Leading People

วันที่ 29 มกราคม 2556

บรรยายโดย อาจารย์พจนารถ  ซีบังเกิด

·  สมัยก่อนคนจะรู้สึกไม่ชอบให้ใครมา Coach เรา

·  ผู้นำถ้าเราจะทำตามกฎ จะเป็นผู้นำที่ดีที่สุดไม่ได้ เพราะกฎถูกสร้างตามสถานการณ์นั้น ๆ 

·  Leader คือคนที่นำ Follower ไปในที่ที่ไม่เคยไป สามารถให้เดินออกจาก Boundery of Thinking เดิม

·  เวลาอ่านหนังสือให้อ่าน Summary และ  Keyword ที่สำคัญของหนังสือ อ่านหัวและท้ายของ Summary

·  ทุกเรื่องในชีวิตเป็นเรื่องง่าย อยู่ที่เราบอกจิตใต้สำนึกของเราเอง

·  ให้เรามองภาษาพูดและภาษากายไปในทิศทางเดียวกัน เราต้อง Train จิตใต้สำนึกของเรา ถ้านึกถึงสิ่งใด อย่าพูดคำว่าอย่า เพราะเราจะนึกถึงคำนั้น เช่น อย่าคอรัปชั่น ควรพูดว่า ให้ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม

·  สิ่งที่ Leader ขยันหล่อหลอมตนเองขึ้นมาเป็น External ทั้งนั้น ตราบใดที่เราไม่สามารถเป็น Leader  ของตัวเองได้ จะตกเป็นธาตุของ Model เช่น Quiet Leadership , Coaching Leader, Qualitative Leadership, Situational Leadership เราจะนำแบบไหนก็ได้ตามแต่ Follower ตามเราอยู่ เราต้องเข้าใจ Function ของมนุษย์ ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเราจะไม่สามารถ Lead ใครได้

·  ถามตัวเองว่า Who am I? ตอบ ชื่ออะไร ทำงานอะไร บ้านอยู่ที่ไหน มีครอบครัวหรือยัง แต่เมื่อตำแหน่งหายไปจะเป็นใคร  ควรตอบสิ่งที่เป็นตัวตนของเขา เช่น เป็นคนอย่างไร ชอบงานอดิเรกอะไร  เพราะเมื่อเราไม่รู้ว่าเราเป็นใคร จะเป็นความคาดหวังคนอื่น อยากให้ถามตนเองว่าตั้งแต่เด็กขึ้นมาเดินตามความฝันของใคร ของเราเอง พ่อแม่ ของเพื่อน ของครู หรือของใคร ถ้าเดินตามความฝันของตนเองถือว่าโชคดีมาก  ถ้าเราไม่แข็งแรงพอเราจะไม่สามารถเลือกอะไรที่เป็นเราได้ แล้วเรารู้หรือยังว่าจริง ๆ เราเป็นใคร คือความเป็นธาตุแท้ที่อยู่ในตัวเรา แล้วบ่งบอกว่าเราเป็นคนอย่างนี้จะฉายแววชัดเมื่อเราโตขึ้น เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร เราสามารถเป็นแบบเราได้ นี่คือสิ่งที่เรา Lead ความเป็นผู้นำในตนเอง

·  คำว่าธาตุแท้คือ Being คือสิ่งที่เป็นเราและเราไม่เหมือนใคร จะมีเป็น ร้อยกว่าตัว  เมื่อเรารู้ว่าเราคือใครแล้วเราจะตั้งเป้าหมายได้

·  พอรู้ว่าเราเป็นใครแล้ว ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น Leader แบบไหน ให้เลือกจากสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง เช่น ซื่อสัตย์ โปร่งใส Creative Innovative Diversity และอันไหนที่เรา Develope ได้ ให้ Develope from Strange  การทำงานกับมาเล่นเหมือนกันจะมีความ Balance กัน  เรามี Need และ Fear  Need คือความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทั้ง 6 อย่างพร้อม ๆ กัน ถ้าตัวไหนขาดเราจะมีพฤติกรรมที่เติมเต็ม ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบ Leader  ที่ดีจะมีพฤติกรรมเติมเต็มทางด้านบวก  อะไรที่พลักดันให้เราพูดทั้ง ๆ ที่พูดแล้วเสียหายคือความกลัว (Fear) คือเราจะใช้ความกลัวเป็นเพื่อนหรือใช้ความกลัวเป็นตัวบั่นทอน

Need ตัวไหนเป็นตัว Lead เรา แล้ว Fear ตัวไหนเป็นตัวผลักดันให้เราเป็นเช่นนี้

วันนี้สิ่งที่จะเรียนรู้

1. หา Being หรือธาตุแท้ของตนเอง

2. หา Need และ Fear

3. ขจัดอุปสรรคที่ทำให้เราติดอยู่ตรงนี้

ทำไมถึงเรียกว่า Being หรือ ธาตุแท้

·  เราเป็นใครจะแสดงถึงสิ่งนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางวัตถุ หรือสภาพแวดล้อมทางบุคคลที่เลี้ยงดูเรามา

·  สรุปคือต้องเป็นตัวเองก่อน คือต้องรู้ให้ได้ว่าธาตุแท้เรามีอะไร ธาตุแท้เหมือนเป็นหลักศิลา เราต้องใช้สมองในการเป็นตัวดึงขึ้นมา

·  สติ ปัญญา ส่วนใหญ่พ่อแม่เป็นตัวหล่อหลอมขึ้นมา การพัฒนาเด็กว่ามีสติปัญญาฉลาด เช่นพ่อแม่จะชอบชื่นชมในความฉลาดของลูก ส่วนใหญ่ส่งไปเรียนพิเศษกวดวิชาเป็นต้น

·  เราสนใจพัฒนาสติ ปัญญามากจนบางครั้งเกินความรู้สึก

ศูนย์ 5 ศูนย์ในตัวเรา

1.ธาตุแท้

2.สติปัญญา

3.ความรู้สึก เช่น เหงา รัก สะเทือนใจ โกรธ เสียใจ

สรุปคือ เราต้องกลับไปที่ธาตุแท้ว่าเราต้องเป็นคนให้ความรักเป็น

4. ร่างกาย ต้องรู้จักร่างกายของเราว่าสุขภาพเป็นอย่างไร ร่างกายส่งสัญญาณอย่างไร ถ้าร่างกายไม่ Perfect ทั้ง 4 ศูนย์จะตายได้

5. มโนธรรมลึกซึ้ง อยู่ใกล้กับ ธาตุแท้ เป็น Believe Conscious เช่นคุณธรรมทั้งหลาย

- มโนธรรมสังคม ตอนเกิดมาตอนแรกดูแลตัวเองไม่ได้ จนกระทั่ง 7 ขวบดูแลตนเองได้ ตอน 0-7 ปี จะ Depend on คนอื่น ใครสอนอะไรมาก็เชื่อ สิ่งนี้จึงกลายเป็น Value ตั้งแต่เด็ก เช่น ต้องเคารพผู้ใหญ่ บุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระ เป็นต้น

- มโนธรรมสมอง คือมโนธรรมส่วนตัวที่สร้างขึ้นมาได้

- มโนธรรมลึกซึ้ง คือสิ่งที่เราปรึกษากับธาตุแท้ว่าสิ่งนั้นดี และเชื่อได้ เราจะตัดสินใจอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีกฎระเบียบมา Guideline

·  ถ้าเราจะตัดสินใจอะไร อย่าเพิ่ง Take  Action ให้ลองดูก่อนว่าเรานิ่งไหม ?  ถ้าไม่นิ่งแสดงว่าไม่ใช่ Good Decision มีหลายครั้งที่การตัดสินใจแล้วรู้สึกหงุดหงิดแสดงว่า ธาตุแท้กับ มโนธรรมลึกซึ้งไม่ทำงาน

·  ความรู้สึกกับสติปัญญามาก่อน บางครั้งความรู้สึกจะพาเราไปที่นั่นที่นี่ การรู้จัก 5 ศูนย์จะช่วยให้เรารู้เป้าหมายของตนเอง

·  การมีพฤติกรรมแย่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่ธาตุแท้ แต่เรียกว่าเป็นแผลในชีวิต เช่นชอบไปกินอาหารนอกบ้าน  ชอบมีกิ๊ก

·  วิธีสัมภาษณ์ ให้เล่า Success Story ให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง ให้เล่าแบบ Star Model ว่า Situation ในตอนนั้นมีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้น Take  Action อะไรไป  มีเรื่องไหนอึดอัดใจ แล้วตัดสินใจว่าทำอะไรจะเจอมโนธรรมลึกซึ้ง ว่าเมื่อตัดสินใจนั้น Base on อะไร

·  ตัวอย่างการค้นหา Being ในตนเอง

1. เคยมีคนชมคุณว่าอะไร

2. ถ้าเลือกเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งจะเลือกสัตว์อะไร แล้วอธิบายคุณสมบัติของสัตว์เหล่านั้นว่าทำไมอยากเป็น

3. ถ้าวันนี้ให้เวลาพักร้อน 2 ปี แล้วกลับมายังมีงานเหมือนเดิม จะเอาเวลานี้ไปทำอะไร

4. เมื่อคราวที่ฉันทุกข์ที่สุด ฉันผ่านมาได้อย่างไร

5. กิจกรรมที่ทำให้ฉันมีความสุขเมื่อได้ทำคือ

ท้ายสุดให้เขียนบุคคลที่ฉันชื่นชมคือใคร (อาจมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้) แต่ให้เขียนว่าเพราะเหตุใดเราถึงชื่นชมเขา

การวิเคราะห์ (ให้วาดลงกระดาษรูปโขดหิน แล้วให้เขียนข้อมูลจากข้อ 1-5 ดังนี้)

1. อะไรก็ตามที่เราเป็นตลอดเวลา ใส่ไว้ที่โขดหินเลย

2. อะไรก็ตามที่เราเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง ให้ใส่ไว้ที่ตรงน้ำขึ้นน้ำลง

3. อะไรก็ตามที่เราไม่เคยเป็นแต่อยากเป็น ให้ใส่ไว้ที่ใต้น้ำ

ถ้าตอบข้อ 1 เยอะหมายความว่าเรามีบุคลิกอย่างนี้ชัดเจน คนมองเห็นเรา

ถ้าตอบข้อ 2 เยอะหมายความว่ามีสภาพแวดล้อมทางวัตถุและตัวบุคคลไม่เอื้อให้เราเติบโตทางด้านนี้ แต่เราสามารถเป็นได้โดยหาสภาพแวดล้อมให้สอดคล้อง  เราสามารถเลือก Take Action กับพฤติกรรมของนายได้

ถ้าตอบข้อ 3 ถ้าเราไม่มีตรงนี้เราจะไม่สามารถเห็นตรงนั้นในตัวคนอื่น

*** เขียนทั้งหมดลงในกระดาษ A4 แล้วชื่นชมว่าสิ่งนี้เป็นธาตุแท้ที่มีอยู่ในตัวเราทั้งสิ้น ใครมาว่าเราก็ให้ยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้ดู ถ้าเขาไม่ดูก็บอกว่าให้ไปรักตัวเองซะ เพราะทุกคนมีธาตุแท้ที่ดีอยู่

·  การคิดลบหรือคิดบวกอยู่ที่เราสร้าง Story ในหัวเรา  

·  ถ้าธาตุแท้เรานิ่งเราจะไม่หวั่นไหว หรือตกเป็น Effect ของใคร

·  วัน ๆ หนึ่งเราใช้เงินในการใด เราก็จะเป็นแบบนั้น วัน ๆ หนึ่งคบเพื่อนแบบใดเราก็จะเป็นแบบนั้น

·  มนุษย์ทุกคนไม่ว่ามีพฤติกรรมแบบไหน เขามี Good Intention Behind เสมอ ในโลกนี้ไม่มีใครอยากเป็นคนเลว แต่เขาเป็นคนเลวเพราะเขามี Resource ที่จำกัดมากจนคิดไม่ได้ว่าไม่ดีต่อสังคมโดยรวม เช่น มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เห็นเป็นเรื่องธรรมดา  หน้าที่ของเรา คือต้องเป็น Leader ที่ดึง Resource ที่ดีออกมาให้ได้

·  ในเรื่องนี้ไม่มีเรื่องไหนที่ถูกต้องหรือจริง 100 % ทุกเรื่องอยู่ที่การให้ความหมาย แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน เราต้องไม่ Judge คนอื่น หมายถึงเราให้อภัยได้  เพราะความสามารถของสมองของเรารับข้อมูลได้จำกัด  พบว่า รอบ ๆ ตัวเรามีข้อมูลสองล้านบิตต่อวินาที สมองรับได้ 134 บิตต่อวินาทีเท่านั้น หมายความว่าสมองต้องลบข้อมูลไปเกือบสองล้านบิตที่ทิ้งไป แต่ละคนเก็บข้อมูลไม่เหมือนกัน สมองจะลบบางส่วนที่ไม่จำเป็น เราบิดเบือนบางข้อมูลให้เป็นอย่างที่เรารับรู้มัน

ดังนั้นขอเสนอว่าเวลาจะไป Present  อะไร ให้สรุปแค่ 2-3 เรื่องเท่านั้น เนื่องจากความจำของสมองมีจำกัด

·  Key Factor ของคนที่ประสบความสำเร็จ อารมณ์ต้องดีและร่างกายต้องดีอยู่ใน Stage ตลอดเวลา เราเจอกันด้วย Behavior  ข่าวสารบางข่าวสารทำให้มี Stage ที่ดี เมื่อไรก็ตามที่อารมณ์ไม่ดี ทางแก้ไขวันไหนก็ตามที่อารมณ์ไม่ดี จิตตก ให้ขับรถร้องเพลงตลอดเวลา หรือนึกถึงเรื่องที่ดี ๆ  ให้ใช้ลักษณะ Phisiology เข้าช่วย หรือ Phychology เข้าด้วย ให้เช็คว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกว่าอารมณ์ดีให้ทำสิ่งนั้น จะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น ให้ดึง Resource สิ่งนั้นมา

บางครั้งเมื่อเกิดความประหม่าทำให้ Presentation ไม่ดี วิธีแก้ไขคือให้ฝังสิ่งที่เคย Present แล้วประสบความสำเร็จตรงนั้นออกมาให้ได้

·  Stage คือ Phychology เมื่อเราไม่สบายเราจะทำอย่างไรให้ร่างกายดีขึ้น  ทำใจให้เข้มแข็งอย่าจิตตก แล้วจะรอด

·  What People think about you is non of your business ขอให้รักษาธาตุแท้ของเราให้ดี จักรวาลจะ Take care เราเอง อย่าทำตัวเป็น Effect ของคนอื่น เพราะชีวิตเราเป็นของเรา แต่อย่ายโส

ความกลัวทางจิตวิทยา มี 3 สิ่ง

1.กลัวไม่ดีพอ

2.กลัวคนไม่รัก

3.กลัวไม่รับเป็นพวก

  *** ให้เลือกเราทำอะไรก็ตามที่เราตรงกับธาตุแท้ของตัวเอง เราจะเป็น Leader แบบไหน ให้เราทำสิ่งที่เราคุ้นเคยหรือถนัด

·  การมีธาตุแท้แล้วไม่ประสบความสำเร็จแสดงว่าเรามี Fear

·  คุณสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณไหม

·  การเป็นผู้ว่าฯ ที่ดีต้องเป็นคนที่เด็ดขาดและตัดสินใจเรื่องที่สำคัญได้ ต้องตัดความ Fear ให้หมด  กล้าตัดสินใจ และกล้า Challenge

คำถาม

·  มีอะไรในชีวิตนี้ที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำ กลัวอะไร เราเชื่ออะไรอยู่

ความเชื่อที่สกัดกั้นความเจริญเติบโต  เช่น ยังมีเวลาพอ และความกลัวต่าง ๆ  ความกลัวบางครั้งมาจากธาตุแท้

ผู้ชายเป็นเพศนักล่า แต่ปัจจุบันผู้หญิงทำงานด้วย แสดงว่าผู้หญิงกำลังแย่งซีนผู้ชายเล่นทำให้ผู้ชายไม่มีที่ยืน ทำให้ไปยืนบ้านอื่น หรือเป็นเกย์เยอะขึ้นเป็นต้น ดังนั้นให้ผู้หญิงเล่นบทผู้หญิงให้เป็น ให้ผู้ชายบริหารจัดการเอง ผู้หญิงมีหน้าที่ทำทุกอย่างที่ผู้ชายหามาเพื่อแบ่งปันกับคนในบ้าน ผู้หญิงจะทำหน้าที่เหมือน Queen เป็นผู้ปกป้อง แต่อย่าทำตัวเป็น King ด้วย

Identity ของผู้ชายคือการเป็นทัพหน้า

สรุป  ไม่ต้องกังวลว่ากลัวอะไรขอให้เรา Awareness

Ecology

ทำอะไรที่เรา Feel good แล้วรู้สึกดี คือ ดีกับเรา ? ดีกับคนอื่น? ดีกับสังคมมวลรวม ?

เราควรทำ

Feel good เมื่อ good for me,good for other,good for the better good

บางครั้ง not feel good แต่ควรทำ เมื่อ good for me, good for other, good for the better good

เราจะเป็น Leader จากข้างใน

การที่เราคิดบวกได้ให้เข้าใจว่า

The Map is not the Territory หมายถึงแผนที่ชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพียงแค่อยากเข้าใจจังเลยว่าทำไมเขาถึงคิดอย่างนี้

Human 6 core needs

1. Certainty / Security

2. Uncertainty /Variety

3. Connection & Love

4. Significant

5.Growth

6.Contribution

** ถ้า 4 ข้อแรกมีครบ เติมเต็ม ข้อ 5,6 จะมาเอง และเป็นบวกแน่นอน ให้ตัดสินใจว่าถ้าเรามีคุณสมบัติอย่างนี้เราจะเป็นใครได้อีก

   สรุปคือ ต้องอ่านให้ขาดทั้งตนเองและผู้อื่นว่า 1. ธาตุแท้มีอะไร 2. Fear  อะไร 3 . Need อะไร