ผู้ป่วยระยะสุดท้ายกับการจากไปอย่างมีความสุข (good death)

สวัสดีทุกๆคนครับ

ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์รัชณีย์ ป้อมทอง จากโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์  ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้  และตะหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย(End of life care)

ผู้ป่วยระยะสุดท้าย  หมายถึงผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าสภาวะของการป่วยไข้เป็นระยะลุกลาม  เรื้อรัง  หรือเป็นการป่วยไข้  ที่เข้าสู่ระยะท้ายๆของโรค  ซึ่งไม่มีวิธีรักษาให้หายได้  (นพ.  สถาพร  ลีลานันทกิจ,2552)

อาจจะทำให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นครับ  โดยการนึกไปถึงผู้ป่วยติดเตียง  ผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล  ในสภาพที่อาจมีสายระโยงระยางมาสุดปลายสายที่คอ  หรือการเจาะคอเพื่อรับออกซิเจน,  การให้อาหารทางสายยาง  เป็นต้น  เราจะทำอย่างไรดีให้พวกเขามีการจากไปจากโรคนี้อย่างมีความสุข

ปกติผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เข้าใจถึงสภาะของโรค  เช่น  ในรายที่อาการรุนแรงมากๆ  จะไม่กลัวตายแล้ว  แต่จะกลัวความทรมานตอนใกล้ตาย  ว่ากันว่าการตายที่สบายที่สุดคือการหลับตาย???  การตายดีคืออะไร???


เป้าหมายของการดูแลรักษาผู้ป่วย  หลักๆเลยคือ  การช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  การช่วยผู้ป่วยในการวางแผนชีวิตก่อนตาย  การช่วยผู้ป่วยให้ได้ทำสิ่งที่ผู้ป่วยยังกังวลใจ  ยังห่วงอยู่ในใจให้สำเสร็จ(unfinished  business)  การทำให้ผู้ป่วยมีความสุขกับชีวิตปัจจุบันของเค้า  และช่วยให้เสียชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์


นิยามของกิจกรรมบำบัดคือ  เป็นวิชาชีพ  ที่มีการประเมิน  ส่งเสริม  ป้องกัน  บำบัด  ฟื้นฟู  ไม่มีการรักษาแต่มีสื่อการรักษา  (Therapeutic  Media)  


กระบวนการทางกิจกรรมบำบัดคือ  การประเมิน, การรวบรวมข้อมูล, ตั้งเป้าประสงค์, วางแผนการรักษา และการประเมินซ้ำตามลำดับ

กรอบอ้างอิง Psychospiritual integration Frame of Reference เป็นกรอบอ้างอิงที่ใช้ในผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยมีองค์ประกอบ ได้แก่

  • Becoming :การรับรู้ตนเองในสภาพร่างกาย, จิตใจ และจิตวิญญาณ
  • Meaning:การส่งเสริมให้เกิดคุณค่าและความหมายในชีวิต โดยผ่านกิจกรรมที่มีความหมาย หรือกิจกรรมที่ผู้รับบริการสนใจเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำกิจกรรม และการวางแผนการใช้ชีวิตช่วงวาระสุดท้ายให้มีความสุข
  • Centredness: การเห็นถึงคุณค่าของตนเอง ระลึกถึงในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข
  • Connectedness: การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับบริบทต่างๆ เช่นสภาพแวดล้อมทางกายภาพ, สังคม, วัฒนธรรม, ความเชื่อ ศาสนา และการจัดสภาพแวดล้อมให้ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการ
  • Transcendence: นิพพานหรือความสุขช่วงสุดท้ายของชีวิต การมีคุณภาพชีวิตที่ดี, จากไปอย่างสงบ


บทบาทของนักกิจกรรมบำบัด (occupational  therapy)กับผู้ป่วยระยะสุดท้าย  ในมุมมองส่วนตัวของผมซึ่งเป็นนักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่3 ผมจะมองว่าเราจะให้การดูแลผู้ป่วยแบ่งออกเป็น2ช่วง  คือ

1.  ช่วงก่อนตาย  (Pre-Dying)

เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม  (มีการคำนึงถึงผู้ป่วยทั้งด้านร่างกาย  จิตใจ  สิ่งแวดล้อม  จิตวิญญาน)  และการที่ผู้ป่วยต้องนอนติดเตียงอยู่แต่ในรพ.  ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดจะส่งเสริมให้เค้าทำกิจกรรมงานอดิเรกอะไรก็ได้ที่เค้าชอบและยังพอทำได้  เช่น  การให้ทำงานฝีมือเล็กๆน้อยๆที่สามารถนั่งทำในรพ.ได้  ผลที่ได้คือทำให้ตนเองรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า เกิดความสุข การให้เทคนิคการจัดการเวลา (time  management)ให้เค้าใช้เวลาในแต่ละวินาทีอย่างมีคุณค่าที่สุด  เช่นการทำกิจกรรมที่ชอบ  การสะสางเรื่องที่เค้ายังทำไม่เสร็จ  การจัดสิ่งแวดล้อมในห้องของรพ.  ให้เค้าชอบ  และรู้สึกดีเหมือนอยู่บ้าน  คลายความกังวล  การให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด        

2.  ช่วงใกล้ตาย  (Dying)

 ในระยะสุดท้ายจริงๆ  ผู้ป่วยเค้าจะเข้าใจนะ  รับรู้ได้(เช่น  เปิดธรรมะให้ฟัง  แต่ถ้าเค้าไม่ชอบ  เค้าจะคิ้วขมวดเลย)  แต่พูดคุยไม่ได้แล้ว  ได้แต่นอนอยู่ที่เตียง  สิ่งที่นักกิจกรรมบำบัดทำคือ  การส่งเสริมให้เค้าได้รับความสุขให้ได้มากที่สุด  เช่น  การให้คำแนะนำกับญาติเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย  และแนะนำให้ญาติผู้ป่วย  เปิดเพลง  หรือคลื่นวิทยุที่ผู้ป่วยชอบฟัง  การให้ญาติไปพูดคุยกับเค้า  พูดแต่เรื่องดีๆที่เคยทำร่วมกัน  การทำในสิ่งที่เค้าศรัทธา  ทำทุกอย่างเพื่อให้เค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพราะเค้าคือมนุษย์คนนึง  ให้เค้าคิดถึงคำสอน  หลักธรรมของศาสนาประจำตัวเค้า  เช่นในพุทธศาสนิกชน  สมมติว่าผู้ป่วยเคยทำอาชีพฆ่าสัตว์มาก่อน  พอใกล้ตายเค้าก็จะนึกถึงเสียงร้องของสัตว์ที่เค้าฆ่า  ดังนั้นเราควรให้เค้านึกถึงพุทธศาสนาก่อนตาย  เพื่อให้เค้ามีการตายที่ดี  อาจมีการนิมนต์พระมาให้คำสอน  เป็นต้น


สุดท้ายแล้วความตายเป็นสัจธรรมของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  จึงเป็นหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัด  ทีมสุขภาพ  และผู้ดูแลที่จะช่วยให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายเสียชีวิตอย่างสมศักดิศรีความเป็นมนุษย์  มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด และมีความสุขกับปัจจุบันเท่าที่เป็นไปได้  ^^


ปล. ขอขอบคุณแรงบันดาลใจในการเขียนจากอาจารย์รัชณีย์ ป้อมทอง   และ MVมิวสิกวิดีโอ  เพลงคนไม่มีเวลาของว่าน  AF2  ครับและสุดท้ายขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกคนจากใจจริงครับ



นายนฤเบศ  เสาร์แก้ว

นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่3

คณะกายภาพบำบัด  มหาวิทยาลัยมหิดล