หน้าที่อันทรงเกียรติประการหนึ่งในชีวิตของผู้เขียนคือ การได้รับมอบหมายจากสภามหาวิทยาลัยให้เป้นกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดีในโอกาสที่ท่านดำรงตำแหน่งครบครึ่งวาระ ถึงสองครั้งสองครา ระยะเวลาในการดำเนินการห่างกันสี่ปี ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย
ผู้เขียนจึงต้องการเขียนบันทึกไว้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่ผ่านมา
จากการที่ประสบการณ์ของการประเมินทั้งสองครั้งมีความแตกต่างในขั้นตอนการประเมิน จึงขอเปรียบเทียบการดำเนินการดังนี้ธิการบดีและทีมงาน
ประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดี 2 แบบประกอบด้วย
1 การประเมินโดยคณะกรรมการในครั้งเดียวกัน
เป้นการเข้าประเมินโดยคณะกรรมการในคราวเดี่ยวกันใช้เวลาในการประเมินผล 3 วัน
กำหนดการประเมิน
วันที่ 1
เช้า
รับฟังการบรรยายสรุป โดยท่านอธิการบดีและผุ้บริหารมหาวิทยาลัย สอบถามผู้บริหาร ผุ้ใช้บัณฑิจ นักศึกษา ศิษย์เก่าผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ผู้ปกครอง ผู้นำท้องถิ่น
บ่าย
ลงพื้นที่ สำนักงานอธิการบดี
ศึกษาภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัย
วันที่ 2 และวันที่ 3 เช้า
เช้า บ่าย
ลงพื้นที่รับฟังการบรรยายสรุปจากคณะ สถาบัน ในส่วนที่เกี่ยวกับผลการดำเนินงาน และสอบถามการนำนโยบายของมหาวิทยาลัยไปปฏิบัติเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ร่วมกัน สอบถามผู้บริหาร ผุ้ใช้บัณฑิจ นักศึกษา ศิษย์เก่าผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ผู้ปกครอง ผู้นำท้องถิ่นของคณะนั้นๆ
วันที่ 3 บ่าย
คณะกรรมการสรุปผลการดำเนินงาน
ข้อดี
1 คณะกรรมการมีความเข้าใจและประเมินสิ่งที่ได้พบเห็นในคราวเดียวกัน
ข้อเสีย
1 อาจนัดวันในการประเมินค่อนข้างยากเนื่องจากผู้ประเมินเป้นผู้ทรงคุณวุฒิที่มึภาระงานไม่ตรงกัน
2 อาจได้ข้อมูลในการประเมินไม่ละเอียดเนื่องจากระยะเวลาจำกัด ดดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีหน่วยงานภายในจำนวนมาก
2 การประเมินโดยอนุกรรมการย่อย
เป้นการแต่งตั้งอนุกรรมการโดยมีคณะกรรมการเป้นประธานในแต่ละชุด ออกประเมินแยกย้ายกันไปในคระ วิทยาลัยที่ได้รับมอบหมาย แล้วนำผลการดำเนินงานมานำเสนอในคณะกรรมการใหญ่เพื่อสรุปผลการประเมินก่อนเสนอสภามหาวิทยาลัยอีกครั้งหนึ่ง
ข้อดี
1 อนุกรรมการแต่ละคณะมีความเชี่ยวชาญในคณะที่เข้าประเมินสามารถให้ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติได้เป็นอย่างดี
ข้อเสีย
1 ใช้เวลาในการประเมินหลายวันขึ้นอยู่กับประธานและอนุกรรมการแต่ละคณะ
2 ใช้งบประมาณในการดำเนินการมาก
3 ยากต่อการรวบรวมข้อมูลและจัดเก้บเอกสารสรุปผล
4 คณะกรรมการจะขาดข้อมูลในส่วนที่ไม่ได้เข้าประเมิน
อย่างไรก้ตามการดำเนินการทั้งสองอย่างย่อมมีข้อดีและข้อเสียขึ้นอยุ่กับบริบทของมหาวิทยาลัยและคณะกรรมการว่ามีความเหมาะสมมากน้อยประการใด แต่สุดท้ายได้ผลลัพท์ออกมาตามวัตถุประสงค์คือ เป้นการประเมิรเพื่อให้เกิดการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง คือ เป้าประสงคืที่สำคัญกว่าวิธีการหรือขั้นตอนในการดำเนินการ