นานมาแล้วมีพระราชาพระองค์หนึ่ง ครองราชสมบัติด้วยความสนุกสนานฟุ่มเฟือย ทุกๆอย่างที่พระองค์ต้องการ จะต้องได้มาเสมอ โดยเฉพาะแลองพระองค์ชุดใหม่ เพราะแต่ละชุดใช้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ต้องมีคณะช่างผู้ออกแบบและต้องทำล่วงหน้าไว้เสมอไม่ให้ขาดแคลนได้ และต้องออกแบบใหม่แปลกกว่าเดิมไม่ให้ซํ้าแบบกัน พวกมหาดเล็กต้องคอยตรวจตราการจัดฉลองพระองค์และรับสินบนเพื่อกราบทูลให้พระราชาทรงพอพระทัยกับชุดฉลองพระองค์ที่คณะช่างจัดทำขึ้น เช่นการเอาของที่ทรงใช้แล้วมาดัดแปลงใหม่ โดยพวกมหาดเล็กช่วยกราบทูลให้ทรงพอพระทัย จึงเกิดธรรมเนียมการติดสินบนและรับสินบนทุกระดับขั้นเป็นขั้นๆไป ความเดือดร้อนก็ไปตกแก่ประชาชน เมื่อถูกขูดรีด๓าษีมากขึ้น เพื่อนำไปใช้ในกิจการของพระราชา
ข่าวแพร่สพัดไปทั่วทั้งเมืองไกล้เมืองไกลทั้งหลาย กิติสัพท์การใช้ฉลองพระองค์ที่ฟุ่มเฟือยสิ้นเปลืองนี้ ทำให้สองหนุ่มต่างเมืองเข้ามาสืบเสาะหาข้อเท็จจริง เมื่อสืบรู้ได้ความแล้ว ก็จัดหาบ้านเช่าเปิดกิจการทอผ้าทองคำและรับตัดเย็บเสื้อผ้าทองคำนี้ด้วย และติดประกาศโฆสนาว่าเป็นผ้าวิเศษ จนพระราชาทรงทราบ จึงจัดขบวนเสด็จพร้อมด้วยข้าราชบริพารมาที่ร้านสองช่างหนุ่ม เมือได้ทรงเห็นเครื่องจักรพระราชาก็ไม่คิดว่าจะทำได้ มีแต่เครื่องเกะกะรุงรังเต็มไปหมด ไม่มีลักษณะเป็นเครื่องจักรเลย
"เครื่องมือเครื่องจักรของข้าฯไม่เหมือนของผู้ใด เพราะเป็นเครื่องมือเครื่องจักรที่วิเศษจริงๆพระเจ้าข้า"ช่างหนุ่มกราบทูล
"จงบอกมาซิว่าผ้าทองคำของเจ้านั้นวิเศษอย่างไร"พระราชาตรัสถาม
"ข้าแต่พระองค์"ช่างหนุ่มกราบทูล "ชุดฉลองพระองค์ที่ข้าฯจะทำนี้ จะตรวจสอบข้าราชบริพารของพระองค์ได้พระเจ้าข้า
"ตรวจสอบได้อย่างไรใหนว่ามาซิ" พระราชาตรัสถาม
"ข้าแต่พระองค์"ช่างหนุ่มกราบทูล "หากว่าข้าราชบริพารของพระองค์ผู้ใดไม่ซื่อสัตย์คดโกงติดสินบน กินสินบนจะมองไม่เห็นความสวยของฉลองพระองค์นี้ จะมองไม่เห็นเลย พระเจ้าข้า"
พระราชาทรงหันพระพักตร์ไปหาข้าราชบริพารทุกคนหลบหน้าไปตามๆกัน พระราชาพอพระทัยทรงตกลงให้ช่างทำชุดฉลองพระองค์ที่วิเศษนี้ แล้งทรงตรัสว่า"เจ้าจะคิดราคาเท่าไหร่
"ข้าแต่พระองค์"ช่างหนุ่มทูล "ข้าพระพุทธเจ้าคิดไม่แพงดอกพระเจ้าข้าแต่ทองคำที่จะเอามาทำนั้นข้าฯไม่มี ขอทรงโปรด"
"ไม่เป็นไรทองคำจะเบิกให้จนพอเพียง ให้ท่านบอกมาเถิด"พระราชาทรงตรัสสองช่างหนุ่มสืบรู้มาแล้วว่าท้องพระครังมีทองอยู่เท่าใด จึงบอกจำนวนที่มากพอดูแต่ไม่ให้หมด ให้เหลือในท้องพระคลังบ้าง พระราชาทรงตกลงให้ทำเสร็จในหนึ่งเดือน ถ้าเสร็จไม่ทันมีโทษประหาร ดดยกำหนดการจะใส่ฉลองพระองค์ชุดนี้ออกเยี่ยมประชาชนทุกสายถนน เพื่อให้ประชาชนได้ชมพระบารมีพร้อมกับชมแลองพระองค์ชุดวิเศษนี้ ระหว่างเวลาทำยังไม่เสร็จให้คณะกรรมการมาตรวจดูทุกๆสามวัน เมื่อคณะกรรมการชุดแรกมาดู นายช่างหนุ่มก็ทำเป็นหยิบฉวยยกให้ดูแล้วถามวา่สวยไหม(หยิบความว่างเปล่า) คณะกรรมการก็ตกใจที่ไม่เห็นอะไรเลย ก็ไม่กล้าบอกความจริง ถ้าบอกว่าไม่เห็น ก็หมายถึงตัวเองเป็นคนคดโกงทุจริต ทุกคนจึงตอบว่าสวยมาก เมื่อกลับไปกราบทูลพระราชาว่าเสื้อผ้าทองคำสวยมากๆวิเศษจริงๆ ทุกๆคณะที่มาตรวจดูต่างก็ตอบเหมือนกันหมดและกลับไปกราบทูลพระราชาเหมือนกันหมดว่าสวยมากๆวิเศษจริงๆ
ฝ่ายสองหนุ่มก็ผลัดเปลี่ยนกันกลับบ้านเมืองเพื่อทำธุระของตน จนถึงวันกำหนดตามสัญญาสองช่างหนุ่มจัดแจงเอากระเป๋าใบใหญ่ใส่ชุดฉลองพระองค์อันวิเศษนำเข้าพระราชวัง
วันนี้เป็นวันสำคัญยิ่งมีประชาชนคอยรับเสด็จอยู่มากมายทั่วทุกสายถนนตลอดแนวจนถึงหน้าราชวัง ที่ในพระราชวังสองช่างหนุ่มกำลังจัดแต่งองค์พระราชาทำทีเป็นว่าสวมชุดใหม่เข้าไปหลังจากถอดชุดเก่าออกหยิบนั่นจับนี่วุ่นวายไปหมดเมือจัดแจงแต่งองค์เสร็จแล้วก็ทูลลาออกไปก่อน ก่อนที่จะถึงเวลาฤกษ์เสด็จ สองหนุ่มเมื่อออกมาแล้วรีบขึ้นม้าที่เตรียมไว้ควบตบึงกลับบ้านเมืองอย่างรวดเร็ว ส่วนทองคำได้ขนกลับไปหมดแล้วเมื่อผลัดกันกลับบ้าน
" พระราชาเสด็จแล้ว " เสียงไชโยดังมาจากมหาดเล็กและข้าราชบริพารเสียงถวายพระพรดังกึกก้องต่างชื่นชมกันมากขึ้นดังขึ้น พระราชาทรงปั่นป่วนสับสนทรงรู้สึกพระองค์ว่าไม่ได้สวมใส่อะไรเลย ทรงเสด็จมาขนาบด้วยมหาดเล็กติดตามด้วยข้ราชบริพารของพระองค์เสียงชื่นชมดังขึ้นและดังขึ้นส่วนมากเป็นเสียงของข้าราชบริพาร ส่วนเสียงประชาชนค่อยเบาลงและหันมาซุบซิบกันเป็นกลุ่มๆถกเถียงกันเบาๆกับพฤติกรรมของพระราชาระหว่างความสับสนของประชาชน ก็มีเสียงปกาสิทธิ์ดังออกมา
" พระราชาแก้ผ้า " "มาดูพระราชาแก้ผ้า พวกเรามาดู" และมีเสียงโห่ของเด็กๆจำนวนมากขึ้น"
"พระราชาเปือยกาย" "เขาไม่เหมาะเป็นพระราชา" เสียงผู้ใหญ่อื้ออึงขึ้น "จับพระราชากับพวกพ้อง"บางเสียงบอกว่าเนรเทศออกไปพระราชาสลบหมดสติแล้วเมื่อเด็กพูดขึ้นว่าพระราชาแก้ผ้า เพราะเด็กไร้เดียงสา เด็กพุดตามที่เห็น เด็กไม่สอพลอ
อาวสานของ the king and the new clothes ด้วยปการฉนี้
เรื่องเก่าๆจากหนังสืออ่านภาษาอังกฤษชั้นมัธยมใหนจำไม่ได้สมัยปีพ.ศ.2504 หาหนังสือไม่ได้แล้ว เอามาเล่าใหม่ตามที่พอจำได้
คงจะขาดตกหล่นไปมั่ง ตอนนั้นพ่อคงจะเรียน ม.5หรือม.6 พ่อจะจำเนื้อเรื่องได้ถูกต้องแต่ไม่จำข้อปลีกย่อยหรือรายละเอียด เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นจึงไม่คลาดเคลื่อนนัก
สวัสดีจ้ะคุณเครื่องหมายปรัศนีย์ (?) เคยฟังนิทานเรื่องนี้มาบ้างเหมือนกัน สนุกดีจ้ะ
ขอบคุณครับ คุณมะเดื่อที่มาเยี่ยมเป็นกำลังใจ
"เครื่องหมาย?คำถามเดี่ยว"เป็นนามปากกาครับ(อ่านว่า"เครื่องหมายคำถามเดี่ยว")
ขอจงมีความสุขสวัสดีครับ
ขอบคุณครับ คุณชยพร แอครัจน์สำหรับดอกไม้ครับ
ขอจงมีความสุขสวัสดีครับ
แวะมาอ่านเรื่องดีๆนะคะ
ขอบคุณ คุณครูอิ๊ดครับที่เข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจ