เมื่อนานมาแล้ว ผมอ่านบทความของนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล Carl Weiman จาก University of Colorado ผู้ผันตัวเองจากการค้นคว้าเชืงลึกมาสู่นักการศึกษาตัวยง (จริงๆ เขาแค่ทำเพิ่มครับ งานเก่าเค้าก็ทำอยู่) ถูกใจกับคำถามง่ายสี่ประการ สำหรับกระตุ้นการเปิดความคิด ความมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และการอภิปราย หรือที่ชาว GotoKnow เรียกว่า "ลปรร." (แลกเปลี่ยนเรียนรู้)
1. เหตุใดถึงต้องรู้ (Why is it worth knowing?) จุดเริ่มต้นของความคิดคือความอยากรู้ จำเป็นมากที่จะต้องใช้เวลาในการพยายามให้เด็กรู้ว่าทำไมถึงต้องรู้ ผมยังจำตัวเองได้สมัยเรียนฟิสิกส์ระดับมหาวิทยาลัย ถึงผมจะชอบเรียนฟิสิกส์ ผมไม่เข้าเรียนวิชาฟิสิกส์เลย (เด็กๆอย่าเอาอย่างนะครับ) เพราะผมไม่สามารถตอบได้ว่า เป้าหมายของการเรียนในชั้นคืออะไร ทำไมผมถึงต้องเรียนมัน ผมเห็นแต่สมการหลากหลาย วิธีการแทนค่าต่างๆ ไม่สนุกมากๆ ผมจึงเลือกที่เอาเวลาไปนอน (พอดีวิชาเป็นตอนเช้า) เพื่อที่ตอนกลางคือผมจะได้อ่าน textbook ซึ่งเป็นตำราฟิสิกส์ภาคภาษาอังกฤษมีรูปสวยๆ มีคำอธิบายดีๆ และทุกๆครั้งในหนังสือจะให้แสงสว่างกับผมว่า "ทำไมต้องรู้เรื่องนี้"
2. สิ่งนี้ทำงานจริงอย่างไร (How does it work in the real world?) เมื่อเห็นความสำคัญแล้วคงต้องเห็นภาพทันที การเรียนรู้คือกระบวนการ ดังนั้นกระบวนการเข้าใจกลไกของสิ่งที่เกิดขึ้นจึงสำคัญมาก เพื่อให้ผู้เรียนเห็นภาพเชื่อมโยงขององค์ประกอบแต่ละส่วน ผมจำได้ว่าสมัยผมเรียนชีววิทยา ผมชอบมันมาก เพราะผมสามารถเห็นกระบวนการทำงานของสิ่งต่างๆ ในภาพๆเดียว ยกตัวอย่างเช่น ผมเห็นกระบวนการย่อยอาหารตั้งแต่เข้าปากจนถึงออกมาจากร่างกาย การเห็นภาพรวมของกลไกต่างๆจะช่วยเชื่อมโยงความคิด เชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ นำไปสู่ความเข้าใจได้ง่าย
3. เหตุใดมันถึงสมเหตุสมผล (Why does it make sense?) การตรวจสอบว่าเราเข้าใจสิ่งต่างๆถูกต้องหรือไม่ คงหนีไม่พ้นการตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ วิธีการหนึ่งคือการถามถึงความสมเหตุสมผลของหลักการของสิ่งที่เรียนรู้ กลเม็ดสำคัญคือการตั้งโจทย์ให้เปรียบเทียบกับของจริง เช่น เราเคยใช้หลักการของสามเหลี่ยมคล้ายในการหาขนาดของวัตถุ (ดูตัวอย่างรายการวิทยสัประยุทธ์ ตอนใช้เหรียญบาทวัดขนาดดวงจันทร์ http://www.youtube.com/watch?v=LCNKaKGZQFw ) การวัดค่าของด้านสามเหลี่ยมเพื่อคำนวณขนาดของวัตถุ หากเราคำนวนขนาดของดวงจันทร์เป็นช่วงเซ็นติเมตร ก็เห็นชัดเจนว่าแปลกแล้วหล่ะครับ :) การตั้งคำถามแบบนี้ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เชื่อมโยงกับคำตอบที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของเค้าด้วย อย่าหลงกลไปตั้งคำถามที่ให้คำตอบที่ไม่มีจริงนะครับ (เช่น ถามคำถามที่ให้คำตอบว่าโลกหมุนกลับทิศ) จะทำให้ผู้เรียนงงมากๆ
4. สิ่งนี้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของคุณอย่างไร (How is it related to your daily life?) สิ่งสุดท้ายคือการที่เค้านำความคิดไปประยุกต์ใช้จริง คงหนีไม่พ้นว่าสิ่งที่เรียนจะไปปรับเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของเค้าได้อย่างไร เราต้องจุดประกายเปิดโอกาสให้เค้าได้คิดเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของเค้า ยิ่งแต่ละคนมีประสบการณ์ที่ต่างกัน การ ลลปร. จะมีคุณค่ามหาศาลจริงๆครับ
ใช้เวลากับคำถามเหล่านี้สำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้ตามที่เราต้องการครับ...
ครูอ้อยจัดการนิเทศแบบกัลยาณมิตร หมายถึง ให้โอกาสครูในกลุ่มได้ไปสังเกตการสอนของเพื่อนครู ที่มีเทคนิคการสอน อุปกรณ์การสอน ที่แตกต่างกัน
เมื่อจบการนิเทศ ครูอ้อยได้นัดให้ทุกคนมีโอกาสได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้ไปสังเกตการสอน และให้ระบุ 3 ข้อ คือ เรื่องอะไร ประทับใจอะไร และนำไปประยุกต์ใช้อย่างๆไร(ลปรร)
ผลที่ได้ เพื่อนสมาชิกในกลุ่มชอบมาก กับการสังเกตการสอน ได้เห็น เข้าใจและเกิดการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ นำไปใช้กับนักเรียนในกลุ่มของตนเองได้
ขอบคุณมากค่ะ