ผมเป็นคนชอบการค้นหาและแสวงหาและทดลองสิ่งใหม่ๆเพราะรู้สึกสนุกดี  เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กคงเป็นเพราะนิสัยนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชีวิตของผมคดเคี้ยวเลี้ยวลดมาเป็นอย่างนี้

          พอได้อ่านบทบรรณาธิการเรื่องFailure of Skin-deep LearningในวารสารScience ฉบับวันที่ ๗ ธ.ค. ๕๕ และไตร่ตรองต่อมาอีกหลายวัน จึงรู้สึกว่าผมได้ค้นพบเส้นผมที่บังภูเขาอีกเรื่องหนึ่งแล้ว “ภูเขา” คือคุณภาพการศึกษาไทยและ “เส้นผม” คือการสอนให้ครบถ้วนตามหลักสูตร

          เพราะมุ่งสอนให้ครบตามที่กำหนดในหลักสูตร นักเรียนจึงได้เรียนรู้เพียงผิวเผินเป็นเรื่องแปลกแต่จริงสำหรับสมัยนี้

          อธิบายว่าเมื่อครูมุ่งสอนให้ครบตามหลักสูตร ครูก็จะเพ่งใจไปที่“การสอน”ของตน ไม่พุ่งเป้าไปที่ “การเรียนรู้” ของศิษย์

          อธิบายอีกว่า เมื่อครูมุ่งตะลุยสอนให้ครบตามหลักสูตร ครูก็ไม่พิจารณาว่าสำหรับลูกศิษย์กลุ่มนี้ของตนอะไรคือ “essential knowledge/skills” ในขั้นตอนการเรียนรู้ของศิษย์ในขณะนั้น การเรียนการสอนก็ล่องลอยไม่จำเพาะต่อเด็กกลุ่มนั้น

          อธิบายอีก (เป็นเหตุผลที่ ๓) ว่าเมื่อครูตะลุยสอนด้วยสาระมากมายล้นหลาม ศิษย์ก็จะตั้งรับด้วยการเรียนแบบท่องจำ คือรับไว้ที่ผิวๆของสมองศาตราจารย์Bruce Alberts ผู้เขียนบทบรรณาธิการนี้ จึงบอกว่าการเรียนแบบนี้จะได้การเรียนรู้แบบ skin deep  คือลึกแค่ผิว ในขณะที่เป้าหมายการเรียนรู้ที่แท้จริง  (ไม่ว่าในยุคไหน) คือเรียนให้รู้ลึกซึ้งแตกฉานซึ่งจะได้จากการเรียนแบบลงมือทำและคิดเอง

          บ่ายวันที่ ๑๘ ธ.ค. ๕๕ ผมอภิปรายในการประชุมระดมสมองเพื่อหาแนวทางปฏิรูปการศึกษาที่ห้องประชุมสีเขียวตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล  (นายกยิ่งลักษณ์ทำหน้าที่ประธานการประชุม)  ว่า รูปแบบการเรียนรู้ที่เราใช้กันในปัจจุบันได้รับการตำหนิว่าให้ผลการเรียนรู้แค่skin deep   และเอาบทบรรณาธิการนี้ในไอแพดให้คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา  ที่นั่งติดกันอ่านท่านบอกว่าเรียนแบบนี้จะได้แค่ผู้ตามไม่สร้างผู้นำ

          การเรียนแบบท่องจำ เป็นการศึกษาเพื่อสร้างผู้ตามการเรียนแบบคิดเองทำเอง เป็นการเรียนเพื่อสร้างผู้นำคือสร้างคนที่กล้าคิดกล้าทำ

          ผมตีความว่า“เส้นผม”คือมายาที่บังตาเราไว้ และบังตาคนส่วนใหญ่ในหลายกรณีเรามีความสุขที่มีมายาบังตาอยู่ เพราะมันให้ความคุ้นเคยมันช่วยให้เราอยู่กับความเคยชินและอยู่กับคนส่วนใหญ่ (หรือเกือบทั้งหมด) ที่เรียกว่าทำตาม norm หรือประเพณีนิยม

          ชีวิตนักฝึกหาเส้นผม กระชากเส้นผมออก จึงเป็นชีวิตกบฏแหวกประเพณีนิยม เป็นชีวิตที่หากจะดำเนินต้องไม่กลัว “เจ็บตัว” หรือมีชีวิตที่ยากลำบากอย่างน้อยก็ในช่วงหนึ่งของชีวิต

          แต่นั่นเป็นเรื่องของบุคคล “เส้นผม” ในเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องอนาคตของบ้านเมือง เป็นเรื่องสติปัญญาของคนทั้งชาติ



วิจารณ์  พานิช

๑๙ ธ.ค. ๕๕