
จากการทำ Expert Opinions Survey ของผมกับผู้เชี่ยวชาญอีก 15 ท่านได้ร่วมกันในโครงการปริญญาเอก ค้นหาคุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนบริบทของไทย มีหัวข้อที่สรุปได้ มีประโยชน์ต่อ EADP รุ่น 9 ที่จะนำไปปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. Integrity Leadership Style คือ เน้นเรื่องความซื่อสัตย์และมีหลักการ เห็นถูกเป็นถูก เห็นผิดเป็นผิด หรือ ทำตาม “หลักการ” ไม่ใช่ “หลักกู”
2. Transparency Leadership Style
ü โปร่งใส
ü ตรวจสอบได้เสมอ
ü ผู้อื่นคาดเดาได้ว่าทำอะไรอยู่
3. Grooming Future Leaders
ü Jack Welch..ทำได้ดี
ü Steve Jobs..กำลังถกเถียงกันว่า Apple หลังยุค Steve Jobs ยังมีผู้นำรุ่นใหม่แทนหรือไม่?
ü ท่านเองมองไปข้างหน้าหรือมองสูงขึ้นว่าจะถึงรองผู้ว่าการฯ ไหมไม่พอ ต้องคิดจะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Coaching หรือ Mentoring
ü คนรุ่นใหม่ ๆ (ขาดมารยาท ขาดความสุภาพนอบน้อม ฯลฯ แต่เก่ง) มี Diversity แตกต่างกับคนรุ่นท่าน จะจัดการอย่างไร?
ü มอบหมายงานให้คนอื่น ๆ ได้ทดลองทำ อย่าสอนงาน
ü ถ้าลูกน้องผิดพลาด จะดูแลอย่างไรไม่ให้เขาตกรางหรือขาดกำลังใจ
ü จะปกป้องลูกน้องให้กล้าทำงานยากหรืองานที่เสี่ยงได้อย่างไร?
ü รับได้ไหมถ้าลูกน้องจะเก่งกว่าตัวเองหรือมีความไม่สุภาพต่อหน้า
4 Global Network Leadership
üในทฤษฎี 8K’s 5K’s ของผมเน้นคุณสมบัติเรื่อง Networking
üNetworking ในประเทศก็สำคัญ
üแต่งานวิจัยที่ผมได้พบ ก็คือ ผู้นำจะต้องเก่งเรื่อง Global Networking ซึ่งเหมาะกับ Theme ปีนี้ คือ รุ่นที่ 9 ต้อง Local / Global + ASEAN 2015
üคำถามคือทำอย่างไร?
§ ภาษา
§ รู้เขา (Know them)
§ รู้มากกว่า “วิศวะ” ต้องข้ามศาสตร์ รู้เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ในภาวะผู้นำของคน กฟผ. ในยุคต่อไป
§ ใช้ ICT ในการหาความรู้ แต่วิเคราะห์ให้เป็น มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ หิวความรู้ที่สด ข้ามศาสตร์
5 Balancing Style Leadership
ü คล้าย ๆ เน้นความสมดุลย์
ü เน้นการเป็นวิศวะอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความสุข (Happiness) ในการทำงาน (8K’s+5K’s)
ü บทบาทสตรีใน กฟผ. ต้องมากขึ้นหรือเปล่า? เพราะจะได้สมดุลมากขึ้น
ü เดินสายกลางแบบเศรษฐกิจพอเพียง
ü WORK/LIFE Balance
ü จากการวิจัยโดยเน้นปรัชญาของศาสนาพุทธ พรมวิหาร 4 คือ 1)เมตตา 2)กรุณา 3)มุทิตา 4)อุเบกขา
ü สมดุลย์อย่างไรระหว่างมืออาชีพกับการเมืองแบบรุกคืบ
6 สุดท้ายผู้นำที่ดีต้องเป็น Leadership of Diversity and Innovations
ü จะต้องบริหารความหลากหลายให้ได้
q ในประเทศ / ต่างประเทศ
q คนรุ่นใหม่ / คนรุ่นเก่า
q วิศวะ / สาขาอื่น ๆ
q แนวคิดที่ไม่เหมือนกัน
ü มูลค่าเพิ่มจะมาจากความคิดใหม่ ๆ แตกต่างจากเดิม
ü ผู้นำจะสร้างบรรยากาศให้เกิด Value Creation ได้อย่างไร?
Workshop
กลุ่มที่ 1 ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย และท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า.. ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
กลุ่มที่ 2. ผู้นำรุ่นนี้จะต้อง “Grooming Future Leaders” ต้องทำอย่างไร ? อุปสรรค คืออะไร?
กลุ่มที่ 3 “Integrity Leadership “ และ “Transparency Leadership Style” ต้องทำอย่างไร? อุปสรรค คืออะไร?
กลุ่มที่ 4 Leadership of Balancing ต้องทำอย่างไร อุปสรรค คืออะไร?
กลุ่มที่ 5 เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของ กฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
กลุ่มที่ 6 “Leadership of Diversity and Creativity” ต้องทำอย่างไร?อุปสรรค คืออะไร?
Workshop
กลุ่มที่ 1 ผู้ว่าการ ของ กฟผ.ที่ผ่านมาจะแบ่งเป็นกี่รุ่น? เหตุผลในการแบ่งคืออะไร? อธิบาย และท่านกำลังจะเป็นผู้นำรุ่นใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า.. ปัจจัยที่เป็นทั้ง + และ – ทั้งโอกาสและอุปสรรค คืออะไร?
ผู้ว่าการกฟผ.ที่ผ่านมาคิดไว้ว่าจะแบ่งเป็น 4 รุ่น
1. รุ่นบุกเบิก คือรุ่นผู้ว่าฯ เกษม และท่านกำธน
2. รุ่นรุ่งเรือง คือรุ่นผู้ว่าฯ เผ่าพันธุ์ สมบูรณ์ ปรีชา
3. รุ่นวิกฤติปี 40 เป็นยุคผู้ว่าฯ วีรยุทธ์ สิทธิพร
4. รุ่นปรับตัวไปสู่ตปท. ผู้ว่าฯ ไกรสีห์ สมบัติ สุทัศน์
ปัจจัยบวก คือมีความเชี่ยวชาญด้านนี้
ปัจจัยลบ คือบุคลากรขาดความต่อเนื่อง เครือข่ายไม่ค่อยดี (เพื่อนน้อย) การถ่ายทอดความรู้ KM ไม่ดีพอ
โอกาส คือความต้องการพลังงานในประเทศไทยมากขึ้น ไทยเป็นอาเซียนบริดจ์ได้
ดร.จีระ บอกว่าเรื่อง Networking สำคัญมาก แล้วเราอาจเด่นในอาเซียนได้ บางครั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจสำคัญมากกว่า NGOs ก็ได้
กลุ่มที่ 2. ผู้นำรุ่นนี้จะต้อง “Grooming Future Leaders” ต้องทำอย่างไร ? อุปสรรค คืออะไร?
กฟผ.มีจุดอ่อนนิดนึง คือบางครั้งมีช่วงรุ่นต่อรุ่นน้อยไป ผู้นำรุ่นใหม่ที่มองไว้จะเป็นอีก Generation นึง คือต้องทำอย่างไร ก่อนที่จะทำผู้นำรุ่นใหม่ต้องคัดThe Star ที่เป็นผู้นำก่อน แล้วปลูกฝังคุณธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรักองค์กร ความอดทน การสร้างการทำงานเป็นทีม การสอนงาน (รุ่นพี่สอนแบบ Coaching) เน้นการมองผลประโยชน์ขององค์กรให้มาก
อุปสรรค คือ
1. มีวัยที่แตกต่างกันเยอะ นิสัยเป็นอุปสรรคในการทำงาน
2. การสร้างทีมเวอร์กทำได้ยาก
3. การมองผลประโยชน์ของตัวเอง
กลุ่มที่ 3 “Integrity Leadership “ และ “Transparency Leadership Style” ต้องทำอย่างไร? อุปสรรค คืออะไร?
1. ในเรื่อง Integrity Leadership “ และ “Transparency Leadership Style” มีความใกล้เคียงกัน
Integrity เป็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งที่จะทำคือต้องสร้างค่านิยมในองค์กรให้ดี และมียุทธศาสตร์ในการนำ
2. หาผู้นำที่เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ผ่านมาจะเป็นว่าผู้ว่าการจะมีทั้ง 2 ส่วนที่ดี
3. ความรับผิดชอบของสังคม มี Transparency มีความโปร่งใสต่อสังคม
คนโดยส่วนใหญ่นึกถึงความต้องการวัตถุมากอาจทำยากนิดนึง แต่กฟผ.สามารถทำได้ โดยต้องขัดเกลาให้เกิดทั้ง 2 สิ่งนี้
ดร.จีระ ขอชมเชยว่า กฟผ. มีข้อนี้ประมาณ 8 ใน 10 แต่อันตรายคือถ้าคนรุ่นใหม่ถูกกระทบจากความโลภ และค่านิยมข้างนอกอาจมีปัญหา ทำอย่างไรถึงจะรักษาแชมป์ได้ เห็นด้วยในเรื่อง Role Model
กลุ่มที่ 4 Leadership of Balancing ต้องทำอย่างไร อุปสรรค คืออะไร?
1. ส่วนใหญ่ทำอยู่แล้วแต่เป็นเรื่องกระบวนการเช่น Balance Scorecard เรื่องการสร้างความสมดุล เรื่องคน และการจัดการต่าง ๆ สิ่งที่เราน่าจะทำเพิ่มคือ เรื่องบทบาทสตรี การวิเคราะห์ด้านบริหารสตรีมีบทบาทมากกว่าผู้ชาย แต่ทางด้านเทคนิค วิศวะ ผู้หญิงจะเหลือน้อย ดังนั้นการคัดเลือกบุคลากรทำงานผู้หญิงสมัครน้อย ส่งผลว่าผู้หญิงทำงานน้อยเหมือนไม่ให้บทบาท แต่ความจริงถ้ามีศักยภาพให้บทบาทอยู่แล้ว แต่ปรากฏ 4-5 ปีที่ผ่านมาผู้หญิงมากขึ้น แต่ไม่ได้กำหนดสัดส่วนตรงนี้อย่างไร ในอนาคตอาจมีกำหนดให้ผู้หญิงมากขึ้น
2. การใช้ธรรมะช่วยในการปฏิบัติงาน กฟผ.บังคับให้การประชุมมีหัวข้อหนึ่งคือเรื่องคุณธรรม จริยธรรม มีการรายงานของคณะทำงาน เรื่องพรหมวิหารธรรม กฟผ. ก็พยายามทำอยู่
ดร.จีระ Balance อาจเป็นเรื่อง Work Life Balance ใช้ชีวิตที่สมดุล
กลุ่มที่ 5 เสนอแนวคิดที่เป็นรูปธรรมว่าจะสร้างผู้นำในอนาคตของ กฟผ.ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
1. ก่อนอื่นตั้งเป้าก่อนว่าให้มีทิศทางเดียวกันจะมุ่งไปทางไหน ให้มองในระยะยาว
2. กำหนดสเป็คผู้นำ เรื่อง Fairness Integrity Respect
3. ดูอายุงานด้วย
4. พัฒนากลุ่มตามสเป็ค
5. โปรโมทคนเหล่านี้ขึ้นมา
ดร.จีระ เราจะพัฒนาผู้นำแบบไหน เราต้องเลือกจำนวนหนึ่งเป็น Target แล้วลงทุนในสิ่งเหล่านี้ หรือฝึกอบรมแบบ HR ไปเรื่อย ๆ ใช้คนที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ เลือก Talent Management บางแห่งสมัคร บางแห่ง Qualify พัฒนาหลักสูตร มี Coach & Mentoring
กลุ่มที่ 6 “Leadership of Diversity and Creativity” ต้องทำอย่างไร?อุปสรรค คืออะไร?
1. ต้องสร้างศรัทธา เพราะทุกคนมีความคิดหลากหลาย ทำอย่างไรให้ทุกคนคิดถึงเป้าหมายเดียวกันเป็นเรื่องยาก ต้องสร้างศรัทธาให้ผู้นำพูดชี้นำ และมีเป้าหมายเดียวกัน
2. ปรับทัศนคติให้ตรงกันเสียก่อน เช่นให้เห็นว่าต้องทำเพื่อสังคมด้วย
3.เอาบุคคลที่มีความรู้มาช่วย ให้เรียนรู้ทั้งเทคนิค และสังคม
4. เอาความรู้ IT มาช่วย
5. ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนคนรุ่นเก่า
ดร.จีระ บอกว่า ศรัทธาในเป้าหมายไม่ใช่ผู้นำอย่างเดียว Diversity ไทยมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เป้าหมายต้องตรงกัน ให้ข้างในรวมกลุ่มกันคือหลากหลายแต่ไปด้วยกัน แล้วเมื่อไปเจอข้างนอกต้องจัดการด้วย แต่ที่สำคัญข้างในต้องสามัคคีก่อนเพื่อจัดการกับ Diversity ข้างนอกด้วย ถ้าแข็งแรงจะสู้ข้างนอกได้ เมื่อทุกคนเห็นในแนวเดียวกัน การทำงานต้องพึ่งพาหลายส่วนเข้าด้วยกัน
Leading People
วันที่ 29 มกราคม 2556
บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ ซีบังเกิด
· สมัยก่อนคนจะรู้สึกไม่ชอบให้ใครมา Coach เรา
· ผู้นำถ้าเราจะทำตามกฎ จะเป็นผู้นำที่ดีที่สุดไม่ได้ เพราะกฎถูกสร้างตามสถานการณ์นั้น ๆ
· Leader คือคนที่นำ Follower ไปในที่ที่ไม่เคยไป สามารถให้เดินออกจาก Boundery of Thinking เดิม
· เวลาอ่านหนังสือให้อ่าน Summary และ Keyword ที่สำคัญของหนังสือ อ่านหัวและท้ายของ Summary
· ทุกเรื่องในชีวิตเป็นเรื่องง่าย อยู่ที่เราบอกจิตใต้สำนึกของเราเอง
· ให้เรามองภาษาพูดและภาษากายไปในทิศทางเดียวกัน เราต้อง Train จิตใต้สำนึกของเรา ถ้านึกถึงสิ่งใด อย่าพูดคำว่าอย่า เพราะเราจะนึกถึงคำนั้น เช่น อย่าคอรัปชั่น ควรพูดว่า ให้ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม
· สิ่งที่ Leader ขยันหล่อหลอมตนเองขึ้นมาเป็น External ทั้งนั้น ตราบใดที่เราไม่สามารถเป็น Leader ของตัวเองได้ จะตกเป็นธาตุของ Model เช่น Quiet Leadership , Coaching Leader, Qualitative Leadership, Situational Leadership เราจะนำแบบไหนก็ได้ตามแต่ Follower ตามเราอยู่ เราต้องเข้าใจ Function ของมนุษย์ ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเราจะไม่สามารถ Lead ใครได้
· ถามตัวเองว่า Who am I? ตอบ ชื่ออะไร ทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน มีครอบครัวหรือยัง แต่เมื่อตำแหน่งหายไปจะเป็นใคร ควรตอบสิ่งที่เป็นตัวตนของเขา เช่น เป็นคนอย่างไร ชอบงานอดิเรกอะไร เพราะเมื่อเราไม่รู้ว่าเราเป็นใคร จะเป็นความคาดหวังคนอื่น อยากให้ถามตนเองว่าตั้งแต่เด็กขึ้นมาเดินตามความฝันของใคร ของเราเอง พ่อแม่ ของเพื่อน ของครู หรือของใคร ถ้าเดินตามความฝันของตนเองถือว่าโชคดีมาก ถ้าเราไม่แข็งแรงพอเราจะไม่สามารถเลือกอะไรที่เป็นเราได้ แล้วเรารู้หรือยังว่าจริง ๆ เราเป็นใคร คือความเป็นธาตุแท้ที่อยู่ในตัวเรา แล้วบ่งบอกว่าเราเป็นคนอย่างนี้จะฉายแววชัดเมื่อเราโตขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เราสามารถเป็นแบบเราได้ นี่คือสิ่งที่เรา Lead ความเป็นผู้นำในตนเอง
· คำว่าธาตุแท้คือ Being คือสิ่งที่เป็นเราและเราไม่เหมือนใคร จะมีเป็น ร้อยกว่าตัว เมื่อเรารู้ว่าเราคือใครแล้วเราจะตั้งเป้าหมายได้
· พอรู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange การทำงานกับมาเล่นเหมือนกันจะมีความ Balance กัน เรามี Need และ Fear Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ Leader ที่ดีจะมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก อะไรที่พลักดันให้เราพูดทั้ง ๆ ที่พูดแล้วเสียหายคือความกลัว (Fear) คือเราจะใช้ความกลัวเป็นเพื่อนหรือใช้ความกลัวเป็นตัวบั่นทอน
Need ตัวไหนเป็นตัว Lead เรา แล้ว Fear ตัวไหนเป็นตัวผลักดันให้เราเป็นเช่นนี้
วันนี้สิ่งที่จะเรียนรู้
1. หา Being หรือธาตุแท้ของตนเอง
2. หา Need และ Fear
3. ขจัดอุปสรรคที่ทำให้เราติดอยู่ตรงนี้
ทำไมถึงเรียกว่า Being หรือ ธาตุแท้
· เราเป็นใครจะแสดงถึงสิ่งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางวัตถุ หรือสภาพแวดล้อมทางบุคคลที่เลี้ยงดูเรามา
· สรุปคือต้องเป็นตัวเองก่อน คือต้องรู้ให้ได้ว่าธาตุแท้เรามีอะไร ธาตุแท้เหมือนเป็นหลักศิลา เราต้องใช้สมองในการเป็นตัวดึงขึ้นมา
· สติ ปัญญา ส่วนใหญ่พ่อแม่เป็นตัวหล่อหลอมขึ้นมา การพัฒนาเด็กว่ามีสติปัญญาฉลาด เช่นพ่อแม่จะชอบชื่นชมในความฉลาดของลูก ส่วนใหญ่ส่งไปเรียนพิเศษกวดวิชาเป็นต้น
· เราสนใจพัฒนาสติ ปัญญามากจนบางครั้งเกินความรู้สึก
ศูนย์ 5 ศูนย์ในตัวเรา
1.ธาตุแท้
2.สติปัญญา
3.ความรู้สึก เช่น เหงา รัก สะเทือนใจ โกรธ เสียใจ
สรุปคือ เราต้องกลับไปที่ธาตุแท้ว่าเราต้องเป็นคนให้ความรักเป็น
4. ร่างกาย ต้องรู้จักร่างกายของเราว่าสุขภาพเป็นอย่างไร ร่างกายส่งสัญญาณอย่างไร ถ้าร่างกายไม่ Perfect ทั้ง 4 ศูนย์จะตายได้
5. มโนธรรมลึกซึ้ง อยู่ใกล้กับ ธาตุแท้ เป็น Believe Conscious เช่นคุณธรรมทั้งหลาย
- มโนธรรมสังคม ตอนเกิดมาตอนแรกดูแลตัวเองไม่ได้ จนกระทั่ง 7 ขวบดูแลตนเองได้ ตอน 0-7 ปี จะ Depend on คนอื่น ใครสอนอะไรมาก็เชื่อ สิ่งนี้จึงกลายเป็น Value ตั้งแต่เด็ก เช่น ต้องเคารพผู้ใหญ่ บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ เป็นต้น
- มโนธรรมสมอง คือมโนธรรมส่วนตัวที่สร้างขึ้นมาได้
- มโนธรรมลึกซึ้ง คือสิ่งที่เราปรึกษากับธาตุแท้ว่าสิ่งนั้นดี และเชื่อได้ เราจะตัดสินใจอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีกฎระเบียบมา Guideline
· ถ้าเราจะตัดสินใจอะไร อย่าเพิ่ง Take Action ให้ลองดูก่อนว่าเรานิ่งไหม ? ถ้าไม่นิ่งแสดงว่าไม่ใช่ Good Decision มีหลายครั้งที่การตัดสินใจแล้วรู้สึกหงุดหงิดแสดงว่า ธาตุแท้กับ มโนธรรมลึกซึ้งไม่ทำงาน
· ความรู้สึกกับสติปัญญามาก่อน บางครั้งความรู้สึกจะพาเราไปที่นั่นที่นี่ การรู้จัก 5 ศูนย์จะช่วยให้เรารู้เป้าหมายของตนเอง
· การมีพฤติกรรมแย่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่ธาตุแท้ แต่เรียกว่าเป็นแผลในชีวิต เช่นชอบไปกินอาหารนอกบ้าน ชอบมีกิ๊ก
· วิธีสัมภาษณ์ ให้เล่า Success Story ให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง ให้เล่าแบบ Star Model ว่า Situation ในตอนนั้นมีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้น Take Action อะไรไป มีเรื่องไหนอึดอัดใจ แล้วตัดสินใจว่าทำอะไรจะเจอมโนธรรมลึกซึ้ง ว่าเมื่อตัดสินใจนั้น Base on อะไร
· ตัวอย่างการค้นหา Being ในตนเอง
1. เคยมีคนชมคุณว่าอะไร
2. ถ้าเลือกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งจะเลือกสัตว์อะไร แล้วอธิบายคุณสมบัติของสัตว์เหล่านั้นว่าทำไมอยากเป็น
3. ถ้าวันนี้ให้เวลาพักร้อน 2 ปี แล้วกลับมายังมีงานเหมือนเดิม จะเอาเวลานี้ไปทำอะไร
4. เมื่อคราวที่ฉันทุกข์ที่สุด ฉันผ่านมาได้อย่างไร
5. กิจกรรมที่ทำให้ฉันมีความสุขเมื่อได้ทำคือ
ท้ายสุดให้เขียนบุคคลที่ฉันชื่นชมคือใคร (อาจมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้) แต่ให้เขียนว่าเพราะเหตุใดเราถึงชื่นชมเขา
การวิเคราะห์ (ให้วาดลงกระดาษรูปโขดหิน แล้วให้เขียนข้อมูลจากข้อ 1-5 ดังนี้)
1. อะไรก็ตามที่เราเป็นตลอดเวลา ใส่ไว้ที่โขดหินเลย
2. อะไรก็ตามที่เราเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ให้ใส่ไว้ที่ตรงน้ำขึ้นน้ำลง
3. อะไรก็ตามที่เราไม่เคยเป็นแต่อยากเป็น ให้ใส่ไว้ที่ใต้น้ำ
ถ้าตอบข้อ 1 เยอะหมายความว่าเรามีบุคลิกอย่างนี้ชัดเจน คนมองเห็นเรา
ถ้าตอบข้อ 2 เยอะหมายความว่ามีสภาพแวดล้อมทางวัตถุและตัวบุคคลไม่เอื้อให้เราเติบโตทางด้านนี้ แต่เราสามารถเป็นได้โดยหาสภาพแวดล้อมให้สอดคล้อง เราสามารถเลือก Take Action กับพฤติกรรมของนายได้
ถ้าตอบข้อ 3 ถ้าเราไม่มีตรงนี้เราจะไม่สามารถเห็นตรงนั้นในตัวคนอื่น
*** เขียนทั้งหมดลงในกระดาษ A4 แล้วชื่นชมว่าสิ่งนี้เป็นธาตุแท้ที่มีอยู่ในตัวเราทั้งสิ้น ใครมาว่าเราก็ให้ยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้ดู ถ้าเขาไม่ดูก็บอกว่าให้ไปรักตัวเองซะ เพราะทุกคนมีธาตุแท้ที่ดีอยู่
· การคิดลบหรือคิดบวกอยู่ที่เราสร้าง Story ในหัวเรา
· ถ้าธาตุแท้เรานิ่งเราจะไม่หวั่นไหว หรือตกเป็น Effect ของใคร
· วัน ๆ หนึ่งเราใช้เงินในการใด เราก็จะเป็นแบบนั้น วัน ๆ หนึ่งคบเพื่อนแบบใดเราก็จะเป็นแบบนั้น
· มนุษย์ทุกคนไม่ว่ามีพฤติกรรมแบบไหน เขามี Good Intention Behind เสมอ ในโลกนี้ไม่มีใครอยากเป็นคนเลว แต่เขาเป็นคนเลวเพราะเขามี Resource ที่จำกัดมากจนคิดไม่ได้ว่าไม่ดีต่อสังคมโดยรวม เช่น มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เห็นเป็นเรื่องธรรมดา หน้าที่ของเรา คือต้องเป็น Leader ที่ดึง Resource ที่ดีออกมาให้ได้
· ในเรื่องนี้ไม่มีเรื่องไหนที่ถูกต้องหรือจริง 100 % ทุกเรื่องอยู่ที่การให้ความหมาย แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน เราต้องไม่ Judge คนอื่น หมายถึงเราให้อภัยได้ เพราะความสามารถของสมองของเรารับข้อมูลได้จำกัด พบว่า รอบ ๆ ตัวเรามีข้อมูลสองล้านบิตต่อวินาที สมองรับได้ 134 บิตต่อวินาทีเท่านั้น หมายความว่าสมองต้องลบข้อมูลไปเกือบสองล้านบิตที่ทิ้งไป แต่ละคนเก็บข้อมูลไม่เหมือนกัน สมองจะลบบางส่วนที่ไม่จำเป็น เราบิดเบือนบางข้อมูลให้เป็นอย่างที่เรารับรู้มัน
ดังนั้นขอเสนอว่าเวลาจะไป Present อะไร ให้สรุปแค่ 2-3 เรื่องเท่านั้น เนื่องจากความจำของสมองมีจำกัด
· Key Factor ของคนที่ประสบความสำเร็จ อารมณ์ต้องดีและร่างกายต้องดีอยู่ใน Stage ตลอดเวลา เราเจอกันด้วย Behavior ข่าวสารบางข่าวสารทำให้มี Stage ที่ดี เมื่อไรก็ตามที่อารมณ์ไม่ดี ทางแก้ไขวันไหนก็ตามที่อารมณ์ไม่ดี จิตตก ให้ขับรถร้องเพลงตลอดเวลา หรือนึกถึงเรื่องที่ดี ๆ ให้ใช้ลักษณะ Phisiology เข้าช่วย หรือ Phychology เข้าด้วย ให้เช็คว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกว่าอารมณ์ดีให้ทำสิ่งนั้น จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น ให้ดึง Resource สิ่งนั้นมา
บางครั้งเมื่อเกิดความประหม่าทำให้ Presentation ไม่ดี วิธีแก้ไขคือให้ฝังสิ่งที่เคย Present แล้วประสบความสำเร็จตรงนั้นออกมาให้ได้
· Stage คือ Phychology เมื่อเราไม่สบายเราจะทำอย่างไรให้ร่างกายดีขึ้น ทำใจให้เข้มแข็งอย่าจิตตก แล้วจะรอด
· What People think about you is non of your business ขอให้รักษาธาตุแท้ของเราให้ดี จักรวาลจะ Take care เราเอง อย่าทำตัวเป็น Effect ของคนอื่น เพราะชีวิตเราเป็นของเรา แต่อย่ายโส
ความกลัวทางจิตวิทยา มี 3 สิ่ง
1.กลัวไม่ดีพอ
2.กลัวคนไม่รัก
3.กลัวไม่รับเป็นพวก
*** ให้เลือกเราทำอะไรก็ตามที่เราตรงกับธาตุแท้ของตัวเอง เราจะเป็น Leader แบบไหน ให้เราทำสิ่งที่เราคุ้นเคยหรือถนัด
· การมีธาตุแท้แล้วไม่ประสบความสำเร็จแสดงว่าเรามี Fear
· คุณสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณไหม
· การเป็นผู้ว่าฯ ที่ดีต้องเป็นคนที่เด็ดขาดและตัดสินใจเรื่องที่สำคัญได้ ต้องตัดความ Fear ให้หมด กล้าตัดสินใจ และกล้า Challenge
คำถาม
· มีอะไรในชีวิตนี้ที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ กลัวอะไร เราเชื่ออะไรอยู่
ความเชื่อที่สกัดกั้นความเจริญเติบโต เช่น ยังมีเวลาพอ และความกลัวต่าง ๆ ความกลัวบางครั้งมาจากธาตุแท้
ผู้ชายเป็นเพศนักล่า แต่ปัจจุบันผู้หญิงทำงานด้วย แสดงว่าผู้หญิงกำลังแย่งซีนผู้ชายเล่นทำให้ผู้ชายไม่มีที่ยืน ทำให้ไปยืนบ้านอื่น หรือเป็นเกย์เยอะขึ้นเป็นต้น ดังนั้นให้ผู้หญิงเล่นบทผู้หญิงให้เป็น ให้ผู้ชายบริหารจัดการเอง ผู้หญิงมีหน้าที่ทำทุกอย่างที่ผู้ชายหามาเพื่อแบ่งปันกับคนในบ้าน ผู้หญิงจะทำหน้าที่เหมือน Queen เป็นผู้ปกป้อง แต่อย่าทำตัวเป็น King ด้วย
Identity ของผู้ชายคือการเป็นทัพหน้า
สรุป ไม่ต้องกังวลว่ากลัวอะไรขอให้เรา Awareness
Ecology
ทำอะไรที่เรา Feel good แล้วรู้สึกดี คือ ดีกับเรา ? ดีกับคนอื่น? ดีกับสังคมมวลรวม ?
เราควรทำ
Feel good เมื่อ good for me,good for other,good for the better good
บางครั้ง not feel good แต่ควรทำ เมื่อ good for me, good for other, good for the better good
เราจะเป็น Leader จากข้างใน
การที่เราคิดบวกได้ให้เข้าใจว่า
The Map is not the Territory หมายถึงแผนที่ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพียงแค่อยากเข้าใจจังเลยว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้
Human 6 core needs
1. Certainty / Security
2. Uncertainty /Variety
3. Connection & Love
4. Significant
5.Growth
6.Contribution
** ถ้า 4 ข้อแรกมีครบ เติมเต็ม ข้อ 5,6 จะมาเอง และเป็นบวกแน่นอน ให้ตัดสินใจว่าถ้าเรามีคุณสมบัติอย่างนี้เราจะเป็นใครได้อีก
สรุปคือ ต้องอ่านให้ขาดทั้งตนเองและผู้อื่นว่า 1. ธาตุแท้มีอะไร 2. Fear อะไร 3 . Need อะไร
ความรู้ที่ได้วันนี้ ( 29 ม.ค.2556)
ช่วงเช้า บรรยายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
คุณสมบัติผู้นำในหลายๆมุมมอง ... ทั้งทางทฤษฏีและประสบการณ์..พร้อมตัวอย่างผู้นำในอดีตต่างๆ
ทั้งนอกและในประเทศ / รวมทั้งใน กฟผ.
คุณสมบัติของผู้นำในสภาวะ / สถานการณ์ต่างๆในช่วงเวลานึง ไม่มีความจำเป็นต้องเหมือนกัน
ช่วงบ่าย บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ ซีบังเกิด
ทำให้รู้จักมุมมองในการมองตัวเอง โดยเฉพาะเรื่อง Being หรือ ธาตุแท้
การวิเคราะห์ตัวตนตัวเอง
ความกลัวทางจิตวิทยา
กลัวไม่ดีพอ / กลัวคนไม่รัก / กลัวไม่รับเป็นพวก
** ผมขอสรุปสั้นๆน่ะครับ ขอไปอ่านหนังสือการบ้านก่อน **
วันนี้ผมได้รับความรู้และคุณสมบัติการเป็นผู้นำ โดยควรจะต้องปรับเปลี่ยน function ของผู้จัดการมาเป็นfunction ของผู้นำ ตลอดจนแนวความคิดและกลยุทธ์ที่จะต้องบริหารคน ให้สามารถนำความรู้และความสามารถของแต่ละคนออกมาใช้ให้เหมาะสมกับสถานะการณ์ รวมถึงการพัฒนาตนเองในเรื่องของความรู้ การปฎิบัติตนให้เกิดความยอมรับและเกิดความศรัทราของทีม ซึ่งในช่วงที่ได้ฟังอาจารย์ พจนารถ ชีบังเกิด ผมยังเริ่มได้รู้ว่า ผมยังไม่รู้ธาตุแท้ของตนเองจริงๆ โดยอาจารย์ได้แนะนำเรื่องCoachและวิธีวิเคราะห์ตนเองในเรื่องของ ธาตุแท้ของตนเอง / ความกลัว 3 อย่างของคน / ความต้องการ 6 อย่างของคน
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่ 29 ม.ค. 56
ช่วงเช้า โดยอาจารย์จีระ - โดยสรุปอาจารย์พูดถึงเรื่องการเรียนรู้และการสร้างผู้นำ
ช่วงบ่าย โดยอาจารย์พจนารถ - โดยสรุปอาจารย์พูดถึงเรื่องการค้นหาตัวตนของตัวเรา
ขออนุญาตจบรายการแต่เพียงนี้ครับ
ชวลิต 29 / 1 / 56 เวลา 22.39 น.
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ วันที่ 29 ม.ค. 2556
หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.
ผู้นำมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับช่วงเวลา และสถานการณ์ขณะนั้น ผู้นำที่พึงประสงค์ในทัศนะของผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ยอมรับ ควรมีคุณสมบัติดังนี้
1. มีความซื่อสัตย์ และยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง
2. มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
3. มีการเตรียมพร้อม หรือสร้างผู้นำรุ่นต่อไป
4. ต้องมีเครือข่ายทั้งภายใน และภายนอกประเทศ
5. ต้องสร้างความสมดุลในทุกด้าน
6. ต้องสามารถบริหารความหลากหลาย
หัวข้อ Leading people
ได้เรียนรู้วิธีการสำรวจธาตุแท้ของคน ซึ่งเราเองไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นอย่างไร ทั้งยังได้รู้การวิเคราะห์ หรือการมองการกระทำของคนว่า ทำไมเขาจึงทำอย่างนั้น อะไรควรจะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เขาทำเช่นนั้น ซึ่งมองได้หลายมุมมอง
สรุปความรู้จากสิ่งได้เรียน
การจะเป็นผู้นำที่ดีได้ นั้นจะต้องรู้ตนเองว่าตนเองเป็นอย่างไรและสามารถนำสิ่งที่เป็นสิ่งที่ดี เป็นจุดแข็งของตนเองมาใช้ให้ผู้อื่นศรัทธาทำตาม อีกทั้งจะต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ มองการณ์ไกล ประสงค์ความสำเร็จของเป้าหมาย เข้าใจและรู้ความต้องการของบุคคลอื่นเป็นอย่างไร คิดอย่างไร
การเป็นผู้นำมาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ แต่ไม่ควรเป็นผู้นำเพราะตำแหน่ง ต้องเป็นผู้นำจากความรู้สึกภายใน ซึ่งสามารถฝึกฝนและเรียนรู้ได้
สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ “การสร้างผู้นำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ และ Learning Forum Topic การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษ”
บรรยายโดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคเช้า (เวลา 09.00 น.-12.00 น.)
ในการบรรยายดังกล่าวฯนั้นสามารถสรุปเนื้อหาได้ดังนี้
1. ศ.ดร. จีระฯ ได้บรรยายถึงผู้นำของประเทศต่างๆที่ประสบความสำเร็จและมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันได้อีกด้วย
2. บรรยายถึงเครื่องมือต่างๆที่ช่วยในการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย 4L’s, 2R’s, 2I’s และ 3L’s
*นอกจากนั้นยังมีประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ Leadership Value (คุณค่าของความเป็นผู้นำ) ซึ่งเกิดจาก “TRUST” หมายถึง ความไว้วางใจและความศรัทธาในตัวผู้นำนั้นๆ ซึ่งในอนาคตนั้นกฟผ.จะต้องตระหนักและเตรียมความพร้อมในการสร้างผู้นำในองค์กรรวมถึงบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันหมายรวมถึงการเข้าสู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง High Performance Organization (HPO)
สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ “Learning People 1, 2”
บรรยายโดย อ. พจนารถ ชีบังเกิด
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคบ่าย (เวลา 13.30 น.-18.30 น.)
ในการบรรยายภาคบ่ายสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
1. ในการที่จะพัฒนาตนเองนั้นจะต้องสามารถค้นหาตนเองให้พบธาตุแท้ของตนให้ได้เสียก่อน Who am I? ในการค้นหาตนเองนั้น อาจารย์ พจนารถให้ทำ Workshop และ แนะนำวิธีการค้นหาตนเอง ซึ่งเมื่อพบธาตุแท้ของตนแล้วนั้น เราจึงจะทราบว่า ตัวเรานั้นเหมาะกับสิ่งใด เราควรจะดำเนินชีวิตและวางแผนการดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด เป็นต้น
2. อาจารย์ฯแนะนำศาสตร์ของ Life Coaching บางส่วน ซึ่งการ Coaching
(วิธีการสอนงาน) นั้นจะสามารถช่วยให้บุคคลตระหนักและใช้ขีดความสามารถและศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ มั่นใจ และ ภาคภูมิใจ
3. อาจารย์กล่าวถึง ความต้องการ 6 อย่างของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย
3.1 Certainty – มนุษย์ต้องการหลักประกันและความมั่นคงในชีวิตเพื่อรับประกันความอยู่รอด
3.2 Variety/ Uncertainty – มนุษย์ต้องการความหลากหลายและความไม่แน่นอนเพื่อการยืดหยุ่นของอารมณ์ ความรู้สึก ยิ่งรับมือกับความหลากหลายและความไม่แน่นอนได้มากเท่าใดยิ่งแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น
3.3 Love and Connection – ความรักและสัมพันธภาพเป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้สึก จิตใจให้มีชีวิตชีวา ซึ่งได้มาจากคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง รวมถึงเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
3.4 Significance – เป็นอีกความต้องการหนึ่งที่จะต้องบริหารจัดการให้ดี มนุษย์เราต้องการเป็นคนสำคัญ ยิ่งอยากเป็นบุคคลสำคัญมากเท่าไหร่ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและแข่งขันกับผุ้อื่นมากเท่านั้น
3.5 Growth – การเจริญเติบโตเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งต่างๆธำรงค์อยู่ได้ มนุษย์จึงต้องการให้สิ่งต่างๆที่มีผลต่อตนเองพัฒนาและเจริญงอกงาม
3.6 Contribution – มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่การที่จะอยู่รอดเข้ากับผู้อื่นได้นั้น การอุทิศตนถือเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่มนุษย์ควรมีเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลเสียสละเพื่อความอยู่รอดของสังคม
สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ “การสร้างผู้นำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ และ Learning Forum Topic การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษ”
บรรยายโดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคเช้า (เวลา 09.00 น.-12.00 น.)
ในการบรรยายดังกล่าวฯนั้นสามารถสรุปเนื้อหาได้ดังนี้
1. ศ.ดร. จีระฯ ได้บรรยายถึงผู้นำของประเทศต่างๆที่ประสบความสำเร็จและมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวันได้อีกด้วย
2. บรรยายถึงเครื่องมือต่างๆที่ช่วยในการเรียนรู้ซึ่งประกอบด้วย 4L’s, 2R’s, 2I’s และ 3L’s
*นอกจากนั้นยังมีประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ Leadership Value (คุณค่าของความเป็นผู้นำ) ซึ่งเกิดจาก “TRUST” หมายถึง ความไว้วางใจและความศรัทธาในตัวผู้นำนั้นๆ ซึ่งในอนาคตนั้นกฟผ.จะต้องตระหนักและเตรียมความพร้อมในการสร้างผู้นำในองค์กรรวมถึงบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันหมายรวมถึงการเข้าสู้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง High Performance Organization (HPO)
สรุปเนื้อหาการบรรยายหัวข้อ “Learning People 1, 2”
บรรยายโดย อ. พจนารถ ชีบังเกิด
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556 ภาคบ่าย (เวลา 13.30 น.-18.30 น.)
ในการบรรยายภาคบ่ายสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
1. ในการที่จะพัฒนาตนเองนั้นจะต้องสามารถค้นหาตนเองให้พบธาตุแท้ของตนให้ได้เสียก่อน Who am I? ในการค้นหาตนเองนั้น อาจารย์ พจนารถให้ทำ Workshop และ แนะนำวิธีการค้นหาตนเอง ซึ่งเมื่อพบธาตุแท้ของตนแล้วนั้น เราจึงจะทราบว่า ตัวเรานั้นเหมาะกับสิ่งใด เราควรจะดำเนินชีวิตและวางแผนการดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด เป็นต้น
2. อาจารย์ฯแนะนำศาสตร์ของ Life Coaching บางส่วน ซึ่งการ Coaching
(วิธีการสอนงาน) นั้นจะสามารถช่วยให้บุคคลตระหนักและใช้ขีดความสามารถและศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ มั่นใจ และ ภาคภูมิใจ
3. อาจารย์กล่าวถึง ความต้องการ 6 อย่างของมนุษย์ ซึ่งประกอบด้วย
3.1 Certainty – มนุษย์ต้องการหลักประกันและความมั่นคงในชีวิตเพื่อรับประกันความอยู่รอด
3.2 Variety/ Uncertainty – มนุษย์ต้องการความหลากหลายและความไม่แน่นอนเพื่อการยืดหยุ่นของอารมณ์ ความรู้สึก ยิ่งรับมือกับความหลากหลายและความไม่แน่นอนได้มากเท่าใดยิ่งแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น
3.3 Love and Connection – ความรักและสัมพันธภาพเป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งจะช่วยเติมเต็มความรู้สึก จิตใจให้มีชีวิตชีวา ซึ่งได้มาจากคนใกล้ชิด เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง รวมถึงเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
3.4 Significance – เป็นอีกความต้องการหนึ่งที่จะต้องบริหารจัดการให้ดี มนุษย์เราต้องการเป็นคนสำคัญ ยิ่งอยากเป็นบุคคลสำคัญมากเท่าไหร่ก็จะเกิดการเปรียบเทียบและแข่งขันกับผุ้อื่นมากเท่านั้น
3.5 Growth – การเจริญเติบโตเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งต่างๆธำรงค์อยู่ได้ มนุษย์จึงต้องการให้สิ่งต่างๆที่มีผลต่อตนเองพัฒนาและเจริญงอกงาม
3.6 Contribution – มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่การที่จะอยู่รอดเข้ากับผู้อื่นได้นั้น การอุทิศตนถือเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่มนุษย์ควรมีเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลเสียสละเพื่อความอยู่รอดของสังคม
วันที่ 29 มกราคม 2556
ความรู้ที่ได้รับในวันนี้
1. ช่วงเช้า ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
- ได้รู้แนวคิดของผู้นำหลายๆคน ทั้งนอกและในประเทศ รวมทั้งผู้นำของ กฟผ. ยกตัวอย่างผู้นำของจีนทั้งหมด 5รุ่น และผู้นำของกฟผ. 11 ท่าน
- ได้รู้ผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร
- ได้รู้ชนิดของผู้นำ ผู้นำที่ดีต้องเป็นอย่างไร
- ได้รู้คุณสมบัติของผู้นำในสภาวะและสถานการณ์ที่ต่างกัน คุณสมบัติที่ใช้จะไม่เหมือนกัน
2. ช่วงบ่าย อาจารย์พจนารถ ซีบังเกิด
- ได้ทดลองหา Being หรือ ธาตุแท้ของตัวเอง
- ได้รู้ศูนย์ 5 ศูนย์ในตัวเรา
- ได้รู้ความกลัวทางจิตวิทยา มี 3 สิ่ง
- ความต้องการ 6 ประการของมนุษย์ (Human 6 core needs)
สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันที่ 29 ม.ค. 56
- การเป็นผู้นำที่ดีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
- แนวทางหรือวิธีการที่จะพัฒนาตนเองให้มีภาวะผู้นำ
- ธาตุแท้ ความกลัว และความต้องการของตนเอง จะบ่งบอกว่ามีภาวะความเป็นผู้นำหรือไม่
สิ่งที่ได้รับจาก วันนี้ (29 ม.ค. 2556) ของข้าพเจ้าพอสรุป ได้ ดังนี้
1. รับทราบศาสตร์ด้านอื่นๆทางจิตวิทยา ปรัชญา เกิดมิติมุมมองในหลายด้านมากขึ้น
2. ได้รับทราบ การเป็นผู้นำมีทฤษฎีระบุมีได้หลายลักษณะ ต้องมีเครือข่าย และที่สำคัญ คือ ผู้นำสามารถสร้างได้ อีกเรื่องที่สำคัญ คือผู้นำต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ดังนั้นข้าพเจ้าจะอาศัยวิธี จากการฟัง ประสบการณ์ของผู้นำต่างๆ รวมทั้ง การอ่านหนังสือให้มาก มาใช้ปรับตัวเอง
3. ได้รับทราบว่าตัวเองเป็นใคร (Human being) ในมุมมองอีกด้าน ทำให้ทราบว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร เมื่อออกจากงานมีจุดมุงหมายทำอะไรต่อไปหลังจากนั้น
4. ได้ทราบถึงภาวะผู้นำ ปรับเปลี่ยนจากตัวเราก่อน เกิดความคิดด้านบวกต่อตนเอง และผู้อื่น จากการที่รับทราบถึงการรับรู้แต่ละบุคคลแตกต่างกัน จากการกรอง DDG ส่งผลให้เกิดการกระทำต่างๆ ขึ้น
5. ได้รับทราบถึงความต้องการ 6 ด้านของคน คือ Certainty/Security , Uncertainty/Variety, Connection&Love , Significance , Growth และ Contribution ที่เมื่อมี 4 ข้อแรกแล้ว อีก 2 ข้อจะมีขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยังมีเรื่องความกลัว 3 อย่าง คือ กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เป็นที่รัก และกลัวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง จาก 6 Needs 3 Fear ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักตนเองมากขึ้น ว่ามีทั้ง 6 Needs 3 Fear แล้วแต่จะอยู่ในสถานการณ์ใด อะไรจะมากกว่า ทำให้เกิดการผลักดันให้เปลี่ยนแปลงไปในทางดี
6. ได้พบปะกับบุคคลต่าง เกิดความสัมพันธ์ รับมุมมองในหลายด้าน
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันที่ 29 29 29/2929มกราคม 2556
ในช่วงเช้าหลังพิธีเปิดการอบรมและปฐมนิเทศเป็นเรื่อง “การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ” โดย อ.จิระฯ ได้รับทราบในคุณสมบัติที่ดีๆของผู้นำที่โดดเด่นหลายๆท่าน รวมทั้งแนวทางที่จะสร้างภาวะผู้นำในตัวเราในตัวเราเองที่เหมาะสมกับ กฟผ. และให้ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก กฟผ. และขอขอบคุณแต่ละกลุ่มที่วิเคราะห์เสนอแนะแนวคิดของผู้นำแบบต่างๆรวมทั้งแนวคิดในการสร้างผู้นำในอนาคตของ กฟผ.
ในช่วงบ่ายเป็นช่วงของ อ.พจนาถ ซีบังเกิด ได้ให้แนวคิดในการนำคนต้องเข้าใจคนเข้าใจธาตุแท้ เข้าใจความกลัว และเข้าใจความต้องการ ของคน จึงทำให้ได้รับทราบการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเรา เข้าใจการมองตนเอง การนำธาตุแท้ของเราออกมาใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้เราเป็นผู้นำด้วยตัวตนที่แท้จริงของเราเอง รวมทั้งการสร้างความสุขในการทำงานหากทำงานแล้วสนุกและเพลิดเพลินกับสิ่งที่ทำ ได้รู้การวิเคราะห์พฤติกรรมโดยพิจารณาความกลัวของคนทั้ง3 อย่างคือ กลัวไม่ดีพอ กลัวไม่เป็นที่รัก และกลัวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ทำให้มีการบ้านต้องกลับไปทบทวนหลายๆเรื่องที่เป็นสิ่งที่ดีหากทำแล้วเรารู้สึกดี ดีต่อตัวเราด้วย และดีต่อผู้อื่น ดีต่อสังคมส่วนรวม แต่เรายังไม่ทำอีกไม่รู้ว่ากลัวอะไรถึงไม่ทำ
สุดท้ายได้รับฟังเพลงเพราะๆจากอาจารย์ ทีมงาน และเพื่อนๆในรุ่น....ร้องเพลงเก่งทุกท่านเลยครับ
สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียน วันที่ 29 ม.ค. 56
หัวข้อการสร้างผู้นำแห่งทศวรราใหม่ที่ กฟผ.
ได้ทราบความแตกต่างระหว่างผู้นำกับผู้จัดการ ชนิดของผู้นำ คุณสมบัติที่ผู้นำควรมี เช่น การสร้างศรัทธา(Trust) มีความกล้าหาญ มองการณ์ไกล คิดนอกกรอบ คิดข้ามศาสตร์ ใฝ่รู้ อดทน รับฟัง ให้เกีรติ มีเมตตา มีความซื่อสัตย์ จริยธรรมและคุณธรรม เป็นต้น ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องรักษาความสมดุลของข้อดีในแต่ละประเภท รวมถึงความจำเป็นในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่
หัวข้อ Leading People
ได้ข้อคิดที่ดีในการสรุปประเด็นว่าเรื่องที่เรียน สรุปได้ 3 เรื่อง คือเรื่อง ธาตุแท้ พื้นฐานความกลัวของมนุษย์ และความต้องการพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้เราค้นพบความสามารถ หรือความกลัวในตัวเรา ที่อาจยังค้นไม่พบ เพื่อจะได้นำไปพัฒนาตนเองต่อไป รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ที่แตกต่างกันออกไป ตามพื้นฐาน(ธาตุแท้ มโนสำนึก สติปัญญา และการรับรู้ตามสภาพแวดล้อมที่ผ่านมา)
เรียน อาจารย์จิระ
สิ่งที่ได้จากการอบรมในวันที่ 29 มกราคม 2556
หัวข้อ การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.
key word ของอาจารย์ที่โดนใจวันนี้คือ “ผู้นำที่ดี ต้องสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าการสั่งการ”
และได้เรียนรู้ถึงวิธีที่จะเสริมสร้าง/เพิ่มพูนคุณสมบัติที่ดีในการเป็นผู้นำขององค์กร
เนื่องจากไม่เคยมีความคิดหรือคาดหวังว่าจะได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เพียงแต่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดี จึงไม่เคยคิดที่จะเสริมสร้างหรือพัฒนาคุณสมบัติในด้านความเป็นผู้นำ แต่วันนี้ได้ตระหนักถึงการเตรียมตัวในด้านนี้ให้พร้อม เนื่องจาก กฟผ. จะต้องดำเนินภารกิจในภาวะที่ยากกว่าเดิม ดังนั้นถึงแม้จะไม่ได้เป็นผู้บริหารระดับสูง ก็ควนพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะช่วยงาน กฟผ. ได้ดีขึ้น
และสุดท้ายคือ ได้การบ้านมากมายค่ะ
หัวข้อ Leading People
ได้ค้นพบ ธาตุแท้ ความต้องการ และความกลัว ของตัวเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่จะดำเนินชีวิตให้มีความสุขได้มากยิ่งขึ้น
และจะนำวิธีค้นหาธาตุแท้ การวิเคราะห์ความต้องการของมนุษย์ (6 Core Needs of Human Beings) และการวิเคราะห์ความกลัวของมนุษย์ (Universal FEARS of Human Being) ไปเป็นแนวทางในการปฎิสัมพันธ์กับผู้คน ทั้งในที่ทำงานและนอกที่ทำงาน
ขอบคุณค่ะ<div>พนา สุภาวกุล</div>
เรียน อาจารย์ ดร.จีระ
ผมขอสรุปความรู้ที่ได้เรียนวันนี้ ดังนี้
จากเรื่องผู้นำแห่งทศวรรษใหม่
1.ได้รู้วิธีการเรียนรู้ของ ดร.จีระ โดยใช้ 4L,2R ,2I ,3L ,C&Eและ C-U-V
2.ผู้นำและผู้ตามต่างกันอย่างไร
ผู้นำให้ความสำคัญเรื่องคน ใช้วิธีสร้างศรัทธากับลูกน้อง มองอนาคตระยะยาวและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ผู้จัดการให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นระบบ ใช้วิธีควบคุมลูกน้อง มองผลงานระยะสั้น และมักจะไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
3.ผู้นำมีหลายแบบดังนี้
- Trust/Authority
- Charisma
- Situation
- Quiet Leader
4.คุณลักษณะผู้นำที่พึงประสงค์ ในประเทศไทย
- Integrity Leadership Style
- Grooming Future Leader
- Global Network Leadership
- Balancing Style Leaderchip
- Leadership Of Diversity And Innovations
4. การสร้างผู้นำ ใช้ 5 ทฤษฎี 5E
- Example
-Experience
-Education
-Environment
-Evaluation
ความรู้จากอาจารย์ พจนารถ เรื่อง Leading People
1.ได้เรียนรู้ ศูนย์ทั้ง 5 ของมนุษย์ซึ่งประกอบไปด้วย ธาตุแท้ สติปัญญา ร่างกาย ความรู้สึก และมโนธรรมลึกซึ้ง และ ทำให้รู้วิธีค้นหาตัวเอง
2.รู้ 6 Core Needs Of Human Beings
- Certainty/Security
- Uncertainty/Variety
- Connection & Love
- Significance
- Growth
- Contribution
3. Fears Of Human Being
- Not Good Enough
- Not Being Loved
- Not Belong To
อติชาติ โซวจินดา
ความรู้ที่ได้ในการเรียนของวันที่ ๒๙ ม.ค.๒๕๕๖
ช่วงเช้า บรรยายโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
การสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.
สิ่งที่ได้รับ และร่วมออกความคิดเห็น
ได้เรียนรู้ การปรับเปลี่ยนจากผู้จัดการเป็นผู้นำ รวมถึงการพัฒนาตนเองในเรื่องของความรู้ การปฎิบัติตนให้เกิดความยอมรับและเกิดความศรัทราของทีม คุณสมบัติและหลักการของผู้นำ ในหลายๆมุมมอง ... ทั้งทางทฤษฏีและประสบการณ์..พร้อมตัวอย่างผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนอกและในประเทศ / รวมทั้งใน กฟผ.
คุณสมบัติของผู้นำในสภาวะ / สถานการณ์ต่างๆในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
เราอาจจะนำคุณสมบัติและหลักการของผู้นำเหล่านั้นมาวิเคราะห์ แล้วมากำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติในแต่ละสถานการณ์ แต่ต้องให้มีเป้าหมายไปในทางเดียวกันกับขององค์กร
ในช่วงบ่าย บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ ชีบังเกิด ได้เรียนรู้การหาธาตุแท้ของตนเอง โดยอาจารย์ได้แนะนำเรื่อง Coachและวิธีวิเคราะห์ตนเองในเรื่องของ ธาตุแท้ของตนเอง ศูนย์ 5 ศูนย์ในคน
/ ความกลัว 3 อย่างของคน / ความต้องการ 6 อย่างของคน
เราอาจจะนำความรู้มาใช้ประโยชน์ได้ในหลายสถาณะการณ์ เช่น การจะคัดเลือกบุคคลเพื่อมาทำหน้าที่เป็นผู้นำในส่วนงานในสังกัด โดยใช้หลักการหาธาตุแท้มาเป็นปัจจัยหนึ่งในการคัดเลือกให้เหมาะสมกับภาระกิจที่จะมอบหมายไห้
สำหรับวันนี้ขอออกความเห็นโดยสรุปเพียงเท่านี้ก่อนครับ
ขอสรุปความรู้และสิ่งที่ได้จากการเรียนในวันแรกอ.ปฐมนิเทศแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้เริ่มตั้งแต่ 4 L's 2 R's 2i's 3L's C & E Theory C - U - V แนะนำรุ่นพี่ทั้ง 8 รุ่น แนะนำหนังสือดีให้การบ้านรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กนักเรียนอีกครั้ง จากนั้นก็พูดถึงการสร้างผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ที่ กฟผ.ซึ่ง อ.ก็กรุณานำแนวคิดนักวิชาการต่างผู้นำยุคต่างๆ ตัวอย่างผู้นำประเทศไทย ประเทศอื่นๆ ผู้นำกฟผ.แต่ละสมัยซึ่งมีความเหมือนและแตกต่าง จากนั้นให้พวกเราทำ WORKSHOP เพื่อหลักการแนวคิด ทฤษฎีต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับการสร้างผู้นำในอนาคตของกฟผ.ซึ่งทำให้พวกเรามีความรู้ว่าผู้นำกับผู้จัดการมีความแตกต่างกันจริงๆนะสำหรับภาคบ่าย ต้องขอขอบคุณอ.Jimi ที่นำเรื่องที่ไม่ค่อยจะนำมาสอนพวกเราทำให้เรารู้ธาตุแท้ BEING ของตัวซึ่งทำแล้วก็รู้สึกว่าจะใกล้เคียงความจริงมากเลยคนอื่นๆผมไม่ทราบนะแต่สำหรับผมใกล้เคียงชีวิตจริงมากเลยภาคค่ำพวกเราสนุกสนานกันถึงแม้ว่าจะยังไม่ทั่วถึงแต่พี่ทินกรก็มาแสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมไม่จำเป็นต้องร้องเพลงก็ได้ ได้ยิน อ.จีระบอกว่าพวกเราต้องมีตลกบ้างผมก็เห็นด้วยนะแต่ในชีวิตการทำงานปัจจุบันเรามักจะตลกไม่ออกถ้ามีเพื่อนท่านจะแสดงก็ยินดีนะครับขอบคุณ กฟผ.ที่ส่งเราอบรมหลักสูตรดีๆเช่นนี้