-อาชฺญารฺถ อาตฺมเนปท
-นาม ฤ การานฺต
1.อาชฺญารฺถ อาตฺมเนปท
เราเรียนอาชญารถะ ปรัสไมบทมาแล้วคราวนี้้เป็นการแจกรูปสำหรับธาตุในอาตมเนบท หรือกรรมวาจก ตามแบบดังนี้
|
.. |
เอกวจนมฺ |
ทฺวิวจนมฺ |
พหุวจนมฺ |
|
อุตฺตมปุรุษะ |
-เอ, -e |
-อวไห -avahāi |
-อมไห -amahāi |
|
มธฺยปุรุษt |
-สฺว, -sva |
-อิถามฺ –ithām |
-ธฺวมฺ -dhvam |
|
ปฺรถมปุรุษะ |
-ตาม, -tām |
-อิตามฺ -itām |
-อนฺตามฺ -antām* |
*ลบเสียงอะ ก่อนลงวิภักติ
ตัวอย่าง √ลภฺ (ได้รับ) สร้างเค้า ลภฺ + อะ = ลภ, นำไปแจกอาชฺญารฺถ ใน อาตฺมเนปท ดังนี้
|
.. |
เอกวจนมฺ |
ทฺวิวจนมฺ |
พหุวจนมฺ |
|
อุตฺตมปุรุษะ |
ลไภ, labhai |
ลภาวไห labhāvahāi |
ลภามไห labhāmahāi |
|
มธฺยปุรุษ |
ลภสฺว, labhasva |
ลเภถามฺ labhethām |
ลภธฺวมฺ labhadhvam |
|
ปฺรถมปุรุษะ |
ลภตาม, labhatām |
ลเภตามฺ labhetām |
ลภนฺตามฺ labhantām |
การแจกรูปอาตมเนบท (ในที่นี้เขียน อาตฺมเนปท
แบบสันสกฤตบ้าง อาตมเนบท แบบไทยบ้าง ผู้เรียนจะได้คุ้นเคยทั้งสองแบบ) มีความหมายกรรตุการกตามแบบ แจกแบบปรัสไม หรือ อาตมเน ก็แล้วแต่ธาตุนั้นๆ
กรรมวาจก ในอาชญารถะนั้น นำธาตุมาลงปัจจัย ย แล้วแจกอาตมเนบทเลย โดยไม่สนใจคณะธาตุ เช่น ทฺฤศฺ + ย + เอ = ทฤศฺยตามฺ (เขา)จงถูกมอง, กฺฤ (ทำ) = กฺริไย, กฺริยสฺว, กฺริยตามฺ
ธาตุ
- √गम्+अनु √คมฺ+อนุ (อนุคจฺฉติ anugácchati) ตาม, ติดตาม
- √चर् + सम्-आ √จรฺ + สมฺ – อา (สมาจรติ smācárati) ปฏิบัติ ทำ ดำเนินการ (อุปสรรคสองตัว)
- √वद् + वि √วทฺ+วิ (วิวทเต vivádate) โต้เถียง
- √श्रि + आ √ศฺริ+อา (อาศฺรยเต āśráyate) พึ่งพาอาศัย, ไปขอเป็นที่พึ่ง(ตามด้วย กรรมการก)
แบบฝึก 1
จงแปล 1) ลภสฺว 2) อาศฺรยามไห 3) นฺยวสตามฺ 4) ยชามไห 5) เสวฺยตามฺ
2.นาม ฤ การานฺต
ตอนนี้มาว่าถึง การแจกนามที่ลงท้าย -ฤ
ซึ่งจะมีเค้าสำหรับแจกวิภักติ 3 รูป ได้แก่ –อารฺ,
-ฤ, - อรฺ, เป็นแข็ง กลาง อ่อน ตามลำดับ(คือรูปทำพฺฤทธิ,
รูปเดิม, และหดเสียง) นั่นเอง
ทบทวนวิภักติที่จะบอกการก ถือว่าวิภักติมาตรฐานสำหรับแจกนามเพศชาย/หญิง เป็นดังนี้ (สำหรับเพศกลางจะเล่าในบทต่อๆ ไป)
|
.. |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
กรฺตฺฤ |
-s |
-āu |
-as |
|
กรฺม |
-am |
-āu |
-as |
|
กรฺณ |
-ā |
-bhyām |
-bhis |
|
สมฺปฺรทาน |
-e |
-bhyām |
-bhyas |
|
อปาทาน |
-as |
-bhyām |
-bhyas |
|
สมฺพนฺธ |
-as |
-os |
-ām |
|
อธิกรณ |
-i |
-os |
-su |
<p>นามที่ลงท้ายด้วยสระ ในบทที่ผ่านมา
</p>
วิภักติในเอกพจน์จะเปลี่ยนไปพอสมควร แต่นามที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะมักจะดำเนินตามนี้ สำหรับอาลปนะนั้น มักจะเป็นไปตามกรรตุการก เว้นแต่เอกพจน์ อาจไม่เปลี่ยนแปลง
การแจกนาม ฤ การานฺต ตัวอย่าง กรฺตฺฤ ปุ. ผู้ทำ แบ่งออกเป็น 3 เค้า คือ กรฺตาร, กรฺตฺฤ
และ กรฺตฺรฺ (อาจแตกต่างจากแบบข้างบนเล็กน้อย)
|
.. |
เอกพจน์ |
ทวิพจน์ |
พหูพจน์ |
|
อาลปนะ |
กรฺตรฺ |
กรฺตาเรา |
กรฺตารสฺ |
|
กรฺตฺฤ |
กรฺตา |
กรฺตาเรา |
กรฺตารสฺ |
|
กรฺม |
กรฺตารมฺ |
กรฺตาเรา |
กรฺตฺฤๅนฺ |
|
กรฺณ |
กรฺตฺรา |
กรฺตฺฤภฺยามฺ |
กรฺตฺฤภิสฺ |
|
สมฺปฺรทาน |
กรฺเตฺร |
กรฺตฺฤภฺยามฺ |
กรฺตฺฤภฺยสฺ |
|
อปาทาน |
กรฺตุรฺ (กรฺตุสฺ) |
กรฺตฺฤภฺยามฺ |
กรฺตฺฤภฺยสฺ |
|
สมฺพนฺธ |
กรฺตุรฺ (กรฺตุสฺ) |
กรฺตฺโรสฺ |
กรฺตฺฤๅณามฺ |
|
อธิกรณ |
กรฺตริ |
กรฺตฺโรสฺ |
กรฺตฺฤษุ |
ศัพท์ที่ลง -ฤ การานฺต นี้มีสองพวก พวกที่หนึ่งมีความหมายแปลว่า ผู้กระทำ, อีกพวกหนึ่งเป็นคำนับญาติ (จะเรียนในบทต่อไป) คำนับญาตินั้นจะแจกแตกต่างออกไปจากนี้เล็กน้อย ยกเว้น สฺวสฺฤ และ นปฺตฺฤ เป็นคำนับญาติ แต่แจกรูปตามข้างบนนี้ (จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่ภาษาอังกฤษจะเรียกญา่ติด้วยคำลงท้าย -ther, -ter เช่น father, mother, sister, brother, etc.)
นามที่มีความหมายว่าผู้กระทำ นี้บางครั้งก็ใช้เป็นคุณศัพท์ไปขยายคำนามอื่น หากนำไปขยายนามเพศหญิง ก็เปลี่ยนเสียงท้ายเป็น อี และแจกแบบ อี การานต์ เช่น กรฺตฺฤ > กรฺตฺรี ส่วนเพศกลาง คงเค้าเดิม แต่เสียงท้ายจะแจกแบบ วาริ หรือ มธุ แต่ไม่ค่อยพบการใช้แบบนี้
ศัพท์
- อาจารฺย ปุ. ครู อาจารย์ (บาลี อาจริย) (จาก อา+√จรฺ)
- กรฺตฺฤ ปุ. ผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เขียน, คุณ. ทำ, สร้าง (บาลีใช้ กตฺตุ, ไทยใช้ กรรตุ) (จากธาตุ √กฺฤ)
- กาล ปุ. เวลา
- กฺฤปา ส. ความกรุณา ความเมตตา
- ทาตฺฤ ปุ. ผู้ให้ (จาก √ทา), คุณ. ใจกว้าง เอื้อเฟื้อ
- ทุรฺชน ปุ. คนเลว (ทุสฺ+ชน)
- ทฺรษฺฏฺฤ ปุ. ฤษี ผู้รจนาพระเวท, คุณ. เห็น
- ธาตฺฤ ปุ. ผู้สร้างโลก (พระเจ้า) บาลี ธาตา, ไทยใช้ ธาดา. (จากธาตุ √ธา)
- นปฺตฺฤ ปุ. หลาน (บาลี นัดดา)
- นมสฺ นปุ. เกียรติยศ การนับถือ
(มักใช้แบบไม่แจกรูป ร่วมกับ สัมปรทานการก)
- นิศฺจย ปุ. การตัดสินใจ ความแน่นอน
- เนตฺฤ ปุ. ผู้นำ (มาจากธาตุ √นี)
- ปณฺฑิต ปุ. ผู้มีการศึกษา, บัณฑิต
- ปท นปุ. ก้าวเท้า
- ปฺรายศฺจิตฺต นปุ. การบำเพ็ญตบะ (คำว่า ตบะ ใช้ว่า ตปสฺ ยังไม่เรียน)
- ภรฺตฤ ปุ. ผู้คุ้มครอง ผู้สนับสนุน เจ้า สามี
เจ้านาย (บาลี ภตฺตา, ไทยใช้ ภัสดา, คนละคำกับ ภารฺตฺฤ/บาลี ภาตา/ไทย ภาดา/ภาดร)
- รกฺษิตฺฤ ปุ. ผู้คุ้มครอง (จาก √รกฺษฺ)
- วฺยวหาร ปุ. การดำเนินคดี (จาก วิ-อว√หฺฤ)
- ศาสฺตฺฤ ปุ. ผู้ปกครอง ผู้ลงโทษ (บาลี. สตฺถา, ไทยใช้ ศาสดา)
- สฺรษฺฏฺฤ ปุ. ผู้สร้างโลก
- สฺวสฺฤ ส. น้องสาว, พี่สาว
คุณศัพท์
- ทริทฺร ปุ.นปุ, ทริทฺรา ส. ยากจน (บาลี. ทลิทฺท)
- วร ปุ.นปุ. วรา ส. ดีที่สุด ยอดเยี่ยม, ดีกว่า (ใช้ร่วมกับ อปาทาน การก)
แบบฝึก 2
แปลสันสกฤตเป็นไทย
दुर्जनस्य च सर्पस्य वरं सर्पो न दुर्जनः.
सर्पो दशति कालेन दुर्जनस्तु पदे पदे॥4 ॥
- आचार्यं लभस्व प्रायश्चित्तं समाचरेति पापं द्विजातय आदिशन्ति। 1
- काव्यानि रचयाम कीर्तिं वन्दाम नृपतीनाश्रयामहै श्रियं लभामहा इति कवयो वदन्ति।2
- स्वसुर्गृहे कन्ये न्यवसताम्। 3
- नृपे रक्षितरि सुखेन प्रजा वसन्ति। 4
- धर्माय देवान्यजावहा अर्थाय कीर्तये च सभासु पण्डितैः सह
विवदावहा इति ब्राह्मणस्य पुत्ररोस्निश्चयः। 5
- मुक्त्य ईश्वरः सृष्टेः कर्ता मनुष्यैर्भक्त्या सेव्यताम्।6
- नृपतयः प्रजानां रक्षितारो दुर्जनानां च शास्तारो वर्तन्ताम्। 7
- शास्त्रस्य कर्त्रे पाणिनये नमः। 8
- लोकस्य स्रष्टृभ्यो वसूनां दातृभ्यो देवेभ्यो नमो नमः। 9
แปลไทยเป็นสันสกฤต
<ol>
และพึงต่อสู้กับศัตรูทั้งหลาย
</ol><p> </p>
อาจารย์เก่งมาก หาตัวจับวางได้ยาก
ไม่เข้าใจคะอาจารย์ .. ฤ การานฺตะ
- ทำไมต้องแยกเค้าเป็นสามรูปด้วยค่ะเพราะเหตุอันใด
- จาก กรฺตฺฤ เป็น กรฺตาร, กรฺตฺฤ และ กรฺตฺรฺ (คือรูปทำพฺฤทธิ, รูปเดิม, และหดเสียง) อันนี้พอเข้าใจ
แต่พอนำมาแจกในตารางแยกเป็นสีเขียวน้ำเงินม่วงแล้ว งงค่ะ
คือหนูงงว่าไอเจ้าสามคำนี้ กรฺตาร, กรฺตฺฤ และ กรฺตฺรฺ จะจับมาผันตามช่องอย่างไรอะค่ะ
ในส่วนของการจดศัพท์ที่ลงท้ายด้วย ฤ นั้น ก็จดรวมพวกที่ลงท้ายด้วย ฤ ไว้ด้วยกันทั้งหมดได้ใช่ไหมค่ะ
ไม่ต้องแยกประเภทยิบย่อยออกมาอีก
นิยมในความรอบรู้ของอาจารย์มากนะคะ
แม้ว่าตัวเองจะเรียนรู้ตามได้น้อย
แต่ก็แวะเข้ามาให้กำลังใจค่ะ
ด้วยความชื่นชอบจริงๆ
http://www.youtube.com/watch?v=jST0GPS5RV0 สงสัยนาทีที่ 0.01 คะ
Greeting !! In our house .... ทำไมไม่เป็น คฤเหษุ = ในบ้านของเรา (ทั้งหลาย ) ผันตามนปุงสกลิง อะการานตะ
เอ ...หรือว่าเขาจะสนธิกันค๊ะ
จะว่าไปแล้วตั้งแต่ดูหลายคลิปมารู้สึกว่าเด็กน้อยสองคนนี้จะสนุกที่สุดแล้วคะ พูดชัดเจน ไม่เร็วไป คำศัพท์ก็ง่ายๆ แถมยังพอมีซับอังกฤษให้เดาๆได้บ้างในกรณีที่ฟังไม่ทัน นี่หนูก็จดๆศัพท์ที่พอจะทราบไว้บ้างอะคะ เป็นการฝึกฟังไปในตัว ^-^
ดูแล้วมันจริงๆคะ ต่อไปถ้าเรียนไปได้เยอะแล้วก็คงจะมันกว่านี้แน่เลยตามที่อาจารย์ได้กล่าวไว้
ทฺฤศฺไย = ฉันปราถนาที่จะถูกมอง (หนูแปลถูกไหมค่ะ ?)
นมสฺ อันนี้เป็นนามกลางลงท้ายสระอะไรละคะ ดูแปลกๆ
พระราชาโภชทรงเอื้อเฟื้อแล้ว (अवर्तत) ต่อผู้แต่ง(ใช้อธิกรณ) บทสดุดี
พระราชาโภช ?? โภชนี้คืออะไรค่ะ
คงไม่สายเกินไปที่จะกล่าวคำว่ากราบสวัสดีปีใหม่นะครับอาจารย์ธวัชชัย มาให้กำลังใจในการเขียนด้วย อยากจะบอกว่าติดตามอยู่เรื่อยๆนะครับ แม้ว่ามันจะยากเกินไปสำหรับผม ลองพยายามแล้ว แต่ก็ชอบและใจรักครับ สักวันอาจจะทำได้เหมือนคนอื่นๆ เขา ทุกวันนี้ผมก็ดูคนอื่นเป็นกำลังใจว่าเขาเรียนกันได้เราก็น่าจะเรียนได้ถ้าตั้งใจเนอะครับอาจารย์ แต่บางทีเนื้อหามันก็เยอะเหลือเกิน ดั่งนั้นก็ขอฝากตัวไว้เป็นศิษย์ ไว้เผื่อมีปัญหาอะไรจะขออนุญาติมาถามให้หายสงสัยนะครับ ว่าแล้วก็ถามเลยดีกว่าว่าภาษาสันสกฤต บาลี ฮินดี ทั้งสามนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วเราจะสังเกตอย่างไรว่าอันไหนเป็นอันไหน เพราะตัวอักษรเหมือนกัน
สวัสดีครับ คุณครูพี่อ้อย ครูอ้อย แซ่เฮ และพี่คุณหมอตันติราพันธ์
ขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่เลยนะครับ ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ คุณทศวรรษ
ขอบคุณมากครับ ที่ยังติดตามมาตลอด และขอสวัสดีปีใหม่เ่ช่นกันครับ
ถ้าติดขัดตรงไหนก็บอกนะครับ
หรือจะให้ทบทวนเทวนาครีใหม่ จะได้เริ่มต้นจริงๆ จังๆ ก็บอกได้ครับ
สันสกฤต บาลี ฮินดี ถ้าเรารู้ภาษาใดภาษาหนึ่ง ก็จะแยกออกได้หมดเลยครับ
เอาอย่างนี้ แยกภาษาฮินดีก่อน, ภาษาฮินดีจะมีคำว่า है, और, मे บ่อยมากเห็นแบบนี้เป็นฮินดีแน่ๆ อีกอย่างหนึ่ง คำภาษาฮิืนดีจะไม่ค่อยติดยาวเป็นพืด จะแยกห่างเป็นคำๆ ครับ
ภาษาสันสกฤตกับบาลี ก็เอาเกณฑ์เดียวกับที่เราเรียนภาษาสันสกฤต/บาลี ในภาษาไทยนั่นแหละครับ ถ้าภาษาไหนมี ศ ษ หรือ ตัวสังโยค (ควบ) เยอะ ก็มักจะเป็นภาษาสันสกฤต นี่เป็นวิธีดูง่ายๆ ครับ
แต่ถ้าถามในเชิงภาษาศาสตร์ ภาษาฮินดีนั้น มีการผันรูปน้อยกว่า แทบไม่มีการสมาสคำ และไม่มีสนธิครับ
ส่วนภาษาบาลีนั้นมีพัฒนาการของศัพท์และไวยากรณ์ในทางที่ง่ายกว่า เช่น ไม่มีทวิพจน์ แจกการกนามหลายการกเหมือนกัน ทำให้รูปการกเหลือน้อย ภาษาสันสกฤตนั้นมีการเปลี่ยนแปลงรูปทางไวยากรณ์มากกว่า พยัญชนะซ้อนกันมาก และสนธิหลากหลายกว่าครับ
คุณศรีฯ ถามมาเยอะ ตอบทีละข้อ
1. แยกเค้าเป็น 3 รูป เพราะนำมาแจกไม่เหมือนกัน
เค้า กรฺตารฺ แจก รูปสีำน้ำเงิน เป็น กรฺตา (ตัวนี้ไว้ค่อยอธิบาย), กรฺตารฺ+เอา, กรฺตารฺ+อสฺ = กรฺตาเรา, กรฺตารสฺ เป็นต้น
เค้า กรฺตฺรฺ แจกรูปสีเขียว +อา, +เอ, เป็น กรฺตฺรา, กรฺตฺเ้ร เป็นต้น (ที่เหลือเพี้ยนๆ ไปบ้าง แต่ก็ประมาณเดิม)
เค้า กรฺตฺฤ แจกรูปสีม่วง ภฺยามฺ, ภิสฺ, นามฺ เป็น กรฺตฤภฺยามฺ, กรฺตฺฤภิสฺ, กรฺตฤๅณามฺ(ตัวนี้ยืดเสียงสระท้ายก่อน) ฯลฯ
ป.ล. ในตัวอย่างมีพิมพ์ผิด การก 3 และ 4 ตอนนี้แก้แล้ว
(ถ้ายังไม่เข้าใจ ถามมาใหม่)
..
เอกพจน์
ทวิพจน์
พหูพจน์
กรฺตฺฤ
kartār-s
(ลบเสียงท้าย)
= kartā
kartār-āu
= kartārāu
kartār-as
= kartāras
กรฺม
kartār-am
= kartāram
kartār-āu
= kartārāukartṛ-as = kartṝn*
(คำนี้พิเศษ ยืดเสียงท้าย
แล้วลง นฺ ไม่เอา อสฺ)
กรฺณ
kartr-ā
= kartrā
kartṛ-bhyām
= kartṛbhyām
kartṛ-bhis
= kartṛbhis
สมฺปฺรทาน
kartr-e
= kartre
kartṛ-bhyām
= kartṛbhyām
kartṛ-bhyas
= kartṛbhyas
อปาทาน
kartr-as
= kartus
kartṛ-bhyām
= kartṛbhyām
kartṛ-bhyas
= kartṛbhyas
สมฺพนฺธ
kartr-as
= kartuskartr-os
= kartros
kartṛ-ām*
= kartṝṇām (แทรก น)
อธิกรณ
kartr-i
= kartar-i
kartr-os
= kartros
kartṛ-su
=kartṛṣu
คฺฤเหษุ คงจะเผลอไป ที่พูดมา ไม่ค่อยมีสนธิ (หา นาทีที่ 0.01 ไม่เจอ, ตอนต้นเหรอครับ)
ทฺฤศฺไย ได้ครับ
นมสฺ เป็น สฺ การานตฺ ครับ เรายังไม่เรียนการแจก เขาให้เราลองใช้ดู เพราะปกติจะใช้แบบไม่แจก (แต่จริงๆ รูป กรรตุ, และกรรม ก็คือ นมสฺ อยู่ดี)
พระราชาชื่อ โภช भोज ครับ ;)
ใช่ค่ะ นาทีแรกๆเลย
คิดว่าพอเข้าใจแล้วนะค่ะ แต่เดี๋ยวลองทำแบบฝึกหัดดูก่อน เผื่อว่าถ้าไม่เข้าใจอาจจะได้มาถามใหม่ อิอิ
สรุปว่า ฤ การานฺตะ คำๆหนึ่งแตกออกเป็นสามภาค แล้วทั้งสามภาคที่แตกออกมานั้นก็นำมาผันกระจายคละกันไปในตารางผันการกทั้งแปดแบบนั้นใช่ไหมค่ะ ?
แล้วแบบ ฤ ที่อาจารย์ให้มานั้นมันเป็นเพศอะไรกันแน่อะค่ะ ชายหรือหญิง แล้วก็ยังมี ฤ การานฺตะ แบบต่อไปแต่ว่าต่างเพศกันอีกเหรอค่ะ โอ้ยย งง คะ
แล้ว นมะ (นโม นมะ)นี่รูปไหนครับ นโม กับ นมะ มาจากศัพท์เดียวกันใช่ไหม
ฤ แตกเป็น 3 รูปครับ และนางอื่นๆ ที่พยัญชนะการานต์ก็จะแบ่งเ็ป็น 3 รูปด้วย ต่อๆ ไป
ฤ ที่ให้เป็น ปุ. แต่ ปุ. กับ ส. ต่างกัน แค่ กรรม พหุ (ปุ ยืดเสียงท้ายแล้วเติม -นฺ, ส. ยืดเสียงท้ายแล้วเติม -สฺ, รอดูบทต่อไป)
นอกจาก สระการานต์ที่ผ่านๆ มา ต่อไปนี้ ชาย/หญิง แจกเหมือนกัน ยกเว้น กรรม พหุ.
นโม นมะ ก็คือ นมสฺ นมสฺ ตัวเดียวกันนั่นเองครับ, แต่ทำสนธิ เป็น นโม นมะ ครับ
นามพยัญชนะการานต์นี่มันช่างเรื่องมากเสียจริงๆเลยนะค่ะอาจารย์ นี่ยังเหลืออีกเยอะไหมค่ะ ประมาณกี่แบบ หุๆ
แล้วแตกรูปพิศดารกว่านี้ไหมค่ะ หรือนี่คือที่สุดของนามแล้ว แปลกกว่านี้ไม่มีแล้ว ขอบ่นเล็กน้อย ฮิๆ
พยัญชนะการานต์ ก็มีแบบสองเค้า กับสามเค้า จำให้ได้ว่าคำไหนสองคำไหนสาม
แต่จะว่าไป รูปแจกจะตรงกว่า นะครับ จับตัววิภักติใส่ ก็ตามนั้นเลย (ฤ การานต์ ยังมีแปลกๆ อยู่บ้าง)
นอกจากนี้ก็มีนามแจกพิเศษ คอยดูต่อไป...